วันนี้กว่าจี้จิวจะตื่นก็เกือบเที่ยงวันแล้ว เมื่อคืนนางขุดตาน้ำจนดึกดื่นจึงตื่นสายขนาดนี้ ดีที่แถวนี้ไม่มียุงเพราะภัยแล้ง ไม่อย่างนั้นมีหวังตัวนางคงลายพร้อย หรือไม่ก็ติดไข้ป่าจากยุงกัดเป็แน่
หลังล้างหน้าล้างตาแล้วจี้จิวเดินไปดูระดับน้ำ นางพบว่าถึงแม้น้ำจะไม่เต็มแอ่งแต่ก็มีเกินครึ่ง จี้จิวจึงเก็บข้าวของใส่ตะกร้า รวมถึงลากจอบที่นางทำไปด้วย ยังไงก็เหนื่อยทำมาใช้งานแล้วก็ต้องเอาไปใช้ต่อน่ะสิ
จี้จิวเดินลงไปตามธารน้ำที่นางเดินขึ้นมาเมื่อวาน ปลาที่ตายเกลื่อนอยู่ลอยเต็มไปหมด ด้วยกลัวว่าจะทำให้คนที่ท้ายน้ำป่วยจากเชื้อโรค จี้จิวจึงตัดสินใจสานหญ้าแห้งแล้วมัดกับแท่งไม้สำหรับใช้ช้อนปลาตายเ่าั้ไปไว้ข้างลำธารก่อน ช้อนเสร็จมากองใหญ่จี้จิวก็หาเชื้อไฟจุดเผาเพื่อฆ่าเชื้อโรค
นางเดินไปทำงานไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมืดก็หยุดนอนพัก จากนั้นทำต่อไปจนถึงตีนเขาก็เป็เที่ยงอีกวันแล้ว จี้จิวตัดสินใจกลับบ้านพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้นางค่อยกลับไปที่จุดเดิมแล้วทำงานหนักต่อไปจนสุดปลายน้ำ
ด้วยความเหนื่อยล้าตลอดสามวันที่ผ่านมา จี้จิวเพียงต้มน้ำล้างเนื้อตัวและกินน้ำอุ่น ส่วนเกาลัดที่เผาไว้ตอนต้มน้ำก็เขี่ยออกทิ้งไว้ก่อนแล้วเข้านอน
จี้จิวนอนหลับจนถึงใกล้รุ่งของอีกวัน อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังมา นางสะดุ้งตื่นขึ้นมาดูว่าฝันไปหรือเปล่า หากฝนตกจริง ๆ นับว่าหน้าแล้งจะหมดสิ้นแล้วจริง ๆ
เสียงฟ้าร้องไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ฝนเทลงมาอย่างหนักจนหลังคากระท่อมนางแทบพัง จี้จิวได้แต่ขอบคุณ์สำหรับความเมตตานี้ ถึงแม้นางจะขุดตาน้ำขึ้นมาแต่ถ้าไม่มีฝนเลยก็คงจะไม่สามารถอยู่ได้เกินสองเดือน ตอนนี้ฝนตกแล้วทำให้หมู่บ้านรอดพ้นภัยพิบัติที่พวกเขาทุกข์ทนมาแรมปี
เมื่อยืนยันว่าฝนจะไม่หยุดง่าย ๆ จี้จิวก็ล้มตัวลงนอนต่อด้วยรอยยิ้ม รอฝนหยุดก่อนนางค่อยไปหาหัวหน้าหมู่บ้านแล้วบอกข่าวเื่การฆ่าเชื้อน้ำก่อนดื่มจะดีกว่า นางทำคนเดียวคงไม่ไหวแน่ ตอนนี้ร่างกายนางยังไม่ได้รับการบำรุงหลังฟื้นจากความตายเลย หากป่วยอีกคงไม่รอดแล้ว
พอถึง่บ่ายฝนก็หยุดลง จี้จิวที่ตื่นมาหาของกินในครัวได้สักพักแล้วก็รีบปิดบ้านวิ่งไปบ้านลุงผู้ใหญ่ทันที
“ลุงผู้ใหญ่เ้าคะ ข้าจี้จิวเ้าค่ะ”
“รอเดี๋ยว ๆ จี้จิวเอ้ย เดี๋ยวป้าเปิดประตูให้”
นางเหอภรรยาผู้ใหญ่บ้านร้องบอกก่อนจะมาเปิดประตูให้จี้จิวด้วยรอยยิ้มที่หายากใน่แล้งนี้
“คารวะท่านป้าเ้าค่ะ ข้ามีเื่จะบอกท่านลุงเหอเ้าค่ะ ไม่ทราบท่านลุงอยู่บ้านหรือเปล่า”
“อยู่ ๆ เข้ามาข้างในก่อน ป้ามัวแต่ดีใจที่ฝนตกเลยลืมไปขอบคุณเ้าเื่ลูกเกาลัดคราวก่อน”
“ท่านป้าไม่ต้องขอบคุณข้า พวกท่านช่วยดูแลข้ามาั้แ่เด็ก ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกท่านเ้าค่ะ”
จี้จิวรีบบอกนางเหอด้วยความซาบซึ้งในความเมตตาของพวกเขาที่มีต่อเ้าของร่างเดิม
“เอาล่ะ ๆ ไปนั่งก่อน ป้าจะเรียกลุงให้”
“ขอบคุณท่านป้า”
จี้จิวนั่งรอไม่นานลุงผู้ใหญ่ก็เดินมาพร้อมภรรยาที่ถือกาน้ำมาเทใส่แก้วให้จี้จิว
“คารวะท่านลุงเ้าค่ะ ข้ามีเื่มาบอกท่านให้ช่วยแจ้งชาวบ้านหน่อยเ้าค่ะ”
“มีเื่อะไรเหรอจี้จิว บอกลุงมาเถอะ หากช่วยได้ลุงก็จะช่วย”
“ก็เื่น้ำในลำธารตอนนี้เ้าค่ะท่านลุง เมื่อวานข้าขึ้นเขาแล้วลงมาตามลำธารพบว่ามีสัตว์น้ำเน่าตายมากมาย ข้ากลัวว่าถ้าชาวบ้านดื่มน้ำโดยไม่ต้มให้เดือดก่อนอาจป่วยได้เ้าค่ะ ข้าเลยรีบมาแจ้งท่านลุงก่อน”
“โอ้ว ข้าก็ลืมคิดเื่นี้ไปเลย ขอบใจเ้ามากจี้จิว ข้าจะบอกชาวบ้านทุกคนว่าให้ต้มน้ำให้เดือดก่อนนำมากินก็แล้วกัน ว่าแต่มีวิธีอื่นอีกมั้ยที่จะป้องกันโรคได้อีก”
“ก็พอมีอยู่เ้าค่ะ คือต้องนำสัตว์ที่ตายแล้วเ่าั้มาเผาให้หมด เพื่อไม่ให้เชื้อโรคซึมลงในดินแล้วไหลไปในธารน้ำ ข้าอยากให้พวกเราช่วยกันนำสัตว์พวกนั้นขึ้นมาจากลำธารในหมู่บ้านให้หมดเ้าค่ะ ตัวข้าทำคนเดียวคงไม่ไหว”
“เอาล่ะ ข้าจะบอกชาวบ้านที่เหลืออยู่ของเราเื่นี้ก่อน เ้ารอไปพร้อมข้านี่แหละ”
ผู้ใหญ่บ้านฮุนเหอรีบเดินไปหยิบฆ้องประจำตัวแล้วพาภรรยาและจี้จิวไปที่ลานกลางหมู่บ้าน
เป้ง! เป้ง! เป้ง!
เสียงฆ้องดังต่อเนื่องไปพักใหญ่ ชาวบ้านที่เหลืออยู่ไม่กี่ครอบครัวต่างพากันเดินมารวมกันแล้วถามไถ่ว่าผู้ใหญ่บ้านมีเื่ด่วนอะไรกัน แต่คนอื่น ๆ ต่างก็ไม่ทราบเื่จึงได้แต่รอถามเอากับผู้ใหญ่บ้านแทน
“มีเื่อะไรเหรอผู้ใหญ่” ลุงอันรีบเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
“ข้ามีเื่จะบอกให้ทุกคนทราบเกี่ยวกับน้ำในลำธารตอนนี้น่ะสิ วันก่อนจี้จิวขึ้นเขาไปแล้วเห็นสัตว์น้ำลอยตายเต็มไปหมด นางกลัวว่าถ้าเรากินน้ำโดยไม่ต้มให้เดือดก่อนอาจป่วยหนักได้เลยรีบมาบอกข้านี่แหละ พวกเ้าถ้าตักน้ำมาแล้วก็ให้ต้มก่อนกินทุกครั้งรู้หรือไม่ หากเจ็บป่วยตอนนี้ข้าไม่มีปัญญาจะช่วยพวกเ้าตามหมอหรอกนะ เ้าก็รู้ดีว่าภัยแล้งปีนี้เป็อย่างไร”
ชาวบ้านพอฟังผู้ใหญ่บ้านพูดก็พากันรับปากว่าจะต้มก่อนแน่นอน พวกเขาต่างกลัวตายกันทุกคนจึงไม่กล้าฝ่าฝืนคำแนะนำ กว่าพวกเขาจะรอดชีวิตผ่านหน้าแล้งมาได้จนวันนี้ อยู่ดี ๆ จะมาตายเพราะกินน้ำก็กะไรอยู่
“แล้วอีกเื่ที่ข้าอยากขอร้องพวกเ้า ตอนนี้ในลำธารยังมีสัตว์น้ำตายเกลื่อนอยู่ หากเ้าไม่อยากป่วยก็ช่วยกันไปช้อนพวกมันขึ้นมาเผาฆ่าเชื้อเสีย ตอนนี้หมู่บ้านเรามีคนไม่มากก็คงต้องช่วยกันคนละไม้ละมือไปก่อนนะ”
“ใช้อะไรช้อนละผู้ใหญ่ ตอนนี้ในหมู่บ้านเหลือแต่คนแก่อย่างพวกข้านี่แหละ พวกลูกหลานข้าก็อพยพกันไปหมดไม่รู้เป็ตายร้ายดีอย่างไร”
ผู้ใหญ่บ้านพอฟังก็ได้แต่ถอนใจ เขาเองก็ส่งลูกหลานออกไปเช่นกัน แต่ด้วยภาระเขาไม่สามารถจากหมู่บ้านไปได้
“ใช้ตะกร้ามัดกับไม้แล้วช้อนเอาก็ได้เฒ่าเหลียง ยังไงทุกบ้านก็มีตะกร้าไม้ไผ่กันทุกคนอยู่แล้วก็ใช้ไปก่อน พวกเ้ากลับไปเตรียมของก่อนแล้วอีกสองเค่อไปรวมกันที่ต้นน้ำตีนเขา เพราะจี้จิวช่วยจัดการลำธารบนูเาให้พวกเราแล้ว”
ชาวบ้านต่างพากันมองจี้จิวด้วยความตกตะลึง เด็กผอมบางคนนี้ทำความสะอาดลำธารคนเดียวบนเขาต้องใช้แรงกายแรงใจขนาดไหนกัน พวกเขาที่ประสบภัยแล้งแทบไม่มีแรงจะออกจากบ้าน แต่เด็กคนนี้กลับช่วยเหลือทุกคนโดยไม่ปริปาก นางทำมานานแค่ไหนกัน
“ขอบใจเ้ามากนะแม่หนูจี้จิว จากนี้พวกเราจะช่วยเ้าทำความสะอาดเอง เ้าช่วยพวกเรามากแล้ว”
ชาวบ้านต่างรีบขอบคุณนางแล้วแยกย้ายกันไปเตรียมของทันที จากนั้นก็ช่วยกันทำตามวิธีที่จี้จิวบอก ด้วยคนจำนวนมากทำให้การทำงานเร็วกว่าที่นางทำคนเดียว ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน พวกเขาก็ทำความสะอาดไปจนถึงปลายน้ำได้สำเร็จ
ผู้ใหญ่บ้านขอบคุณทุกคนแล้วแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน และไม่ลืมย้ำให้พวกเขาต้มน้ำก่อนกินทุกครั้งป้องกันไว้ก่อนด้วย ชาวบ้านรับปากผู้ใหญ่บ้านด้วยรอยยิ้มแล้วแยกย้ายกันไป