ตอน 9 ไม่ต้องปิดบังอีกต่อไปแล้ว
"ฟางจู พานายหญิงของเ้าไปแต่งกายให้ดีซะ พิธีมงคลยังไม่สิ้นสุด ยังจะต้องพาฮูหยินของข้าไปเข้าพิธียกน้ำชา เพื่อแสดงความเคารพต่อฮูหยินใหญ่"
ฟางจูทำสีหน้าฉงนสงสัย กระซิบถามเหยาจิ่นหยวนว่า
"องค์หญิง...ชายผู้นี้เป็ใครกัน เหตุใดต่อหน้าท่านจึงทำท่าทีโอหังเช่นนี้"
ท่านแม่ทัพใหญ่เห็นท่าทีของฟางจูยังนิ่งเฉยไม่มีความเกรงกลัวต่อนาย ก็รู้สึกไม่พอใจมาก
"เถาเซียว!!! งั้นเ้าลากนางออกไปโบยซะ!!!"
เหยาจิ่นหยวนเริ่มเกรงกลัว นางกลัวว่าจะเสียฟางจูสาวใช้คนสนิทข้างกายไป นางยินยอมทำตามคำสั่งของท่านแม่ทัพแต่โดยดี นางเอามือไปขวางเถาเซียวไว้
"หยุดนะ !!! ถ้าเ้าเข้ามาใกล้นางแม้แต่ก้าวเดียวข้าไม่ยอมแน่"
นางหันหน้าไปหาท่านแม่ทัพ ชักสีหน้าไม่พอใจ ราวกับฝืนใจพูด
"เอาล่ะๆ หลานเจาฝู!!! ท่านเลิกเล่นสนุกได้แล้ว ข้าจะยอมไปแต่งตัวเข้าพิธียกน้ำชากับท่านแต่โดยดี...ไม่เห็นต้องลงไม้ลงมือ"
"ดี เช่นนั้นก็ดี !! เถาเซียวเ้าถอยออกห่างจากนางซะ ตามข้าไปที่ห้องหนังสือ"
"ส่วนเ้า ั้แ่บัดนี้ต่อไปถือว่าเป็ฮูหยินรองสกุลหลาน ย่อมทำตัวให้สมกับเป็ฮูหยินของข้า อย่าทำให้ข้าขายหน้าเป็อันขาด ต่อให้เ้าเป็ถึงองค์หญิงข้าก็จะลงโทษท่าน"
"เหยาจิ่นหยวน สั่งสอนสาวใช้ของเ้าให้ดี ว่าในจวนนี้มีข้าเป็ใหญ่ มิใช่ท่าน จะทำอะไร ทั้งท่าทีและวาจา ย่อมสยบต่อข้าเจาฝู"
ฟางจูได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกหวาดกลัว รีบคุกเข่าคำนับ 3 ครั้ง พร้อมกับพูดว่า
"นายท่าน โปรดอภัยให้ฟางจู ฟางจูมิได้มีเจตนาไร้ความเคารพต่อท่าน ต่อไปฟางจูจะเคารพนายท่าน"
พูดจบ เหยาจิ่นหยวนและฟางจูรีบเข้าห้องไปแต่งองค์ทรงเครื่อง...
เป็เวลา 1 ชั่วยามผ่านไป...
เจาฝูเดินมาจากห้องหนังสือ รอนางที่หน้าตำหนักเรือนหอ.... เดินวนไปวนมาไม่เปิดประตูเข้าไป พึมพำกับตัวเองอยู่ครู่ใหญ่
"ข้ามาเร็วไปหรือไม่ เหตุใดในตำหนักจึงเงียบเช่นนี้ ไร้เงาไร้เสียงเท้า... ทว่า ข้าเปิดประตูเข้าไปนางอาจจะแต่งตัวอยู่ ไม่เหมาะแน่ๆ"
ทันใดนั้นเจาฝู ก็ตัดสินใจที่จะเปิดประตูเข้าไป แต่ในขณะเดียวกัน...
เอี้ยด...!!! เสียงเหยาจิ่นหยวน เปิดประตูออกมาเช่นกัน... ในวินาทีนั้น ทั้งสองปะหน้ากัน ด้วยความใเหยาจิ่นหยวนเสียการทรงตัว...ล้มลงทับร่างเจาฝู ท่านแม่ทัพผู้อกใหญ่ผ่าเผย เอาหน้าอกรับร่างของนางไว้ ใช้มือทั้งสองข้าโอบกอดภรรยา อัตโนมัติ เพื่อให้ไม่เสียการทรงตัว เจาฝูโอบกอดร่างของภรรยาหมุน 1 ตลบ
และแล้ววินาทีนั้นเอง ก็เป็วินาทีที่ทั้งสองต่างเคอะเขินต่อกัน ราวกับหนุ่มสาวที่เพิ่งพบรักแท้....
ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูที่เคร่งขรึม เพื่อปิดบังความเขินอายของตนที่มีต่อภรรยา ก็แกล้งโมโหร้ายดุภรรยา รีบปล่อยร่างของนาง พร้อมกับถอยตัวออกห่าง
"นี่เ้าทำอะไรของเ้าน่ะ คิดจะเปิดก็เปิด "
"เจาฝู ท่านบ้าไปแล้วหรือ นี่มันเรือนของข้า ข้าจะเข้าออกต้องบอกผู้ใดกัน!!!!"
เจาฝูทำเป็หูทวนลมไม่ฟังที่นางพูดเดินนำหน้านางไป พร้อมกับะโกลับมา
"เสียเวลาไปมากแล้ว ชักช้าอยู่ใย ท่านแม่ข้ารอที่ห้องโถงในจวน รีบๆหน่อยเถอะ..."
เหยาจิ่นหยวนรีบเดินตามสามีไป พร้อมกับคิดในใจว่า...
"คนเช่นนี้หรือที่เป็สามีของข้า ช่างเป็คราวซวยของข้าเสียจริง เห้อ แต่เอาเถอะ ยังต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานสินะ"
ณ ห้องโถงจวนสกุลหลาน
"พวกเ้ามาแล้วหรือ ไอ๊หย๊า ฮูหยินรองของข้า "
แม่ของเจาฝูดูตื่นเต้นมากที่มีสะใภ้สูงศักดิ์เป็ถึงองค์หญิง นางชมชอบและเอาอกเอาใจเหยาจิ่นหยวนเป็พิเศษ
เดินไปรับเหยาจิ่นหยวนที่หน้าห้องโถง
"ไอ๊โหย่ว ฝูเอ๋อร์ นี่คือภรรยาของเ้า ดูสิใบหน้าของนางช่างงดงามราวนางฟ้านาง์"
"จิ่นเอ๋อร์ อาการป่วยของเ้าเป็อย่างไรบ้าง หลายปีมานี้มีข่าวลือหนาหูว่าเ้าป่วยเป็โรคประหลาด"
"แต่ดูแล้ว แม่ว่าคงจะเป็แค่ข่าวลือ ดูหน้าตาของเ้าสิ งดงามเช่นนี้ ข่าวลือที่บอกว่าเ้าหน้าตาอัปลักษณ์!! หลอกลวงทั้งนั้น "
"ท่านแม่ เจาฝูว่าท่านรีบกลับไปนั่งเถอะ ข้ากับนางจะได้ยกน้ำชาให้ท่าน"
"ได้ แม่ดีใจเกินไปหน่อย ดีจริงๆที่จวนของเรามีจิ่นเอ๋อร์เพิ่มเข้ามา"
ฮูหยินใหญ่รีบเดินกลับไปนั่ง... และแล้วทั้งสองก็ได้ยกน้ำชาเพื่อแสดงความเคารพต่อฮูหยินใหญ่...
ฮูหยินใหญ่...กล่าวด้วยความเอ็นดู
"จิ่นเอ๋อร์ เมื่อไหร่เ้าจะมีบุตรหลานให้ข้า"
เจาฝูได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเขินอายมาก ทำตัวไม่ถูก รีบพูดตัดบทกลบเกลื่อน
"ท่านแม่!! ท่านพูดอะไรของท่าน ข้าเพิ่งแต่งกับนางได้คืนเดียว ท่านอย่าทำให้นางไม่สบายใจสิ "
"ไอ้หย๊า เอาล่ะๆ จิ่นเอ๋อร์แม่ไม่ได้เร่งรัดเ้า แม่เพียงแค่ดีใจเกินไปหน่อย"
"เอาล่ะ งั้นเ้าอยู่คุยเล่นกับท่านแม่ไปก่อน ท่านแม่ข้าขอตัว..."
ณ จวนสกุลหลาน
ฮูหยินใหญ่ พาเหยาจิ่นหยวน...เดินชมรอบจวน...แนะนำตำหนักต่างๆ สถานที่ต่างๆในจวนให้นางดูเป็อย่างดี
จนกระทั่งเดินผ่านไปที่ตำหนักเก่าๆหลังหนึ่ง ฮูหยินใหญ่เลือกที่จะพานางเดินผ่านไปโดยไม่แนะนำ
"ท่านแม่ ตำหนักนี้คือตำหนักอะไร เหตุใดถึงดูมืดมิดขนาดนี้"
"ต่อไปเ้าจะเข้ามาเป็ผู้ดูแลจวนช่วยแม่ งั้นแม่ไม่ขอปิดบังเ้า ตำหนักนี้เป็ตำหนักที่เก็บของทุกอย่างของนายท่านที่เสียชีวิตไปแล้ว"
"ท่านแม่หมายถึง พ่อของหลานเจาฝูหรือ"
"เ้าเข้าใจได้ถูกแล้ว งั้นเอาเถอะ ตามแม่มา แม่จะพาเ้าไปเคารพนายท่านในตำหนัก"
เมื่อเปิดประตูตำหนักเข้าไปถึงกับต้องผงะ ใ ภายนอกตำหนักดูทรุดโทรมมืดมิด
แต่เมื่อเข้ามาในตำหนักกลับดูสะอาด มีกลิ่นหอม มีแสงเทียนสว่างสไหวทั่วทั้งห้อง
"แม้ท่านพ่อของพวกเ้าจะจากไปนานแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในใจของข้า ข้าไม่เคยลืมเลือน สั่งให้สาวใช้ดูแลสิ่งของในนี้ที่เป็ของเขาไว้อย่างดี"
จิ่นหยวนมัวแต่เคลิ้บเคลิ้มและเดินชมรอบๆ ไม่ทันระวังไปชนม้วนภาพผืนหนึ่งหล่นลง นางหยิบม้วนภาพนั้นขึ้นมาและกางออกแบบไม่ทันได้ตั้งใจ นางถึงกับผงะลืมตัวพูดออกมาทันทีเมื่อเห็นภาพนั้น
"นี่มัน... ท่านแม่ คือท่านแม่ของจิ่นเอ๋อร์ เหตุใดมาอยู่ที่นี่"
ฮูหยินใหญ่ได้ยินเช่นนั้นรีบเดินมาดู ทันทีที่เห็นภาพนั้น ฮูหยินใหญ่คิดในใจว่า
"แม่นางในภาพนี้ เป็แม่นางในใจของท่านพี่ !!!! ข้าสั่งให้บ่าวเอาไปทิ้ง เหตุใดท่านยังไปตามหาภาพของนางมาเก็บไว้อยู่อีก"
"แม้ท่านจะตายไปเป็เถ้ากระดูก ท่านก็ยังทิ้งความขมขื่นเอาไว้ให้ข้า....หลายปีมานี้ท่านช่างร้ายกาจ ใจดำ ไร้ไมตรี ไม่เคยลืมนาง และไม่เคยรักข้าเพียงน้อยนิด"
"เช่นนั้น ฮูหยินรอง จิ่นเอ๋อร์ คงจะเป็บุตรสาวของนางและฝ่าา หึๆๆ โลกนี้ช่างเอาแต่กลั่นแกล้งข้ายิ่งนัก จึงส่งมารหัวใจมาให้ข้า"
***เื่มีอยู่ว่า ย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนที่ฮูหยินใหญ่ยังสาวๆ และพ่อของพระเอก (หลานจื่อหลงยังหนุ่ม)
สกุลหลานเป็สกุลแห่งนักรบ หลายชั่วอายุคนต่างก็เป็ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้ห้าวหาญ เหี้ยมโหดไร้ความปรานีต่อศัตรู นำทัพชนะ 100 ครั้ง แต่แล้ว...ฝ่าาก็ได้ประทานสมรสให้หลานจื่อหลง สมรสกับสาวงามผู้หนึ่ง แม้หลานจื่อหลงพ่อขงพระเอกจะมีสาวงามในดวงใจแล้วก็ตาม ยากที่จะขัดพระราชโองการ จึงตัดสินใจแต่งงานกับสาวงามผู้นั้น สาวงามผู้นั้นก็คือฮูหยินใหญ่หลานในปัจจุบัน...หลานจื่อหลงแต่งงานกับนาง แต่ไม่ได้ชมชอบนางแม้แต่น้อย.... แต่แล้วเมื่อทั้งคู่แต่งงานกันย่อมต้องมีทายาท ดังนั้นหลังจากแต่งงานไม่นาน ฮูหยินใหญ่หลานก็ตั้งท้อง จนกระทั่งคลอดออกมาเป็บุตรชาย (หลานเจาฝู)... หลังจากที่หลานจื่อหลงแต่งงานไปได้ไม่นาน แม่นางในดวงใจก็เสียใจมาก... ไม่ยอมมาพบหลานจื่อหลงอีกเลย... เพื่อแก้แค้นที่หลานจื่อหลงทรยศหัวใจของนาง... นางจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เข้าไปอยู่ในวังหลวง พยายามเป็คนที่โปรดปรานของฝ่าา... ในที่สุด นางก็เข้าวังหลวงได้สำเร็จ ผ่านการคัดเลือกสนมให้ฝ่าา...เพียงเวลาไม่นาน นางก็ได้รับความชมชอบจากฝ่าาจนหาที่สุดไม่ได้ นางได้ขึ้นเป็ซื่อฟูเหรินในระยะเวลาอันสั้น (ซื่อฟูเหริน ตำแหน่พระชายาเอกขั้นที่ 1 ) ยศสูงรองจากฮองเฮา
นางใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงน้ำใจของหลานจื่อหลงอดีตคนรัก... ทุกครั้งที่เดินผ่านกันในวังหลวง.. เป็หลานจื่อหลงที่ก้มหัวโค้งคำนับให้นาง เป็วิธีแก้แค้นที่นางสะใจนัก... จนกระทั่งวันที่หลานจื่อหลงเสียชีวิตนางก็ไม่แยแสแม้แต่น้อย...
ฮูหยินใหญ่หลานั้แ่แต่งเข้าจวนสกุลหลานก็ไม่เคยได้รับความรักความโปรดปราน ความอ่อนโยนจากหลานจื่อหลงเลย... จนกระทั่งวันหนึ่ง... นางตั้งใจทำน้ำแกงไก่เข้าไปให้หลานจื่อหลงที่ทำงานราชการอยู่ในห้องหนังสือภายในจวน... ไม่ทันระวังทำน้ำแกงหกใส่ม้วนกระดาษม้วนหนึ่ง...
หลานจื่อหลงเห็นเช่นนั้นใมาก รีบผลักถ้วยน้ำแกงไก่ที่ร้อนๆทิ้งจนสาดกระเซ็นไปลวกมือฮูหยินใหญ่หลาน... เมื่อเขาเปิดภาพออกมา พบว่าภาพวาดนั้นเสียหาย โกรธมาก สั่งโบยฮูหยินใหญ่แบบไร้ความปรานี ั้แ่ครั้งนั้นเป็ต้นมาฮูหยินใหญ่หลาน ก็ผูกใจเจ็บ ตามสืบให้ได้ว่าคนในภาพวาดนั้นเป็ผู้ใด...