บทที่ 15 ปะทะ
"เจียวมิ่ง เ้าเป็ผู้าุโของสำนักโลหิต เข่นฆ่าผู้คนไปมากมาย วันนี้สำนักวายุมรกตของข้าจะมาทวงความยุติธรรมให้กับพวกเขา!"
บุรุษที่เหมือนจะเป็ผู้นำของกลุ่มคนที่ล้อมรอบสำนักโลหิตกล่าวขึ้น คนพวกนั้นล้วนสวมชุดสีเขียวมรกตดั่งหยกที่บริสุทธิ์ สายตาของพวกเขาแสดงถึงความอาฆาตแค้น
"ฮ่าๆๆๆ เฟยฉี เ้าหน่ะรึทวงความยุติธรรม?"
ทันใดชายชราที่เสวี่ยซานพบเจอในหอประมูลก็ก้าวเดินออกมาจากรถม้า สองมือไพร่หลัง ยืดอกตัวตรง ชายชราท่าทางดูองอาจดุจขุนเขาที่ไม่มีวันพังทลาย
"ใช่! เ้าและสำนักโลหิตของเข้าเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปมากมาย วันนี้ข้าเฟยฉีผู้าุโของสำนักวายุมรกตจะให้พวกเ้าชดใช้กับสิ่งที่พวกเ้ากระทำ!"
"ฮ่าๆๆๆ เฟยฉี สำนักของเ้ากับข้านั้นมิเคยมีเื่ขุ่นข้องหมองใจกันมาก่อน เหตุใดวันนี้จึงมาอ้างความยุติธรรมล่ะ? หรือจริงๆเ้าอยากได้แผนที่เหมันต์ต้นกำเนิดกันแน่?"
เจียวมิ่ง ผู้าุโของสำนักโลหิตแสยะยิ้มอย่างรู้ทัน ไอ้คนพวกนี้เจอเขาทีไรต้องวิ่งหนีหางจุกตูดตลอด แต่วันนี้กลับพายอดฝีมือของสำนักมาคิดจะ่ชิงแผนที่ เหอะ ฝันไปเถอะ!
"หุบปากซะ! เจียวมิ่ง หากเ้ายอมส่งแผนที่ออกมาให้พวกเรา เ้าสำนักของพวกเราจะยอมให้สำนักของเ้าดำรงอยู่ต่อไป และเื่ที่เ้าเช่นฆ่าผู้บริสุทธิ์นั้นจะถือว่าเป็โมฆะ!"
เสวี่ยซานที่มองอยู่ห่างๆถึงกับมองบน พวกสำนักฝ่ายธรรมมะและอธรรม นั้นก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมาก โดยแค่ฝ่ายอธรรมจะสังหารผู้คนโดยโจ่งแจ่ง แต่ฝ่ายธรรมมะจะสังหารผู้คนโดยแอบอ้างความยุติธรรม เื่แบบนี้มีทุกยุคทุกสมัยจริงๆ
"เหอะ หากพวกเ้ากล้าที่จะเปิดศึกระหว่างสำนักก็เอาเลย สำนักของพวกข้ามิมีอะไรต้องเกรงกลัวสำนักเล็กๆของเ้าหรอก!"
แน่นอนว่านั่นคือเื่จริง สำนักโลหิตคือสำนักมารที่ใหญ่มากที่สุดในอาณาเขตเมืองต้าจี๋ ส่วนสำนักวายุมรกตนั้นแม้จะเป็สำนักระดับกลาง แต่ก็ไม่สามารถประมาทได้
"ดี! ในเมื่อพวกเราให้โอกาสกับเ้าแล้ว แต่พวกเ้ากลับไม่ยอมรับความหวังดี เช่นนั้นก็ตายซะ!" เฟยฉีที่เหมือนจะทนไม่ไหวอีกต่อไป มือของเขาชักกระบี่และพุ่งออกไป
"พูดมากปากเหม็น ฆ่าพวกมัน!" เจียวมิ่งส่งเสียงคำรามสั่งคนในสำนักออกมาเสียงดัง ก่อนจะพุ่งออกไปปะทะกับเฟยฉี
เคร้งงง!! เคร้งงง!! เคร้งงง!!!
เสียงกระบี่หลายสิบเล่มปะทะกัน ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากต่อสู้กันอย่างดุเดือด
"คมกระบี่วายุ!!"
ฟิ้วว!! ฟิ้วว!!
เฟยฉีคำรามลั่น กระบี่ในมือส่องกระกายก่อนจะฟันออกไป ปราณกระบี่เฉือนอากาศจนเกิดรอยฉีกขาดเป็ทางยาวพร้อมทั้งพุ่งเข้าใส่เจี้ยวมิ่งอย่างรวดเร็ว
"ฝ่ามือโลหิตทะลวงิญญา!!" เจียวมิ่งก็ไม่น้อยหน้า เขาสร้างฝ่ามืออากาศขนาดใหญ่สีแดงสดดั่งโลหิต พุ่งออกไปปะทะกับปราณกระบี่ของเฟยฉีทันที
ตู้มมมม!!! ตู้มมมม!!!
ทันทีที่ท่าฝ่ามือและปราณกระบี่ปะทะกัน ก็เกิดสนามพลังปราณขึ้น เสียงะเิกัมปนาทดังสนั่นจนแผนดินทะเทือน
เฮือกกกก!!
ศิษย์ของทั้งสองสำนักถึงกับสูดหายใจลึก การปะทะกับของสองผู้าุโชั่งน่าตะลึงนัก!
"เหมือนพวกเ้าจะมีดีอยู่บ้างนะ" เจียวมิ่งเค้นเสียงหนึ่งที ก่อนจะพูดจาเย้ยหยันอีกฝ่าย
"เหอะ เ้าก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น นี่หรือสำนักโลหิตสำนักที่ยิ่งใหญ่ในอาณาเขตเมืองต้าจี๋ ก็ไม่เท่าไหร่" เฟยฉีเช็ดเืที่มุมปากก่อนจะพูดจาถากถางอีกฝ่ายไป
"ฮ่าๆ เมื่อกี้แค่น้ำจิ้ม งั้นข้าจะเอาจริงละนะ!!" เจียวมิ่งพูดจบก็ไม่รอช้าปลดปล่อยพลังปราณที่ยิ่งใหญ่ออกมา ซึ่งนั่นก็ทำให้คนของสำนักวายุมรกตหรือแม้แต่เสวี่ยซานและคนอื่นๆที่แอบมองอยู่ตกตะลึง
ระดับเชี่ยวชาญปราณ!!
เฟยฉีถึงกับอ้าปากค้าง ที่แท้มันก็อยู่ระดับผู้เชี่ยวชาญปราณแล้วนี่เอง ถึงว่าทำไมจึงได้ตัดสินใจออกเดินทางแบบเอิกเกริกเช่นนี้!
"ถอย!!" เฟยฉีเอ่ยปากสั่น สั่งให้คนของสำนักโลหิตถอยทันที อยู่ไปก็มีแต่จะถูกสังหาร ระดับมันต่างกับเกินไป เขาที่อยู่ระดับผู้ฝึกปราณแปดดาว จะเอาอะไรไปสู้กับระดับเชี่ยวชาญปราณ
ทว่าเจียวมิ่งกลับไม่ปล่อยให้มีเื่เช่นนั้นเกิดขึ้น เขาปล่อยแรงกดดันของระดับเชี่ยวชาญปราณออกมากดทับคนของสำนักวายุมรกตทันที
"ทุกท่าน ข้ารู้ว่ายังมีอีกหลายคนที่กำลังรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ข้าแนะนำว่าให้รีบไปเสียดีกว่า วันนี้เป็วันดี ข้ายังไม่อยากสังหารใครมาก หากทุกท่านรีบไสหัวไปเสีย ข้าจะไม่เอาความอะไร"
เจียวมิ่งพูดจบก็ยืนมือไพร่หลังแผ่ท่าทางน่าเกรงขามออกมา
ฟิ้ววว!! ฟิ้วว!!
พูดจบก็ได้ยินเสียงลมหวีดหวิวดังติดๆกัน ซึ่งแน่นอนว่านั่นก็คือกลุ่มคนที่มาซุ่มรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์นั่นเอง
แต่ในขณะที่เสวี่ยซานกำลังจะลุกหนีไป กลับได้ยินเสียงของใครบางคนพูดขึ้น
"เ้าจะไปไหน"
"หนีน่ะสิ ข้าพึ่งบรรลุระดับผู้ฝึกปราณไม่นาน จะเอาอะไรไปสู้ระดับผู้เชี่ยวชาญปราณ"
เสียงที่พูดขึ้นเมื่อกี้ก็คือหอกเมฆานั่นเอง
"ใจเย็นก่อน พลังปราณในร่างของตาแก่นั่นมันปั่นป่วนมาก"
"เ้าจะบอกว่านั่นไม่ใช่ระดับจริงๆของผู้าุโคนนั้นรึ?"
"หากข้าเดาไม่ผิด นั่นน่าจะเป็พลังของเคล็ดวิชาอะไรสักอย่าง"
"เช่นนั้นก็ต้องรอสินะ วิชาที่เพิ่มพลังการบ่มเพาะในชั่วพริบตานั้นเป็วิชาที่ทรงพลังมาก"
"นั่นก็ใช่ ทว่าหากถึงขีดจำกัดของวิชา ผลที่จะตามมาคือผู้ใช้จะอ่อนแรงไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง หรือไม่ก็ต้องสูญเสียพลังการบ่มเพาะไปในระดับนึงเลยก็ได้ แต่จากที่ข้าคาดเดา วิชาที่ตาแก่นั่นใช้ น่าจะทำให้อ่อนแรงไปชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้น"
ทันที่ที่หอกเมฆาวิเคราะห์พร้อมกับพูดให้เสวี่ยซานฟังนั้นก็ทำให้เสวี่ยซานถึงกับตาลุกวาว หากเขาได้เคล็ดวิชานี้มา ก็จะยิ่งทำให้เขาทรงพลังมายิ่งขึ้นมิใช่หรือ?
ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำนะครับ