เมอร์ลินอย่างนั้นหรือ?
เมอร์ลินคือชื่อของผู้ใดกัน? หรือเธอเอ่ยเรียกนามนั้นแก่ข้า?
์! นี่มันเื่ราวอันใดกันเล่า
"ไม่เป็ไรหากเ้ายังตอบแม่ไม่ได้ก็ไม่เป็ไร ขอเพียงเ้าฟื้นขึ้นมา เท่านี้แม่ก็ดีใจมากแล้ว ขอบคุณทวยเทพทั้งหลาย ขอบคุณที่ช่วยชีวิตลูกชายของข้า"
หญิงสาวโผเข้ากอดร่างของเทียนหลงทั้งน้ำตา เมื่อร่างของเขาัักับอ้อมกอดของหญิงสาว ทันใดนั้นเื่ราวมากมายก็ก็ไหลผ่านถาโถมเข้าสู่สำนึกของเทียนหลง เื่ราวที่ไม่คุ้นเคย เื่ราวที่แปลกประหลาด มันเป็เื่ราวของเด็กน้อยที่อยู่ในวัยเจ็ดขวบนามว่า ‘เซอร์เตส เมอร์ลิน’
หญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้านี้คือ ‘เซอร์เตส เมย์’ มารดาของเด็กน้อยคนนี้เธอเป็อนุภรรยาคนที่สามของ ‘เซอร์เตสวิชเชอร์’ แห่งตระกูลเซอร์เตส
หากจะกล่าวถึงตระกูลเซอร์เตส ตระกูลเซอร์เตสนั้นมี ‘เซอร์เตส โรเซ่’ เป็ผู้นำตระกูล เขาคนนี้คือขุนนางในตำแหน่งเอิร์ลแห่งมิเคอร์เบิร์กที่อยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรอารากอน หนึ่งในอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของแผ่นดิน
บุรุษผู้ชื่อ ‘วิชเชอร์’ นั้นเขาเป็บุตรคนที่สี่ของเอิร์ลเซอร์เตส
วิชเชอร์นั้นมีภรรยาถึงสามคนด้วยกัน
ภรรยาคนแรกได้ให้กำเนิดบุตรชายเช่นเดียวกันบุตรของภรรยาคนแรกนั้นถูกเลี้ยงดูอุ้มชูโดยตระกูล
ภรรยาคนที่สองนั้นไร้บุตรสืบทอด แต่เธอนั้นเป็คนที่รักและเทิดทูนวิชเชอร์เป็อย่างมากมากเสียจนยอมมอบชีวิตของเธอให้กับวิชเชอร์ได้
ภรรยาคนสุดท้ายของวิชเชอร์คือเมย์ หญิงสาวที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเทียนหลงณ ตอนนี้
น่าเสียดายที่ชีวิตของวิชเชอร์นั้นแสนสั้นเขานั้นจากไปด้วยโรคติดต่อที่ระบาดตอนออกตรวจราชการ ไม่นานโรคร้ายนั้นก็ได้พรากลมหายใจของวิชเชอร์ไป
ภรรยาคนรองของเขานั้นเสียใจเป็อย่างมาก เธอเป็คนที่รักและเทิดทูนวิชเชอร์ผู้เป็สามีดุจชีวิตเมื่อเผชิญกับการจากไปของวิชเชอร์ สุดท้ายแล้วเธอก็ได้ตัดสินใจกระทำการที่สิ้นคิดปลิดชีพตัวเธอเองและตายตามวิชเชอร์ไป
หลังจากที่เอิร์ลโรเซ่สูญเสียวิชเชอร์ไป เขาจึงเสียใจเป็อย่างมาก
่เวลาแห่งการจากไปของวิชเชอร์นั้นกลับเป็่ที่เด็กน้อยเมอร์ลินถือกำเนิดด้วยความแค้นใจส่วนหนึ่งที่บุตรชายไปนำเอาคนรับใช้ที่ไร้หัวนอนปลายเท้ามาเป็ภรรยา แม้ว่าเมย์จะมีศักดิ์เป็ลูกสะใภ้คนหนึ่งแต่เอิร์ลเซอร์เตสก็ยังรู้สึกเกลียดชัง
ส่วนหลานที่กำเนิดมาจากชนชั้นที่ต่ำต้อย มิหนำซ้ำยังนำพาความโชคร้ายทำให้ลูกชายของเขานั้นต้องจากไป สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้ความไม่พอใจของเอิร์ลโรเซ่ที่มีต่อสองแม่ลูกนั้นเพิ่มขึ้นเท่าทวี
ทันทีที่วิชเชอร์จากไปฐานะของเมย์ยิ่งตกต่ำลง สะใภ้คนที่สามนั้นเป็แต่นามเรียกขานเธอนั้นถูกผู้คนเหยียดหยาม ฐานะของเธอถูกลดไปเป็ผู้รับใช้ดังเดิม
ส่วนเมอร์ลินบุตรชายของเธอนั้นเมื่อไม่นานมานี้เด็กน้อยได้ถูกส่งให้ไปเป็ผู้ดูแลของบุตรของดยุกโคว์ดยุกผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรอารากอน
กระนั้นเหตุใดหลานของตระกูลเซอร์เตสผู้มีเกียรติถึงกลับต้องถูกส่งไปเป็ข้ารับใช้เล่า?
ทำไมหัวใจของเอิร์ลเซอร์เตสจึงเต็มไปด้วยความเกลียดชังกับสองแม่ลูก?
เพียงแค่่เวลาไม่กี่อึดใจ เหตุการณ์ต่างๆ มากมายั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันของเด็กน้อยที่ชื่อเมอร์ลินก็หลั่งไหลเข้าสู่สำนึกของเทียนหลงจนเขารู้สึกถึงโพรงสมองแหล่งกักเก็บความรู้ของเขานั้นรู้สึกตื้อตันจนมึนงง
เหตุการณ์ล่าสุดที่หลั่งไหลเข้ามาเป็ห้วงสุดท้ายทำให้เทียนหลงถึงกับจดจำมันได้ราวกับมันตามติดตาออกมามันเป็ภาพของแม่น้ำสายใหญ่ที่กระแสน้ำเชี่ยวไหลอย่างคึกคะนอง
แม่น้ำสายใหญ่?
เหตุใดเขาจึงต้องเห็นแม่น้ำสายใหญ่?
ว่าแล้วภาพเบื้องหน้าก็เริ่มชัดเจนมันเป็ภาพของเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งอยู่ในระหว่างกลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากที่ไปถูกนำไปเป็ผู้ติดตามของบุตรชายดยุกโคว์ แต่กระนั้นเขากลับถูกเด็กคนหนึ่งะโเข้ามาขวางหน้าและกำลังกลั่นแกล้งเขาความร้ายแรงของการถูกรังแกนั้น ทำให้เด็กน้อยพลาดตกลงไปในกระแสน้ำอันเชี่ยวกราด
เด็กน้อยกำลังดิ้นรนเขาพยายามยื้อชีวิตของเขาจนสุดแรง แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้เขาเอาชนะกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวอย่างเกรี้ยวกราดได้
ร่างเล็กจึงค่อยๆ จมลงและจมลง
เฮือก! เทียนหลงสะดุ้งตื่นจากภวังค์ในทันใด
หรือว่านี่คือร่างของเด็กน้อยคนนั้น?
เด็กที่ชื่อเซอร์เตส เมอร์ลิน?
เทียนหลงมองดูมือและเท้าเล็กๆ ของตนทุกสัดส่วนของเขาถูกย่อขนาดเล็กลงกว่าแต่ก่อน ผิวพรรณอันอ่อนเยาว์เหล่านี้หาใช่สิ่งที่เขา้าไม่
เขาครุ่นคิดในภวังค์ หากกล่าวตามหลักความเป็ไปได้ เขานั้นได้หลงเข้ามาอยู่ในร่างที่ไม่สมควรอยู่เด็กน้อยผู้นี้อาจจะสิ้นชีพไปแล้ว ิญญาของร่างนี้อาจเข้าสู่วัฏสงสาร
แล้วเหตุใดกัน?
ผู้บรรลุการบำเพ็ญเซียนเช่นเขาถึงได้มาอยู่ในร่างนี้?
เมื่อเขาได้ทำการตามขั้นตอนการตัดิญญาได้สำเร็จจิติญญาของเขาไม่สมควรจะมาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ที่ที่เขาสมควรปรากฏควรเป็์
ไม่ใช่ที่แห่งนี้!
เทียนหลงใ และเศร้าใจเป็อย่างยิ่งวูบหนึ่งเขาอดคิดคับแค้นใจเสียไม่ได้ หรือนี่คือความผิดพลาดของการตัดิญญาจึงทำให้เขาต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
เมื่อเทียนหลงมองไปยังเบื้องหน้าอีกครั้งหนึ่งหญิงสาวชื่อเมย์ยังคือเฝ้ามองเขาด้วยท่าทีที่แสดงความกังวลหากเื่ทั้งหมดเป็เช่นนี้ เขาเองจำต้องยอมรับชะตากรรมด้วยความที่เขาเป็ผู้ฝึกตนที่บำเพ็ญตนนับร้อยปีเทียนหลงจึงสามารถปลงกับเื่ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว
ต่อไปเขาต้องใช้ชีวิตในชื่อของเด็กน้อยเมอร์ลินและเขาต้องยอมรับหญิงสาวคนนี้เป็มารดาของเขาั้แ่นี้เป็ต้นไป
ทันใดนั้นมืออันหยาบกร้านของหญิงสาวก็เอื้อมมาััยังศีรษะของเด็กน้อยั์ตาของหญิงสาวนั้นแฝงด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน
เหตุใดมือของหญิงสาวช่างหยาบกร้านเช่นนี้?
หญิงสาวทุกคนควรมีผิวพรรณและมือไม้ที่นิ่มนวลมิใช่หรือ?
แต่สำหรับเมย์แล้วมือนี้ของเธอนั้นมีไว้ปกป้องลูกน้อย เพราะความเป็กำพร้าของเธอเธอจึงไม่มีที่พึงพาใดอื่นนอกจากที่นี่ต่อให้เป็คนรับใช้หรือใดอื่นเธอก็ต้องจำยอม ทั้งหมดนี้เพื่อความสุขของลูกน้อย
"ท่านแม่" เทียนหลงที่ต้องใช้ชื่อใหม่ว่าเมอร์ลินกล่าวออกมา
เมย์ส่งรอยยิ้มอันนุ่มนวลให้แก่ลูกน้อยแล้วเธอก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
"เมอร์ลิน เ้ารู้ไหมแม่เป็ห่วงเ้าแค่ไหน? เ้าอย่าซุกซนจนทำให้แม่ทุกข์ใจเช่นนี้อีก ... เอาล่ะ เวลานี้แม่จะไม่บ่นว่าเ้าพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวแม่จะไปหาอะไรมาให้เ้าทาน"
น้ำเสียงของผู้เป็แม่เอ่ยกล่าวด้วยความห่วงใยหญิงสาวก้มลงประทับริมฝีปากจรดหน้าผากของเด็กน้อย แล้วขยับตัวลุกเดินออกจากห้อง
ดังนั้นแล้ว ยามนี้ภายในห้องจึงเหลือแต่เทียนหลงในร่างของเด็กน้อยเมอร์ลิน
เขาค่อยๆเริ่มสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวอีกครั้งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้ช่างแตกต่างจากภพภูมิของเขายิ่งนัก สภาพภายในห้องแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็กระท่อมมากกว่าบ้านเรือนเสียอีกผนังทั้งสี่ด้านล้วนทำด้วยดินหินขรุขระ
เมอร์ลินเห็นแล้วช่างขัดใจมันนัก ครั้งหนึ่งเขานั้นเป็ถึงผู้ฝึกตนบำเพ็ญเพียรระดับสูงสุดของขั้นร่วงโรย เมื่อเห็นหญิงสาวที่ชื่อเมย์แล้วเขาไม่อาจทนดูความลำบากที่อาศัยอยู่ในสถานที่เช่นนี้ได้
แม้นเริ่มต้นการบำเพ็ญเพียรเขาจะต้องใช้ชีวิตที่แสนทรหด แต่ใน่บั้นปลาย เมื่อเขาอยู่ในขั้นสูงสุดของการบำเพ็ญเพียรแล้วสิ่งของรอบกายเขาสามารถสรรหาพวกมันมาได้อย่างง่ายดาย
เขาเทียนหลงที่อาศัยร่างของเด็กน้อยผู้นี้นับแต่นี้ไปเขาจะต้องใช้ชีวิตในชื่อของเด็กน้อยเมอร์ลิน
เขาทดลองสะบัดมือพร้อมกับเคลื่อนพลังปราณเซียนเพื่อตรวจสอบพลังของเขา
พรึบ! พรึบ! พรึบ!
์!
นี่มันเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้น! เหตุใดตบะปราณเซียนของเขาถึงได้หดหายมลายไปหมดเช่นนี้
เขาซึ่งเป็ถึงผู้ฝึกตนบำเพ็ญเพียรระดับสูงสุดของขั้นร่วงโรยการบำเพ็ญเพียรของเขานั้นใช้เวลามากกว่า 600 ปี เหตุใดบัดนี้พลังตบะปราณเซียนของเขาถึงหายไปหมดเกลี้ยงเช่นนี้
หรือนี่คือผลอีกอย่างหนึ่งของความล้มเหลวจากขั้นตอนการตัดิญญา
การบรรลุเข้าขั้นสู่์ คือการบรรลุการเป็เซียนอย่างแท้จริงจำต้องผ่านขั้นตอนการตัดิญญาให้สำเร็จเสียก่อน ในอดีตที่ผ่านมาหากผู้ฝึกตนที่ทำการตัดิญญาล้มเหลว ิญญาของคนผู้นั้นจะถูกทัณฑ์์ฟาดฟันจนิญญาแตกสลายมิอาจก่อเกิด ณ ที่แห่งใดได้อีก
แล้วเหตุใดเมื่อเขาได้กระทำขั้นตอนการตัดิญญาแล้วจึงมาปรากฏณ ที่แห่งนี้?
หรือนี่คือความล้มเหลว
ไม่สิ หากล้มเหลวิญญาของเขาสมควรที่จะถูกทัณฑ์์สะบั้นจนิญญาแตกสลายแต่มันกลับไม่เป็เช่นนั้น
แล้วนี่มันคืออะไรกัน? หรือนี่คือความล้มเหลวในอีกรูปแบบหนึ่ง?
คิดได้เช่นนี้แล้วหัวใจของเขาก็พลันถูกปกคลุมด้วยความเศร้า
น่าเจ็บใจ! มันช่างน่าเจ็บใจเป็ยิ่งนัก!
เทียนหลงในร่างของเมอร์ลินล้มตัวนอนลงบนเตียง ยิ่งเขาคิดมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเจ็บใจมากเท่านั้น เขาไม่คิดเลยว่าความล้มเหลวของเขานั้นจะสามารถทำให้เขาเ็ปใจถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา
บัดนี้ผลแห่งความเพียรพยายามของเขาทั้งหมดได้สูญหายไปหมดแล้วตบะปราณเซียนหลายร้อยปีของเขาได้มลายหายไป
เด็กน้อยกัดฟันกรอดอยู่บนเตียงอย่างเจ็บแค้นใจกลิ่นอายแห่งความหมองหม่นกระจายออกมารอบๆ ตัวเขา
ในอดีตนับแต่ที่เขาประสบกับโศกนาฏกรรมในครั้งนั้นแล้ว เขาก็ได้ทำการเก็บตัวฝึกฝน ปิดด่านฝึกตนอย่างพากเพียร
หลายร้อยปีเขานั้นแทบจะไม่ออกมาจากโลกภายนอก
ในรอบหลายร้อยปีเขาเคยเปิดด่านออกมาเพียงสามครั้งเท่านั้นครั้งแรกคือตอนที่เขาบรรลุถึงขั้นแตกหน่อ ครั้งที่สองเขาบรรลุถึงขั้นผลิดอกและครั้งสุดท้ายเขาบรรลุถึงขั้นร่วงโรย จนคนในสำนักแทบจะลืมตัวตนของข้าไป
เมื่อเวลาล่วงผ่านไปศิษย์ในสำนักก็ต่างพากันเรียกเขาว่า‘บรรพบุรุษ’ ไปเสียแล้ว
แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้รากฐานที่เขาพากเพียรสร้างขึ้นมาพังทลาย
เมื่อเขาไม่ได้เป็เซียนดั่งใจหวังความกังวลพุ่งเข้าจู่โจมความคิดเขา เื่ราวมากมายต่างผุดขึ้นในหัวของเขาหลากหลายมันเป็เื่ราวในชีวิตที่ผ่านมาของเขาเื่ราวที่เป็แรงผลักดันในการเป็เซียนของเขา
ยิ่งคิดมากเท่าไหร่อารมณ์ของเขาก็ยิ่งดิ่งลงไปทุกที เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ใน่เวลาหนึ่งความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในชั่ววูบ
ไม่ได้สิ!เขาจะมัวมาท้อแท้ใจแบบนี้ไม่ได้
ในเมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ ยังมีร่างกายและเืเนื้อ การฝึกตนบำเพ็ญเพียรไม่ควรจบสิ้นเขาสู่ทางตันเพียงเท่านี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น ไฟแห่งความหวังของเขาก็ลุกโชนขึ้นมากอีกครั้งหนึ่ง
ร่างของเด็กน้อยพลันลุกขึ้นมาจากเตียงอีกครั้งเขาเคลื่อนกายแล้วขยับตัวทำการนั่งลงในท่าทำสมาธิในทันที
เมื่อคิดสะระตะอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาจะมามัวเสียใจจมอยู่กับความสิ้นหวังเช่นนี้ไม่ได้
เขาจะต้องก้าวต่อไป แม้จะต้องเริ่มนับหนึ่งอีกครั้งหนึ่งก็ตาม
เมอร์ลินเริ่มทำรวบรวมพลังปราณเซียนรอบๆตัวของเขา
แต่ทว่า ...
เดี๋ยวก่อน!
นี่มันอะไรกัน!
เหตุใดที่แห่งนี้ถึงไม่มีพลังปราณเซียนเลยแม้น้อยเมอร์ลินไม่สามารถััได้ถึงพลังปราณเซียนได้เลยแม้แต่น้อย
์! แล้วนี่มันอะไรกัน
แท้จริงแล้วรอบกายของเขานั้นสมควรปรากฏพลังปราณเซียนหรือพลังปราณชีวิตแต่บัดนี้นอกจากเขาจะไม่สามารถััถึงพลังปราณใดๆ ได้แล้ว แต่เขากลับสามารถััได้ถึงพลังงานในอีกรูปแบบหนึ่ง
เขานั้นรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างยิ่ง
ภพภูมิแห่งนี้ไม่มีทั้งพลังปราณเซียนและปราณชีวิตที่เป็สิ่งจำเป็ของผู้ฝึกตนเป็เซียนหรือผู้ฝึกยุทธ์ต่อสู้แต่กลับมีพลังประหลาดอีกอย่างหนึ่งปะปนอยู่ในอากาศจำนวนมาก
เขาทดลองชักนำและดึงดูดพลังประหลาดนี้เข้าสู่ร่างกายตามหลักวิธีที่เขาเคยทำ
ไม่น่าเชื่อ! ร่างกายของเขานั้นสามารถดูดซับพลังงานประหลาดเหล่านี้ได้
“แต่เหตุใดมันถึงมุ่งที่จะเข้าสู่ตำแหน่งหัวใจ?” เทียนหลงในร่างของเมอร์ลินขมวดคิ้วอย่างสงสัย
ร่างเด็กน้อยของเมอร์ลินพยายามบังคับพลังประหลาดที่กำลังเคลื่อนไหวภายในร่างเขาใช้สำนึกแห่งการบำเพ็ญเซียนกดดันพลังประหลาดนี้เอาไว้และในทันใดนั้นเองเมื่อพลังประหลาดนี้ถูกกดดันมากๆ เข้า มันก็กลายเป็การกลั่น
พลังประหลาดถูกกลั่นจนกลายมาเป็พลังที่เขาคุ้นเคย
สำนึกแห่งการบำเพ็ญเซียนของเขาถูกเปิดออกมันสามารถกลั่นพลังประหลาดให้กลายเป็พลังปราณเซียนได้
เมื่อเห็นดังนั้นเด็กน้อยเมอร์ลินจึงดำเนินการรวบรวมพลังประหลาดเข้าไปในร่างของเขาอย่างต่อเนื่องและเพียงเวลาไม่นานทันใดนั้นเอง
ซู่!
ร่างกายของเด็กน้อยปรากฏไอร้อน มันเป็ควันสีขุ่นอันเบาบางพุ่งออกมาจากร่างของเขาร่างกายของเมอร์ลินนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อ ปรากฏคราบไคลออกมาอย่างน่าประหลาด
นี่มัน!
ระดับ 1 ของขั้นรวบรวมปราณ!
์! เหตุใดเขาถึงสำเร็จระดับ 1 ของขั้นรวบรวมปราณได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
ไม่ผิดแน่ การที่ร่างกายสามารถขับเหงื่อสีคล้ำออกมาจากทุกรูขุมขนได้แบบนี้นั่นหมายถึงการประสบความสำเร็จในการรวบรวมปราณ
นี่มันเื่ใดกัน?
ทั้งที่ในอดีตกว่าที่เขาจะสามารถสำเร็จในขั้นนี้ได้เขาต้องใช้เวลาเกือบสองปีในการฝึกฝนรวบรวมพลังปราณ แต่นี่เขาเพียงรวบรวมพลังแค่เพียงไม่กี่อึดใจก็สามารถประสบความสำเร็จทะลวงขั้นแรกได้แล้ว
เหตุใดเขาถึงสำเร็จระดับ 1 ของขั้นรวบรวมปราณได้รวดเร็วเพียงนี้?
หรือว่า!
พลังประหลาดที่เขาสามารถััได้ในดินแดนแห่งนี้จะมีความเข้มข้นที่มากกว่าพลังปราณในภพภูมิก่อนหลายเท่า พลังประหลาดนี้ดีกว่ากลิ่นอายฟ้าดินในห้องถ้ำบ่มเพาะที่ยอดเยี่ยมเสียด้วยซ้ำ
เมอร์ลินอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มออกมา ความยินดีของเขานั้นเปรียบดั่งลิงโลด ไฟที่กำลังจะมอดดับในใจของเขาถูกทำให้พัดกระพือขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
หากเป็ดังที่เขาหวังไว้ เช่นนี้แล้วหนทางในการบ่มเพาะอีกครั้งหนึ่งของเขานั้นย่อมโรยด้วยกลีบดอกไม้พลังประหลาดนี้เปรียบดังทรัพยากรชั้นยอด มันมีค่าเหนือกว่ากลิ่นอายใดๆที่เขาเคยเจอมา
การไปสู้ขั้นร่วงโรยระดับสูงสุดและทำการตัดิญญาอีกครั้งหนึ่งนั้นย่อมไม่ยากเย็นเหมือนในอดีตอีกต่อไป
แม้พายุจะโหมกระหน่ำแต่เมื่อผ่านพ้นไปแล้วย่อมเห็นท้องฟ้าที่กระจ่างใส ในโชคร้ายนั้นยังมีโชคดีแฝงอยู่
“์! ขอบคุณที่ให้โอกาสข้าอีกครั้งหนึ่ง”