ดั่งที่เ้าหวัง?
ทันทีที่คํากล่าวนี้หลุดออกมาจวิ้นเหล่ย กู่ฉิงเฟิง บรรดาทหาร ไม่เว้นแม้บุรุษหนุ่มชุดเขียวที่นิ่งสงบมาตลอดพวกเขาต่างเผยให้เห็นถึงใบหน้าแห่งความสับสน ยากที่จะเข้าใจ
เฉินเมิ่งิแม้จะสับสนดั่งเช่นคนอื่นแต่ต่อมามันก็มีสีหน้าเยาะเย้ยให้เห็น
“ดั่งที่เ้าหวัง?เ้ากล่าวราวกับสามารถทะลวงได้ทุกเมื่อได้อย่างไรอย่างนั้นช่างน่าหัวร่อเสียจริง!’’
ไม่ว่าใครก็รู้ว่าการทะลวงพลังในแต่ละครั้งจะต้องมีสมาธิสูงส่ง เพื่อการนั้นจักต้องเข้าสู่สภาวะ ‘ตั้งมั่น’เพิ่มพูนสมาธิให้กล้าแกร่ง จึงจะสามารถนําพาเส้นทางแห่งการฝึกตนให้ไปในระดับที่สูงลํ้ายิ่งกว่าได้
แน่นอนว่าในระหว่างการต่อสู้คงมิมีผู้ใดสามารถทําเช่นนั้นได้!
คํากล่าวที่ราวกับสามารถทะลวงพลังได้ทุกเมื่อจึงเป็อันใดไม่ต่างจากการเผยลม!
เผยลมอันไร้สาระที่มิมีผู้ใดเชื่อ!
“เช่นนั้นก็ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะมอบความพ่ายแพ้ให้แก่เ้า!’’
เฉินเมิ่งิหัวเราะเยาะตัดสินใจจบการประลองในทันที
พริบตาร่างที่โอบล้อมไปด้วยประกายแสงแห่งอรุณก็ได้แหวกอากาศ ทะยานผ่านความว่างเปล่ามุ่งตรงสู่เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มแห่งนภาครามอย่างรวดเร็ว
สามชุ่น!
เพียงเคลื่อนกายครั้งเดียวมันก็ทิ้งแสงประกายไว้ด้านหลัง และปรากฏตัวตรงหน้าเด็กหนุ่มโดยห่างกันเพียงแค่สามชุ่น!
ช่างเป็ความรวดเร็วที่น่าสะพรึงนัก!
จวิ้นเหล่ยและคนอื่นๆได้แต่สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่พวกมันมิคาดคิดเลยว่าวิชาระดับผลาญชีวิตจะทรงพลังถึงเพียงนี้เกรงว่าแม้องค์ชายจะแข็งแกร่งสักเพียงใดก็คงมิอาจตามการเคลื่อนไหวของอัจฉริยะปีศาจผู้นี้ได้ทัน
จบ...มันจบสิ้นแล้ว!
“รับความพ่ายแพ้ของเ้าไปเสีย!’’
ขณะเดียวกันเฉินเมิ่งิก็เปล่งเสียงะโก้อง ปล่อยหมัดราวสายฟ้า ทรงพลังยิ่งออกไป
พริบตาหมัดที่มีพลังทําลายล้างมหาศาลนี้ ก็ได้อยู่ห่างจากตัวเปาเฟิงเพียงแค่สองชุ่น
แต่ทันนั้นเองก่อนที่ทุกอย่างจะถูกตัดสิน…
สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นก็เกิดขึ้น!
ต่อหน้าหมัดที่รวดเร็วปานสายฟ้ายากที่จะหลบใบหน้าของเปาเฟิงฉายให้เห็นถึงความสงบนิ่งอย่างน่าแปลกใจ
เพียงนึกคิด...เขาได้เข้าสู่สภาวะ‘ตื่นรู้’ โดยทันที!
ทันใดนั้นราวกับราชันแห่งสรรพสิ่งทั้งปวงเพียงหนึ่งความคิด วงแหวนเวทย์ ณ จุดตันเถียน น้อมรับบัญชา!
วูบ!
กลิ่นอายฟ้าดินหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเด็กหนุ่มอย่างบ้าคลั่งแปรเปลี่ยนทุกสิ่งภายในร่างด้วยความเร็วอันน่าอัศจรรย์!
จากเส้นด้ายบางๆที่ขั้นเอาไว้พริบตา ก็ไร้ซึ่งสิ่งใดขวางกั้น!
บัดนี้ทุกอย่างได้พร้อมเข้าสู่ขั้นต่อไปแล้ว!
่เวลาเดียวกันหมัดของเฉินเมิ่งิก็อยู่ห่างจากเปาเฟิงเพียงแค่ครึ่งชุ่น
ทว่าใน่เวลาแห่งการตัดสินนั้น…
“ทะลวง!’’เสียงของเทพาแห่งนภาครามดังขึ้นราวกับประกาศิตที่ไม่อาจเลี่ยง!
พริบตา ร่างกายของเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปีก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่การฝึกตนค่อยๆทะยานสูงขึ้น ก่อนปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งการฝึกตนที่เหนือลํ้ายิ่งและรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้ออกมา
ระดับสาม!
ระดับสาม...ขั้นต้น!
ััได้ถึงกลิ่นอายที่เปลี่ยนไปไม่ว่าจะเป็ใครก็ตกตะลึง และไม่อยากเชื่อในสายตาของตัวเอง
เช่นกันแม้เฉินเมิ่งิจะตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ราวปาฏิหาริย์นี้ทว่าเพียงแค่มันกระพริบตามันก็ต้องหวาดหวั่นและเหลือเชื่อในสิ่งที่เห็นเป็อย่างมาก
“สิบเจ็ดจุด...สมบูรณ์แล้ว!’’เสียงของเปาเฟิงดังขึ้น พร้อมๆกับที่ร่างกายของเขาเอียงตัวหลบหมัดที่พุ่งเข้ามาได้อย่างง่ายดาย
อะไรกัน!
เขาหลบมันได้?
บุรุษหนุ่มชุดเขียวที่สงบนิ่งมาตลอดและคนอื่นๆต่างไม่อยากเชื่อ
โดยเฉพาะกับเฉินเมิ่งิเวลานี้ใบหน้าของมันแข็งค้างไปมันไม่อยากเชื่อเลยจริงๆว่าจะมีคนที่ตามการเคลื่อนไหวของมันทัน
แต่ต่อมาขณะที่ทุกคนคิดว่ามันเป็เพียงความบังเอิญร่างของเด็กหนุ่มแห่งนภาครามก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ฉับพลันท่วงท่าราวปรมาจารย์พลันปรากฏหมัดที่รวดเร็วและแม่นยําได้ถูกปล่อยออกไปกระทบเข้ากับร่างของเฉินเมิ่งิโดยที่มันมิอาจปัดป้องได้
“จุดที่หนึ่ง…’’เสียงของเปาเฟิงดังขึ้น ก่อนออกหมัดอีกครั้งพวกมันล้วนถูกปล่อยเข้าใส่ช่องว่างทั้งหมดที่เขาเห็น
กล่าวได้ว่าภายใต้สายตาของทุกคนการโจมตีของเด็กหนุ่มแทบไม่ต่างจากปรมาจารย์ เล็งเห็นช่องว่างทุกครั้งของเฉินเมิ่งิแถมยังรวดเร็ว แม่นยํา ทรงพลัง ราวกับทะลวงได้ทุกสิ่ง!
นี่มัน...เป็ไปได้อย่างไร?
มีเพียงบุรุษหนุ่มชุดเขียวเท่านั้นที่มองออกและรู้สึกไม่อยากเชื่อมากที่สุด
ช่องว่าง!
ช่องว่างของน้องแปดถูกมองออกหมด!
“นี่มัน...เขาทําได้อย่างไร?’’เกรงว่าแม้จะเป็ตัวเขาเอง ก็ยังยากที่จะมองหาช่องว่างของคนอื่นได้โดยง่ายเช่นนี้
ต้องรู้ก่อนช่องว่างสําหรับผู้ฝึกตนแล้ว นับเป็จุดอ่อนที่อันตรายยิ่งแต่มันก็ยากที่จะเจอเช่นกัน ด้วยเหตุนี้แม้จะเป็ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็มิอาจรู้ได้ว่าตัวเองนั้นมีช่องว่างมากมายเพียงใด โดยเฉพาะศัตรู ยามที่ประมือกันการมองหาช่องว่างของฝ่ายตรงข้ามย่อมเป็เื่ยากที่มิอาจทําได้
แต่หากหาเจอและจู่โจมเข้าใส่จุดนั้นแม้จะเป็ผู้เชี่ยวชาญแค่ไหนก็ยากที่จะปัดป้อง และเสียหลักแทบทุกรายไป
แน่นอนว่าส่วนมากในกรณีนี้จะเกิดขึ้นได้เพียง แค่หนึ่งถึงสองจุดหรือไม่เกินสามจุดเท่านั้น ทั้งยังเกิดขึ้นกับผู้เชี่ยวชาญในระดับสูงซะส่วนใหญ่จึงเป็ไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นกับผู้เชี่ยวชาญในเขตแดนปลุกกายาหรือครึ่งก้าวััชีวิต
แต่เหตุการณ์ตรงหน้าที่กําลังเกิดขึ้นนี้บ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าเด็กหนุ่มแห่งนภาครามมิได้บังเอิญโชคดีเห็นเพียงแค่จุดหรือสองจุด ทว่าเขาเห็นมันทั้งหมด!
เหตุนี้เองเฉินเมิ่งิที่แม้จะแข็งแกร่งมากและมีการฝึกตนที่สูงลํ้ายิ่งกว่าก็ยากที่จะปัดป้อง เพราะยามที่มันถูกโจมตีเข้าครั้งแรกและเสียหลักก็หมายความแล้วว่ามันจะต้องพ่ายแพ้
พ่ายแพ้โดยทันที!
ชั่วอึดใจต่อมาผลลัพธ์แห่งการประลองได้ปรากฏ!
“หนึ่งกระบวนท่า!’’
ทุกคนอุทานเป็เสียงเดียวกันเห็นได้ชัดว่าพวกเขาตกตะลึงเป็อย่างมาก
เพียงหนึ่งกระบวนท่าเฉินเมิ่งิก็ลงไปนอนกองกับพื้น!
ยามนี้แม้แต่บุรุษหนุ่มชุดเขียวเองก็ยังต้องเผยให้เห็นถึงสีหน้าที่ไม่อยากเชื่อและตกตะลึงตามๆคนอื่นไป
กลับกันเฉินเมิ่งินั้นมีสภาพแลดูไม่ได้มันนอนหอบหายใจอยู่บนพื้นด้วยสภาพยับเยินน่าอดสู มีคราบโลหิตไหลออกมาจากมุมปากให้เห็นแววตาของมันเหม่อลอยมองไปบนท้องฟ้าราวกับประสบเหตุการณ์ครั้งใหญ่อันยากยอมรับมา
เงียบ!
ราวกับโลกหยุดนิ่งมิมีผู้ใดกล้าส่งเสียงอันใดกล่าวได้ว่าพวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าปาฏิหาริย์เช่นนี้จะเกิดขึ้น
ครึ่งลมหายใจต่อมาปรากฏสายนํ้าเอ่อล้นมาจากดวงตาของผู้คน ไม่ว่าจะเป็จวิ้นเหล่ย หรือบรรดาทหารแม้แต่กู่ฉิงเฟิง พวกเขาล้วนดวงตาแดงกํ่า หลั่งไหลสายนํ้าสองสายนี้ออกมา
มันเป็การไหลรินแห่งความยินดีและสรรเสริญ!
“เทพา!’’
“นี่คือเทพาของพวกเรา!เทพาอย่างแท้จริง!’’
“นับจากนี้ไปองค์ชายของพวกเราจะเป็เทพาผู้เป็ตํานานตลอดไป!’’
“...’’
พริบตาความเงียบสงัดได้พังทลายลง ก่อนเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องสรรเสริญอันยิ่งใหญ่ทุกๆนํ้าเสียงล้วนแฝงไปด้วยความเคารพและยําเกรง
เหตุนี้เองบุรุษหนุ่มชุดเขียวจึงอดมิได้ที่จะตกตะลึงอีกครั้งเป็ครั้งแรกเลยนับั้แ่ลืมตาดูโลกที่เขาได้เห็นเหตุการณ์ที่สามารถสั่นสะท้านจิตใจของเขาได้
อันใดกัน!
คนผู้หนึ่งสามารถครองขวัญใจของคนหมู่มากได้โดยสมบูรณ์เช่นนี้ได้อย่างไร?
สมแล้ว...ที่ถูกขนานนามว่าเทพา!
โดยไม่สนใจผู้อื่นเปาเฟิงมองไปยังคู่ต่อสู้ที่ซึ่งพ่ายแพ้ให้แก่เขาก่อนเอ่ยด้วยนํ้าเสียงราบเรียบว่า
“เ้าแพ้แล้ว…’’
ราวกับคมมีดที่ทิ่มแทงทะลุหัวใจแม้เฉินเมิ่งิจะไม่อยากเชื่อและไม่ยินยอม แต่ต่อหน้าความยิ่งใหญ่นี้ เขาทําได้เพียงแค่ยอมรับ ยอมรับเลยจริงๆว่า...เขาแพ้แล้ว!
แพ้โดยสมบูรณ์อย่างสิ้นเชิง!
และโดยคนที่มีการฝึกตนด้อยกว่า!