เสียงกริ่งที่ดังก้องค่อย ๆ แ่ลง แต่แทนที่ความเงียบจะเข้ามาแทนที่ กลับมีเสียงกระซิบแ่เบาดังขึ้นแทน มันไม่ใช่เสียงของใครคนหนึ่ง แต่เป็เสียงของ หลายสิบ หลายร้อยชีวิต ที่พูดซ้อนทับกันจนจับใจความไม่ได้
ธันวาหายใจหอบหนัก ภาพในหัวของเขายังคงหมุนวนอยู่กับความทรงจำที่เขาเพิ่งได้รับ พวกเขาไม่ได้มาติดอยู่ที่นี่เป็ครั้งแรก พวกเขาเคยผ่านเื่นี้มาแล้วหลายครั้งมากกว่าที่ตัวเองจะจดจำได้
กรณ์ยืนตัวแข็ง ขณะที่แพรไหมยกมือปิดปากตัวเอง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"ไม่จริง…" เธอพึมพำ "ฉันไม่เชื่อ…"
ธันวาหันไปมองกระจกที่อยู่ตรงหน้าห้องเรียน บานกระจกยังคงสะท้อนเงาของพวกเขา แต่ในครั้งนี้ มันไม่ได้สะท้อนพวกเขาในปัจจุบัน
มันแสดงภาพของ "พวกเขา" ในอดีต—เด็กนักเรียนสามคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มของเด็กนักเรียนสิบสามคน พวกเขายืนอยู่หน้าห้องเรียนหมายเลข 206 ทุกคนอยู่ในสภาพซีดเซียว ดวงตาว่างเปล่า…
เป็พวกเขาเอง ที่เคยติดอยู่ในโรงเรียนนี้
กรณ์ถอยหลังไปชนกับผนัง "นี่มันเื่บ้าอะไร!? ถ้าเราติดอยู่ที่นี่มาก่อนจริง ๆ แล้วทำไมเราถึงไม่เคยจำมันได้เลย!?"
ธันวาสูดหายใจลึก น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับเพิ่งเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
"เพราะโรงเรียน้าให้เราลืม"
เสียงกริ่งที่เคยแ่ลงไปดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มัน ดังรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ กระดานดำตรงหน้าพวกเขาเริ่มเขียนข้อความขึ้นมาเอง
"ยินดีต้อนรับกลับมา"
แพรไหมกรีดร้องออกมา เธอจับศีรษะตัวเองแน่น เหมือนกับว่ามันกำลังแตกออกจากกัน "พอแล้ว! ฉันไม่อยากจำอะไรอีกแล้ว!"
"มันกำลังจะเริ่มต้นใหม่" ธันวาพึมพำ เขาหันไปมองกรณ์กับแพรไหม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจ "ทุกครั้งที่เรากลับมาที่นี่ ทุกครั้งที่เรา 'พยายาม' จะหนีออกไป โรงเรียนก็จะลบความทรงจำของเราและทำให้เรากลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง"
กรณ์กัดฟันแน่น "แล้วเราจะทำยังไง!? เราจะหนีออกไปได้จริง ๆ หรือเปล่า!?"
ธันวาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัว เขารู้ว่ามีทางออกเพียงทางเดียว
"เราต้องทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน"
แพรไหมเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา "อะไร…?"
"เราต้องไม่ลืม"
เสียงกระซิบดังขึ้นรอบตัวพวกเขา
"พวกนายจะต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป…"
"ยอมรับซะว่าโรงเรียนนี้คือบ้านของพวกนาย…"
"พวกนายไม่เคยมีตัวตนข้างนอกนั่นอยู่แล้ว…"
กระจกตรงหน้าพวกเขาสั่นไหว เงาของพวกเขาค่อย ๆ จางหายไป ราวกับว่ามันกำลังลบพวกเขาออกจากความทรงจำของโลกภายนอก
กรณ์หายใจแรง เขาเริ่มรู้สึกว่า ตัวเองลืมอะไรบางอย่าง
"ไม่นะ… ทำไมฉันจำบ้านตัวเองไม่ได้แล้ว…?" เขาพึมพำ สีหน้าตื่นตระหนก
แพรไหมเริ่มสะอื้น "ฉันจำไม่ได้แล้วว่าเรามาโรงเรียนนี้ั้แ่เมื่อไหร่…"
"อย่าปล่อยให้มันลบเรา" ธันวากัดฟันแน่น "จำเอาไว้ว่าเราเป็ใคร!"
เขาหันไปมองกระจกบานใหญ่ ก่อนที่เขาจะเห็นบางสิ่งที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
ชื่อของพวกเขาที่เคยอยู่ในบันทึกนักเรียนหายไปแล้ว
เสียงกริ่งดังเป็ครั้งสุดท้าย
และทุกอย่าง…
ดับวูบลงอีกครั้ง
ความมืดเข้าครอบงำทุกสิ่ง ทุกอย่างรอบตัวไร้เสียง ไร้รูปร่าง ไร้การเคลื่อนไหว มันเป็ความว่างเปล่าที่สมบูรณ์แบบ
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด… คือพวกเขากำลังลืมทุกสิ่งทุกอย่าง
ธันวาหอบหายใจแรง สมองของเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกดูดกลืนไป เขาจำไม่ได้แล้วว่าก่อนหน้านี้เขาเคยทำอะไร เขาอยู่ที่ไหน เขาเป็ใคร…
ไม่… ไม่นะ!
เขาพยายามไขว่คว้าหาความทรงจำ แต่ยิ่งพยายามนึก มันก็ยิ่งหลุดหายไป
เสียงกระซิบดังขึ้นรอบตัว
"เ้าควรลืมและเป็ส่วนหนึ่งของที่นี่"
"เ้าคือหนึ่งในพวกเราแล้ว"
"อย่าต่อต้าน…"
ธันวากัดฟันแน่น เสียงเหล่านี้พยายามกลืนกินเขา แต่เขาจะไม่ยอมแพ้!
"ฉันคือธันวา!"
เขาะโออกไป เสียงของเขาดังก้องสะท้อนออกไปทั่วทุกทิศทาง ความมืดที่กำลังกลืนกินเขาสั่นะเืรุนแรง
ทันใดนั้น… เขาได้ยินเสียงหนึ่ง
เสียงที่ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหว
"ธันวา!"
กรณ์…แพรไหม…
เสียงของเพื่อนทั้งสองคนดังขึ้น มันดังราวกับเป็สายใยสุดท้ายที่เชื่อมโยงพวกเขาไว้
"ฉันยังอยู่ที่นี่!" กรณ์ะโสุดเสียง "ฉันคือกรณ์! ฉันจะไม่ลืมตัวเอง!"
"ฉันคือแพรไหม!" เธอร้องไห้ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ "ฉันต้องกลับไป!"
พวกเขา… ยังจำกันได้
ความทรงจำเริ่มกลับคืนมา ทีละภาพ ทีละเหตุการณ์ พวกเขาจำได้ว่าพวกเขาเป็ใคร จำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จำได้ว่า… พวกเขาไม่ใช่ส่วนหนึ่งของที่นี่!
เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง
ติ๊ง… ติ๊ง… ติ๊ง…
แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป—มันไม่ใช่เสียงที่พวกเขาเคยได้ยินมาก่อน แต่มันเป็เสียงที่ ปลดปล่อย
แสงสว่างพุ่งผ่านความมืด ทุกสิ่งเริ่มสั่นะเืรุนแรง พวกเขารู้สึกเหมือนถูกฉุดกระชากออกไปจากมิติที่ไร้ที่สิ้นสุด
ธันวาสะดุ้งตื่นขึ้นสุดตัว
เขาหายใจหอบหนัก เหงื่อเย็นไหลท่วมร่าง เขาเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ นี่มัน…ห้องเรียนของพวกเขา
กรณ์และแพรไหมล้มตัวลงกับพื้นข้าง ๆ กัน ทั้งสองคนหอบหายใจหนักไม่ต่างกัน พวกเขายังอยู่ที่นี่… พวกเขายังไม่หายไป
ธันวากลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก เขาค่อย ๆ ลุกขึ้น มองไปที่หน้าต่าง แสงแดดยามเช้าส่องผ่านเข้ามา ทุกอย่างดูสงบ ไม่มีเงาดำ ไม่มีเสียงกริ่ง ไม่มีโรงเรียนที่พยายามจะกลืนกินพวกเขาอีกต่อไป
"พวกเรา…ออกมาได้แล้วใช่ไหม?" แพรไหมถามเสียงสั่น
กรณ์ลุกขึ้นยืนช้า ๆ มองไปรอบตัวก่อนจะพึมพำ "มัน…จบแล้วเหรอ?"
ธันวาไม่ตอบ เขาก้าวไปที่ประตูและค่อย ๆ เปิดออก
ข้างนอกมีนักเรียนเดินผ่านไปมา ทุกอย่างดูเป็ปกติ
พวกเขา… กลับมาแล้ว
กรณ์กับแพรไหมเดินออกมาสมทบ พวกเขายืนนิ่งมองกันและกัน ก่อนที่แพรไหมจะเริ่มร้องไห้ออกมา กรณ์ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
"บ้าไปแล้ว…" กรณ์พึมพำ "เรา…เรากลับมาได้จริง ๆ"
ธันวายิ้มบาง ๆ เขาหันไปมองทางเดิน ทุกอย่างดูปกติ ไม่มีอะไรแปลกไปจากโรงเรียนทั่วไปอีกต่อไป
แต่แล้ว…
เขาสะดุดตาเข้ากับบางสิ่ง
ตรงผนังข้างห้องเรียนหมายเลข 206 มีบอร์ดรายชื่อนักเรียน และที่นั่น…
มีชื่อของพวกเขาสามคนติดอยู่ในรายชื่อนักเรียนที่จบการศึกษาไปเมื่อ 10 ปีก่อน
ธันวายืนนิ่งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น สายตาของเขาจับจ้องไปยังบอร์ดรายชื่อนักเรียนอย่างไม่เชื่อสายตา
ชื่อของพวกเขาอยู่ในรายชื่อนักเรียนที่จบการศึกษาไปเมื่อ 10 ปีก่อน
กรณ์และแพรไหมเดินเข้ามาข้าง ๆ พวกเขามองสิ่งเดียวกัน และทันใดนั้น ทั้งคู่ก็ชะงัก ดวงตาเบิกกว้าง
"ไม่จริง..." กรณ์พึมพำ มือของเขากำแน่นราวกับพยายามควบคุมความกลัวที่แล่นเข้าสู่ร่าง
แพรไหมยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาคลอเบ้า "แต่...แต่พวกเรายังอยู่ที่นี่...ทำไมชื่อของเราถึงอยู่ในรายชื่อนักเรียนที่จบไปแล้ว?"
ธันวาหัวใจเต้นแรง หูของเขาอื้อไปหมด อะไรคือความจริงกันแน่?
เขาค่อย ๆ เอื้อมมือไปแตะที่บอร์ดรายชื่อนั้น มันเป็ของจริง กระดาษที่แปะอยู่ไม่ได้ซีดจาง มันไม่ได้ดูเหมือนเป็ข้อมูลเก่า แต่มัน…ถูกเขียนไว้ั้แ่เมื่อสิบปีก่อน
แต่มันเป็ไปไม่ได้!
"พวกเรายังอยู่ที่นี่... ใช่ไหม?" ธันวาหันไปถามเพื่อนทั้งสองคน น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ "เราไม่ได้ตายไปแล้วใช่ไหม?"
กรณ์ส่ายหัวรัว ๆ "ไม่! เราต้องมีชีวิตอยู่! เราออกมาได้แล้ว!"
แพรไหมเริ่มหายใจแรงขึ้นราวกับจะเป็ลม "แต่... ถ้าเราออกมาได้จริง ทำไมชื่อของเราถึงอยู่ตรงนี้?"
ทันใดนั้นเอง...
เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง
ติ๊ง… ติ๊ง… ติ๊ง…
เสียงพูดคุยของนักเรียนรอบตัวเริ่มเงียบลง ทุกคนหยุดเดิน พวกเขาหันมามองธันวา กรณ์ และแพรไหมพร้อมกัน
สีหน้าของพวกเขาว่างเปล่า ดวงตาขาวโพลน ไร้อารมณ์
กรณ์ก้าวถอยหลัง "อะไร...อะไรกัน?"
นักเรียนทุกคนจ้องมองพวกเขาราวกับพวกเขาไม่ควรอยู่ที่นี่
ธันวารู้สึกถึงแรงบีบรอบข้อมือ แพรไหมคว้ามือเขาไว้แน่น น้ำตาของเธอเริ่มไหล "ธันวา...ฉันกลัว"
กรณ์กำหมัดแน่น หันไปมองรอบตัว "ทำไมทุกคนถึงมองพวกเราแบบนั้น?"
เสียงกระซิบดังขึ้นรอบตัวพวกเขา
"พวกเขากลับมาอีกแล้ว"
"พวกเขาควรจะอยู่ข้างใน"
"โรงเรียนนี้เป็ของพวกเขาแล้ว"
ธันวาหัวใจเต้นรัว นี่มันยังไม่จบจริง ๆ ใช่ไหม!?
เขาหันไปมองประตูโรงเรียน มันอยู่ใกล้แค่เอื้อม นี่อาจเป็โอกาสเดียวของพวกเขาที่จะหนีออกไป
"วิ่ง!" ธันวาะโสุดเสียง
กรณ์กับแพรไหมไม่รอช้า พวกเขาพุ่งตัวไปที่ประตูหน้า แต่ทันใดนั้นเอง...
เงาของพวกเขาไม่ขยับตาม
ติ๊ง… ติ๊ง… ติ๊ง…
เสียงกริ่งยังคงดังต่อไป ธันวาหันกลับไปมอง และสิ่งที่เขาเห็นทำให้ร่างกายเย็นเยียบไปทั้งตัว
เงาของพวกเขายังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่เงานั้นไม่ได้เป็ของพวกเขาอีกต่อไป
เงาเ่าั้… ยิ้มให้พวกเขา