ณ ดวงดาวโอ่เล็นตรงที่ใกล้ๆกับประตูทางเข้าเมือนแอดลานใกล้ๆกับสถานที่ตั้งของปืนใหญ่ฝ่ายเคลันนะที่แห่งนั้นที่เต็มไปด้วยซากศพนับสิบที่นอนกองอยู่ท่ามกลางเศษซากของเมืองที่พังทะลายมากมาย
"นี่แกหายไปไหนมาจนถึงตอนนี้กันฮะ!?"
นายพลเคได้ะโออกมาด้วยความโกรธและท่าทางที่ดูหงุดหงิดท่ามกลางเศษซากเ่าั้
"ไม่เอาน่าตัวข้าก็แค่นำยานเล็กอ้อมกองทัพของเคลันที่ปิดน่านฟ้าอยู่ไปลงจอดที่กลางทะเลทรายก็เท่านั้นเอง กะว่าถ้าเดินมาน่าจะมาถึงได้เร็วกว่าการบุกทะลวงฝ่ากองยานของพวกมันเข้ามาน่ะ แต่ไม่คิดเลยจริงๆว่าพวกนายจะสามารถบุกฝ่าทะลวงเข้ามาได้เร็วถึงขนาดนี้น่ะ"
ยูโตะได้อธิบายออกมาด้วยท่าทางที่ไม่ได้ดูร้อนรนอะไรเลย
"ถามจริงดิ! นี่แกคิดว่าจะเดินมาได้ถึงก่อนพวกเราจริงๆงั้นเหรอฮ่ะ! กลางทะเลทรายมันแยู่ไกลมากกว่า50กิโลเมตรเลยนะเฮ้ย!"
นายพลเคพอได้ยินแบบนั้นตัวเขาจึงตะคอกออกมาด้วยความหงุดหงิด
"เฮ้อ~ให้ตายสิไม่ได้ไกลขนาดนั้นสักหน่อย"
ยูโตะได้พูดออกมาพร้อมกับได้เกาหัวไปมา
"ถามจริงดิ! แกคิดว่ามันใกล้มากนักหรือไงฮ่ะ!"
เคที่บ่นไปเรื่อยไม่ยอดหยุดใส่ยูโตะที่ซึ่งเป็หัวหน้าของตัวเขา
(เฮ้อ~ให้ตายสิยังเป็คนที่ขี้บ่นและน่ารําคาญเหมือนเดิมเลยนะคนๆนี้)
"เฮ้ย! พวกแกน่ะ!”
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่ก็ได้มีเสียงะโเรียกพวกเขาทั้งสองมาจากทางด้านหลังของยูโตะ ทั้งสองคนที่ได้ยินแบบนั้นจึงได้หันไปในทิศทางของเสียงนั้น
“พวกแกคงไม่ได้ลืมไปแล้วหรอกนะว่าสถานการณ์ในตอนนี้นั้นพวกเรากำลังอยู่ในากันอยู่นะเฮ้ย!"
ณ ที่ตรงนั้นได้มีชาวเคลันตัวใหญ่ที่ถือดาบใหญ่ในมือขวากับโล่พลังงานอนุภาคในมือซ้ายกำลังตั้งท่าพร้อมต่อสู้และจ้องมองมายังพวกเขาด้วยท่าทางที่ดูโกรธ ใช้แล้วตัวเขาก็คือเจนัดสุดยอดนักรบแห่งเคลันที่มีความแข็งแกร่งถึงขนาดว่าสามารถกำจัดกองทหารแห่งอาร์คนับสิบนายที่นายพลเคนำทัพมาทำลายปื่นใหญ่ลงได้ด้วยตัวเองเพียงคนเดียวเท่านั้น
"อือ~เกือบลืมไปเลยแฮะ ว่าไงยังเดินไหวอยู่มั้ยเค"
ยูโตะที่ได้มองดูเจนัดั้แ่หัวจรดเท้าได้ถามออกมา
"...ก็คิดว่ายังพอไหวอยู่"
เคได้พูดออกมาพร้อมกลับพยายามจนยืนขึ้นมาได้ แต่ก็ยังคงยืนตัวเซไปมาอยู่เล็กน้อย
"อือ ถ้างั้นก็ดีแล้ว”
ยูโตะได้มองไปที่รอบๆก่อนที่จะพูดขึ้นมาพร้อมกับได้ชี่นิ้วไปที่ซากตึกที่อยู่แถวนั้น
“นายช่วยเดินไปหลบที่ตรงมุมตึกตรงนั้นได้มั้ย เพราะถ้าไม่ได้อาจจะโดนลูกหลงตายก็ได้นะ"
“..อะ..อือเข้าใจแล้ว”
นายพลเคที่ได้ยินแบบนั้นตัวเขาจึงพยายามพยุงร่างกายของตนเองที่มีาแอยู่เต็มตัวเดินไปที่ซากตึกที่อยู่ใกล้ๆนั้น
"จะว่าไป ตัวข้ายังไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของตัวแกเลยนิ จะช่วยบอกให้ตัวข้ารู้หน่อยจะได้ไหมล่ะ"
ยูโตะที่เห็นเคเดินออกไปในระยะที่น่าจะปลอดภัยแล้วตัวเขาจึงได้ถามคำถามออกมาใสชาวเคลันร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงเบื่องหน้าของตัวเขา
"งั้นก็ได้! ในฐานะที่ตัวแกได้เอ่ยนามของแกออกมาแล้วข้าก็จะเอ่ยนามของข้าด้วยเช่นกัน! ตัวข้าผู้นี้ก็คือหัวหน้านักรบแห่งเคลัน เจนัด อารันเชีย นักรบที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งเคลันและโอ่เล็น!”
เจนัดได้ประกาศนามของตัวเองออกมาด้วยความภาคภูมิใจ
“และหลังจากนี้ที่ข้าสังหารตัวแกลงได้แล้ว ข้าก็จะได้รับชื่อของผู้สังหารอสูรสีเทามาไว้ในและจะได้กลายเป็นักดาบที่แข็งแกร่งที่สุด!"
หลังจากที่ตัวเขาได้เอ่ยนามเสร็จสิ่นเจนัดก็ได้ชี่ดาบใหญ่ในมือมาที่ยูโตะที่อยู่ตรงหน้าของตัวเขาพร้อมกับประกาศชัยชนะของตัวเขาเองล่วงหน้า
"เฮ้อ~ก็เอาสิ ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดูได้เลย"
ยูโตะที่ได้เห็นแบบนั้นจึงตอบกลับไปด้วยท่าทางที่ดูเฉยชา
"เฮ๊ะ! ได้เดี๋ยวข้าจะทำให้แกรู้สึกถึงความพ่ายแพ้เอง!"
เจนัดได้ตั้งท่าโดยการยื่นโล่พลังงานอนุภาคที่มือซ้ายมาที่ด้านหน้าแล้วง่างดาบใหญ่2คมที่มือขวาไปที่ด้านหลังเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ได้ตลอดเวลา
"ก็เอาสิ เข้ามาได้เลย!"
ยูโตะได้จับดาบคาตานะคมดาบสีดำในมือขวาของตนเองเอาไว้มั่นย่อตัวลงพร้อมกับง่างดาบในมือไปที่ด้านซ้ายเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ได้ตลอดเวลา
ทั้งสองคนได้ยืนประจันหน้ากันท่ามกลางซากประหลักหักพังของเมืองที่พังทลายจากผลกระทบจากากลางเมือง ต่างฝ่ายต่างจ้องมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่ไม่กระพริบเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งสองคนได้แผ่ออร่าที่มองไม่เห็นออกมามากมาย มันเป็ออร่าของนักรบที่ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วนผ่าความเป็ความตายมามากมายที่ไม่น้อยไปกว่ากันเลย บรรยากาศในตอนนี้นั้นเงียบสงบทั้งๆที่อยู่ในระหว่างากลางเมืองแท้ๆแต่กลับเงียบสงบอย่างไม่หน้าเชื่อ ราวกับว่าเป็ความสงบก่อนที่จะเกิดพายุครั้งใหญ่ขึ้นไม่มีผิด ครืน~ครืน~ครืน~ครืน~ครืน~เศษซากของเมืองเริ่มสั่นะเืด้วยผลมาจากอ่อล่าที่ทั้งสองคนนั้นปลอยออกมาจนมีเศษหินก้อนหนึ่งได้กลิ่งตกลงมาจาก้าลงสู่พื้นด้านล่าง ตึ้ง! เสียงของหินที่ตกลงมาได้ทำลายความเงียบนี้ลงและเป็ดังเสียงสัญญาในการเริ่มต้นการต่อสู้ของสุดยอดนักรบทั้งสอง
พวกเขาทั้งสองคนได้พุ่งตัวเข้าหากันฟาดฟันคมดาบของพวกเขาเข้าปะทะกันจนทำให้เกิดเป็แรงลมที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ มันเป็เสียงของอากาศที่อยู่โดยรอบที่สั่นไหวไปมาจากแรงเหวี่ยงของดาบและโล่ที่เข้ามาปะทะกันอย่างรุนแรง ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง! ดาบต่อดาบ โล่ต่อดาบ แล้วกลับไปดาบต่อดาบอีกครั้งการปะทะกันของพวกเขาทั้งสองทำให้เศษซากของตึกที่อยู่แถวนั้นกระเด็นไปมาและแหลกเป็ชิ้นๆด้วยสายลมที่รุนแรงที่เกิดมาจากการปะทะกันของพวกเขาทั้งคู่
"วิชาดาบของแกมีดีแค่นี้งั้นเหรอ! นักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งอาร์คก็ไม่ได้ต่างไปจากพวกกระจอกเลยไม่ใช้รึไงฮะ!"
เจนัดได้กล่าวออกมาพร้อมกับฟาดฟันดาบที่มีขนาดอันใหญ่โต้ในมือขวาของตัวเขาเข้าใสยูโตะด้วยความเร็วที่ถ้าเป็คนปกติล่ะก็ได้ตัวขาดสองท่อนไปแล้วอย่างแน่นอน
"หึ สุดยอดนักรบแห่งเคลันและโอ่เล็นดูเหมือนตัวแกจะมีดีเพียงแค่ฉายาเท่านั้นงั้นสินะ"
ยูโตะที่พูดยั่วโมโหเจนัดออกมาในขณะเดี๋ยวกันตัวเขาก็ปัดป้องการโจมตีที่หนักหน่วงของเจนัดที่กระหนํ่าเข้ามาหาตัวเขาได้อย่างง่ายด้าย
"ว่ายังไงนะ! ไอ้แกมันก็แค่นักรบที่มีดีเพียงแค่ปากเท่านั้น! ฝีมือจริงๆของแกมันก็เป็ได้แค่นักรบปลายแถวเท่านั้นอย่ามาทำเป็พูดดีไปหน่อยเลย!"
เจนัดที่โกรธจัดจนเืขึ้นหน้าได้เพิ่มแรงในการเหวี่ยงดาบในมือให้มากขึ้นกว่าเดิมและกระหนํ่าฟันใสยูโตะด้วยความเร็วและแรงที่มากขึ้นยิงกว่าเดิมหลายเท่า
"ก็ไม่รู้สิจะเป็แบบนั้นรึป่านนะ ถ้างั้นก็จะเพิ่มความเร็วขึ้นอีกหน่อยก็แล้วกัน"
ยูโตะได้ะโถอยหลังไปประมาณสอง-สามก้าวก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปหาเจนัดที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วที่มากขึ้นยิงกว่าเดิม ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง! ยูโตะได้เพิ่มความเร็วในการเหวี่ยงดาบของตัวเขาให้เร็วขึ้นและแรงขึ้นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมจนเจนัดนั้นแทบที่จะตามความเร็วของยูโตะไม่ทัน
(...อะ...อะไรกันอยู่ๆความเร็วของมันก็เพิ่มมากยิ่งขึ้น..ยะ...แย่แล้วสิแบบนี้จะเริ่มตามไม่ทันแล้ว...)
เจนัดที่โดนยูโตะไล่ต้อนจนตัวเขานั้นเดินถอยหลังไปโดยที่ตัวเองนั้นไม่รู้ตัวซะด้วยซํ้า
"ถ้างั้นก็คงถึงเวลาที่จะต้องปิดฉากแล้วล่ะมั่ง เพราะตัวข้ายังคงต้องไปทำลายปืนใหญ่ต่ออีกนะ"
ยูโตะที่ได้พูดออกมาเบาๆได้ง่างดาบในมือเอาไว้แน่ก่อนที่จะฟันลงไปที่เจนัดด้วยความเร็ว
"ใครมันจะย่อมให้ทำแบบนั้นได้กัน!"
เจนัดที่รู้ตัวว่าถ้าคมดาบนั้นมาถึงตัวเขาล่ะก็ตัวเขาได้พลายแพ้อย่างแน่นอนจึงได้ใช้ดาบใหญ่ในมือขวาฟันลงไปที่พื้นทรายแล้วใช้หางของเขาปัดทรายที่กระเด็นขึ้นมาเข้าใสดวงตาของยูโตะ ยูโตะที่เห็นแบบนั้นจึงหยุดดาบแล้วยกมือซ้ายขึ้นมากันที่ใบหน้าของตนเอง
"เปิดช่องโหว!"
เจนัดได้ใช้จังหวะนี้ในการใช้ดาบขนาดใหญ่ในมือขวาฟันเข้าไปใสยูโตะที่ยืนเอามือบังหน้าอยู่ ครืน-!การตวัดดาบของเข้านั้นมันชั่งรุนแรงมากซะจนทำให้เกิดพายุทรายขนาดยอมขึ้นมาปิดบังการมองเห็นโดยรอบอย่างหมดจด ตู้ม! การโจมตีโดยใช้ดาบใหญ่ของเจนัดทำให้เกิดเสียงดังสนันขึ้นมาทั่วทั้งบริเวณนี้พร้อมกับพื้นโดยรอบที่แตกกระจายและทรายมากมายที่กระเด็นขึ้นมาจนทำให้เกิดกลุ่มควันขนาดเล็กขึ้นมาบดบังทัศนวิสัยโดยรอบจนหมด
ครืน~~!หมอกควันเริ่มจ่างลงและสิ่งที่ปรากฎออกมาอยู่ตรงหน้าของสุดยอดนักรบเจนัดนั้นนั่นก็คือพื้นทรายที่แตกราวและว่างเปล่า
"...อะ...อะไรกัน! มันหายไปไหนแล้ว!"
เจนัดที่ตกตะลึงกับความว่างเปล่าที่อยู่ตรงหน้าได้พูดออกมาพร้อมกับสีหน้าที่แสดงออกถึงความวิตกกังวลอย่างชัดเจน
"ก็บอกแล้วไงว่าถึงเวลาปิดฉากแล้ว"
ได้มีเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเจนัดที่ยืนตัวแข็งทื่อ และคนที่ปรากฎตัวขึ้นมานั้นนั่นก็คือยูโตะที่ไร้ซึ่งาแใดๆ ตัวเขาได้ยืนอยู่ที่ด้านหลังของเจนัดพร้อมกับแสงสว่างของดวงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องลงมาที่ด้านหลังของตัวเขาจนมันนั้นกลายเป็อ่อล่าสีแดงส้มที่ดูน่าสะพรึงกลัวจนแม้แต่สุดยอดนักรบพอเห็นสิ่งนี้แล้วก็ต้องยอมสยบลงแทบเท้าแล้วร้องขอชีวิต
“..ทะ...ทำไมแกถึงได้ไปอยู่ตรงนั้นได้กัน?”
เจนัดที่ยืนตัวแข็งทื่อได้เหลียวหลังหันมามองพร้อมกับได้ถามออกมาด้วยความสงสัย
“อะไรกันมันก็ง่ายๆ ก็แค่เดินมายังไงล่ะ”
ยูโตะได้ตอบกลับมา ใช้แล้วสาเหตุที่ยูโตะไปปรากฎตัวอยู่ตรงนั้นได้นั่นก็เพราะว่า ในจังหวะที่เจนัดใช้ดาบฟันเข้าใสยูโตะ ตัวเขาที่รู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็แบบนั้นตัวเขาจึงได้ใช้สัญชาตญาณที่มีมาั้แ่ตอนเด็กในการคาดเดาการโจมตีของเจนัดรวงหน้าแล้วทำการหลบมันเพี่ยงแค่ไม่กี่ซม.ก่อนที่ดาบจะมาถึงตัวแล้วใช้จังหวะที่เกิดกลุ่มควันขึ้นในการเดินมาที่ด้านหลังของเจนัดโดยที่ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าเลยแม้แต่นิดเดียว
(...ปะ….เป็ไปไม่ได้เื่แบบนั้นข้าที่เป็ถึงสุดยอดนักรบกับไม่รูว่ามันเดินไปที่ด้านหลังของตนเองอยางงั้นเหรอ..)
“ถ้างั้นจบกันแค่นี้แหละ”
ยูโตะได้พูดออกมาพร้อมกับกระโจนเข้าใสเจนัดที่หันหลังอยู่พร้อมกับดาบในมือขวาที่ทำการง่างเอาไว้ที่ด้านซ้ายเตรียมพร้อมที่จะเหวี่ยงมันออกไปได้ทุกเมื่อ
“..ยะ..แย่แล้วสิ..”
เจนัดที่ยืนตัวแข็งทื่อเพราะความหวาดกลัวได้พยายามขยับร่างกายอันใหญ่โต้ของตัวเขาให้หันหลังกลับไปในทิศทางที่ยูโตะนั้นกำลังจะพุ่งเข้ามาแต่ว่ามันก็สายเกินไปเสียแล้ว ยูโตะได้ใช้มือทั้งสองข้างจับไปที่ดาบของเขาแล้วเหวี่ยงมันออกไปฟันเข้าใสที่ร่างกายอันใหญ่โต้ของเจนัดที่กำลังหันหลังกลับมาอย่างจังจนเกิดเป็รอยแผลขนาดใหญ่กลางหน้าอกของตัวเขา แต่แผลแค่นั้นไม่ทำให้เจนัดยอมแพ้ตัวเขาพยายามที่จะง่างดาบใหญ่ในมือขวาขึ้นมาแล้วใช้แรงทั้งหมดของตัวเขาเหวี่ยงดาบฟันลงไปใสยูโตะที่อยู่ตรงหน้า แต่ถว่ายูโตะที่เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงได้ชักดาบกลับเหวี่ยงไปทางด้านขวาแล้วฟังเข้าใสดาบใหญ่ของเจนัดที่กำลังจะฟังเข้าหาตนเองด้วยความเร็ว ตึ้ง! ดาบของทั้งสองได้เข้าปะทะกันแต่ถว่าในครั้งนี้นั้นความหนักแน่นและความเฉียบคมของทั้งสองนั้นแตกต่างกัน เพ้ง! ภายในพริบตาที่ดาบทั้งสองได้เข้าปะทะกันดาบที่มีขนาดใหญ่โต้ของเจนัดนั้นก็ได้แตกออกเป็เสี่ยงๆอย่างง่ายด้าย เจนัดที่สูญเสียดาบไปแต่ตัวเขานั้นก็ยังคงไม่คิดที่จะยอมแพ้จึงกำโล่ที่อยู่ในมือซ้ายเอาไว้แน่นแล้วยกมันขึ้นมาพยายามที่จะฟาดเข้าใสยูโตะที่ยืนอยู่ตรงหน้าแต่มันก็สายเกินไปยูโตะที่เห็นแบบนั้นจึงไม่รอช้าได้ต่อคอมโบฟันจังหวะที่สองเข้าไปใสที่โล่ของเจนัด โล่ที่โดนคมดาบของยูโตะฟันเข้าใสได้แตกออกภายในพลิบตามิหนํ่าซํ้าการฟังในครั้งนี้ก็ยังได้สร้างบาตแผลที่สองเข้าไปที่กลางอกของเจนัดทับาแเดิมจนกลายเป็รูปตัวเอ็ก แต่ถึงจะโดนฟันเข้าไปเป็บแผลที่สองสุดยอดนักรบก็ยังคงยืนอยู่ ตัวเขานั้นยังไม่คิดที่จะยอมแพ้แม้แต่น้อย เจนัดได้ใช้มือทั้งสองข้างยกขึ้นเหนือหัวพยายามที่จะทุบลงมาใสยูโตะที่อยู่ตรงหน้าให้แระ แต่ก็เหมือนเช่นเดิม ยูโตะได้ง่างดาบในมือขึ้น้าแล้วฟันลงมาที่กลางลำตัวของเจนัดสร้างาแรูปตัวไอที่ทับกับตัวเอ็กทั้งสามแผลรวมกันจนกลายเป็าแขนาดใหญ่ที่ส่งผลถึงตายเป็การโจมตีปิดฉากครั้งสุดท้าย ครืน! ตัวของเจนัดที่โดนฟันเข้าไปเป็ครั้งที่สามได้เดินตัวเซไปเซมาถอยหลังไปสองก้าวแล้วได้ทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กลับพื้นในที่สุด แต่ถึงกระนั้นตัวเขาที่นั่งคุกเข่าอยู่ก็ยังคงไม่คิดที่จะยอมแพ้หรือนอนลงไปกับพื้นแต่กลับพยายามที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้อีกครั้งด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยาแที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
การต่อสู้ของสุดยอดนักรบของทั้งสองฝ่ายได้จบลงโดยใช้เวลาต่อสู้ทั้งหมดนั้นเพียงแค่4-5นาทีเท่านั้น
"ยอมแพ้ซะเถอะ ถ้าแกยอมอยู่เฉยๆตรงนั้นแล้วล่ะก็ตัวข้าจะยอมไว้ชีวิตให้ก็ได้นะ"
(เพราะถ้าปลอยให้คนที่มีฝีมือแบบนี้ตายไปมันก็คงหน้าเสียดายแย่เลยนะ)
ยูโตะที่คิดแบบนั้นได้พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่นิ่งเฉย
"หึ ฝันไปเถอะใครมันจะไปยอมจบลงที่ตรงนี้กัน ข้ายังมีสิ่งที่จะต้องทำอยู่อีก..."
เจนัดที่ได้พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนล้าและร่างกายที่มีาแขนาดใหญ่อยู่ที่กลางอกพร้อมกับเืสีเขียวจำนวนมากที่ไหล่ออกมามากมาย
"ถ้าตัวข้าปล่อยแกเอาไว้แบบนี้ แกจะลุกขึ้นมาแล้วขัดขวางตัวข้าอีกรึป่าวล่ะ?"
ยูโตะที่ได้ถามคำถามออกมา เจนัดที่จ้องมองไปยังที่ใบหน้าของยูโตะได้เปล่งเสียงที่ไร้เรี่ยวแรงออกมาตอบคำถามนั้น
"ถ้ามีคนบอกให้ตัวแกอยู่เฉยๆในระหว่างที่พวกพ้องของแกกำลังต่อสู้และล้มตายอยู่ ตัวแกจะยอมอยู่เฉยๆแบบนั้นงั้นเหรอฮะ!"
ยูโตะที่ได้ฟังคำตอบของเจนัดได้จ้องกลับไปยังใบหน้าและมองเข้าไปในดวงตาของสุดยอดนักรบที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก่อนที่จะตอบกลับตัวเขาไปด้วยความจริงใจ
"ก็คงไม่"
"ก็นั่นแหละคำตอบล่ะ"
เจนัดได้ตอบกลับพร้อมกับพยายามขยับตัวลุกขึ้นยืนแต่ร่างกายของตัวเขานั้นมันไม่ไหวแล้วจริงๆจึงไม่สามารถที่จะลุกขึ้นมาได้
“งั้นเหรอ ถ้างั้นคงเหลือตัวเลือกเดียวแล้วสินะ”
ยูโตะได้เดินเข้าไปที่ด้านข้างของเจนัดที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่พอตัวเขาไปถึงยูโตะก็ได้ใช้มือทั้งสองข้างจับไปที่ดาบของตัวเขาเอาไว้แน่นก่อนที่จะยกมันขึ้นมาที่เหนือหัวตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะฟันลงมาที่คอของเจนัดที่อยู่ตรงหน้า
"ตัวนายนั้นคือนักรบที่มีเกียรติ เจนัด อารันเชีย แห่งโอ่เล็นสุดยอดนักรบแห่งเคลัน ตัวข้าขอยอมรับในตัวของนายในฐานะของนักรบที่แท้จริง! ถ้าเช่นนั้นจงเตรียมตัวเตรียมใจซะ!"
หลังจากที่ยูโตะพูดจบตัวเขาก็ได้เหวี่ยงดาบในมือลงฟันเข้าไปใสที่คอของเจนัดเพื่อที่จะได้ปิดชีวิตของตัวเขาในฐานะของนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดลงภายในดาบเดียว
"หยุดนะ!"
อยู่ดีๆก็มีเสียงของใครบางคนได้ดังขึ้นมาจากซากตึกที่อยู่แถวๆนั้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งเข้ามาทางนี้ที่ๆพวกเขานั้นอยู่ คนๆนั้นได้วิ่งเข้ามาบังคมดาบของยูโตะที่กำลังจะไปถึงคอของเจนัดเอาไว้ ยูโตะที่เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงได้หยุดดาบเอาไว้ก่อนที่จะถึงหัวของคนๆนั้นเพียงแค่ไม่ถึงซ.ม.เท่านั้น ยูโตะที่ได้หยุดดาบได้ทันได้มองไปยังคนๆนั้นและคนที่ปรากฎอยู่ที่ตรงหน้าของตัวเขานั้นนั่นก็คือ…
“เด็กผู้หญิงงั้นเหรอ?”
ใช้แล้วเธอนั้นก็คือเด็กสาวตัวน้อยชาวเคลันที่มีผมยาวสีนํ้าตาลที่ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยนํ้าตาที่ไหล่ออกมาจากดวงตาสีแดงทั้งสองข้างของเธอ
เด็กสาวตัวน้อยที่ได้จ้องมองมาที่ยูโตะทั้งใบหน้าที่เต็มไปด้วยนํ้าตาและด้วยความโกรธที่แสดงออกมาทางสีหน้าอย่างเด่นชัด ตัวของเธอนั้นสั่นไปมาทั้งตัวแต่ก็ยังคงฝืนตัวเองยืนอยู่ตรงหน้าของยูโตะได้โดยที่ไม่ล้มลงไปนอนสลบอยู่ที่พื้นแสดงให้เห็นว่าตัวเธอนั้นมีความกล้าอยู่เต็มเปี่ยม
"คารันเซีย! ทำไมตัวเ้าถึงมาอยู่ที่นี่กัน! รีบกลับไปที่หลบภัยซะที่นี่มันอันตรายนะ! มีแต่คนที่ไม่ดีอยู่เต็มไปหมด!"
เจนัดที่คุกเข่าอยู่ได้ตะคอกใส่เด็กน้อยพร้อมกับจ้องมองมาทางนี้ด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตร
"หึ อะไรมองตัวข้าทำไมกันล่ะ?"
ยูโตะที่ได้ตอบกลับสายตาที่ไม่เป็มิตรนั่น
(หือ เด็กสาวตัวน้อยคนนี้ที่ดูกล้าหารมีชื่อว่าคารันเซียงั้นเหรอ)
"ไม่ไป! ฉันจะปกป้องเจนัดเอง!"
เธอได้พูดออกมาด้วยความกล้าถึงแม้ใบหน้านั้นจะเต็มไปด้วยนํ้าตาก็ตามที เจนัดที่ได้เห็นแบบนั้นจึงฝืนร่างกายของตัวเองแล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาจับเข้าไปที่ไหลของคารันเซียที่หันหลังให้ตัวเขาอยู่แล้วพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนโยน
"ข้าดีใจที่ตัวเ้านั้นเป็ห่วงข้า แต่คารันเซียไม่ว่ายังไงตัวเ้าก็ต้องไปจากที่นี่ตรงนี้ไม่ใช้ที่ๆตัวเ้าควรอยู่หรอกนะ..."
เด็กสาวที่ได้ยินแบบนั้นจึงหันหลังกลับมาแล้วเข้าไปกอดเจนัดที่คุกเข่าอยู่อย่างแรงด้วยใบนํ้าที่เต็มไปด้วยนํ้าตาและเสียงร้องไห้ที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
"แต่ว่าข้าไม่อยากจากท่านไป!..."
เด็กสาวได้พูดออกมาในขณะที่กำลังร้องไห้ไปด้วย เจนัดที่ได้ฟังแบบนั้นตัวเขาจึงได้ใช้มือทั้งสองข้างกอดเข้าไปที่ตัวของเด็กสาวเต็มแรงที่เหลืออยู่ของตัวเขาแต่ก็ไม่มากไปที่จะทำให้ตัวเธอนั้นต้องาเ็ ถึงการที่ทำแบบนี้จะทำให้ตัวเขานั้นเจ็บแผลมากแค่ไหนก็ตามแต่ตัวเขาก็ไม่ได้ร้องออกมาเลยแม้แต่คำเดียวแต่สิ่งที่เขาทำนั้นมีเพี่ยงแค่อย่างเดียวคือพูดออกมาที่ข้างหูของเธอด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนโยน
"อย่าร้องไห้ไปเลยคารันเซีย...ข้าไม่เป็ไรหรอกเ้าไปก่อนเถอะ...ดะ..เดี๋ยวตัวข้าจะตามเ้าไปเอง..."
"สัญญานะ!"
"อือ! ข้าขอสัญญา...”
เจนัดได้หันมามองที่ใบหน้าของยูโตะแล้วพูดออกมาด้วยความสุภาพ
“ข้าขออะไรตัวเ้าอย่างนึ่งจะได้มั้ยอสูรสีเทา...ไม่สิอากิระ ยูโตะ!"
"อะไรล่ะ"
ยูโตะได้ถามกลับมา
"ในฐานะที่ตัวเ้านั้นก็เป็นักรบที่มีเกียรติคนนึ่งเช่นกัน เ้าจะปล่อยเด็กคนนี้ไปได้หรือไม่ ตัวเธอนั้นไม่ได้ทำอะไรผิดเลยเป็เพียงแค่เด็กสาวที่ผ่านทางมาเท่านั้น ข้าขอร้องล่ะ..."
เจนัดได้ดันตัวของเด็กน้อยที่กอดอยู่ออกไปก่อนที่จะก้มหัวขอร้องจนหัวของเขานั้นติดกับพื้นขอความเมตตาจากศัตรูที่ยืนอยู่ตรงหน้า ยูโตะที่เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงแสยะยิ้มออกมา ก่อนที่จะพูดขึ้นมาด้วยนํ้าเสียงและท่าทางที่กวนตีน
"หึ~ตัวข้าเป็อสูรไม่ใช้หรอ สาเหตุที่ตัวข้ามาที่นี่ก็เพื่อจะทำภารกิจให้สำเร็จเท่านั้น เพราะฉะนั้นคงทำตามคำขอร้องของตัวนายที่เป็ศัตรูไม่ได้หรอกและที่สำคัญกว่านั้น อสูรน่ะมันไม่มีความเมตตาหรอกนะ!"
"...กะ...แกยังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นักรบได้อีกงั้นเหรอ! คิดจะฆ่าแม้แต่เด็กที่ไม่มีความผิดแบบนี้มันไร้สักสีสิ้นดี!"
เจนัดที่ได้ฟังแบบนั้นตัวเขาจึงได้ลืมความเจ็บป่วดทั้งหมดไปแล้วลุกขึ้นมายืนอยู่ต่อหน้ายูโตะที่กำลังจ้องมองตัวเขาอยู่ด้วยแววตาที่นิ่งเฉยพร้อมกับได้พูดขึ้นมาด้วยนํ้าเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
"อะไรนะตัวข้าไม่ได้ยินสิ่งที่นายพูดเลยแม้แต่คำเดียว”
"นี่แก่!"
“แต่ถึงจะได้ยินตัวข้าก็ไม่ได้ยินอยู่ดี แต่ถึงจะได้ยินก็จะไม่ทำตามในสิ่งที่ได้ยินหรอกนะ"
ยูโตะมองไปที่เจนัดแล้วได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่กวนตีน
“แก--!”
เจนัดที่กำหมัดที่เต็มไปด้วยาแเอาไว้แน่นแล้วกำลังที่จะทำการชกเข้าไปที่ใบหน้าของยูโตะแต่ก่อนที่ตัวเขาจะได้ทำแบบนั้นยูโตะก็ได้หันหลังให้กลับพวกเจนัดแล้วพูดขึ้นมาด้วยนํ้าเสียงที่เยือกเย็น
"ตัวข้าไม่ได้ยินในสิ่งที่ตัวนายพูด ตัวข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ตัวข้าเพียงแค่พูดคนเดียวเท่านั้น พอพูดจบตัวข้าก็จะไปทำภารกิจต่อ อะ! กระเป๋าพยาบาลของตัวข้าหล่นหายไปั้แ่เมื่อไรกันนาน"
พอยูโตะพูดจบอยู่ดีๆก็ได้มีอะไรบางอย่างที่ถูกโยนออกมาจากตัวเขากระเด็นตกลงไปที่ตรงหน้าของเจนัดและสิ่งนั้นก็คือกระเป๋าพยาบาลของยูโตะนั่นเอง
“นี่เ้า?…”
เจนัดที่เห็นแบบนั้นจึงพูดออกมาเบาๆด้วยความแปลกใจ
"เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของแกวะเนีย!”
เสียงของนายพลเคได้ดังขึ้นพร้อมกับตัวเขาที่เดินออกมาจากซากตึกที่ตัวเขานั่นใช้เป็ที่ซ่อนตัวอยู่จนถึงตอนนี้ าแของตัวเขานั้นหายดีไปส่วนนึ่งแล้วนั่นก็เพราะว่าตัวเขาได้ใช้กระเป๋าพยาบาลแบบเดียวกันกับของตัวข้าที่ตัวเขานั้นพบมาด้วยในการรักษาาแทำให้อาการของตัวเขานั้นดีขึ้นมามากกว่าเดิมจนสามารถที่จะเดินมาบ่นได้ถึงตรงนี้แล้ว
ตัวเขานั้นดูมีท่าทางที่ไม่พอใจที่เห็นยูโตะทำท่าทางราวกับว่าจะปล่อยพวกเจนัดไปโดยที่ไม่ฆ่าพวกเขาทิ้ง
นายพลเคที่เดิมมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของยูโตะได้ทำสีหน้าที่น่ากลัวแล้วตะครอกออกมาใสยูโตะที่เป็หัวหน้าของตัวเขา
“จะปล่อยให้มันรอดไปทั้งแบบนี้งั้นเหรอ! มันฆ่าพวกพ้องของพวกเราไปมากเล---…"
"ขอโทษด้วยนะเคนายมันน่ารำคาญช่วยหลับไปสักพักก่อนเถอะนะ"
ยูโตะได้พูดออกมาหลังจากที่ตัวเขานั้นทุบหัวเคจนหลับไปภายในหมัดเดียว
"ทำไมกันอสูรแห่งอาร์ค?”
อยู่ดีๆเจนัดที่ยืนตัวเซไปมาก็ถามออกมาด้วยความสงสัย
“ถึงแม้จะเป็คำขอร้องจากนักรบด้วยกันก็ตาม แต่ตัวเ้าถึงกับทำร้ายพวกพ้องของตนเองเพื่อช่วยเหลือตัวข้าที่เข่นฆ่าพวกพ้องของตัวเ้าไปมากมายเลยงั้นเหรอ?"
“พวกพ้องงั้นเหรอ?”
ยูโตะได้หันไปที่เจนัดแล้วพูดออกมาด้วยท่าทางที่ดูนิ่งเฉย
"ดูเหมือนว่าตัวนายจะเข้าใจอะไรผิดไปสองเื่นะ”
ยูโตะได้พูดขึ้นมาพร้อมกับชูนิ่วขึ้นมาสองนิ้ว
“เื่แรกพวกพ้องของตัวข้าในหน่วยนั้นมีเพียงแค่วีวแลนกับลาน่าสองคนเท่านั้นส่วนคนอื่นๆนั้นไม่ใช้พวกพ้องของตัวข้า!”
ใช้แล้วสำหรับตัวเขานั้นคนในหน่วยก็เป็ได้แค่คนอื่นเท่านั้น มีเพียงแค่พวกเขาทั้งสองคนเท่านั้นที่ยูโตะเห็นว่าเป็พวกพ้องอย่างแท้จริง
“และเื่ที่สองก็คือภารกิจของตัวข้าที่รับมาคือการหยุดยังากลางเมืองไม่ใช้การที่จะต้องมาเข่นฆ่าผู้คนที่บาตเจ็บใกล้ตายกับเด็กที่ไม่มีทางสู้ แล้วอีกอย่างที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือตัวข้านั้นเกียจการฆ่าเด็กมากที่สุดเลย!"
หลังจากที่ยูโตะพูดจบตัวเขาก็ได้หันหลังไปในทิศทางที่ปืนใหญ่อยู่แล้วเริ่มเดินออกไปเพื่อที่จะไปทำลายมันลงแล้วจบาในครั้งนี้ลงซะ
"..ตะ...แต่พวกนักรบที่เฝ้าปืนใหญ่อยู่เป็พวกพ้องของข้า!?"
เจนัดที่กำลังถูกคารันเซียรักษาาแให้อยู่ได้ะโออกมาจากทางด้านหลังของยูโตะ
(เฮ้อ~ช่างเป็คนที่ห่วงพวกพ้องซะจริงๆเลย ให้ตายสิ)
"ตัวข้าแค่ไปทำลายปืนใหญ่เท่านั้น!"
ยูโตะได้ตอบกลับมาโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับไปมองแล้วเดินต่อไปยังดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน
ตัดกลับมาที่ด้านหนึ่ง ณ ตรงลานกว้างกลางเมืองแอดลานหน้าสภากลางแห่งโอ่เล็น สถานการณ์ในการต่อสู้ในตอนนี้นั่นกำลังเป็ไปในแบบที่ชุลมุน ระหว่างกองทหารอาร์คที่กำลังเสียเปรียบอย่างหนักด้วกการบุกโจมตีอย่างต่อเนื่องของนักรบแห่งเคลันที่มีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นจากที่ปืนใหญ่ของพวกเขานั้นสามารถยิงทำลายแนวป้องกันของกองทหารอาร์คลงได้อย่างง่ายด้าย
"ตั้งแนวรบเอาไว้! พยายามตั้งแนวป้องกันใหม่ซะ!"
วีวแลนที่กำลังออกคำสั่งให้กองทหารที่กำลังสับสนอยู่ให้กลับมารวมตัวกันใหม่อีกครั้งในขณะที่ตัวเขานั้นต้องต่อสู้กับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าไปพร้อมกันด้วย และในขณะที่วีวแลนนั้นไม่ทันได้ระวังตัวก็ได้มีนักรบชาวเคลันคนหนึ่งได้ะโเข้ามาทางด้านหลังของเขาที่มือของมันนั้นถือดาบขนาดกลางเอาไว้แล้วเตรียมพร้อมที่จะฟันลงไปที่วีวแลนอีกแค่ไม่ถึง10ซม.ก็จะถึงตัวของวีวแลนอยู่แล้ว แต่ถว่าก็ได้มีะุนัดหนึ่งยิงเข้ามาใสนักรบเคลันคนนั้นจนกระเด็นออกไป
"อย่าประมาทสิวีวแลน!"
เสียงของลาน่าที่ดังออกมาจากเครื่องมือสือสารได้เรียกสติของวีวแลนให้กลับมาอีกครั้งนึ่ง
"ฉันไม่ได้ประมาทซักหน่อยลาน่า แค่รู้อยู่แล้วว่าเธอจะคอยกันหลังให้เสมอก็เท่านั้นเอง!"
วีวแลนได้พูดแกตัวออกมาในขณะที่ตัวเขาทำการต่อสู้กับพวกศัตรูที่ตรงหน้าไปพร้อมกันด้วย
"ก็นั่นแหละที่เรียกว่าประมาทไงล่ะ!”
ลาน่าที่ได้พูดออกมาพร้อมทำการยิงสนับสนุนให้กับคนในหน่วยคนอื่นๆไปพร้อมกันด้วย
“ฉันไม่ว่างพอที่จะกันหลังให้นายได้ตลอดเวลาหลอกนะ! โดยเฉพาะสถานการณ์แบบนี้ด้วยแล้วพยายามดูแลตัวเองซะ!---"
พอเธอพูดจบลาน่าก็ได้ตัดสายไปพร้อมกับตั้งใจทำการยิงสนับสนุนคนอื่นๆต่อไป
(อ่า~อยู่ดีๆก็ตัดสายไปเลยเหรอ เอาเถอะก็ยุ่งๆแบบนี้ทุกครั้งแหละ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่ดีซะแล้วสิ โธ่เว้ย! พอจะมีวิธีที่จะชนะศึกนี้ได้บางไหมนะ)
วีวแลนที่พยายามมองไปรอบๆพร้อมกับคิดหาทางที่จะชนะาในครั้งนี้ให้ได้
(โธ่เว้ย! ถ้าทำลายปืนใหญ่ได้ล่ะก็คงทำให้กำลังใจของศัตรูลดลงและก่อให้เกิดความสับสนเปิดโอกาศให้กับพวกเราได้โต้กลับแล้วพลิกเกมกลับมาชนะได้แน่นๆแท้ๆเลย! แต่มันกับไม่เป็แบบนั้นนั่นสิ...)
ตู้ม-----! เสียงะเิที่ดังสนันได้ดังมาจากที่อันห่างไกลเสียงของมันได้ดึงดูความสนใจของทุกคนที่อยู่นะที่แห่งนี้ไปจนหมด
“อะไรกันน่ะ!เสียงนี้...”
วีวแลนได้หันไปในทิศทางของเสียงนั่นและสิ่งที่ตัวเขาและคนอื่นๆเห็นอยู่นั้นนั่นก็คือกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่ที่พุ่งตัวขึ้นมาจากพื้นไปบนท้องฟ้าจนสามารถมองเห็นได้จากทุกที่ของเมืองนี้
(..นะ..นั่นมันไม่ผิดแน่มันคือกลุ่มควันที่เกิดขึ้นจากการะเิของปืนใหญ่อนุภาค ทางด้านนั้นทำภารกิจสําเร็จแล้วงั้นสินะ!)
"นั่นมันทิศทางที่ปืนใหญ่ของพวกเราตั้งอยู่ไม่ใช้เหรอ?!"
ซี่ลาดนายพลนักรบแห่งเคลันได้ะโขึ้นมาหลังจากที่ตัวเขาได้ยินและเห็นกลุ่มควันที่เกิดขึ้นในทิศทางที่ปืนใหญ่ของพวกเขานั้นตั้งอยู่
"ปืนใหญ่ถูกทำลายแล้วงั้นเหรอ!?”
“ไม่นะ!"
“แล้วพวกเราจะเอาชนะได้อย่างไงล่ะ!?”
เหล่านักรบฝ่ายเคลันที่เริ่มเกิดอาการสับสนขึ้นมาหลังจากที่พวกเขารู้ว่าปืนใหญ่ของพวกนั้นถูกทำลายลงไปแล้ว
(นี่เเหละโอกาศมาถึงแล้ว!)
"โอกาศของพวกเรามาถึงแล้ว! กองทหารแห่งอาร์คทุกนายถึงเวลาใช้โอกาศนี้โจมตีบุกทะลวงพวกมันกลับไปเลย!"
วีวแลนที่ขึ้นไปยืนอยู่บนซากตึกขนาดใหญ่ที่อยู่แถวๆนั้นได้พูดออกมาบุกใจทุกคนให้ลุกขึ้นมาใจสู้อีกครั้ง
"โอ้!"
ทุกคนได้ตอบรับคำของวีวแลนด้วยเสียงโฮร้องที่ดังสนันพร้อมกับการบุกจู่โจมที่เป็อันหนึ่งอันเดียวกันมายิ่งขึ้นมากกว่าเดิม
เมื่อปืนใหญ่ถูกทำลายไปทำให้ขวัญกําลังใจของนักรบแห่งเคลันลดลงไปอย่างมาก พวกเขานั้นหวาดกลัวและสับสนทำให้กองทหารแห่งอาร์คที่มีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นบุกโต้กลับมาเป็ฝายได้เปรียบอย่างง่ายดายจะสามารถเอาชนะได้เมื่อไหลก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
"...พะ...แพ้แล้วงั้นเหรอ...นักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเราเจนัดคนนั้นได้พ่ายแพ้แล้วงั้นเหรอ...ไม่จริงเป็ไปไม่ได้!"
ซี่ลาดได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่สิ้นหวัง
"แกคือผู้บัญชาการของเคลันงั้นสินะ!"
วีวแลนได้ปรากฎตัวขึ้นมาต่อหน้าซี่ลาดที่กำลังสับสนอยุ่จนไม่สามารถที่จะบัญชาการการรบได้อีกแล้ว
"แกมันผู้บัญชาการนักรบแห่งอาร์ค!.."
ซี่ลาดที่ใที่อยู่ๆวีวแลนก็มาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าของตนจึงพยายามหยิบมีดสั่นของตนเองขึ้นมาปล่องกันตัว
"ฉันไม่ใช้ผู้บัญชาการนักรบอะไรนั่นซักหน่อย! ตัวฉันคนนี้ก็คือหัวหน้าหน่วยที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งอาร์ดผู้ผดุงความยุติธรรมที่เก็งกาจที่สุดท่านวีวแลนยังไงล่ะ! และฉันมาที่นี่ก็เพื่อตัดสินโทษตัวแกเพราะฉะนั้นเตรียมพร้อมรับโทษเอาไว้ซะ!"
พอวีวแลนพูดจบก็ได้พุ่งตัวเข้าไปง่างหมัดขวาขึ้นมาเตรียมพร้อมที่จะชกเข้าไปใสซี่ลาดที่อยู่ตรงหน้า ซี่ลาดที่เห็นแบบนั้นจึงยกมีดขึ้นมากันแต่เป็เพราะมือที่สั่นไปมาทำให้ตัวเขานั้นทำมีดหลุดมือตกพื้นไปทำให้ไม่สามารถที่จะป้องกันหมัดของวีวแลนได้ หมัดของวีวแลนได้ชกเข้าไปที่ตรงกลางร่างกายของนายพลนักรบซี่ลาดแห่งเคลันจนทะลุผ่านไปภายในหมัดเดียว
"อ่า-----!"
ซี่ลาดได้กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บป่วดก่อนที่จะสิ้นลมหายใจตายไปในที่สุด ร่างของตัวเขาได้ล้มลงกองอยู่กับพื้นท่ามกลางกองเืสีเขียวที่ไหล่นองเต็มพื้น
"เฮ้อ~จบซักทีนะ"
วีวแลนได้ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะลากศพของนายพลนักรบซี่ลาดขึ้นไปในที่ๆทุกคนนั้นสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
"การต่อสู้ได้จบลงแล้ว! หัวหน้าของพวกแกได้ตายลงแล้ว! จงยอมแพ้ซะใครที่ต่อต้านพวกเราจะถูกกำจัดโดยไม่มีคำว่าปราณี!"
วีวแลนได้ะโออกมาพร้อมกับชูร่างศพที่ไร้ิญญาของนายพลนักรบแห่งเคลัดขึ้นมาบงบอกให้ทุกคนได้เห็นว่าตัวเขานั้นได้ตายลงไปแล้วและเป็การประกาศชัยชนะของฝ่ายตนเองไปพร้อมกันอีกด้วย
"...มะ...ไม่จริงนะ..."
"ท่านซี่ลาด..."
"ไม่นะ!...ท่านซี่ลาด..."
เหล่านักรบแห่งเคลันต่างพากันเศร้าโศกเสียใจกับการตายของซี่ลาด บางคนได้ว่างอาวุธลงแล้วยอมแพ้ บางคนก็ยังคงต่อสู้ต่อไปแล้วถูกสังหารอย่างไร้ความปราณีโดยทหารแห่งอาร์ค
(ใช้แล้วล่ะนี้เเหละคือความยุติธรรม ไม่ว่าเมื่อไหลความยุติธรรมก็จะเป็ฝ่ายชนะเสมอ!)
วีวแลนที่คิดเช่นนั้นได้จ้องมองไปที่จุดจบของาที่อยู่ตรงหน้าด้วยใบหน้าของผู้ชนะที่ห่างไกลกับคำว่าผู้ผดุงความยุติธรรมซะจริงๆ โดยที่เ้าตัวนั้นก็ไม่รู้ตัวเองซะด้วยซํ้าว่าสีหน้าของตนเองได้กลายเป็แบบนี้ไปเสียแล้ว...
ถึงผลของาจะออกมาแล้วก็ตาม..
แต่เืจำนวนมากก็ยังคงไหลนองลงสู่พื้นของโอเล็นต่อไป...
จนกระทั่งผ่านไป1ชั้วโมง….การต่อสู้ฆ่าฟันอันยาวนานก็ได้จบลงอย่างแท้จริงในที่สุด...าที่ดำเนินมานับสิบปีก็ได้จบลงในที่สุด...
ความสงบสุขก็ได้กลับมาสู่ดาวดวงนี้อีกครั้ง…..?