คิมหันต์เดินออกจากบ้านออยเฟ่ย์ ไปตามทางเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดหมาย
ตอนแรกเขาคิดโดดเรียนทั้งวัน แต่ก็ต้องกลับไปซ้อมบาสฯ ตอนเย็น ดังนั้น่เวลานี้เขาจึงไม่รู้จะทำอะไร จึงได้แต่เดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินไปถึงยังหน้าสถานทูตญี่ปุ่น
ชายหนุ่มเหลือบเห็นป้ายหน้าสถานทูต จึงนึกขึ้นได้ว่า เซร่าเป็ลูกสาวของท่านทูต
เขายืนมองเข้าไปภายในสถานทูตพร้อมกับคิดอย่างลังเลใจว่า เขาควรจะเข้าไปหรือไม่ เพราะจากอาการขาที่บวมของหญิงสาวเมื่อวาน คิมหันต์คิดว่าเธอคงไม่สามารถไปโรงเรียนวันนี้ได้อย่างแน่นอน
“มาหาใครหรือคะ คุณ?”
เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นด้านหลัง ทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งอย่างใ
“เอ๊ะ? แบบฟอร์มคุณนี่ เป็ของโรงเรียน Saint Helena นี่นา ...อ๋อ...งั้นคุณคงเป็เพื่อนคุณหนูเซร่าสินะ มาเยี่ยมคุณหนูล่ะสิ มาๆๆ เข้ามาก่อนสิคะ”
“เอ่อ..คือ…”
ป้าแมรี่จำชุดฟอร์มของคิมหันต์ได้ เพราะฮิเดกิก็ใส่ชุดฟอร์มแบบนี้เช่นกัน ป้าแมรี่จึงสรุปเอาเองว่า เขาคงเป็เพื่อนของเซร่า และคงมาเยี่ยมคุณหนูของเธอ
ป้าแมรี่จึงคว้ามือของคิมหันต์และจูงมือเข้าไปในสถานทูตโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของคิมหันต์แม้แต่น้อย
“คุณหนูคะ!!! มีเพื่อนคุณหนูมาเยี่ยมน่ะค่ะ”
ป้าแมรี่พาคิมหันต์เข้ามาถึงยังห้องโถงภายในของสถานทูต ร้องะโบอกเซร่าที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟาอย่างเซ็งๆ เพราะเคลื่อนไหวมากไม่ได้
“ใครกันคะ? ฮิเดกิเหรอ??”
ป้าแมรี่ดันหลังคิมหันต์ให้เข้าไปยืนอยู่ด้านหลังโซฟาที่เซร่ากำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ พร้อมกับขยิบตาให้กับเขา
“อยู่เป็เพื่อนคุณหนูเธอหน่อยนะคะ เธอค่อนข้างเหงาน่ะค่ะ” ป้าแมรี่กระซิบกับคิมหันต์เบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป
คิมหันต์มองตามป้าแมรี่ไป ก่อนจะหันกลับมามองเซร่าที่นั่งหันหลังให้อย่างพิจารณา ผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกรวบขึ้นไว้บนศีรษะ เผยให้เห็นลำคอขาวระหง
ชายหนุ่มค่อยๆ เดินเข้าใกล้เซร่าทีละน้อย และเหลือบสายตามองที่เท้าข้างที่แพลงของเซร่า ก็พบว่าพันไว้ด้วยผ้าพันแผลอย่างไม่เรียบร้อยนัก
“ใครกันล่ะป้า?? อ๊ะ!!!”
เซร่าแหงนหน้ามาด้านหลังเพื่อถามป้าแมรี่ ก่อนจะอุทานอย่างใที่เห็นคิมหันต์ยืนอยู่
“นาย!!!”
เซร่าหันกลับมาชี้นิ้วใส่คิมหันต์อย่างใ แววตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยความแปลกใจ
“สวัสดี” คิมหันต์ทักทายเซร่าเสียงเรียบๆ
“นายมาทำอะไรที่นี่?”
“เปล่านี่....พอดีฉันเดินมาเรื่อยเปื่อย แล้วมาถึงหน้าบ้านเธอพอดี ก็เลยแวะมาเยี่ยมเธอน่ะ”
“หา! นายเนี่ยนะ เดินมาเรื่อยเปื่อย แล้วแวะมาเยี่ยมฉัน?” เซร่าอุทานทวนคำพูดของคิมหันต์อย่างแปลกใจ ก่อนจะมองเขาด้วยสายตาพิศวง
“มันแปลกรึไง?” คิมหันต์รู้สึกขัดใจกับอาการของเซร่าอย่างมากที่ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด
“นี่มันเวลาเรียนนะ??”
เซร่าย้อนถามคิมหันต์เสียงสูง และยักคิ้วให้กับชายหนุ่มอย่างกวนๆ และรู้ทัน
“เื่ของฉันน่ะ ไหนขอดูเท้าเธอหน่อยซิ!”
คิมหันต์ตัดบท เพราะรำคาญความอยากรู้ของเซร่า
“เฮ้ย!! ไม่ต้องเลย! หยุดอยู่ตรงนั้น!!” เซร่ายกมือร้องห้ามคิมหันต์ที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับชักเท้าหนี
“ทำไม?” คิมหันต์เลิกคิ้วและถามด้วยความสงสัย
“เท้าฉันไม่เป็อะไรแล้ว.... ฉันก็ทายาเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องๆๆ”
เซร่าร้องบอกคิมหันต์ เพราะเธอไม่อยากให้เขามาถูกตัวมากนัก
คิมหันต์จ้องมองเซร่าอย่างจับผิด ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นแล้วก็คว้าเท้าของเธอไว้ก่อนที่เธอจะชักเท้าหนีมือของเขาทัน
“โอ๊ย!”
เซร่าร้องออกมาอย่างเ็ป เพราะเธอพยายามดึงเท้าหนี ทำให้คิมหันต์ออกแรงบีบข้อเท้าเธอเล็กน้อย
“นี่นะ? ไม่เป็อะไรแล้ว? ยังเจ็บอยู่แท้ๆ ยังจะมาทำอวดเก่งอีก” คิมหันต์ดุเซร่าเสียงเข้ม
“ก็นายบีบแรงแบบนี้ ใครจะไม่เจ็บมั่งเล่า!!!”
เซร่าเถียงคิมหันต์กลับทันควัน ั์ตาเธอค้อนขวับใส่ชายหนุ่มด้วยความโกรธ
“ก็เธอจะชักเท้าหนี ฉันก็ต้องดึงไว้สิ ทำตัวเองแท้ๆ ยังมีหน้ามาบ่นอีก”
“ไหนดูซิ? พันผ้าไม่ได้เื่เลยจริงๆ เธอนี่”
“ยาอยู่ไหน?”
เซร่าชี้นิ้วไปยังถุงยาที่อยู่บนโต๊ะ คิมหันต์เดินไปหยิบถุงยามา และหยิบหลอดยาทาแก้ฟกช้ำออกมาพร้อมกับทาให้ที่เท้าของหญิงสาวอย่างเบามือ ก่อนจะค่อยๆ นวดคลึงให้เบาๆ เพื่อเกลี่ยยาให้ทั่ว และบรรเทาอาการปวดให้กับเซร่า
เซร่าจ้องมองใบหน้าของคิมหันต์ที่ก้มหน้าก้มตานวดเท้าให้กับเธออย่างประหลาดใจ
คิมหันต์พันผ้าพันแผลให้กับเซร่าอย่างเรียบร้อย ทำให้เธอมองอย่างทึ่งๆ เพราะตัวเธอเองยังพันไม่ได้เท่าคิมหันต์
“อะไร?”
“ก็... ฉันไม่นึกเลยว่านายจะเก่งเื่พวกนี้น่ะ”
เซร่าตอบคำถามของคิมหันต์อย่างทึ่งๆ ก่อนจะก้มลงมองเท้าของตัวเองที่โดนพันเอาไว้อย่างเรียบร้อย และรู้สึกได้ว่าความเ็ปลดน้อยลงหลังจากที่เขานวดให้
“ฉันเป็นักกีฬาบาสฯ นะ”
“เหรอ”
เซร่ากลอกตาไปมาอย่างครุ่นคิด เธอค่อนข้างแปลกใจกับอาการของคิมหันต์วันนี้ เพราะปกติเขามักจะทำตัวเ็ากับผู้หญิงอื่น แต่วันนี้เขากลับ....
“มีอะไรอีกล่ะ?” คิมหันต์เลิกคิ้วถามเซร่าอย่างสงสัย
“เปล่า...ฉันก็แค่รู้สึกว่า วันนี้นายแปลกๆ น่ะ” เซร่าสั่นหัวปฏิเสธ ก่อนจะบอกออกมาอย่างอ้ำอึ้ง
“แปลกตรงไหน?”
“ก็....ปกตินายมักจะทำสีหน้าเ็า แต่วันนี้สีหน้าของนายดูเศร้าหมองยังไงไม่รู้น่ะ”
เซร่าจ้องมองใบหน้าของคิมหันต์อย่างพิจารณา ทำให้เขานิ่งอึ้งไป เพราะคำพูดของเซร่านั้นแทงใจดำของเขาพอดี
“เอ่อ...ช่างเถอะ ว่านายมีธุระอะไรกับฉันรึเปล่า”
เซร่าตัดบทเมื่อเห็นสีหน้าที่กระอักกระอ่วนของเขา ก่อนจะถามถึงสาเหตุการมาของเขา
“ก็ไม่มีอะไร ฉันก็จะมาขอโทษเธอที่ทำให้เท้าของเธอเป็แบบนี้ แล้วก็อีกอย่าง......”
“ไม่เป็ไรหรอก ฉันมันซุ่มซ่ามเองน่ะ แล้วอีกอย่างน่ะ อะไรเหรอ?” เซร่าไม่ถือสาเื่ที่เกิดขึ้น ก่อนจะขมวดคิ้วถามคิมหันต์อย่างแปลกใจ
“ฉันมีอะไรอยากถามเธอหน่อยนึงน่ะ
“อะไรล่ะ?” เซร่าเอียงคอมองหน้าชายหนุ่มอย่างสงสัย
“คือ.....เธอน่ะ ชอบเหมันต์รึ?”
คิมหันต์อ้ำอึ้งซักพัก ก่อนจะโพล่งถามเซร่าออกไป
“ว่าไงนะ!!”
“ฮื้อ..ก็อย่างที่ถามน่ะล่ะ เธอชอบเหมันต์รึ?”
คิมหันต์รู้สึกรำคาญที่ต้องถามซ้ำ
“จะบ้ารึ!!! เอาสมองส่วนไหนคิดกันเนี่ย!!!”
เซร่าร้องะโเสียงดังลั่น เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงคิดแบบนั้นได้
“ตอบคำถามฉันมาสิ!!”
“ก็ได้! ตอนนี้ฉันไม่ได้ชอบคุณเหมันต์”
เซร่าค่อยๆ พูดออกมาทีละคำอย่างหนักแน่น นั่นทำให้คิมหันต์มีสีหน้าโล่งอก
“แต่.....” เซร่าลากเสียงยาว
“ต่อไปในอนาคตไม่แน่”
“ทำไม?” คิมหันต์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“ก็คุณเหมันต์เป็สุภาพบุรุษ ใจเย็น อย่างที่ผู้หญิงทุกคนฝันถึง แล้วทำไมฉันถึงจะไม่ชอบเขาล่ะ” เซร่าทำสีหน้ากวนๆ ใส่คิมหันต์
“เธออย่าชอบเหมันต์เลย” คิมหันต์บอกกับเซร่าเสียงเครียด
“เพราะอะไร ฉันถึงชอบคุณเหมันต์ไม่ได้?”
เซร่าขมวดคิ้ว น้ำเสียงเริ่มไม่พอใจ เพราะเธอไม่ชอบให้ใครมาบังคับ
“ก็เหมันต์กับออยเฟ่ย์คบกันอยู่”
คิมหันต์สะกดความเสียใจเอาไว้
“แล้วยังไง? ถึงฉันจะชอบคุณเหมันต์ คนอย่างฉันก็คงไม่มีปัญญาทำให้คุณเหมันต์กับออยเฟ่ย์ต้องแตกแยกกันหรอกน่า”
เซร่าพูดด้วยเสียงเรื่อยๆ เอื่อยๆ คิมหันต์อึ้งกับคำพูดของเซร่า
สิ่งที่หญิงสาวพูดอาจจะจริงก็ได้ หากแต่ทำไมสีหน้าของเหมันต์ที่ดูเป็ห่วงหญิงสาวถึงได้รบกวนจิตใจของเขาแบบนี้นะ
“มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอก” คิมหันต์พึมพำเบาๆ
“หือ? นายพูดว่าอะไรนะ??”
“เปล่าๆ ไม่มีอะไร” คิมหันต์ปฏิเสธเซร่าเสียงเรียบๆ ทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วมองชายหนุ่มอย่างแปลกใจ
“ได้เวลาทานอาหารเที่ยงแล้วค่ะ”
ป้าแมรี่เข้ามาขัดจังหวะ เนื่องจากใกล้เที่ยงแล้ว และป้าแมรี่ก็ได้จัดเตรียมอาหารกลางวันเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
“งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
“ไม่ได้ค่ะ ดิฉันจัดที่สำหรับรับประทานอาหารไว้เผื่อแล้วค่ะ”
“แหม ป้า คนเขารีบกลับจะไปห้ามทำไม”
“ที่สำคัญ เขาไม่กล้าอยู่ทานอาหารที่สถานทูตหรอก”
เซร่าเน้นเสียงท้าทาย ก่อนจะยักคิ้วกวนๆ ให้ชายหนุ่ม
“งั้นผมขอรบกวนหน่อยนะครับ” คิมหันต์เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะตอบตกลง
“ฉันไม่ได้กลัวนะ แต่ี้เีเห็นเธอนั่งเหงา เพราะต้องกินข้าวคนเดียวหรอก”
ชายหนุ่มยอกย้อนอย่างกวนๆ ก่อนจะตรงเข้าไปประคองเซร่าให้ลุกขึ้น โดยไม่ฟังเสียงร้องโวยวายของเธอ
ป้าแมรี่อมยิ้มด้วยความถูกใจ ที่เห็นชายหนุ่มสามารถกำหราบหญิงสาวอยู่หมัด และเดินนำทั้งคู่ตรงไปยังห้องรับประทานอาหาร