ฟิคหัวขโมยแห่งบารามอส เจ้าชายเฟริน เจ้าหญิงเฟริโอน่า

    ตอนที่ 48

    การประชุมสภาสูงป้อมอัศวินครั้งแรกเป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่มีการทะเลาะกันของคู่หูซาตานนักบวชเหมือนทุกปี เพราะปีนี้พี่ซาตานแกต้องรอบต้องนั่งแกวรออยู่ด้านนอก ส่วนใหญ่เป็นการแนะนำตัวเองของสมาชิกสภาใหม่ทั้งหมด ภายใต้การดูแลของโรเวนที่ลงมาประจำการเป็นที่ปรึกษาให้กับป้อมอัศวิน ผู้นั่งเยื้องลงไปด้านหลังหัวหน้าป้อมคนใหม่ คาโล วาเนบลี

    นอกนั้นก็เป็นการอธิบายและแจกแจงหน้าที่คร่าว ๆ ของแต่ละตำแหน่ง ซึ่งเพื่อให้ทราบทั่วกัน จึงมีการใช้เวลาในการอธิบายอยู่นานหลายชั่วโมง โดยภาพรวมคร่าว ๆ คือ จะมีการแบ่งฝ่ายจัดการเป็นสองฝ่ายเป็นฝ่ายในและฝ่ายนอก ฝ่ายนอกดูเรื่องการทหารและรอบ ๆ เอดินเบิร์กควบคุมโดยเสนาธิการฝ่ายขวา ภายใต้การนำของ ไธนอสเจ้าเก่า มีสามขุนพลขึ้นตรง และมีสิบสองผู้พิทักษ์ป้อมคอยทำหน้าที่ภายใต้การนำของสามขุนอีกต่อ

    ฝ่ายในจัดการเรื่องภายใน กฎระเบียบต่าง ๆ ภายในป้อมและติดต่อประสานงานกับป้อมปราการต่าง ๆ รวมทั้งร่วมวางแผนงานที่จะเกิดขึ้นในเอดินเบิร์ก มีสี่ผู้คุมกฎภายในการทำงาน

    ทั้งสองเสนาธิการขึ้นตรงต่อหัวหน้าป้อมที่ดูแลรับผิดชอบหน้าที่ทั้งหมด

    และโรเวนก็ได้อธิบายการทำงานโดยภาพรวมของป้อมปราการต่าง ๆ ให้ฟังดังนี้ ปราสาทขุนนางเป็นผู้ดูแลด้านการคลัง (เฟรินแอบบ่นว่ามีการโกงกินแหง ๆ เพราะ ปราสาทขุนนางรวยเอา ๆ ตึกสวยแถมใหญ่ หรูอีกต่างหาก ทำให้ทุกคนหัวเราะออกมาเบา ๆ จนโรเวนต้องเบรก) ปราการปราชญ์ดูแลเรื่องกฎระเบียบพิธีการ กฎหมายภายใต้เอดินเบิร์ก และสุดท้ายแผ่นดินประชาชน ทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน (ฝ่ายขี้ข้า เฟรินว่ามาอย่างงั้น)

    หลังจากนั้นก็เป็นการวางแผนการร่วมกัน เรื่องเวรยาม การรักษาความปลอดภัย ทั้งในตัวปราสาทและตัวป้อมอัศวินเอง ซึ่งกินเวลาจนเกือบบ่าย ทำให้ท้องของเฟรินส่งเสียงดังรบกวนการประชุมเป็นพัก ๆ ส่วนเจ้าตัวทำหน้าเหย ๆ ยิ้มรับหน้าด้าน ๆ เรียกบรรยากาศเป็นกันเองให้กับการประชุมที่เคร่งเครียดอยู่นาน

    พอจัดหน้าที่กันได้อย่างลงตัวแล้ว ก็แยกย้ายกันไปแบ่งหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ฝ่ายซ้ายที่มีจำนวนคนน้อยกว่าจึงจัดการได้ง่ายกว่าฝ่ายขวาที่มีคนมาก ซึ่งสี่ผู้คุมกฎในครั้งนี้มี ลอเรนซ์ โซมาเนีย คิล โร ทุกคนตกลงใช้แผนเดิมตามที่โรเวนเคยใช้ก่อนหน้านี้ และให้โรเวนอธิบายการทำงานก่อนหน้านี้ให้ฟัง เมื่อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยทุกฝ่ายก็กลับเข้าห้องประชุมอีกครั้ง คราวนี้โรเวนยกหน้าที่ให้แก่หัวหน้าป้อมคนใหม่เป็นคนจัดการเอง โดยตัวเองเพียงมานั่งนิ่ง ๆ ข้างรุ่นน้องตัวป่วนที่ทานของว่างที่เขาให้เด็กจัดมาให้กันการโวยวายจากเจ้าตัวดี

    “มีคำสั่งจากท่านมหาปราชญ์เลโมธี ให้มีการจัดงานเอเดน – เดมอสสัมพันธ์ ปีที่ 18 ให้เกิดขึ้นในปีนี้เนื่องจากทางเดมอสได้เรียกร้องให้จัดการขึ้นมาเพื่อระลึกถึงความสัมพันธ์อันแน่นแควนของเอเดน เดมอส โดยงานนี้จะจัดขึ้นในอีกไม่สองเดือนข้างหน้า และจะมี คิงจากทุกประเทศเข้าร่วมงาน หน้าที่หลักของป้อมอัศวินคือคุ้มครองความปลอดภัยทั้งร่างกายและทรัพย์สิน ในงานนี้มีการคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนไม่น้อยเข้ามาในเมือง ซึ่งอาจจะนับรวมไปถึงเหล่านักฆ่าและมิจฉาชีพทั้งหลาย ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและรัดกุมที่สุด” คาโลอธิบายงานใหญ่ที่จะเกิดขึ้นให้ทุกฝ่ายรับทราบพร้อมกันก่อนจะนั่งลง

    “มีกำหนดพิธีการต่าง ๆ หรือยัง ว่าในงานมีการทำอะไรบ้าง จะได้เตรียมการได้ถูกต้อง” ไธนอสเอ่ยถามขึ้นมา

    “ในส่วนนี้ปราการปราชญ์ได้ให้กำหนดการมาเรียบร้อยแล้ว จะมีการดำเนินงานเพียงสี่วันเท่านั้น คือ ในช่วงเช้าจะเป็นพิธีต้อนรับเหล่า คิงทั้งยี่สิบสี่ประเทศและท่านจ้าวจากเดมอส และเป็นการพักผ่อนพูดคุยกันของเหล่าคิงและท่านจ้าว ส่วนตอนเย็นจะเป็นการแสดงต้อนรับจากปราสาทขุนนาง และเต้นรำเปิดงานโดยเจ้าหญิงเฟลิโอน่า จากเดมอส

    ส่วนในวันที่สองจะเป็นความบันเทิงจากปราสาทขุนนาง และแผ่นดินประชาชน ถึงส่วนนี้ทั้งสองป้อมจะเป็นคนตัดสินใจเรื่องการแสดงและเสนอในการประชุมครั้งต่อไป จากนั้นในวันที่สามจะเป็นความบันเทิงจากปราการปราชญ์และป้อมอัศวิน ซึ่งต้องต้องตัดสินใจกันอีกทีว่าจะมีการแสดงหรือความบันเทิงอะไรออกมานำเสนอ ในวันที่สี่จะเป็นการส่งเสด็จกลับของ คิงทั้งยี่สิบสี่ประเทศและท่านจ้าว”

    “หมายความว่าเราต้องดูแลความปลอดภัยสี่วัน สามคืน” ลอเรนซ์สรุปงาน คาโลพยักหน้ารับ

    “แล้วการแสดงความบันเทิงในวันที่สามนี่สิ ไหนจะต้องดูแลคุ้มครองความปลอดภัยแล้ว ยังต้องมีการแสดงอีกแบบนี้ ไม่ยุ่งยากเกินไปหน่อยหรอ” เสียงหนึ่งในผู้พิทักษ์เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

    “การดูแลป้องกันเหล่ากษัตริย์น่าจะไม่ต้องอะไรมากอยู่แล้วนี่ คงมีองค์รักษ์แต่ละพระองค์อยู่แล้ว ไม่น่าจะเป็นห่วงได้เลย” หนึ่งในสามขุนพลออกความคิดเห็น ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

    “ถ้าอย่างนั้นในวันที่สองและสามนี่มีการเปิดให้เข้าชมของประชาชนหรือป่าว?” คิลถามขึ้นมา

    “ปราสาทขุนนางจะมีการเปิดให้เข้าชม เพื่อเก็บรายได้เข้าเอดินเบิร์ก” คาโลอธิบาย

    “งั้นหมายความว่า การคุ้มการต้องแน่นหนาตามไปได้ คนของป้อมเรายิ่งน้อยอยู่ ให้ไปแสดงเยอะ ๆ ก็ไม่ได้ เพราะความปลอดภัยอาจจะหลวมตาม” มาทิลด้าแสดงเหตุผลให้ฟัง ทำให้ทุกคนมีสีหน้าหนักใจ ยกเว้นท่านเสนาฝ่ายซ้ายที่เริ่มโยกเก้าอี้เล่นด้วยความสนุก

    ตึง.... เสียงเก้าอี้กระแทกพื้นเพื่อทรงตัวให้อยู่ในสภาพเดิม ทำให้เหล่าผู้ร่วมประชุมหันมามอง พร้อมสายตาดุจากหัวหน้าป้อม เฟรินยิ้มแหย่ ๆ ส่งให้ก่อนจะเกาหัวแกรก ๆ

    “ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วเขาให้ประชาชนเข้ามาทั้งที จะมาซีเรียสกันไปทำไมเล่า” เฟรินเอ่ยด้วยด้วยรอยยิ้มร่าเริง

    “หมายความว่าไง เจ้าตัวยุ่ง” โซมาเนียเหวเจ้าคนที่ออกลายว่าจะป่วนการประชุม แต่มันกลับไม่สะทกสะท้าน ลุกขึ้นยืนมองหน้าทุกคน

    “ก็หมายถึงเงินที่เข้ามาในป้อมไงล่ะรุ่นพี่โซมาเนียคนสวย วันนั้นจะมีประชาชนแห่กันมาเพื่อยลโฉมเหล่าบรรดากษัตริย์ทั้งยี่สิบห้าประเทศรวมทั้งเดมอสใช่ไหมล่า” เฟรินไม่ว่าป่าวยัง ยักคิ้วเผล่ด้วยความเจ้าเล่ห์ “เราก็เก็บเงินค่าเข้าชมการแสดงของประชาชนก็สิ้นเรื่อง ได้เงินไปซ่อมป้อม ซื้อเสบียงใหม่ได้ไง”

    “คิดน่ะมันง่าย แล้วการแสดงอะไรล่ะที่ทำให้ประชาชนและกษัตริย์ทั้งหลายพอใจน่ะ นายนี่มัน” โซมาเนียเหวใส่อีกรอบ

    “เรื่องนั้นผมคิดไว้แล้ว เราจะจัดการประลองขึ้น โดยให้เหล่าประชาชนและเด็กนักเรียนในโรงเรียนทุกคนได้เข้าร่วมแข่งขัน รอบแรกจะเป็นแบบทัวร์นาเม้นต์ สี่บล็อก เอาแค่ผู้ชนะที่ยืนอยู่คนสุดท้ายคนเดียวของแต่ละบล็อก จากนั้นจะมีการประลองอีกครั้ง โดยผู้ชนะทั้งสี่บล็อกเป็นผู้ประลอง ผู้ชนะจะได้รับรางวัลอย่างใกล้ชิดกับ ไฮคิงบนที่นั่งของกษัตริย์ แบบนี้คนของเราก็ไม่เสีย แถมได้ค่าสมัครอีกต่างหาก การต่อสู้ยิ่งคนเยอะยิ่งตื่นเต้น ยิ่งของรางวัลน่าตื่นตาคนก็ยิ่งลงสมัครจริงไหมครับ นอกจากเราจะมีเวลาว่างแล้ว ยังได้เงินเข้าป้อมอีก คิดว่าไงกันครับ” เฟรินอธิบายพร้อมล่อตาล่อใจ ทำให้ทุกคนเริ่มคล้อยตามเจ้าตัวมากแผนการ

    “แล้วเป็นการประลองอะไร ดาบ เวทย์” ไธนอสถามขึ้นในที่สุด

    “เอาตัวรอดครับ เราจะใช้น้ำยาประคองชีวิตเหมือนหมากกระดานเกรียติยศให้เหล่าผู้กล้าทั้งหลายได้ซัด เฮ้ย ต่อสู้กันอย่างสุดความสามารถ” เฟรินบอกยิ้ม ๆ ทำให้ไธนอสยิ้มขำ

    “ว่ายังไง” คาโลที่เป็นหัวหน้าหลักในการประชุมเอ่ยขึ้นในที่สุด “มีใครคัดค้านไหม?” ดวงตาสีฟ้านิ่งไล่มองผู้ร่วมประชุมทีละคน แต่เมื่อไม่มีเสียงคัดค้านเขาจึงสรุปหัวข้อ

    “งั้นความบันเทิงในวันที่สาม จะเป็นการประลองเอาตัวรอด ต่อไปเป็นแผนตั้งรับ ถึงแม้ว่าจะมีองค์รักษ์ประจำพระองค์ก็ตามที เพื่อความไม่ประมาณควรจะมีคนคอยประจำการรักษาพระองค์อย่างน้อยหนึ่งคน เพื่อบริการและคุ้มครองพระองค์ตลอดเวลา”

    การประชุมที่เหลือเป็นการจัดหน้าที่คนประจำการรักษาพระองค์แต่ละประเทศ และวางแผนคุ้มกันในวันงานทั้งสี่วัน โดยมีมติที่ประชุมกันว่าจะมีการซ้อมวางแผนรับมือ โดยแบ่งฝ่ายเป็นสองฝ่าย ฝ่ายแรกเป็นฝ่ายตั้งรับ อีกฝ่ายเป็นฝ่ายบุกโดยทำหน้าที่ ขโมยไข่มุกที่จะวางตามจุดต่าง ๆ แปดเม็ด และลอบสังหารตัวแทนแต่ละประเทศ ซึ่งหน้าจะเป็นอีกสองสามสัปดาห์ถัดไป ซึ่งเป็นช่วงที่โรงเรียนปิดเพื่อบูรณการโรงเรียนเพื่อต้อนรับเหล่ากษัตริย์ผู้มาเยือน

    โดยการวางแผน เฟรินและคิลได้เป็นตัวหลักนำทีมฝ่ายบุกโดยไม่มีสิทธิ์โต้แย้งใด ๆ แถมเจ้าตัวดียังบอกอีกว่าถ้าตัวเองได้เข้าร่วมการวางแผน จะทำให้การบุกง่ายเกินไปแล้วอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงนัก แล้วโยนงานให้เฟลิโอน่ามาร่วมวางแผนแทน เพราะอ้างว่า เจ้าหญิงคนงามรู้จักแผนการของหัวขโมยดีเหมือนกัน อาจจะช่วยให้การวางแผนรัดกุมยิ่งขึ้น ทำให้ คิลแทบหัวเราะก๊าก กับแผนการเอาตัวรอดของเพื่อนตัวดีที่แม้แต่ โรเวนยังต้องกุมขมับ

     

    ทางเดินแคบ ๆ เปียกชื้นด้วยน้ำที่นองเต็มสองข้างทาง ถังขยะหลายถังล้มลงระเนระนาด ส่งผลให้ขยะลงมากองอยู่กับพื้น และมีกลิ่นอับชื้นลอยในอากาศทำให้เจ้าชายคนสำคัญแห่งคาโนวาลไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก ถึงแม้จะพยายามบังคับสีหน้าให้นิ่งเหมือนเดิมก็ทำได้ยากนักในเวลาเช่นนี้ ส่วนนักฆ่า ขอทานและหัวขโมยที่มักจะชินกับเส้นทางแบบนี้พากันกลั้นหัวเราะชวนปวดหัว อย่างน่าจับแช่แข็งซะให้หมด

    โรเดินนำมาเรื่อย ๆ ผ่านบ้านเก่าทรุดโทรดซอมซ่อหลายหลังจนมาหยุดที่บ้านหลังสุดท้าย ดวงตาสีเขียวมรกตกวาดตามองซ้าย ขวาอย่างระวัง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูบานเก่าที่ต้องออกแรงบิดสุดมือถึงจะเปิดออกได้

    ดวงตาสี่คู่มองไปรอบ ๆ บ้านอย่างระแวง เขตอาคมถูกกางในพริบตาเพื่อหาสิ่งผิดปกติ ตัวบ้านเป็นบ้านไม้ที่เล็กมาก ขนาดเพียงแค่ห้องพักของพวกเขาห้องนึง มีเตียงนอนแข็ง ๆ ที่มุมห้อง โต๊ะ และตู้เสื้อผ้าข้างห้องน้ำ นอกนั้นก็มีแค่โซฟาเก่า ๆ หนึ่งตัว กับยักไย่ตามเพดาน เมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ เฟรินก็ถอนอาคมออก

    “มาแล้วหรอฮะ ทางนี้เลยทางนี้เลย” เด็กหนุ่มคาดว่าน่าจะเด็กกว่าพวกเขาสักสอง สามปีเดินออกมาจากห้องน้ำ และชี้ไปทางโซฟาเก่า ๆ เฟรินเดินนำไปนั่งก่อนข้าง ๆ โร โดยมีคาโลและคิลยืนนิ่งข้าง ๆ โซฟาแทน

    “โร นี่แกเล่นตลกอะไรกัน” เฟรินด่าเพื่อนเข้าให้ที่เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง ทำให้อีกสามคนทำหน้างง ๆ ส่วนโรแย้มยิ้มอมภูมิตามแบบ

    “นี่ อาเรส เป็นลูกของสายข่าวที่ดีที่สุดของ ทริสทอร์ เห็นแบบนี้ อาเรส มีพรสวรรค์เรื่องสายข่าวเป็นพิเศษ และยังมีความรู้หรือประวัติศาสตร์และโบราณคดีเยอะที่สุดในสายข่าวที่ฉันมี” โรอธิบาย ทำให้เฟรินหันไปมองเด็กหนุ่มที่ยิ้มแป้นอย่างติดใจ

    “ไม่ต้องห่วงหรอกฮะ องค์ชาย สายเลือดในตัวผมไม่ทรยศต่อเจ้านายได้หรอกฮะ” อาเรสพูดสร้างความเชื่อมั่นก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นนึงมากางออกให้เฟรินและคนอื่น ๆ ดู

    “ตามที่คุณโร ให้สืบข่าว แผ่นดินที่มีการแยกตัวออกจากเอเดน เดมอส และ สโนว์แลนด์ มีเพียงแผ่นดินเดียวเท่านั้นคือ เกาะเรเทส เท่าที่ผมไปศึกษามามีอยู่จริง ๆ ในปัจจุบัน คนในเกาะจะไม่ข้องแวะกับคนภายนอก มีการศึกษาและดำรงชีวิตกันเงียบ ๆ แค่ภายในเกาะฮะ ถ้าจะถามว่าตอนนี้เกาะนั้นอยู่ที่ไหน ก็ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดเลยฮะ เหมือนมันจะหายไปจากแผนที่เฉย ๆ”

    “แล้วข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องล่ะ” โรถามขึ้นมา ทำให้อาเรสนิ่งคิดสักพักนึง ก่อนจะตอบ

    “ทางใต้ของสกอร์ปิโอ แถว ๆ ท่าเรือรู้สึกว่าจะมีการค้นพบอุโมงค์บางอย่างขึ้น ว่ากันว่าเป็นถ้ำที่เมื่อก่อนพวกโจรสลัดใช้ซ่อนตัวกันน่ะฮะ เหมือนว่ามีคนพบซากของแผนที่บางอย่างที่คาดการณ์กันว่าเป็นที่ซ่อนสมบัติของพวกโจรสลัดฮะ”

    “แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหนแล้ว” เฟรินรีบถามต่อด้วยความร้อนรน

    “รู้สึกจะถูกขายให้กับเศรษฐีใหญ่ที่นั้น รู้สึกว่าเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดทางทิศใต้ของเมืองน่ะฮะ”

    สิ้นคำตอบของเด็กหนุ่ม เฟรินกับโรก็หันมามองหน้ากันเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างกันโดยไม่พูด ทำให้ คิลที่ไม่รู้เรื่องตั้งแต่แรกงง และอยากรู้เรื่องเป็นอย่างมาก

    “นี่พวกแกสองคน เป็นเกย์ป่าวเนี่ย มองตาภาษาใจกันอยู่ได้ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ กำลังตามหาสมบัติโจรสลัดรึไง” คิลถามขึ้นในที่สุดด้วยความข้องใจ

    เฟรินกับโรถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเล่าเรื่องเหตุการณ์วันนี้หายไปในงานประจำปีป้อมอัศวินทั้งหมดให้ฟัง และเรื่องที่ได้รู้จากท่านอาวุโสด้วย สำหรับ คิลก็มีเรื่องที่ เฟรินเป็นเจ้าชายให้อีก ทำให้ คิลกับคาโลเริ่มรู้สึกถึงอันตรายจาง ๆ ที่น่าจะได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยอีกครั้งแน่ ๆ

    “อ่อ ใช่ฮะ เรื่องกลุ่มนักฆ่า รู้สึกว่าองค์ชายจะถูกตั้งค่าหัวโดยสมาคมนักฆ่าใต้ดินของซาเรส น่ะฮะ ตอนนี้ค่าหัวขององค์ชายสูงมาก และกำลังเป็นที่ต้องการในหมู่นักฆ่าอีกด้วย แต่เหมือนว่าหลัง ๆ จะมีการประชุมกันเรื่อง องค์หญิงเฟลิโอน่าด้วย น่ะฮะ”

    “เฟลิโอน่า เกี่ยวอะไรด้วย” คาโล ถามอย่างร้อนรนทันทีที่ชื่อหญิงสาวอีกคนโผล่ขึ้นมาในหัวข้อสนทนาครั้งนี้ ใบหน้าไม่ได้เรียบเฉยเช่นทุกทีด้วยความเป็นห่วง

    “ไม่แปลกนี่คาโล สิ่งที่พวกมันต้องการคือเลือดที่หัวใจของทายาทท่านจ้าวแห่งเดมอส เมื่อเข้าถึงตัว เฟรินยากเกินไป การเข้าถึงตัว เฟลิโอน่าจึงเป็นทางเลือกรอง” โรตอบด้วยท่าทางสบาย ๆ ทำให้ทุกคนที่รู้เรื่องหนักใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เป็นพี่ชายแท้ ๆ อย่างเฟริน

    “งั้นเดี๋ยวฉันจะสืบจากเหล่านักฆ่าใต้ดินให้เผื่อจะสาวถึงตัวการได้” คิลเสนอตัวช่วยอีกแรง ทำให้เฟรินพอที่จะโล่งใจขึ้นได้อีกนิด

    “งั้นที่นายให้เฟลิโอน่า ร่วมวางแผนก็เพราะเรื่องนี้สิน่ะ” คาโลเอ่ยขึ้นมาเมื่อคิดขึ้นได้

    “ใช่ ทางที่ดีให้น้องหญิงอยู่ใกล้นายให้มากที่สุดจะดีมาก เพราะฉันยังใช้เวทย์ขั้นสูง และต่อสู้หนัก ๆ ยังไม่ได้” เฟรินพูดตอบด้วยความหนักใจ

    “งั้นช่วงงานเอเดน – เดมอส ก็ยิ่งอันตรายสำหรับแก” คิลพูดขึ้นเมื่อคิดขึ้นมาได้

    “อือ ฉันว่าจะยื่นชื่อให้เฟลิโอน่าเป็นคนประจำการรักษาพระองค์ของท่านพ่อ อย่างน้อยที่สุด ฉันก็ไม่ต้องห่วง” เฟรินยื่นข้อเสนอให้เพื่อนทั้งสามรับรู้

    “ถ้างั้น ให้สี่ผู้คุมกฎติดตามนายตลอดเวลาในวันงาน” คาโลแนะนำ ดวงตาสองสีสบมองกันสักพัก ก่อนที่เฟรินจะยอมแพ้และพยักหน้ารับในที่สุด

    “เฮ้อ หาเรื่องให้ทำได้ตลอดเลยสิน่า ไอหัวขโมยกิ๊กก๊อก” คิลบ่นพึมพำเหมือนชวนหาเรื่องเสียมากกว่า

    “หือ? งั้นทำไมองค์ชายไม่บุกไปบ้านตระกูลใหญ่ของที่นี่ล่ะ สายข่าวผมบอกว่ามีของสำคัญบางอย่างที่ส่งต่อของตระกูลนั้นเก็บซ่อนไว้มากนานมาก” อาเรสเอ่ยขึ้น คิ้วเข้มของคนถูกเรียกขมวดเป็นปมอย่างไม่เข้าใจ

    “ของในตระกูล แล้วมันเกี่ยวอะไร อย่าบอกน่ะ ว่าอยากได้ไปขาย”

    “ก็ไอของที่ส่งต่อกันมาน่ะ มันไม่ใช่ของในตระกูล หรือสร้างเพื่อคนในตระกูลสิฮะ ที่มันน่าแปลก”

    “งั้น คิล ไว้เราไปดูกันม่ะ” เฟรินช่วยเพื่อนซี้อย่างตื่นเต้น ตอนแรกก็กะจะตอบตกลงมันดี ๆ หรอกน่ะ ถ้าไม่ใช่ข้อเสนอที่สองของมันเนี่ย “แล้วฉันจะพานายไปดู เรนอนซ้อมเต้นรำที่ปราสาทขุนนาง แลกเปลี่ยน ฮ่า ๆ”

    ...............................................................................................

    คล้ายกับเรื่องฟิคหัวขโมยแห่งบารามอส เจ้าชายเฟริน เจ้าหญิงเฟริโอน่า ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577