บทที่ ๑๖
ผู้หญิงในฝัน
ในคืนนี้ภูริชนั่งทำงานอย่างตั้งใจจึงไม่ได้ให้ใบบัวเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ภายในคืนนี้ ร่างแกร่งนอนลงบนเตียงแล้วหลับตาด้วยความเหนื่อยอ่อน ไอแพดยังคงวางอยู่ข้างตัวไม่ทิ้งหายไปไหน
“เฮ้อ...เหนื่อยชิบ”
ด้วยภาระงานที่ค่อนข้างเยอะใน่นี้และมีอะไรให้คิดมากเพราะเขาเปลี่ยนสายอาชีพจากการเป็ดารามาทำงานด้านอสังหาตามรอยแม่ แม้จะมีความรู้อยู่บ้างแต่ก็เป็สิ่งที่ห่างหายไปนาน
ร่างหนานอนหลับพริ้มไปโดยไม่รู้ตัว
พุทธศักราช ๒๒๒๔
“หมายความว่ายังไงคะคุณพี่ คุณพี่อยากได้อีจันมาเป็เมียบ่าวงั้นรึ”
เมียหลักของคุณหลวงภูเทพเอ่ยออกมาเสียงดังเมื่อนั่งอยู่กับเขาภายในเรือนนอน ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม คุณหลวงของเธอมีเมียแล้วถึงสองยังไม่พออีกหรือไร
“ใจเย็นสิน้อง ไม่เห็นต้องเสียงดังเลย...พี่ก็แค่รู้สึกถูกใจ
“แล้วแม่แก้วล่ะคะ แม่แก้วปรนนิบัติคุณพี่ยังไม่พออีกหรือ”
“น้องพูดแบบนี้ จะไม่ยอมให้พี่เอาอีจันทร์เป็เมียใช่หรือไม่?” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมา
“แล้วคุณพี่เห็นควรว่าอย่างไรล่ะเ้าคะ?”
“พี่แค่ถูกใจ มันสวย...สวยโดดเด่นกว่าบ่าวอื่นๆในเรือน”
“แล้วน้องจะไปค้านอะไรคุณพี่ได้...”
ศรีสุดาเอ่ยเสียงเศร้า เธอเป็เพียงภรรยาจะไปขัดอะไรกับสามีที่เป็เ้าของเรือนและคอยดูแลทุกชีวิตภายในเรือนหลังนี้ได้ล่ะ
ภรรยาหลักอย่างศรีสุดาจำใจ สั่งใช้ให้บ่าวทาสในเรือนช่วยกันพาจันทร์ไปขัดสีฉวีวรรณเพื่อที่จะให้ขึ้นเรือนใหญ่มาปรนนิบัติดูแลคุณหลวง
“มึงนี่วาสนาดีนะอีจันทร์ มาอยู่ได้เพียงไม่นานก็ต้องตาคุณหลวงเข้าเสียแล้ว”
ไม่เคยมีบ่าวคนไหนได้ขึ้นไปเป็เมียคุณหลวงภูเทพเลยสักครั้ง
“โชคดีอะไรกัน...ฉันไม่อยากขึ้นไปหรอกป้าสาย”
แค่เห็นแววตาของภรรยาทั้งสอง จันทร์ก็รู้สึกกลัวแล้วไม่รู้ว่าชีวิตต่อจากนี้ การอยู่ในเรือนจักรภูพิเบศแห่งนี้จักราบรื่นหรือไม่
”เอ๊ะเอ็งนี่กระไร บุญพาวาสนาส่งให้ไปถึงจุดสูงสุดกลับมาคิดอย่างนี้ซะได้“
“ใครจะเข้าใจข้าล่ะ...”
จันทร์อุทานกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับโดนสายหยิบขมิ้นชันที่ฝนเข้ากับหินจนเป็เศษผงแล้วนำมาถูขัดตัว รวมทั้งยังใช้มะขามเปียกมาขยำแล้วขัดให้ทั่วเรือนผิวสวย
“เลิกพูดได้แล้ว ขัดสีฉวีวรรณให้หอมผ่องเป็ยองใยดีกว่า คุณหลวงท่านจะได้ติดใจ...เอ็งจักสบายไปทั้งชาติเชียวนาอีจันทร์ ได้ดีแล้วอย่าลืมข้าล่ะ”
ป้าสายพูดพร้อมกับช่วยขัดเนื้อขัดตัวรวมทั้งยังมีบ่าวอีกสองสามคนมาช่วยกัน
เมื่อช่วยกันขัดเนื้อตัวเสร็จเรียบร้อยก็พาจันทร์ไปส่งยังเรือนหลังใหญ่เพื่อจะให้ปรนนิบัติดูแลคุณหลวงในค่ำคืนนี้...ไม่ได้ถูกเรียกให้ไปอยู่ถาวรเพียงแต่ขึ้นมาช่วยดูแลปรนนิบัติชั่วคราวเท่านั้น
ห้องนอนอีกแห่งถูกจัดขึ้นภายในเรือนหลังใหญ่ แน่นอนว่าคราวนี้ไปถึงหูของคุณแก้วภรรยารองที่อยู่เรือนหลังเล็ก และก็เป็ที่แน่นอนอีกว่าเธอย่อมไม่พอใจที่คุณหลวงคิดจะมีเมียเพิ่ม แม้จะเป็เมียบ่าวก็ตาม
แอ๊ดด เสียงประตูเรือนนอนถูกเปิดออกพร้อมกับเรือนร่างสวยของจันทร์ที่เดินเข้ามา...คุณหลวงภูเทพนั่งรอเธออยู่แล้วในชุดเสื้อกระดุมผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสามส่วนสีน้ำตาลเข้มซึ่งเป็ผ้าฝ้ายเช่นกัน
ส่วนจันทร์ที่เป็เพียงบ่าวในเรือนยังคงใส่ชุดซอมซ่อ ผ้าคาดเกาะอกสีครีมกับโจงกระเบนสีน้ำตาล ทรงผมดอกกระทุ่มดูสวยงามพร้อมกับดวงหน้าหวานที่ดูแล้วตรึงใจ
“คุณหลวง...”
ร่างกายเล็กเยื้องย่างเข้ามาพร้อมกับเอ่ยเรียกเขาอย่างทำตัวไม่ถูก
มือหนาตบเข้าที่เตียงด้านข้างพร้อมกับมองหน้าของเธอ
“มานั่งข้างข้าสิ”
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยบอก จันทร์ย่างกายเข้าไปนั่งข้างคุณหลวง หน้าต่างไม้ถูกเปิดออกพร้อมกับม่านสีขาวที่ถูกรูดทำให้เห็นดวงจันทร์ที่ส่องแสงรอดเข้ามาภายในห้องนอนแห่งนี้
มือแกร่งยกขึ้นไร้กรอบหน้าสวย...เขาถูกใจเธอั้แ่คราวนั้นที่ได้พบหน้า ใบหน้าที่สวยของจันทร์ดูโดดเด่นจนตรึงใจในคืนนั้นที่เขาเจอกับเธอครั้งแรก...แม้จะเข้าเรือนนอนกับคุณแก้ว แต่ก็ไม่อาจลืมใบหน้าที่แสนจะมีเสน่ห์เย้ายวนนี้ได้
“ทำไมคุณหลวงถึงเรียกบ่าวขึ้นมาเ้าคะ”
หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก กลัวว่าจะโดนโกรธหากถามอะไรเช่นนี้ รู้ดีว่ามีหน้าที่แค่ทำตามไม่มีหน้าที่ตั้งคำถาม แต่มันก็อดสงสัยไม่ได้ คุณหลวงต้องอะไรในตัวเธองั้นหรือ
“ข้าแค่ถูกใจ...เอ็งสวยเกินใคร เกินกว่าบ่าวทุกคนในเรือนหลังนี้”
“บ่าวรู้แค่ว่าคุณหลวงอยากได้ตัวบ่าวขึ้นมาปรนนิบัติ...แต่บ่าวไม่เคยทำ ไม่รู้ว่าจักทำให้คุณหลวงรำคาญใจหรือไม่”
แน่นอนว่าจันทร์อยากให้คุณหลวงปฏิเสธเพราะเธอไม่เหมาะกับหน้าที่นี้หรอก คุณหลวงมีเมียมาแล้วถึงสอง หากเธอต้องคอยปรนนิบัติดูแลคงได้โดนเขม่นจากคุณแก้วภรรยารองที่ดูจะอารมณ์รุนแรง จันทร์เพียงอยากทำงานเป็บ่าวทาสในเรือนอย่างสงบสุขเท่านั้น
“ทำไมคิดเช่นนั้นเล่า ข้าเรียกเอ็งขึ้นมาแล้ว...จงทำหน้าที่ของเอ็งให้ดีก็พอจันทร์”
“บ่าว...”
ไม่รอให้พูดอะไรต่อ มือหนายกจับหน้าของจันทร์แล้วเชิดขึ้นพร้อมกับมองความสวยนั้นอย่างพินิจพิจารณาถี่ถ้วนก่อนคลี่ยิ้มอย่างพึงใจ
“หน้าของเ้าช่างสะสวยเหมือนกับดวงจันทร์ที่สาดส่องอยู่ในคืนนี้”
“...” คนตัวเล็กปล่อยให้คุณหลวงเ้าของเรือนเชยชมความสวยบนใบหน้าสลับกับดวงจันทร์ที่ทอแสงลงมา
“จากนี้ไปข้าขอตั้งชื่อให้เ้าใหม่”
“ชื่ออะไรงั้นเหรอเ้าคะ?”
“เอื้อมจันทร์...เ้าสวยราวกับดวงจันทร์ที่มิอาจจะเอื้อมได้ถึง แต่ตอนนี้เ้าอยู่ตรงหน้าข้าแล้ว”
ใบหน้าเล็กขึ้นเป็รอยริ้วแดงด้วยความเขินอาย เกิดมาสิบแปดปี ไม่เคยต้องมือชายใดและไม่เคยโดนเกี้ยวพาราสีเช่นนี้
เรือนร่างเล็กถูกทิ้งให้นอนลง ผ้าคาดและโจงกระเบนถูกปลดดึงออกร่วงหล่นไปกองอยู่ที่พื้นล่างเตียง ดวงตาคู่คมเชยชมไปทั่วเรือนร่างสวยที่ปราศจากเครื่องนุ่งห่มชิ้นใด
“ปกติเ้าสวยมากแล้ว ยิ่งไม่มีอะไรปกปิดกายก็ยิ่งสวย”
เขาเชยชมเรือนร่างเล็กนั้น มือหนายกขยับจับเต้าอวบอย่างพึงใจ แล้วก้มลงมางับเข้าที่ยอดปทุมถันสีหวานของทาสสาวที่เพิ่งถูกพาขึ้นมาปรนนิบัติดูแลในคืนนี้เป็คืนแรก
“อ๊า~ คุณหลวงเ้าขา~” เสียงหวานครางระงม เป็ครั้งแรกที่โดนััเช่นนี้
เมื่อหนาเลื่อนขึ้นมาขยำเต้าอวบพร้อมกับใช้ปากงับไปด้วย ลิ้นร้อนเลียวนรอบยอดถัน
แท่งลำความเป็ชายปูดโปนขึ้นมาดุนดันกางเกงผ้าฝ้ายสีน้ำตาลเข้ม เรือนร่างเล็กแดดิ้นแอ่นตัวให้เขาได้ััเชยชม
มือหนาเลื่อนลงใช้นิ้วกลางแหวกเข้าที่ร่องสาวสีสวย
แสงเทียนรำไรพอให้ห้องมีแสงสว่างประกอบกับแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในคืนเดือนเพ็ญ
กายของสองหนุ่มสาวเคล้าคลอกันอยู่บนเตียงไม้
อาภรณ์ของคุณหลวงภูเทพถูกถอดออกจนหมดสิ้นไม่เหลือชิ้นใดอยู่บนตัว แท่งลำร้อนใหญ่ถูไถเข้าที่ปากร่องกลีบสวาท แท่งลำร้อนถูกสอดแทรกกระแทกเข้าไปภายในร่องเล็กอย่างยากลำบากเพราะนี่เป็ครั้งแรกของเธอ
“อ๊าส์! คุณหลวงเ้าขา...บ่าวรับไม่ไหว”
นี่เป็ครั้งแรกและมันใหญ่โตเกินไป ขาเล็กที่อ้าออกกว้างรอรับััสั่นเทาสะท้าน
“รับไหวสิ..ปล่อยใจให้สบาย อย่าคิดเื่อื่นเลย”
ยังคงพยายามสอดแทรกกระแทกลำร้อนเข้าออกร่องสาวที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน
“อ๊าส์... อู้ย คุณหลวงเ้าขา~”
จากความเจ็บแปรเปลี่ยนมาเป็ความเสียวซ่าน สะโพกสอบหนาตอกลงกระแทกเข้าที่ร่องสวาท ร่องสาวของเอื้อมจันทร์ผลิน้ำสีใสออกมามากด้วยความเสียวซ่าน
“อ่า...สวยจริงๆเอื้อมจันทร์”
เสียงทุ้มเปล่งครางในลำคอพร้อมกับจ้องมองใบหน้าสวยนั้น ภายในใจรู้สึกวูบไหว...เธอสวยกว่าเมียสองคนของเขาซะอีก แถมเรือนร่างเล็กยังอายุเพียงสิบแปดปี มันช่างยั่วเย้าใจ
กลิ่นกายสดใหม่ของเด็กสาวมันช่างยั่วใจของเขาให้ไม่อาจหยุดการกระทำนี้ลงได้
“ติดใจเธอเข้าแล้วสิเอื้อมจันทร์...”
‘คุณหลวงเ้าขา ข้ารักคุณหลวงเหลือเกิน‘
จากดวงตาคู่สวยแปรเปลี่ยนมาเป็ดวงตาสีดำบุ๋มลึกลงไปหาเห็นแววตาไม่
“เฮือกกกก~” ภูริชสะดุ้งตื่นอย่างสุดตัวด้วยความใ
“อะไรวะเนี่ย...กูฝันอะไร” เขาลุกขึ้นนั่งแล้วพยายามสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป ก้มลงมองแท่งลำร้อนของตัวเองที่แข็งผึงโชว์ชัน...บางทีเขาอาจจะแค่้าใครสักคนมาเป็ที่ระบาย อาจจะเพราะอยากทำเื่อย่างว่าเลยเก็บมาฝันหรือเปล่า?
ภูริชคิดสับสนกับตัวเอง แต่ในฝันนั้นสมจริงมาก แต่ภาพผู้หญิงตอนท้ายที่หน้าตาสะสวยแปรเปลี่ยนมาเป็เหมือนจะไม่ใช่คนนี่สิที่ทำให้เขาคิดหนัก เธอคือใครกันแน่นะ?
หรือนั่นจะเป็ผู้หญิงที่คุณเบลซึ่งเป็สถาปนิกบอกว่าเจอเธออยู่ที่นี่ แต่เธอคือใครกัน?
“บ้าฉิบ...” ภูริชสบถกับตัวเองแล้วส่ายหัวไปมา ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาสะสวย ดูน่ารักน่าเอ็นดู ความสวยไม่ได้น้อยไปกว่าใบบัวเลย เรียกได้ว่าสูสีกันแต่สวยคนละแบบ ผู้หญิงคนนั้นหน้าหวานกว่าดวงตากลมโตกว่า ส่วนใบบัวปากกับจมูกจะจิ้มลิ้มกว่าแต่ก็มีความละม้ายคล้ายกันอยู่บางส่วน
สะบัดหัวไล่ความคิดตัวเองแต่ก้มลงมองแท่งลำร้อนที่โชว์ผงาดนี่สิ เฮ้อ สงสัยจะต้องเรียกใบบัวมาที่นี่เพื่อระบายมันออกไม่งั้นคงนอนไม่หลับแน่ในคืนนี้...