คืนหลอน...ซ่อนขวัญ

    ห้องเช่ารายวัน...

    ฉันเป็๲นักศึกษาต่างจังหวัดที่เพิ่งย้ายมาเรียนในกรุงเทพฯ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างสูงเกินกว่าที่ครอบครัวจะช่วยได้หมด ฉันจึงเลือกหาห้องเช่าราคาถูกใกล้มหาวิทยาลัย โชคดีหรือ บางทีอาจจะโชคร้ายที่ฉันไปเจอห้องเล็กๆ ในซอยเปลี่ยว ราคาถูกกว่าที่อื่นครึ่งหนึ่ง

    ตอนเดินเข้าไป เ๯้าของห้องเป็๞หญิงวัยกลางคน ใบหน้าซีดเคร่งขรึม เธอพูดเพียงว่า

    “อยู่ได้…แต่ห้ามเปิดม่านตอนกลางคืน เข้าใจไหม”

    ฉันหัวเราะเบาๆ คิดว่าเป็๞กฎบ้านแปลกๆ ก็พยักหน้าไปอย่างไม่ใส่ใจ ห้องเล็กแต่สะอาด มีเตียง โต๊ะ กระจกบานใหญ่ริมหน้าต่าง ทุกอย่างดูปกติ…แต่ไม่รู้ทำไม ฉันกลับรู้สึกเย็นวาบ๻ั้๫แ๻่ก้าวแรก

    คืนแรกฉันนอนไม่ค่อยหลับ ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ เดินวนอยู่รอบห้อง คล้ายมีใครสักคนกำลังเดินสำรวจ แต่เมื่อฉันลุกขึ้นเปิดไฟ…ทุกอย่างเงียบสนิท ราวกับไม่เคยมีเสียงนั้นมาก่อน

    ฉันคิดว่าคงเพราะอ่อนเพลียจึงหูแว่ว แต่ความผิดปกติเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฉันสังเกตเห็นว่าเวลาส่องกระจกในห้อง เงาของฉันมักจะ “ขยับช้ากว่า” เล็กน้อย และบางครั้งมันก็หยุดยิ้ม ทั้งที่ฉันไม่ได้ยิ้ม

    วันต่อมาฉันลองเชิญเพื่อนสนิทมานั่งเล่นที่ห้อง เพื่อนฉันทำหน้าซีดทันทีเมื่อก้าวเข้ามาแล้วบอกว่า

    “แกดูซีดๆ เหมือนมีคนยืนข้างหลังเลยว่ะ”

    ฉันรีบหันไป ไม่มีใครอยู่เลย เพื่อนรีบกลับไปอย่างอ้างว่ามีธุระด่วน เหลือฉันอยู่เพียงลำพังกับความเงียบและเงาในกระจกที่ดูจะยิ้มกว้างขึ้นทุกครั้งที่ฉันสบตา

    บ่ายวันนั้น เมื่อฉันกลับมาถึงห้อง ฉันได้ล้มตัวลงนอนเล่นโทรศัพท์ แต่เผลอหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ 

    ฉันได้ยินเสียงกระซิบเริ่มดังขึ้น มากขึ้น เป็๲เสียงหลายเสียงพร้อมกัน

    “แทนข้า…แทนข้า…แทนข้า…” 

    ฉันรู้สึกเหมือน ร่างของฉันถูกแบ่งออกเป็๲ชิ้นๆ แต่ไม่สามารถขยับได้ สติเริ่มเลือนลาง และภาพสะท้อนในกระจก…ก็เริ่ม แยกออกเป็๲หลายฉากหลายตัวตน ทุกฉากมีฉันยืนอยู่ มองฉัน…ยิ้มให้ฉัน…และเรียกร้องให้ฉัน “ออกมาแทนที”

    เฮือกก...ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมา เหงื่อไหลท่วมตัว นี้ฉันฝันไปใช่ไหม ฉันพยายามหลับตา แต่ภาพยังติดตาอยู่ในความมืด 

    คืนนั้น ฉันนอนไม่ได้ สายตาถูกดึงไปที่ม่านหน้าต่างตลอดเวลา เหมือนมีบางอย่างยืนอยู่ข้างนอกพยายามจะมองเข้ามา ฉันแทบกลั้นใจไม่เปิดมันตามคำเตือนของเ๽้าของห้อง เสียงฝีเท้ายังคงวนรอบห้องคราวนี้ชัดเจนกว่าทุกครั้ง

    ฉันตัดสินใจค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับห้องเช่านี้ในอินเทอร์เน็ต และเจอบทความเก่าที่ถูกลบไปเกือบหมด มีเพียงประโยคเดียวที่ยังอ่านได้ว่า 

    “ไม่มีใครอยู่เกินสามวัน”

    หัวใจฉันเต้นแรง มือสั่นจนแทบพิมพ์ต่อไม่ได้ คืนนี้เป็๞คืนที่สองแล้ว…

    คืนนั้นฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเคาะเบาๆ ดังขึ้นที่กระจก พอหันไป ฉันเห็น “ตัวเอง” ยืนอยู่อีกฝั่ง มันยิ้ม ริมฝีปากขยับช้าๆ ว่า 

    “ให้ออกมาแทนทีสิ”

    ฉันกรีดร้องคลุมโปง แต่เสียงฝีเท้ากลับเดินวนช้าลง ราวกับกำลังรอเวลา

    รุ่งเช้าวันที่สาม เ๯้าของห้องมาเคาะประตู สีหน้าตื่นตระหนก

    “ออกไปซะ ก่อนค่ำนี้! รีบออกไป!”

    ฉันกำลังเก็บของอย่างลนลาน แต่เมื่อหันไปส่องกระจก เงาของฉันกลับไม่ขยับตามอีกแล้ว มันยืนยิ้มอยู่เฉยๆ ก่อนจะก้าวออกมาช้าๆ ราวกับก้าวข้ามเส้นแบ่งของความจริงกับภาพสะท้อน

    ฉันถอยหลังจนชิดผนัง แต่ก็รู้สึกเหมือนมีมือเย็นเฉียบคว้าข้อเท้าแล้วดึงเข้าไปในกระจก ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่ง ฉันพยายามกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา

    ดวงตาสุดท้ายที่ฉันเห็นก่อนสติจะดับไป…คือดวงตาของ “ฉันเอง” ที่ยืนอยู่นอกกระจก กำลังหันไปยิ้มให้เ๯้าของห้องที่เปิดประตูเข้ามา

    เธอถอนหายใจเบาๆ ราวกับทุกอย่างเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ แล้วบ่นกับตัวเองว่า

    “อีกแล้วสินะ…ไม่เคยมีใครอยู่ได้เกินสามวันเลยจริงๆ”

    เช้าวันถัดมา ป้ายหน้าห้องถูกติดใหม่เรียบร้อ

     “ห้องเช่า 300 บาท/คืน” …รอผู้เช่าคนต่อไป

    แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกแน่ชัด…คือไม่มีใครรู้ว่าในกระจกนั้นมีใครรออยู่…

    และจะรอทุกคนต่อไปเรื่อยๆ