“นี่...คุณโจนาธาน ไม่มีผู้ชายคนไหนดอกนะที่อยากจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่รู้จักการบ้านการเรือนหน้าที่ของภรรยานั้นมีมากมาย ต้องรู้จักใช้จ่าย ต้องทำอาหารเป็ต้องรู้จักงานเย็บปักถักร้อย รู้จักการเลี้ยงดูอบรมลูกด้วยพี่เฝ้ามองแมรี่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ แกไม่รู้จักอะไรในเื่พวกนี้เยแล้วคุณบอกมาสิว่า เมื่อไม่มีคุณสมบัติของผู้หญิงติดตัว จะให้ผู้ชายดีๆที่ไหนเขามาสนใจลูกสาวของคุณ ไม่รู้จักแม้แต่การถอนสายบัวคำนับ ไม่รู้จักการเต้นรำไม่รู้จักสังคม”
ท่านเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ขณะที่พูดต่อว่า
“พี่เองก็อยากรู้ว่า คุณปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรคุณโจนาธาน ลูกสาวของคุณไม่มีใครช่วยเป็ครูอบรมสั่งสอนให้เลยสักคน...ไม่มีใครคอยช่วยเหลือให้แกเติบโตขึ้นมาเป็สุภาพสตรีได้อย่างน่าภาคภูมิใจบ้านนี้ไม่เคยมีแขกมาเยี่ยมเลยเชียวหรือ?”
“ก็มีอยู่บ้างครับ” พ่อตอบเสียงเบาๆ“อย่างหมอที่มาจากคลันนี่ ไชม์ส ก็มาเยี่ยมเราอาทิตย์ละครั้งแล้วก็คุณพาสเตอร์ ฮอบบ์ ผู้ช่วยบาทหลวงก็มาเยี่ยมเราเสมอ”
“แล้วลูกสาวของเขา หรือพวกญาติที่เป็ผู้หญิงล่ะ?”
“ไม่มีครับ”
“แล้วเวลาที่เขามาเยี่ยม คุณทำอย่างไร?”
ฉันมองเห็นแววพ่ายแพ้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพ่อ
“เราก็เล่นไพ่...พูดคุยกัน บางครั้งก็มีดื่มบ้าง”เสียงของพ่อเบาลงทุกที และเงียบไปในที่สุด
นี่มันเื่อะไรกัน...ฉันคิดคุณป้าเฟลิซิตี้มีสิทธิอะไรที่จะเข้ามาในบ้านนี้ และทำอย่างนี้กับพ่อแต่แล้วท่านก็ตอบคำถามที่ฉันกำลังคิดอยู่ในใจว่า
“พี่น่ะ ไม่มีสิทธิอะไรที่จะมาพูดเื่ทำนองนี้ดอก”สีหน้าของคุณป้าอ่อนโยนลง ขณะที่ทอดสายตามองดูพ่อ “ถ้ามันจะเป็ความผิด พี่เองก็มีส่วนร่วมในความผิดนั้นอยู่มากเพราะพี่ละเลยหลานของพี่เองเอาละ...พี่ก็ได้อนุญาตให้คุณได้เลี้ยงลูกตามแบบของคุณมาแล้วแต่คุณให้แกได้แต่ความปรารถนาดีจากความเป็พ่อของคุณเท่านั้น มันไม่ได้หมายความว่าการเลี้ยงดูอย่างนั้น จะทำให้ลูกสาวของคุณเติบโตเป็สุภาพสตรีที่ดีขึ้นมาได้...เอาละ...พี่ขอยอมรับในความผิดครั้งนี้และเวลานี้พี่ก็จำเป็ที่จะต้องแก้ไขความผิดพลาดนั้นเสียที...เปิดใจให้กว้างออกสิคุณโจนาธานเรายังมีเวลาที่จะอบรมเลี้ยงดูแกอีกระยะหนึ่ง ลูกสาวของคุณเป็เด็กฉลาดเรียนรู้อะไรได้เร็ว รูปร่างหน้าตาก็สะสวยถอดแบบมาจากแม่ของแกไม่ผิดเพี้ยนอย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปเลย”
พ่อยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม
“คำแนะนำของพี่เข้าทีดีนะครับ เอาละผมจะขอให้มิสซิสแพลททิช่วยหาใครในคลันนี่ ไชม์ส มาสอนเื่พวกนี้ให้แมรี่เสียที”
“ฮึ...” คุณป้าทำเสียงหัวเราะอยู่ในลำคอ“นี่คุณคิดจะเอาคนที่ตัดเสื้อให้แมรี่มาช่วยอย่างนั้นหรือเลิกคิดได้แล้ว เพราะคนที่เรา้านั้นเรา้าครูที่จะมาสอนเต้นรำอย่างถูกแบบแผนให้แก ้าครูที่จะมาสอนเื่การออกสังคมแล้วก็้าครูที่จะสอนงานเย็บปักถักร้อยอีกคนหนึ่งด้วยพี่ยังสงสัยนะว่าคุณจะหาคนอย่างนั้นจากในตลาดในเมืองคลันนี่ ไชม์สนี่ได้หรือแต่เอาเถอะ...เราจะพักเื่นี้ไว้ก่อนเพราะยังมีเื่สำคัญที่จะพูดกันมากกว่านี้”
“เื่อะไรครับ?” พ่อเลิกคิ้วถาม
“พี่ก็บอกไว้ั้แ่แรกแล้วนะว่าพี่ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวอะไรถ้าพี่จะทำอะไรลงไปก็เพียงเพราะความปรารถนาดีเท่านั้นไม่ใช่ว่าจะทำตัวเป็คนสอดรู้สอดเห็นเื่ของคนอื่น”
ฉันไม่เข้าใจว่าคุณป้ากำลังพูดเื่อะไรกันแน่
“เมื่อตอนบ่ายวันนี้ พี่เข้าไปในห้องหลานสาว เปิดหีบเสื้อผ้าของแกออกดูเพราะอยากจะรู้ว่า เสื้อผ้าที่มิสพิบบ์ตัดให้ใหม่นั่นน่ะพอจะใช้ไปสักระยะหนึ่งได้ไหม ถ้าไม่พอจะได้จัดส่งมาให้จากลอนดอนคุณรู้ไหมว่าพี่พบอะไรซุกอยู่ในนั้น?”
“พี่พบ...” ท่านต่อด้วยเสียงหนักๆ“เสื้อผ้าแบบของพวกเด็กผู้ชายแล้วก็รองเท้าสำหรับขี่ม้า...แต่นั่นก็ยังไม่เป็อะไรหรอก แต่ที่มันซุกอยู่ก้นหีบมีทั้งดาบทั้งปืนอีก 2 กระบอก พี่อยากรู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร?”
“ดิฉันไม่ได้ซ่อน...” ฉันร้องออกมาเป็ครั้งแรก
“เงียบๆ ลูก” พ่อหันมาเตือนสีหน้าเคร่งและหันกลับไปทางคุณป้า “แกพูดถูกแล้วครับของพวกนั้นแกไม่ได้ซุกซ่อนไว้ ถ้าพี่ถามผมเสียก่อน ผมก็จะเล่าให้ฟังหรือถ้าเพียงแต่พี่จะไปพบมันตอนที่ผมอยู่ด้วย ผมก็คงจะอธิบายได้เช่นกัน”
“ก็...พี่ไม่อยากรบกวนคุณ แต่พี่เห็นว่าเื่นี้เป็เื่เหลวไหลที่สุดพี่ถามมิสซิสแพลททิแล้ว แล้วแกก็อธิบายให้พี่ฟังหมดแล้วด้วย”
ใช่...ฉันรู้ว่ามิสซิสแพลททิจะต้องทำอย่างนั้นแน่...มิสซิสแพลททินั้นเป็คนดีรับใช้เรามาอย่างซื่อตรง ไม่มากไม่น้อยกับเราตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกันมาเพราะฉะนั้นแกก็คงจะไม่รู้ว่า คำตอบที่ไม่ชัดเจนนั้นอาจจะทำให้ฉันกับพ่อต้องได้รับความยุ่งยากได้
“ก็ผมบอกพี่แล้วไงล่ะครับว่าพี่ควรจะมาถามผม...ใช่...ผมยอมรับแมรี่ชอบแต่งตัวด้วยชุดอย่างที่พี่เห็นนั่นแหละครับ แกมีม้าของแกเองด้วยผมให้น๊อบเป็คนสอนเื่กีฬาพวกนี้ให้ ทำไม...มันเป็อาชญากรรมหรือครับ?”
“ถ้าสำหรับคนที่จะต้องเติบโตขึ้นมาเป็สุภาพสตรีละก็คำตอบก็คือ...ใช่มีอย่างที่ไหน ปล่อยให้ลูกที่โตเป็สาวออกอย่างนี้ ออกไปขี่ม้าบ้าๆ บอๆ กับคนต่ำๆอย่างนั้น เอาคนที่ไม่มีการศึกษามาอบรมสั่งสอนลูกแล้วยังจะให้มาร่วมโต๊ะอาหารอีก...”
“พอ...พอที...ผมอยากจะอธิบายให้พี่ฟังว่าโนเบิ้ล ฮาร์โรว ไม่ใช่คนใช้ของผมนะครับ เขาเป็เพื่อนผมเป็คนที่ยอมเสียสละทั้งชีวิตเพื่อครอบครัวของผม ช่วยดูแลลูกสาวที่ขาดแม่ให้เขาอาจจะไม่ใช่สุภาพบุรุษอย่างที่พี่คาดคิดไว้ หรือตีความหมายไว้แต่เขาก็ดีกว่าคนที่มีชาติกำเนิดสูงส่งเสียอีก”
ใบหน้าของพ่อแดงก่ำอย่างโกรธจัดคุณป้าเฟลิซิตี้นิ่งอึ้งไปชั่วครู่ สีหน้าของท่านเศร้าลง
“ที่พี่พูดน่ะ ก็เพราะว่าเป็ห่วงเท่านั้นพี่ไม่สงสัยในคุณงามความดีของคนของคุณดอก แต่สงสัยว่าคุณเอาคุณธรรมข้อไหนมายัดเยียดให้ลูกสาวต้องได้รับการอบรมสั่งสอนวิชาการบ้าๆนั่นจากเขา...ซึ่งมันยิ่งทำให้รู้สึกว่าตัวเองผิดหนักเข้าไปอีกถ้าพี่รู้เสียั้แ่แรกเหตุการณ์อย่างนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้นแน่...ฮึ...หลานสาวคนเดียวของพี่ขี่ม้าตะลอนๆเหมือนเด็กผู้ชาย ป่ายปีน ตกปลา ยิงปืน...โจนาธาน...นี่คุณไม่ได้กำลังเลี้ยงลูกให้เป็ผู้หญิงนะกำลังใกล้ความเป็ผู้ชายเข้าไปเต็มทีแล้ว เข้าไปมากพี่ก็เป็คนที่ผิดตลอดเื่เลย”
ดวงตาของคุณป้าคลอคลองไปด้วยหยาดน้ำตาท่านปลดผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ ที่อบจนหอมชื่นออกมาจากแขนเสื้อ แตะที่หัวตาเบาๆ
น้ำตาของป้า ทำให้พ่อซึ่งเป็คนอ่อนโยน สุภาพ ต้องใจอ่อนลงท่านโน้มตัวลงแตะที่แขนของคุณป้าเบาๆ
“อย่าตำหนิตัวเองเลยครับ พี่...สุภาพสตรีที่ไหนๆเขาก็ขี่ม้าเป็กันทั้งนั้น”
“ถ้าได้รับการอบรมอย่างถูกต้องละก็...ใช่”คุณป้าตอบ
“ทำใจให้สบายเถอะครับที่แม่รี่จะต้องมีชุดขี่ม้ากับอานอย่างสุภาพสตรีนั่นแน่นอน”
ริมฝีปากของคุณป้าเม้มสนิท
“โธ่เอ๊ย...โจนาธาน...เอาละ...แล้วนี่คุณจะเลิกอนุญาตให้แกยุ่งกับคนคนนั้นเสียทีได้ไหม?”
...ไม่ได้แน่...ฉันตอบท่านอยู่ในใจ
“เราพูดกันเลยเถิดไปแล้วละครับ” พ่อตอบเรียบๆ
ในมุมที่ฉันนั่งอยู่นั้นฉันพร่ำภาวนาอย่างหมดจิตหมดใจขอให้การสนทนาในค่ำวันนี้ได้ยุติลงเสียที
“ผมต้องขอบคุณมากครับที่พี่ให้ข้อเสนอแนะที่เป็ประโยชน์แก่เรามาก ในการมาเยี่ยมครั้งนี้พี่ยังมีอะไรอีกไหมครับ?”
“คุณจะต้องให้พี่ดูแลลูกสาวคุณเพราะพี่จะต้องระวังที่จะไม่ให้เกิดเื่เสียหายขึ้นอีก” คุณป้าพูดอย่างจริงจัง
“หมายความว่า พี่จะมาอยู่กับเราที่ฮอร์ทอร์นฮิลล์นี่น่ะหรือครับ?”
ฉันเกือบจะร้องออกไปว่า...ไม่เอา...ก็พอดีกับที่คุณป้าส่ายศีรษะช้าๆ
“พี่คงทำอย่างนั้นไม่ได้แน่พี่ยังมีบ้านช่องที่จะต้องดูแล มีทรัพย์สินที่ทางอยู่ในลอนดอน
“ถ้าอย่างนั้น พี่จะเอาอย่างไรล่ะครับ?”
“ก็ให้แมรี่ไปอยู่กับพี่ที่โน่นสิอย่างน้อยก็สักชั่วระยะหนึ่ง”
“ไม่ได้ครับ” พ่อผุดลุกขึ้นยืนทันทีแต่แล้วก็กลับทรุดตัวลงนั่ง ดวงตาจับอยู่ที่มือ
“ผมทำอย่างนั้นไม่ได้จริงๆ เฟลิซิตี้ผมเสียเมียกับลูกชายไปแล้ว ผมจะไม่มีวันยอมเสียคนคนเดียวในโลก ที่เหลือเป็เพื่อนอยู่ในเวลานี้แน่”
“พ่อคะ...พ่ออย่ายอมให้หนูไปนะ....” ฉันรู้สึกเหมือนความอดทนได้สิ้นสุดลงแล้ว
“นี่ไม่ใช่เื่ที่เธอจะต้องช่วยตัดสินใจ”คุณป้าหันมากำราบฉันทันที “นี่เป็เื่ระหว่างพ่อของเธอกับป้า...คุณเห็นไหมโจนาธาน ลูกสาวของคุณกล้าที่จะทะลุกลางปล้องขึ้นมา ขณะที่ผู้ใหญ่เขาพูดจากัน”
“แต่เื่นี้มันก็เกี่ยวข้องกับแกโดยตรงนะครับ”พ่อตอบ ดึงตัวฉันเข้ามากอด “ถึงเวลานอนแล้วลูกสวัสดีคุณป้าเสียสิ”
ฉันก้มลงจุมพิตที่แก้มเย็นชืดของคุณป้าตามหน้าที่และเดินออกไปจากห้องตามที่พ่อสั่งแต่โดยดีขณะที่เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็ชุดนอนนั้น ฉันก็เข้าไปยืนอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่แปรงผมช้าๆ และเพ่งมองใบหน้าที่ซีดขาวที่มองตอบฉันออกมาจากบานกระจกนั่น...ในใจก็หวาดผวาว่าพ่อจะยอมสยบให้ผู้หญิงที่เ็า เอาแต่ได้อย่างคุณป้าเฟลิซิตี้หรือไม่หนอ...