จ้าวหยางจื่อ นายน้อยตระกูลแม่ทัพแห่งราชวงศ์ถัง

    ตอนที่ 37 ตัดสินใจ

    แม้จะตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์กดดันจ้าวหยางจื่อก็รีบแก้ไขอย่างมีสติ เขาขอให้ทุกคนออกไปจากเรือนเพราะต้องการคุยกับจินเป่าเพียงลำพัง

    ตระกูลหานไม่ค่อยยอมจากไปมากนัก พวกเขาเป็นห่วงจ้าวหยางจื่ออย่างมากเพราะกลัวเกิดอันตรายขึ้นกับเขา จ้าวหยางจื่อเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่าพวกเขาจะยอมตกลง

    ส่วนนายอำเภอจินเป่าเขาก็ยอมตกลงเจรจาเพียงสองโดยง่าย เขาคิดว่าทำเช่นนี้นั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว เรื่องสำคัญอันใหญ่หลวงสำหรับเขา ยิ่งคนรู้น้อยที่สุดยิ่งดีนั่นเอง

    เวลานี้จินเป่าให้แม้แต่ทหารข้างกายออกไปรอนอกเรือน เพราะเขาไม่ไว้ใจใครง่ายๆ เขาทำเช่นนี้ไม่เกรงกลัวจ้าวหยางจื่อเสียด้วยซ้ำ เห็นเพียงว่าเป็นเด็กตัวเล็กๆ ไม่มีพิษภัย

    เมื่อในเรือนของเหลือกันอยู่สองคน จ้าวหยางจื่อก็พูดขึ้นด้วยท่าทีสบายและถ่อมตัว

    “ขออภัยที่เรือนข้าไม่มีน้ำชาต้อนรับท่าน สภาพการเป็นอยู่ของข้ากับน้องก็อย่างที่ท่านเห็น พวกเราค่อนข้างจะยากลำบากมากนักขอรับ”

    จินเป่าเร่งกล่าวตอบขณะพูดร่างกายเขาสั่นสะเทือนไปหมด “ข้าเข้าใจ ข้าไม่อยากเสียเวลาอีก เข้าเรื่องเลยแล้วกัน เจ้าตกลงที่จะขายวิธีการจับปลาให้ข้าได้หรือไม่”

    พูดจบจินเป่าจ้องมองมาที่จ้าวหยางจื่อไม่วางตา ถ้าเจ้าเด็กน้อยตรงหน้าพูดจาผิดหูเขา เขาก็จะยกเลิกวิธีประนีประนอมแล้วใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดทันที เขาลากสังขารมาติดต่ออย่างจริงใจด้วยตนเองเช่นนี้แล้ว ถ้ายังปฏิเสธอีกก็อย่าหาว่าเขาใจร้าย

    ถามว่าทำไมจินเป่าถึงต้องยอมทำเช่นนี้ เป็นเพราะว่าเรื่องที่เขาตั้งใจกระทำนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่ การเลื่อนขั้นแต่ละขั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทางราชสำนักตรวจสอบให้ละเอียดกว่าเรื่องที่เขารายงานแล้วจะได้รับการเลื่อนขั้นนั้นมีที่มาถูกต้องหรือไม่ หูตาของหลี่ซือหมินในแผ่นดินต้าถังมีอยู่ทุกที่ ถ้าหากเขาได้ตำแหน่งมาโดยมิชอบ สิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดไม่เป็นการหาที่ตายเช่นนั้นหรือ? ด้วยประการฉะนี้เขาจึงต้องกระทำอย่างมีความชอบธรรมนั่นเอง

    ขณะเดียวกันจ้าวหยางจื่อรู้สึกกดดันอย่างมากที่มีขุนนางมาพบเขาถึงเรือน ในหัวของเขาคิดวิเคราะห์ลงไปลึกยิ่งกว่าการขายวิธีจับปลา เขาสังเกตเห็นชายวัยกลางคนร่างท้วมตรงหน้าอย่างระมัดระวัง

    ‘นายอำเภอผู้นี้คงมิใช่ศัตรูของตระกูลข้า เพราะถ้าเขาเป็นศัตรูจริงคงไม่ปล่อยพวกเราเอาไว้นานเช่นนี้ เขาคงต้องการซื้อวิธีจับปลาจริงๆ’

    เมื่อวิเคราะห์ได้เช่นนั้นจ้าวหยางจื่อก็เก็บลูกธนูอาบยาพิษงูเห่าเข้าไปในมิติย่อย จากนั้นเขาก็ยิ้มแย้มขึ้นกล่าวว่า

    “ข้าขายให้ท่านได้ขอรับ”

    ได้ฟังเช่นนั้นจินเป่าก็ยินดีปรีดา เส้นทางของการเลื่อนขั้นของเขาใกล้จะสำเร็จลุล่วง เขาใกล้จะได้ไปจากที่กันดารเช่นนี้เสียที กล่าวขึ้นอย่างเร่งรีบว่า “เจ้าขายให้ข้าเท่าไหร่! รีบบอกราคามา!”

    “ท่านนายอำเภอผู้ยิ่งใหญ่ ตัวข้าน้อยหาได้ต้องการเงินทองไม่ขอรับ”จ้าวหยางจื่อกล่าวอย่างนอบน้อม

    “แล้วเจ้าต้องการอันใด” จินเป่าคิ้วขมวดพูดขึ้นอย่างอารมณ์เสีย เขาไม่ชอบที่สุดก็คือสิ่งที่ขัดความต้องการของเขา

    จ้าวหยางจื่อสังเกตเห็นว่าชายคนนี้ช่างมากไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายเสียจริง เดี๋ยวยิ้มแย้มเดี๋ยวเศร้าคล้ายกับคนป่วย ก่อนจะรีบกล่าวขึ้นว่า

    “ท่านคงเห็นสภาพการเป็นอยู่ของข้าน้อยแล้ว ข้าต้องการเพียงแค่เรือนหนึ่งหลังภายในเมืองเท่านั้นขอรับ”

    “ที่แท้เป็นเช่นนี้! เรื่องนี้จัดการได้ง่ายนัก! ที่เมืองมีเรือนว่าตั้งมากมาย! ประเดี๋ยวข้าจะจัดการให้ เจ้ารีบบอกข้ามาได้แล้วว่าจับปลาได้มากมายเช่นนั้นได้อย่างไร!”

    “เรื่องมันซับซ้อนขอรับ ถ้าข้าบอกท่านไปกลัวว่าท่านจะหลงลืม ไม่ทราบว่าท่านมีกระดาษและหมึกหรือไม่ขอรับ”

    “เจ้ารู้หนังสือด้วยหรือ? ช่างหายากนัก!”

    “มิใช่ขอรับ ข้าไม่ได้รู้หนังสือ ข้าจะให้ท่านเขียนด้วยตนเอง..”จ้าวหยางจื่อไม่ต้องการเผยความสามารถแม้เพียงนิด เขาแสดงความเป็นชาวบ้านธรรมดาเอาไว้ให้มั่น ถ้าศัตรูตามรอยเขาเจอเรื่องจะยุ่งยากเอาได้

    จินเป่า “…”

    ..

    จินเป่าสั่งทหารให้จัดการเรื่องกระดาษและหมึกไม่นาน หลังจากนั้นจ้าวหยางจื่อก็บอกขั้นตอนทำกับดักปลาให้แก่จินเป่า ซึ่งเขาบอกทุกขั้นตอน ตั้งแต่วิธีการทำกับดัก แม้กระทั่งเหยื่อล่อ

    หนึ่งการธูปกระบวนการนี้ก็เป็นอันจบลง

    จินเป่าเขียนจบก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก พลางนำกับดักปลาของจ้าวหยางจื่อติดมือไปด้วย ก่อนจากลากันเขาได้กล่าวกับจ้าวหยางจื่อว่า

    “นายอำเภอผู้ยุติธรรมเช่นข้าย่อมทำตามสัญญา เจ้าไม่ต้องกังวลช้าสุดสามวันข้าจะให้ทหารนำเอกสารมาให้เจ้า เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าก็เก็บของให้พร้อมที่จะย้ายไปอยู่อาศัยในเมือง”

    “ขอรับ”

    หลังจากนั้นจินเป่ากับทหารของเขาก็จากไปอย่างยินดี เรื่องเล็กๆ เช่นการทำงานเป็นนายอำเภอเขาไม่สนแล้ว การเลื่อนขั้นของเขาสำคัญกว่า ต้องรีบเขียนรายงานแก่ราชสำนัก

    ท่านยายหานสังเกตเห็นจ้าวหยางจื่อเหม่อลอยอย่างเศร้าสร้อยก็กล่าวอย่างเห็นอกเห็นใจ

    “จื่อหยาง เจ้าอย่าเสียใจไปไย มีชีวิตอยู่อย่างถ่อมตัวเช่นนี้ต่อไปก็เพียงพอแล้ว”

    ขณะเดียวกันซีซวนก็ใช้มือเล็กๆ ของนางมาจับชายเสื้อของจ้าวหยางจื่อเพื่อเป็นกำลังใจ จ้าวหยางจื่อสังเกตเห็นสีหน้าแสนเป็นห่วงของน้องสาวเขาก็อบอุ่นหัวใจไม่น้อย เขาลูบศีรษะของซีซวนเบาๆ ก่อนจะพูดกับท่านยายหานว่า

    “ข้าไม่เสียใจเลยขอรับ อย่างน้อยข้าก็ได้เรือนหลังใหม่ภายในเมืองอำเภอ”

    ได้ยินที่จ้าวหยางจื่อพูดหานเจี๋ยก็กล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ

    “เรือนหลังใหม่แล้วอย่างไร วิชาหาปลาสำคัญกว่าเห็น!ๆ”

    หานมิ่งพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้เป็นบิดา ถ้าจับปลาขายแค่หนึ่งเดือนก็สามารถซื้อเรือนใหม่ในเมืองได้แล้ว!

    เมื่อได้รับความห่วงใยอันท่วมท้นจากทุกคน จ้าวหยางจื่อก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขกล่าวว่า

    “ถ้าข้าไม่ขายไป นายอำเภอนั่นคงไม่ปล่อยพวกเราสามพี่น้องไปง่ายๆ ขอรับ ข้าไม่มีทางเลือก..”

    เรื่องนี้ทุกคนทราบดี ชาวบ้านตัวเล็กๆ เช่นพวกเขามีสิทธิ์หรืออำนาจอันใดไปต่อรองกับพวกขุนนาง ถ้าทำให้ขุนนางไม่พอใจก็ไม่ต่างอันใดจากการหาเรื่องตาย เพียงแค่ขุนนางเช่นนั้นไม่ทำร้ายพวกเขาก็สวรรค์ประทานพรมากแล้ว ทุกคนจึงทำได้เพียงถอนหายใจออกมาและแยกย้ายกันไปอย่างนึกเสียดาย

    เมื่อเหลือเพียงสามพี่น้องอยู่ที่เรือน จ้าวหยางจื่อก็เปิดปากกล่าวถามกับน้องๆ 

    “น้องเสียใจหรือไม่ ที่พี่ขายวิชาจับปลาไปเช่นนั้น”

    “ไม่ขอรับ” ซีห่าวกล่าวทั้งยังกำหมัดแน่น เขาแค้นใจนักที่โดนขุนนางขั้นเจ็ดตัวเล็กๆ นั่นรังแก ความฝันเพื่อเป็นขุนนางของเขายิ่งเข้มข้นมากขึ้นไปอีก

    ซีซวนคิดวิเคราะห์ละเอียดรอบคอบแล้วกล่าวขึ้นด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ

    “น้องไม่เสียใจ เพราะวิชาการจับปลานั้นอยู่ที่ตัวเราเจ้าค่ะ”

    จ้าวหยางจื่อได้ฟังเช่นนั้นเขาก็ยิ้มออกมาอย่างปลาบปลื้ม น้องสาวของเขาฉลาดหลักแหลมนัก

    “จริงของน้อง ที่พี่ขายไปก็แค่วิชาจับปลา ตัวเราต่างหากที่สำคัญกว่านั้น..”

    ขณะจ้าวหยางจื่อพูดถึงตรงนี้ ซีห่าวก็นึกถึงเกลือที่พวกเขาเพิ่งต้มเสร็จ นึกถึงพวกสัตว์ที่นับวันยิ่งมีมากมายมากขึ้น..

    เวลานี้ซีห่าวไม่เศร้าโศกอีกต่อไป เขากลับมาสงบเหมือนพี่สาว ทั้งยังส่งสายตามาที่พี่สาวอย่างเลื่อมใส

    เวลานี้จ้าวหยางจื่อก็คิดกับตนเองอีกรอบ เขาคิดว่าถ้าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกละหุกเช่นนี้อีกเขาจะทำอย่างไร และน้องสุดที่รักของเขาจะเป็นอันตรายหรือไม่? ถ้าครั้งหน้าไม่โชคดีเช่นนี้อีกล่ะ?

    ทันใดนั้นจ้าวหยางจื่อก็ตัดสินใจบางอย่างได้! ของบางสิ่งบางอย่างคงไม่ต้องปิดบังน้องที่ร่วมเป็นร่วมตายเช่นพวกเขาอีกต่อไป ยิ่งเก็บเอาไว้กับตนเองถ้าน้องรักของเขาเป็นอันใดขึ้นมาเขาจะนึกเสียใจภายหลังแน่! ก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างหนักแน่น!

    “ซวนเอ๋อร์ ห่าวเอ๋อร์ พี่มีบางอย่างจะบอกแก่พวกเจ้า..”





    สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ

    ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ

    หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel

    คล้ายกับเรื่องจ้าวหยางจื่อ นายน้อยตระกูลแม่ทัพแห่งราชวงศ์ถัง ที่คุณอ่าน