ตะวันวาดเร่งฝีเท้าให้เดินห่างออกจากสถานที่ที่เธอจากมาเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้.. มือบางกำสมาร์ตโฟนที่แนบอยู่ข้างหูแน่น
“น้ำ ฉันกำลังจะเป็บ้า แกทำอะไรอยู่” เสียงหวานถาม ขณะที่คนปลายสายได้แต่รับโทรศัพท์ตาโตอยู่คนเดียว
3 ชั่วโมงผ่านไป..
สายธารเพื่อนสนิทกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคแรกหลังจากที่ได้ฟังตะวันวาดเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟัง
“ฉันขอจดพล็อตแป๊บ.. น่าเอาไปเขียนนิยายฉิบหาย”
ตะวันวาดมองเพื่อนอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะยกหมอนตีสายธาร
“ตลกมากมั้ย!!!” เสียงหวานว่า ขณะที่สายธารได้แต่หัวเราะเอิ้กอ้าก
“ล้อเล่น ๆ ฮ่า ๆ ๆ ”
‘น้ำ ฉันกำลังจะเป็บ้า แกทำอะไรอยู่’ เสียงของตะวันวาดถามผ่านโทรศัพท์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ขณะที่สายธารได้แต่รับสายเพื่อนรักอย่างงง ๆ เมื่อคุยได้ไม่กี่ประโยคสายธารรีบะโออกจากบ้าน นั่งรถบัสต่อรถไฟฟ้าเข้าเมืองมาหาเพื่อนรักทันที
“สรุปก็คือ.. พี่โธนี่อะไรของแกเนี่ย กลายเป็พี่เขยแกซะงั้น แถมยังเป็เ้านายรวมทั้งเ้าหนี้แกด้วย” เพื่อนรักสรุปเื่ปวดหัวของเธอภายในหนึ่งประโยค
แถมมีลูกแล้วด้วย.. ตะวันวาดคิดในใจ และอีกหนึ่งสิ่งที่เธอไม่ได้เล่าออกไปคือ.. การที่เขาขโมยจูบแรกของเธอก่อนคืนงานแต่งงาน!
“อือ..” ตะวันวาดตอบเสียงอ่อย
สายธารตบบ่าเพื่อนรัก..
“จริง ๆ มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ.. มันแค่แปลกตรงที่เหมือนเขาจะจีบ ๆ แก.. ทั้งที่กำลังจะแต่งงาน”
“นั่นแหละที่แย่! คนที่เขาแต่งด้วยคือพี่สาวฉันนะโว๊ย” ตะวันวาดเหว
“แหนะ.. ไหนตอนแรกบอกไม่มีอะไร แปลว่าแกยอมรับแล้วใช่ไหม” สายธารยิ้มยิงฟัน เมื่อตะวันวาดตกหลุมที่เธอขุดทิ้งไว้เข้าอย่างจัง
ตะวันวาดมองค้อนเพื่อนรัก
“จะจีบหรือไม่จีบ เขาก็ไม่ควรชวนฉันไปกินข้าวสองต่อสอง.. ตั้งสองสามครั้งโดยไม่พูดถึง ‘ว่าที่ภรรยา’ เลยสักครั้งป้ะ”
“ก็จริง..” สายธารพยักหน้าหงึกหงัก
“หรือฉันหัวโบราณ” ตะวันวาดถาม เหล่สายตามองเพื่อนรัก
สายธารบู้หน้า กึ่งเห็นด้วยกึ่งไม่เห็นด้วย
“ใช่และไม่ใช่.. แต่ที่แน่ ๆ เพื่อความปลอดภัยและชีวิตอันสงบสุข ฉันว่าแกรีบออกมาจากชีวิตเขาเหอะ” สายธารแนะนำ
ตะวันวาดพยักหน้าเห็นด้วย.. มองข้ามเศษเสี้ยวหนึ่งภายในจิตใจที่แอบคัดค้านอยู่เงียบ ๆ
สายธารเห็นความลังเลนั้นจากใบหน้าหวานที่เหม่อลอยไปหลายวินาที
“แหนะ! ไหนแกบอกไม่ได้คิดอะไรกับหนุ่มฮอตนั่นไง.. แล้วทำไมต้องทำหน้าเสียใจด้วย!? ” สายธารถามแหย่ สีหน้ารู้ทันเพื่อนสาว
ตะวันวาดอ้าปากค้าง ก่อนจะหุบลงอย่าเถียงไม่ออก
“ฮั่นแน่.. คิดอะไรกับเค้าอะดิ๊” สายธารยังไม่หยุดแหย่ ตะวันวาดเลี่ยงหลบสายตาเพื่อนรัก
“ไม่คิดแล้ว” เธอตอบเสียงแข็ง
“จริงเหรอออออ.. ง่ายขนาดนั้นเชียววววว” สายธารลากเสียงยาว
“แกไม่ต้องมาแหย่ฉันเลย.. มาช่วยฉันคิดว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี ช่วยหาทางออก!!!” เธอว่า ั์ตาดำเบิกโตขึ้นอย่างเอาเื่
สายธารยังคงหัวเราะอยู่
“นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อนฉัน.. ฉันคงคิดว่าแกเป็นางเอกนิยาย” เธอว่า
ตะวันวาดเบ้ปาก
“ตรงไหนไม่ทราบ ไม่เห็นจะมีแฮปปี้เอ็นดิ้งสักตรง!? ”
“ใครว่า.. เป็นิยายโศกนาฏกรรมไง” ว่าแล้วสายธารก็เริ่มหัวเราะเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
ตะวันวาดได้แต่มองเพื่อนรักด้วยสีหน้าเซ็งๆ
“เออ หัวเราะเข้าไป.. ไม่ช่วยแถมยังหัวเราะฉันอีก” เธอว่า สายธารจึงต้องรีบกลับมาโอ๋เพื่อนรัก
“โอ๋ ๆ ๆ แหม! รู้จักกันมาตั้งกี่ปี อย่างกับแกคิดว่าฉันจะปลอบแกอย่างนั้นแหละ” สายธารกล่าว ทำให้ตะวันวาดยิ้มขึ้นได้นิดหน่อย
“ก็จริง” เธอตอบ..ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าสายธารจะเป็เช่นนี้ จริง ๆ แล้วตะวันวาดดีใจด้วยซ้ำที่เพื่อนรักไม่ปลอบเธอ แต่ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นดูไม่แย่มากนัก
“แต่ยังไงแกก็ต้องเลิกยุ่งกับเขา” สายธารตอกย้ำสิ่งเดิมที่เธอกล่าวไปแล้ว
“อื้ม.. ฉันว่าจะรีบหางานใหม่.. จะได้ลาออกจากที่นั่น” ตะวันวาดบอกสายธาร ขณะที่อีกฝ่ายสีหน้าครุ่นคิด
“ฉันเห็นด้วย.. แต่งานเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้หากันง่ายๆ นะเว้ย” สายธารเตือนตะวันวาด
หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย..
“เขารู้มาตลอดว่าฉันเป็น้องพี่บุหลัน.. ตอนเจอกันเขายังถามชื่อพี่สาวฉันอยู่เลย.. ไหนจะลุงสินธพอีก.. แกว่าเขา้าอะไรจากฉัน” จู่ ๆ ตะวันวาดก็ถามขึ้นอีกครั้งอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
สายธารทำสีหน้าครุ่นคิดอีกครั้ง..
“อืม.. นั่นสิ..” เสียงหวานกล่าวลอยๆ
“ถามเขาไปเลยสิวะ.. เคลียร์ ๆ ” เธอกล่าวต่อในวินาทีต่อมา.. สรุปคำตอบได้ง่ายดายตามนิสัยที่ตรงไปตรงมา
ตะวันวาดรับฟังอย่างเห็นด้วย..
“แต่ฉันก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งอะไรกับพวกเขาแล้วอ่ะน้ำ” เธอพูดต่อน้ำเสียงงอแง
สายธารเกาศีรษะแกรกๆ ..
“แต่เขาก็ยังเป็เ้าหนี้แกนะ”
“ฉันก็แค่ต้องจ่ายเงินเขาทุกเดือนป้ะ”
“เออก็จริง”
“....”
ทั้งคู่เงียบไปอีกครั้ง.. สายธารมองหน้าตะวันวาด ขณะที่อีกฝ่ายก็สบตาเธอเช่นกัน
“ลาออกเลยเว้ย!!” สายธาระโ.. ตะวันวาดหลุดขำก่อนจะยิ้มกว้าง
“ลาออกเลยเว้ย!!” เธอะโตามเพื่อนรัก ก่อนทั้งคู่จะพากันขำกลิ้งนอนลงบนเตียง..
ณ ตึกเอราวัณ ออฟฟิคชั้นบน เช้าวันต่อมา..
ตะวันวาดเริ่มต้นเช้าการทำงานอีกครั้งด้วยั์ตาปรอย ๆ เธอหาวเกินสิบครั้งแล้วในเช้านี้.. คนตัวเล็กกระดกกาแฟแก้วที่สองดื่มด้วยความหวังว่าเธอจะมีสติมากขึ้น
กว่าเธอจะได้นอนก็เกือบ 5 โมงเช้าแล้ว..
คนตัวเล็กแอบขำกับตัวเองเพราะคิดว่าป่านนี้สายธารก็คงอยู่ในสภาพเดียวกันเธอ..
“พี่ซันนี่”
เสียงเล็กที่ตะวันวาดจำได้กลายเป็กาแฟชั้นดีเมื่อเทียบกับกาแฟที่เธอเพิ่งดื่มไป.. ั์ตากลมเบิกโตขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงวาเลนไทน์
สาวน้อยไม่ได้มาแค่เสียง.. วาเลนไทน์ในชุดเสื้อยืดสีขาวกระโปรงยีนสั้นปรากฏตัวขึ้นในออฟฟิคพร้อมกับกระเป๋าสะพายสีเงินประกายรุ้ง.. ในอ้อมกอดเธอมีตุ๊กตาที่ตะวันวาดเห็นในเธอวันแรก!
“มาได้ไง” ตะวันวาดถามตัวเองมากกว่าจะถามอีกฝ่าย เสียงเธอแหลมสูงเสียจนถ้าหากใครได้ยินคงต้องหัวเราะขำ
ร่างบางลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน
ร่างสูงที่ปรากฏตัวขึ้นในวินาทีต่อมาเป็คำตอบให้โดยที่ตะวันวาดไม่ต้องถาม อันธกานต์สบตากับตะวันวาดก่อนจะหันมองลูกสาว เขาก้มลงกระซิบกระซาบกับวาเลนไทน์
“จำสัญญาได้นะคะ” เสียงทุ้มกล่าว
วาเลนไทน์พยักหน้าหงึกหงัก ยิ้มกว้างให้คนเป็พ่อ อันธกานต์จับบ่าเล็กก่อนจะยืนขึ้น
“ตะวันวาด.. พี่ขอคุยด้วยหน่อย” เสียงทุ้มกล่าวก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานไป ปล่อยให้วาเลนไทน์ยืนยิ้มหวานให้เธอ..
สาวน้อยกลับหลังหันไปนั่งที่โซฟาสีฟ้าซึ่งห่างออกไปไม่ไกลนักอย่างเรียบร้อย..
ทันทีที่ร่างบางเดินเข้ามาในห้องทำงาน อันธกานต์ก็เริ่มบทสนทนาทันทีไม่รีรอ
“วาเลนไทน์ไม่ยอมอยู่บ้าน” เสียงทุ้มกล่าว
ตะวันวาดกะพริบตาปริบ ๆ ..
อันธกานต์เห็นเครื่องหมายคำถามบนใบหน้าของอีกฝ่าย แต่เขาเองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี
“่นี้พี่เลยจะพามาที่ออฟฟิค” เขากล่าวต่ออีกนิดหน่อย..
ตะวันวาดยังมีสีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม..
“วาเลนไทน์สัญญาว่าจะไม่วุ่นวาย..”
คิ้วโค้งเรียวยังคงขมวดเข้าหากันอยู่..
“ฝากเธอด้วยนะ”
สิ้นคำของชายหนุ่มเท่านั้น ตะวันวาดเปลี่ยนสีหน้าทันใด
“คะ? ” เธออุทานเสียงสูง.. ถ้าเข้าใจไม่ผิด เมื่อสักครู่เขาเพิ่งยัดเหยียดหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กให้เธอโดยไม่ถามเธอสักคำ
อันธกานต์เบี่ยงสายตาออกไปนอกออฟฟิค เขาเห็นลูกสาวนั่งอยู่บนโซฟาอย่างราง ๆ
“ถือว่าพี่จ้างทำงานพาร์ทไทม์ก็แล้วกัน” เสียงทุ้มกล่าว ยังคงไม่สบตาตะวันวาด
ใบหน้าหวานตึงเล็กน้อย.. เธอไม่พอใจกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน..
“พี่..” ตะวันวาดชะงัก อยากจะดีดปากตัวเองที่ยังคงเรียกเขาอย่างติดปาก แม้ว่าอีกใจหนึ่งก็ยังคงโทษที่อีกฝ่ายนั้นแทนตัวเองว่า ‘พี่’ อย่างคุ้นเคย
“คุณอันธกานต์กำลังจ้างงานฉัน โดยที่ฉันไม่ได้สมัครงานนะคะ” ตะวันวาดรีบเอ่ยต่อในวินาทีต่อมา
อันธกานต์ฟังประโยคนั้นน่ิ่ง ไม่ชอบนักที่อีกฝ่ายเรียกชื่อเขาอย่างห่างเหิน
แต่สิ่งที่เขากำลังคุยนั้นสำคัญกว่า..
“วาเลนไทน์ไม่ใช่เด็กยุ่งยาก แค่อย่าให้หนีหายไปก็พอ” เสียงทุ้มกล่าวตอบอย่างไม่ตรงประเด็น