เช้าวันใหม่ไป๋ลี่จิงถูกปลุกขึ้นมาแต่เช้าในระหว่างนั่งให้นางกำนัลสองพี่น้องแต่งตัวจัดแต่งทรงผมนางก็เฝ้าคุ้นคิดถึงข้อตกลงที่นางคิดเอาไว้ั้แ่เมื่อคืนเพื่อจะได้ไม่ลืมตอนที่ไปยืนอยู่ต่อหน้าพระชายา
ทางเดินไปสวนดอกไม้ตำหนักส่วนพระองค์ของพระชายาเต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายชนิดพากันส่งกินหอมอบอวลไปทั่วไป๋ลี่จิงเดินเล่นชมทิวทัศน์เบื้องหน้าอย่างสบายใจสถานที่แห่งนี้ทำให้นางรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายเพราะตอนนี้นางไม่ต้องทำตัวหลบๆซ้อนๆ อีกต่อไป
บางครั้งนางก็อดตัดพ้อกับ์ไม่ได้ว่าทำไมชีวิตของตนถึงได้เกิดมาอาภัพเช่นนี้แต่ที่นี่กลับทำให้นางมีที่ยืนได้อย่างสง่าผ่าเผยการได้รับอิสระมันดีเช่นนี้นี่เอง
นางกำนัลประจำตัวพระชายาเห็นไป๋ลี่จิงเดินมาก็เดินออกมาเชิญนางเข้าไปยังสวนด้านในที่พระชายาทรงประทับรออยู่พระชายากำลังจัดดอกไม้ใส่แจกันเช้านี้พระชายาทรงมีใบหน้ายิ้มแย้มมากกว่าเมื่อวาน“เ้ามาแล้วหรือ! มานี้สิข้ากำลังจัดดอกไม้เ้าเคยเรียนจัดดอกไม้มาบ้างหรือไม่”
ไป๋ลี่จิงยืนทำความเคารพสายตาก็มองจับจ้องไปที่แจกันดอกไม้ที่พระชายาทรงจัดไว้อย่างสวยงาม“ไม่เคยเรียนเพคะ หากพระองค์ทรงมีพระกรุณาสอนหม่อมฉันด้วยพระองค์เองหม่อมฉันคงรู้สึกว่าตนเองชั่งโชคดียิ่งนักเพคะ”
พระชายาทรงพอพระทัยกับคำตอบที่ได้รับคิดว่านางจะดื้อแพ่งไม่ยอมเรียนเสียอีก“เ้านี่เป็คนปากหวานใช้ได้ทีเดียวรู้จักประจบคนแก่”ไป๋ลี่จิงคลุกเขาลงขยับตัวเข้าใกล้พระชายาทันทีแล้วยังทำท่าหันไปหันมามองหาบางอย่าง
“คนแก่ที่ไหนเพคะ หม่อมฉันไม่เห็นคนแก่ที่ไหนเลยสักคนถ้าพระองค์หมายถึงองค์เองหม่อมฉันว่าพระชายายังทรงดูอ่อนเยาว์และมีพระสิริโฉมงดงามมากเพคะ”
พระชายาทรงพระสรวลออกมาเบาๆ“เ้านี่เป็คนชั่งพูดชั่งเจรจาใครอยู่ใกล้จะต้องหลงคารมของเ้าทุกรายไปประจบเราขนาดนี้จะขออะไรก็พูดมาเถอะเรารอฟังเ้าอยู่”
ไป๋ลี่จิงเห็นพระชายารู้ทันนางจึงแก้เก้อด้วยการจับดอกไม้มาทำทางเรียงใส่แจกันสายตาก็พยายามสังเกตว่าสีหน้าของพระชายาเป็เช่นไรเมื่อเห็นว่าพระชายาทรงแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดีก็รีบทูลสิ่งที่ตนคิดไว้ทันที
"พระองค์น่าจะทราบดีว่าหม่อมฉันไม่มีมารดาคอยสั่งสอนงานบ้านงานเรือนกิริยามารยาทคุณธรรมของสตรีหม่อมฉันไม่เคยมีโอกาสได้เรียนรู้วิชาที่หม่อมฉันมีติดตัวมาล้วนเป็วิชาความรู้ของบุรุษที่เรียนมาพร้อมกับพี่ชายฝาแฝดและเป็เื่ที่หม่อมฉันชอบเอามากๆ
แต่พระองค์อย่าพึ่งเข้าใจหม่อมฉันผิดหม่อมฉันไม่ใช่ว่าจะไม่เต็มใจเรียนรู้คุณธรรมของสตรีนะเพคะเพียงแต่หม่อมฉันอยากทูลขอพระกรุณาจากพระองค์
หม่อมฉันอยากขอแบ่งเวลาในการเรียนในหนึ่งอาทิตย์จะเรียนรู้จากพระชายาสามวันส่วนอีกสี่วันหม่อมฉันขออนุญาตออกไปเรียนรู้โลกภายนอกที่หม่อมฉันไม่เคยเห็นมาก่อนได้ไหมเพคะ"
พระชายาฟังข้อต่อรองแล้วก็รู้สึกเห็นใจนางอยู่ไม่น้อยเมื่อก่อนนางอยู่แต่ในจวนได้รับความไม่เป็ธรรมมามากมายพระนางจึงไม่อยากบังคับนางมากจนเกินไปแต่ก็ไม่อาจปล่อยให้นางมีอิสระเสียจนลืมฐานะของตน
“เราอนุญาตเ้าก็ได้แต่มีข้อแม้ว่าเวลาที่เ้าจะออกนอกวังต้องไปกับองค์ชายเท่านั้นเ้าจะตกลงหรือไม่?”
ไป๋ลี่จิงฉีกยิ้มกว้างที่พระชายาทรงอนุญาตตามที่นางร้องขอไปกับองค์ชายแล้วยังไงไม่เห็นต้องกลัวองค์ชายจะห้ามอะไรข้าได้
“เป็พระมหากรุณาธิคุณเพคะหม่อมฉันจะตั้งใจเรียนรู้จะไม่ทำให้พระชายาต้องทรงผิดหวังอย่างแน่นอนเพคะ”
องค์ชายจื่อเหยาประกาศราชโองการของท่านอ๋องโจว ทุกอย่างเป็ไปตามแผนการที่ไป๋ลี่จิงวางไว้ขุนนางต่างพากันมาเข้าแถวต่อคิวบริจาคเงินกันอย่างไม่ขาดสายทำให้เงินในท้องพระคลังมีเพิ่มมากขึ้น
สามารถนำไปซื้อหาเสบียงจากนอกเมืองบรรเทาความขาดแคลนอาหารได้พอสมควรช่วยให้ทหารในกองทัพได้รับอาหารมากพอที่จะมีแรงขับไล่ข้าศึกต่อไป
เมื่อร่วมรวมเงินได้องค์ชายมีรับสั่งมอบหมายให้หัวหน้านายกองเสบียงออกเดินทางไปหาซื้อเสบียงจากเมืองข้างเคียงร่วมถึงเมล็ดพันธุ์ผักและซื้อพ่อหมูแม่หมูเพื่อนำมาขยายพันธุ์
องค์ชายจัดการที่ค่ายทหารเสร็จก็เสด็จกลับพระตำหนักพลางคิดถึงไป๋ลี่จิงขึ้นมาว่าเวลานี้นางทำอะไรอยู่กันนะต้องบอกข่าวดีเื่เสบียงให้นางได้รู้สักหน่อยนางต้องดีใจมากแน่ๆพอคิดได้ดังนั้นก็เปลี่ยนเส้นทางจากที่จะเสด็จกลับตำหนักตนเองตรงไปตำหนักของไป๋ลี่จิง
ทหารเฝ้าประตูตำหนักเมื่อเห็นองค์ชายเสด็จมาก็ส่งเสียงต้อนรับเสด็จ
“องค์ชายจื่อเหยาเสด็จ” ไป๋ลี่จิงรีบเดินออกมาต้อนรับองค์ชายด้วยความดีใจ“องค์ชายเสด็จมาแล้วหรือเพคะพระองค์หายไปเสียหลายวันเื่เสบียงเป็เช่นไรบ้างเพคะสำเร็จหรือไม่?”
องค์ชายส่งยิ้มให้อย่างภาคภูมิใจก่อนตอบนางกลับไปว่า
“มีหรือจะไม่สำเร็จตอนนี้เราส่งคนออกไปหาซื้อเสบียงและสั่งให้ซื้อเมล็ดพันธุ์ผักกับพ่อหมูแม่หมูที่เ้าอยากได้มาให้เ้าแล้วพอเสบียงกลับมาเราจะพาเ้าออกไปดูว่าจะทำโรงเรือนปลูกผักกับคอกหมูตรงไหนดีจึงจะเหมาะสม”
ไป๋ลี่จิงดีใจที่แผนการของตนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
“ดีเลยเพคะหม่อมฉันเบื่องานเย็บปักถักร้อยจะแย่อยู่แล้วเสด็จแม่ของพระองค์ทรงมอบหมายงานฝีมือให้หม่อมฉันทำจนปวดตาไปหมด”
ไป๋ลี่จิงชี้มือไปที่งานปักที่ตนทำอยู่ให้องค์ชายทรงทอดพระเนตรพอองค์ชายเห็นก็ถึงกับกั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่
“นี่เ้ากำลังปักภาพอะไรทำไมเราดูไม่ออก”ไป๋ลี่จิงจ้องมองหน้าองค์ชายอย่างไม่พอใจ
“ภาพดอกไม้เพคะ พระองค์ทรงดูไม่ออกขนาดนั้นเลยหรือ”
องค์ชายหยิบผ้าที่ไป๋ลี่จิงปักชิ้นนั้นขึ้นมาดูใกล้ๆเห็นเส้นด้ายพันกันให้ยุ่งไปหมดก็อดเห็นใจนางไม่ได้ให้คนใจร้อนอย่างนางมาทำงานฝีมือเช่นนี้นางจะทำได้อย่างไร
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่? เราจะวาดภาพดอกไม้ลงบนผ้าให้เ้าแล้วเ้าปักตามรอยภาพแล้วค่อยเอาไปให้เสด็จแม่ทอดพระเนตรขืนเ้าเอาอันนี้ไปส่งเราว่าเสด็จแม่ต้องให้เ้าปักใหม่เป็แน่”
หากทำอย่างที่องค์ชายแนะนำลายปักต้องออกมาสวยงามได้แน่นอนคราวนี้พระชายาก็ต้องให้ข้าสอบผ่านเื่งานเย็บปักถักร้อยพวกนี้องค์ชายไม่รอช้าลงมือวาดภาพดอกไม้ลงบนผ้าผืนใหม่ส่งให้กับไป๋ลี่จิง
“ขอบพระทัยเพคะมีอีกเื่ที่หม่อมฉันต้องรบกวนองค์ชายพระชายาทรงตรัสว่าหากหม่อมฉันจะออกไปนอกวังต้องมีองค์ชายเป็คนพาออกไปห้ามออกไปโดยลำพังไม่ทราบว่าองค์ชายจะเต็มใจให้หม่อมฉันติดตามพระองค์ไปด้วยได้หรือไม่เพคะ”
องค์ชายเห็นสายตาอ้อนวอนของไป๋ลี่จิงก็ทรงใจอ่อน
“ได้สิไม่มีปัญหา! แต่เ้าต้องแต่งตัวเป็บุรุษอย่าลืมว่าสถานะของเ้าตอนนี้ยังไม่ชัดเจนไม่ควรเป็เป้าสายตารอให้เ้าได้รับการแต่งตั้งเป็องค์หญิงเสียก่อนค่อยเปิดเผยตัวตน”
ไป๋ลี่จิงเห็นด้วยกับความคิดขององค์ชายนางควรปิดบังเื่นี้ไว้หากมีใครรู้เข้าตระกูลไป๋ของนางได้สิ้นสกุลเป็แน่
“ขอบพระทัยที่องค์ชายทรงเตือน หม่อมฉันจะระวังไม่ให้ใครจับได้ว่าหม่อมฉันเป็สตรีเพคะ”
ณ.ค่ายทหารท่านอ๋องโจวกับแม่ทัพไป๋กำลังประชุมวางแผนแบ่งทหารออกไปขับไล่ข้าศึกทหารรายงานการรบควบม้าเร็วเข้ามารายงานว่า
“เรียนท่านอ๋องขณะนี้กองทัพข้าศึกยกทัพบุกเข้าประชิดประตูเมืองด้านทิศตะวันออกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ท่านอ๋องโจวเมื่อได้รับรายงานก็ออกคำสั่งทันที“แม่ทัพไป๋ท่านจงนำทหารห้าหมื่นออกไปทางประตูทิศตะวันออกเราจะคอยดูสถานการณ์บนกำแพงเมืองหากท่านเพลี่ยงพล้ำเราจะรีบนำทหารออกไปช่วย”
“น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะที่ผ่านมาทำได้เพียงตั้งรับคราวนี้เราต้องบุกออกไปโจมตีข้าศึกให้ได้รู้เสียบ้างว่ากำลังของเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกมัน”
แม่ทัพไป๋พาทหารเดินทางออกไปรับศึกที่ประตูเมืองทิศตะวันออกด้วยตนเองหวังว่าจะสามารถกำจัดเหล่าศัตรูให้พ้นจากแผ่นดินโดยไม่รู้แผนร้ายที่ข้าศึกวางหลุมพรางเอาไว้
ข้าศึกทำทีว่ายกทัพเข้ามาเพื่อตีเมืองทางประตูทิศตะวันออกแต่กลับมีกองทัพอีกกลุ่มดักสุ่มโจมตีทางประตูทิศเหนืออีกทางทำให้ต้องรับศึกทั้งสองด้านในเวลาเดียวกัน
ท่านอ๋องโจวกว่าจะรู้ตัวก็ไม่ทันการเสียแม่ทัพไป๋กำลังตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึกอ๋องโจวจึงมีรับสั่งให้องค์ชายมาช่วยนำกำลังออกไปช่วยแม่ทัพไป๋ทางประทิศตะวันออกแทนพระองค์ส่วนพระองค์จะเร่งนำทัพช่วยฝั่งประตูเมืองทิศเหนือ
องค์ชายจื่อเหยาได้ข่าวข้าศึกบุกโจมตีขนาบมาทั้งสองทางก็กำลังรีบเสด็จออกจากวังเพื่อนำกำลังจะมุ่งหน้าไปที่ประตูเมืองทิศตะวันออกตามคำสั่งของเสด็จพ่อก็มีทหารสื่อสารมารายงานว่า
“เมื่อครู่กระหม่อมได้รับจดหมายจากเหยี่ยวส่งสารทหารกองเสบียงส่งจดหมายมาว่าถูกโจรูเาสุ่มโจมตีปล้นเสบียงไปพ่ะย่ะค่ะ”
องค์ชายได้ยินดังนั้นก็ทรงแปลกใจว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีโจรูเามาก่อนเหตุใดจู่ๆถึงได้มีโจรโผล่ขึ้นมาได้สถานการณ์การศึกตอนนี้ก็กำลังคับขันจะแยกร่างได้อย่างไรกัน
ไป๋ลี่จิงได้ยินเสียงลั่นกลองรบก็รู้ได้ทันทีว่าข้าศึกต้องยกทัพมาประชิดเมืองเป็แน่จึงรีบมาที่ตำหนักขององค์ชาย
เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์ว่าเป็เช่นไรทำให้ได้ยินถึงเื่ที่เสบียงถูกปล้นเข้าพอดี
“องค์ชายเกิดอะไรขึ้นเพคะ”
"ตอนนี้ข้าศึกบุกประชิดทั้งสองด้านของประตูเมืองแม่ทัพไป๋ยกทัพไปโจมตีข้าศึกที่ประตูทิศตะวันออกหลงกลติดอยู่ในวงล้อมข้าศึกเสด็จพ่อทรงมีรับสั่งให้เราไปเป็กองหนุนนำทัพออกไปช่วยแม่ทัพไป๋
ส่วนเสด็จพ่อจะนำทหารออกไปรับศึกที่ประตูทิศเหนือเรากำลังจะออกไปพอดีได้รับรายงานว่ามีโจรบุกปล้นเสบียงเราไม่รู้จะทำยังไงดีไป๋ลี่จิงเ้ามีความเห็นอย่างไร"
สถานการณ์คับขันถึงขนาดนี้นางรู้สึกเป็ห่วงท่านพ่อเหลือเกินข้าศึกวางแผนการรบมาเช่นนี้พ่อของนางต้องรับศึกหนักตามลำพังหากองค์ชายไม่เสด็จไปช่วยอาจมีอันตรายถึงชีวิตนางเสี่ยงไม่ได้เด็ดขาดไป๋ลี่จิงตัดสินใจทันที
“พระองค์รีบเสด็จไปช่วยพ่อหม่อมฉันเถอะเพคะส่วนเื่โจรปล้นเสบียงหม่อมฉันจะเป็คนไปจัดการเอง”
องค์ชายทรงไม่เห็นด้วยมันอันตรายเกินไปที่จะปล่อยให้นางไปโดยลำพัง“ไม่ได้! เราปล่อยเ้าไปคนเดียวไม่ได้เป็อันขาดมันอันตรายเกินไปเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโจรพวกนั้นมีจำนวนเท่าไหร่หากเกินอะไรขึ้นใครจะช่วยเ้าได้ทัน”
“ตอนนี้องค์ชายไม่มีทางเลือกแล้วเพคะหรือองค์ชายจะให้หม่อมฉันยกทัพออกไปช่วยท่านพ่อของหม่อมฉันด้วยตัวเอง”
จริงอย่างที่นางพูดไปปราบโจรย่อมมีอันตรายแต่ออกไปรับศึกนั้นกลับยิ่งอันตรายมากกว่าทำไมต้องมีเหตุร้ายเกิดขึ้นพร้อมๆกันเช่นนี้ “ไปเรียกหัวหน้าทหารองครักษ์มาหาเราเดี๋ยวนี้”
องค์ชายตัดสินใจให้ทหารองครักษ์ของพระองค์ไม่ต้องออกรบแต่ให้ติดตามไป๋ลี่จิงไปจับพวกโจรูเาแล้วนำเสบียงทั้งหมดกลับมาให้จงได้
เสบียงอาหารครั้งนี้หากนำกลับมาไม่ได้สถานการณ์ขาดแคลนอาหารอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเสียเมืองให้กับข้าศึกก็เป็ได้
********************************************
เสบียงข้าใครอย่าแตะ
อ่านแล้วชอบช่วยกดหัวใจ เป็กำลังให้นักเขียนด้วยนะจ๊ะ ขอบคุณคะ นามปากกาK.P.STOM