คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 33
โดยบ้านแรกที่เธอและน้องชายแวะไปเยี่ยมเยียนเป็นบ้านแรกก็คือบ้านของครอบครัวม่าน ซึ่งนอกจากครอบครัวนี้จะสนิทสนมกับบ้านลู่ในส่วนหนึ่งแล้ว เด็กน้อยอย่างม่านซินอี้ก็ยังสนิทสนมกับน้องชายทั้งสองคนของเธอเช่นเดียวกัน ทำให้เธอตัดสินใจแวะมาหาครอบครัวนี้เป็นอันดับแรก
ซึ่งตลอดสิ้นทางที่เมิ่งจือหลันและน้องชายเดินมายังบ้านของครอบครัวม่าน ก็มีชาวบ้านต่างก็แวะเวียนเข้ามาทักทายเธอเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีบางกลุ่มที่ต้องการจะดูข้าวของที่อยู่ในตะกร้าที่เธอสะพายหลังมาอีกด้วย รวมไปถึงบางคนถึงกับต้องการให้เธอมอบข้าวของให้กับพวกเขาเช่นเดียวกัน
ถึงแม้ว่าเมิ่งจือหลันจะอ้างถึงพ่อแม่ของเธอ แต่ก็ไม่วายที่เธอจะถูกชาวบ้านเหล่านั้นด่าทอและแสดงอาการโมโหใส่ที่เธอไม่แสดงความกตัญญูต่อผู้อาวุโสที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งจือหลันก็ไม่ต้องการพูดคุยกับคนเหล่านั้น ดังนั้นเธอจึงได้รีบดึงมือน้องชายทั้งสองคนตรงมายังบ้านของครอบครัวม่านในทันที
และทันทีที่คนเหล่านั้นเห็นว่าเธอมาเยือนบ้านของเฉินเข่อหนี่ว์ จึงมีบางคนที่รีบจากไปในทันที เพราะว่าพวกเขาแต่ละคนต่างก็รับรู้ถึงความปากร้ายของอีกฝ่าย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ต้องการถูกอีกฝ่ายด่าทอนั่นเอง
แต่ก็ยังคงมีคนที่ยังคงยืนรอดูเหตุการณ์เสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งจือหลันก็ไม่ได้คิดที่จะใส่ใจ เพราะคนเหล่านั้นเพียงแค่ต้องการข้าวของที่เธอนำมาเท่านั้น และบางคนก็ต้องการรับรู้เรื่องราวภายในบ้านของเธอ
หลังจากที่เมิ่งจือหลันเคาะประตูและตะโกนเรียกคนที่อยู่ภายในบ้านเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็หันมาพูดคุยกับน้องชายทั้งสองคนของเธอไปพลางๆ เพียงไม่นานบานประตูด้านหน้าก็ถูกเปิดออกมา พร้อมกับร่างของสะใภ้ใหญ่อย่างหยางจิ้งถิงที่กำลังส่งยิ้มมาให้พวกเธออย่างเป็นกันเอง
“จือหลันนั่นเอง แล้วนั้นก็อิ่นซือกับซือเสิ้นใช่ไหม เข้ามาด้านในบ้านกันก่อนเถอะ” หยางจิ้งถิงชักชวนคนทั้งสามให้เข้ามาภายในบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าที่เธอทำแบบนั้นเพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายยืนอยู่กลางแดดมากเกินไป นอกจากนี้เธอยังต้องการหลบให้พ้นจากสายตาของชาวบ้านที่กำลังยืนบริเวณหน้าบ้านของเธอเช่นเดียวกัน
ก่อนหน้านั้นหยางจิ้งถิงก็ได้ยินเรื่องราวที่บ้านเมิ่งหอบข้าวหอบของกลับมาบ้านลู่เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาอีกฝ่ายแต่อย่างใด สิ่งที่เธอมีให้ก็คือความยินดีเพียงเท่านั้น เพราะว่าเธอเองก็เป็นคนในหมู่บ้านแห่งนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเธอจึงเคยรับรู้ถึงความยากลำบากของบ้านลู่มาก่อน
โชคยังดีที่ลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านลู่สามารถแต่งงานกับผู้ชายในตำบลได้ อีกทั้งชายผู้นั้นก็ยังไม่มีพ่อแม่มาคอยกดขี่ลูกสะใภ้อีกด้วย
“ขอบคุณค่ะพี่จิ้งถิง พอดีวันนี้พ่อกับแม่ของฉันได้นำผลไม้มาเผื่อครอบครัวม่านด้วย แต่เพราะว่าวันนี้พ่อแม่ของฉันพาเพื่อนในตำบลมาด้วย ดังนั้นฉันและน้องๆ จึงเป็นตัวแทนนำผลไม้เหล่านี้มามอบให้กับบ้านม่านค่ะ”
หยางจิ้งถิงไม่คิดเลยว่าคุณอาจางเฮ่อและคุณอาจื่อหลินจะคิดถึงครอบครัวของสามีเธอแบบนี้ ดังนั้นเมื่อได้ยินแบบนั้นหยางจิ้งถิงจึงรีบชักชวนอีกฝ่ายให้เข้าไปด้านในบ้านอย่างรวดเร็ว เพราะวันนี้บ้านของสามีเธออยู่ภายในบ้านด้วยกันเกือบทั้งหมด ยกเว้นก็แต่น้องชายและน้องสะใภ้ของสามีที่ทั้งคู่ได้แวะไปเยี่ยมเยียนครอบครัวของน้องสะใภ้ที่อีกหมู่บ้านหนึ่ง
ส่วนเธอนั่นเพราะเป็นกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นจึงไม่คิดที่จะกลับไปยังบ้านเกิดของผู้เป็นพ่อแม่ เพราะว่าลุงและป้าสะใภ้ของเธอได้ตัดขาดและไล่เธอออกมาจากบ้านนานแล้ว โชคยังดีที่แม่สามีของเธอเป็นเพื่อนสนิทกับแม่ของเธอ ดังนั้นอีกฝ่ายจึงได้พาครอบครัวมาช่วยจัดการเรื่องการตัดขาดกับบ้านเดิมของเธอ
ทำให้เธอสามารถนำป้ายวิญญาณของพ่อแม่ออกมาจากบ้านหลังนั้น และยังได้รับเงินทองบางส่วนมาไว้ใช้ในอนาคตอีกด้วย
“อ้าว นั่นไม่ใช่หนูจือหลันกับเจ้าหนูอิ่นซือและซือเสิ้นหรอกหรือ” ม่านเซียวฮุยหรือผู้เป็นเจ้าของบ้านแห่งนี้เอ่ยทักทายหญิงสาวและเด็กน้อยตรงหน้าอย่างเป็นกันเอง เพราะว่าเขาและลู่เทียนหยางต่างก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นครอบครัวของเขาและบ้านลู่จึงมักจะคอยช่วยเหลือกันอยู่เป็นประจำ
นอกจากนี้เขายังเคยแวะไปนั่งก๊งเหล้ากับอีกฝ่ายอยู่บ่อยครั้งเช่นเดียวกัน ดังนั้นถ้าหากพูดเรื่องสนิทสนมแล้ว บ้านลู่ถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่สนิทสนมกับครอบครัวของเขาเป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายได้หลานชายหลานสาว เขาจึงแวะไปแสดงความยินดีอยู่ทุกครั้ง
รวมไปถึงเรื่องราวที่บ้านลู่ที่มักจะถูกชาวบ้านรังแก เขาก็เคยเข้าไปจัดการและคอยให้ลูกชายลูกสะใภ้ของตัวเองคอยสอดส่องดูแลเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นโชคดีของบ้านเขาเช่นเดียวกันที่ลูกชายทั้งสองคนของเขารักใคร่กลมเกลียวกันเป็นอย่างอีก อีกทั้งลูกสะใภ้ทั้งสองคนของเขาก็เป็นหญิงสาวที่ดี ไม่เคยทำเรื่องใดให้เขาและภรรยาต้องกังวล ดังนั้นถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะให้กำเนิดหลานสาวให้กับเขาและภรรยา
ม่านเซียวฮุยก็ไม่ได้รู้สึกพอใจแต่อย่างใด อีกทั้งเขายังชื่นชอบหลานสาวอย่างม่านจินย่วนและม่านซินอี้มากเลยทีเดียว เพราะว่าเด็กทั้งสองคนต่างก็เป็นเด็กดีและน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก เนื่องจากเด็กทั้งสองคนต่างก็ช่วยเหลืองานในบ้านเท่าที่ตัวเองจะทำได้ โดยที่เขาและคนอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวแต่อย่างใด
“สวัสดีค่ะคุณตาเซียวฮุย คุณยายเข่อหนี่ว์ และคุณลุงซุ่นซี”
เมิ่งจือหลันทักทายครอบครัวม่านในทันที หลังจากที่เธอและน้องชายเดินเข้ามาภายในบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้เมิ่งจือหลันยังไม่เริ่มบอกน้องชายทั้งสองคนให้ทักทายทั้งสามคนด้วยเช่นกัน
“พี่จือหลัน ซินอี้คิดถึงยังเลยค่ะ”
เมื่อร่างเล็กของม่านซินอี้มองเห็นพี่สาวแสนใจดีเดินเข้ามาภายในบ้านของเธอ เด็กน้อยก็ไม่รอช้ารีบลงจากตักของผู้เป็นยายและรีบเดินเข้าไปกอดขาของอีกฝ่ายในทันที
ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของเด็กหญิงตัวน้อยนั่นทำให้ทุกคนต่างก็เอ็นดูเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับเมิ่งจือหลันที่ได้รับความน่ารักของเด็กน้อยไปเต็มๆ ทั้งนั้นเธอจึงแกะแขนกลมเล็กของอีกฝ่ายออก ก่อนที่เธอจะปลดตะกร้าที่อยู่ด้านหลังออกและย่อตัวลงไปนั่งอยู่ในระดับเดียวกันกับเด็กน้อยตรงหน้า
“สวัสดีจ้ะซินอี้ พี่จือหลันก็คิดถึงซินอี้เหมือนกัน ดังนั้นวันนี้พี่สาวจึงมีของมาฝากซินอี้ด้วยนะ”
หลังจากที่เมิ่งจือหลันพูดจบเธอก็หันไปรื้อข้าวของที่อยู่ภายในตะกร้าทันที เพียงไม่นานในมือของเมิ่งจือหลันก็ถือห่อลูกอมกระต่ายและมีชุดของเด็กผู้หญิงอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นของที่เธอซื้อมาจากร้านค้าในระบบของเธอนั่นเอง ทำให้รูปลักษณ์ของเสื้อผ้าดูสวยงามมากกว่าที่ขายอยู่ด้านนอกนั่นเอง รวมไปถึงรสชาติของลูกอมกระต่ายก็อร่อยกว่าที่ขายในร้านสหกรณ์
“นี่เป็นของฝากที่พี่จือหลันให้ซินอี้นะจ๊ะ สำหรับลูกอมกระต่ายนี้ซินอี้จะต้องขอแม่ของซินอี้ก่อนจะกินมันนะจ๊ะ เพราะถ้าหากซินอี้กินมันมากเกินไป ฟันของซินอี้จะผุได้นะและต่อไปซินอี้ของพี่ก็จะกินข้าวไม่อร่อยนะรู้ไหม”
ม่านซินอี้ยกมือขึ้นปิดปากของตัวเองด้วยความตกใจ เธอไม่ต้องการให้ฟันของเธอผุลงไปเหมือนที่พี่จือหลันพูด เพราะว่าเธอยังต้องการกินข้าวและขนมอร่อยๆ ที่ได้มาจากทุกคนอยู่ ดังนั้นม่านซินอี้จึงรีบนำห่อลูกอมดังกล่าวไปมอบให้กับแม่ของตัวเองในทันที
“แม่คะซินอี้ขอกินวันละเม็ดได้ไหมคะ แบบนั้นฟันของซินอี้จะไม่ผุไปก่อนใช่ไหมคะ”
ใบหน้าของหยางจิ้งถิงปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาเมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาวของเธอ ซึ่งแน่นอนว่าเธอรู้สึกดีใจและภูมิใจที่เห็นลูกสาวตัวน้อยของเธอน่ารักน่าเอ็นดูถึงขนาดนี้
“ได้สิจ้ะ แต่ลูกจะได้กินลูกอมก็ต่อเมื่อกินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้วนะ”
หลังจากที่ม่านซินอี้ได้รับคำยืนยันจากผู้เป็นแม่เรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับมายืนอยู่ตรงหน้าพี่สาวจือหลันอีกครั้ง
“ขอบคุณพี่จือหลันมากเลยนะคะ ซินอี้จะกินลูกอมอย่างดีเลยละคะ จะไม่ให้ฟันน้อยๆ ของซินอี้ต้องผุไปก่อนอย่างแน่นอน แต่ว่าเสื้อผ้าชุดนี้ซินอี้ขอลองหน่อยได้ไหมคะ ซินอี้อยากลองใส่มันดูสักครั้ง”
“ได้สิจ้ะ”
หลังจากที่ยืนมือไปรับเสื้อผ้าจากพี่จือหลันเรียบร้อยแล้ว ม่านซินอี้ก็วิ่งกลับไปหาแม่ของตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่จะให้ผู้เป็นแม่พาเธอไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดใหม่ที่เธอพึ่งได้รับมาจากพี่จือหลันนั่นเอง เมื่อม่านซินอี้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เด็กน้อยก็รีบวิ่งออกมาให้ทุกคนได้ดูชุดใหม่ของเธอในทันที รวมไปถึงความรู้สึกยินดีที่แสดงออกมาบนใบหน้าของเด็กน้อยอีกด้วย ทำให้บรรดาผู้ใหญ่ต่างก็มีความสุขกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“ขอบคุณหนูจือหลันมากเลยนะ” เฉินเข่อหนี่ว์เอ่ยขอบคุณหญิงสาวตรงหน้าด้วยไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว เพราะนอกจากอีกฝ่ายจะนำผลไม้และเนื้อสัตว์มามอบให้กับครอบครัวของเธอแล้ว แต่อีกฝ่ายยังมีของฝากมาให้กับหลานสาวทั้งสองของเธออีกด้วย
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ วันนี้เป็นวันดีเป็นวันมงคล ดังนั้นก็สมควรแล้วที่ครอบครัวของหนูจะได้ตอบแทนทุกคนบ้างนะคะ”
เมิ่งจือหลันโบกมือไปมาอย่างไม่ได้คิดอะไร เพราะถึงยังไงข้าวของส่วนมากที่เธอมอบให้กับหลานสาวทั้งสองคนของบ้านม่าน ก็เป็นของที่เธอซื้อมาจากระบบ ดังนั้นจึงไม่ได้เสียเงินหยวนเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งเงินในระบบของเธอก็มีจำนวนที่เยอะพอสมควร ทั้งได้มาจากการขายของและได้รับของขวัญมาจากผู้ชมในโลกอนาคต
หลังจากที่มอบของฝากและอยู่พูดคุยกับครอบครัวม่านไปได้สักพัก เมิ่งจือหลันก็ขอตัวเพื่อไปบ้านอื่นต่อในทันที ซึ่งแน่นอนว่าในระหว่างก็ยังคงมีชาวบ้านเข้ามาทักทายอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งจือหลันก็ไม่ปฏิเสธคำทักทายเหล่านั้น แต่ถ้าหากเป็นชาวบ้านที่เข้ามาเพื่อต้องการอยากได้ข้าวของในตะกร้าของเธอ เมิ่งจือหลันก็จะรีบจูงมือน้องชายทั้งสองคนของเธอจากมาในทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงบ่นของชาวบ้านที่รู้สึกอิจฉาเอาไว้ด้านหลัง
“จือหลันนี้ทำเกินไปจริงๆ ถึงยังไงพวกเราก็เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านเฟิงหยวนเหมือนกันนะ ทำไมถึงได้เลือกปฏิบัติกันแบบนี้” หวงเหยาฉีรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของเมิ่งจือหลัน อีกทั้งเธอยังอดที่จะบ่นไปถึงพ่อแม่ของอีกฝ่ายไม่ได้ ทั้งๆ ที่เธอก็เห็นลู่จื่อหลินมาตั้งแต่เด็ก แต่ทำไมพออีกฝ่ายได้ดิบได้ดีถึงไม่นึกถึงชาวบ้านอย่างพวกเธอเลยแม้แต่น้อย
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++