สิบห้าปีก่อนหน้านี้…..ตามเวลาของโลกปัจจุบัน
ณ สถานที่อันร้อนระอุ โลกที่เต็มไปด้วยเปลวไฟสีแดงส้ม ผสมผสานกับหมอกพิษสีแดงอมม่วง ภายใต้สิ่งก่อสร้างอันมโหฬารสีทอง พร้อมส่งประกายเพชรหลากสีแวววับ พวก “มัน” กำลังนั่งอยู่ด้านหน้า ราชบัลลังค์สีทองอันว่างเปล่าที่ตั้งตระหง่าน ด้วยสภาพจิตอันรุ่มร้อน ยุ่งเหยิง วุ่นวาย
“เมล็ดพันธุ์แห่งอนันตกาล กำลังจะถือกำเนิดในอีก 7 วันข้างหน้านี้แล้ว หากข้าคำนวณไม่ผิด มันจะเกิดในต่างโลก ที่มีชื่อว่า โลกมนุษย์”
เมล็ดพันธ์ุแห่งอนันตกาล จากเื่ราวความเชื่อในตำนาน ที่มีอิทธิฤทธิ์ ในการผ่ามิติ ข้ามเวลา หากผู้ใดจะคงไว้ซึ่งความเป็ะ ถือเป็ทิพยสมบัติ ไม่ว่าเหล่า เทพ มาร ปีศาจ ทั้งหลายปรารถนา อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการกำเนิดของ เมล็ดพันธุ์อนัตกาล นี้จำเป็ต้องอาศัย เหตุ ปัจจัยที่สมบูรณ์พร้อม ในทุกๆ 8 อสงไขยกัป จักมีเมล็ดพันธุ์ เกิดขึ้น 1 เมล็ด ในสากลโลก (โลกต่างๆ ที่มีอยู่ในจักรวาลทั้งทางกายภาพและทางจิตภาพ)
เหตุแห่งการเกิดของเมล็ดพันธุ์ ถือกำเนิดจาก
“เท่าที่ข้าได้ให้พวกเราไปแฝงตัวเฝ้าดูยังโลกต่างๆ พบว่า โลกมนุษย์นี่แหละ มีความเป็ไปได้มากที่สุด ตอนนี้ มันถึงยุคที่ ปราชญ์แห่งปราชญ์ ที่ชี้ทางให้มนุษย์หลุดพ้น ได้หมดอายุขัยไปกว่า 2500 ปีของโลกมนุษย์แล้ว แม้ธรรมนั้นจะยังอยู่ แต่ความเชื่อในธรรมเสื่อมทรามลง มีมลพิษต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย พอๆ กับยังคงบริสุทธ์อยู่ ดังนั้น โลกแห่งนี้ จึงเข้าเงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุดในการกำเนิดแห่งเมล็ดพันธุ์” หนึ่งในร่างสูงใหญ่ร่างกายประกอบไปด้วยหมอกแดง และดวงตาสีม่วงเข้ม กล่าวขึ้น
“ครับ ท่านลอร์ด แล้วเราจะส่งกองทัพไปบุกยังโลกมนุษย์เลยมั๊ยครับท่าน” ปีศาจตนหนึ่งกล่าวถาม
“ไม่จำเป็ พวกมนุษย์มันอ่อนแอ แค่พลังแห่งเราเพียงหนึ่งคน ก็สามารถที่จะกวาดล้างโลกทั้งโลกได้อย่างง่ายดายแล้ว อะซิตูล ข้ามอบหมายงานนี้ให้เ้า จงไปเสาะหาให้เจอ เพาะเมล็ดให้เติบโตจนอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อม และนำผลกลับมาถวายแด่ าาปีศาจของเรา” ลอร์ด โพเวล สั่งการ
“ทำไมไม่นำเมล็ด กลับมาเพาะที่นี่?” อะซีตูลถามด้วยความสงสัย
“เ้าโง่… เมล็ดพันธุ์นี้ หากถือกำเนิดที่ไหน ต้องอาศัยสภาวะที่นั่นในการเติบโตเท่านั้นเมื่อได้ผลมาแล้วจึงจะสามารถนำออกมาได้” คำตอบมาพร้อมกับฝ่าเท้า ที่ประทับอย่างเต็มแรงบนยอดอกของอะซีตูล จนร่างของมัน ล่องลอยกระเด็นไกลไปร่วม 100 เมตร
“ข้าน้อยรับคำสั่ง ข้าจะรีบไปในทันที” มันก้มหัวลงคำนับอย่างน้อบน้อม พร้อมหันหลังกับ ก่อนที่จะเหิรร่างออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยแววตาที่ลุกวาวโรจน์ก่อนจะอ่อนแสงลงจนเป็ปกติ “ไว้ทีข้าก่อนเถอะ” มันคิดในใจ

"นี่หรือ คือโลกมนุษย์" มันคิดในใจ เมื่อเห็นดาวเคราะห์สีฟ้าคราม อันสวยงาม ที่ต้องพึ่งพาความสว่างสไสวจากดาวแห่งไฟอันร้อนแรงที่ล่องลอยอยู่ไม่ห่างไปนัก
"เชอะ ช่างกระจอกสิ้นดี ขนาดแค่แสงที่จะใช้ ยังต้องพึ่งพาพลังจากภายนอกเลย นี่หรือคือดินแดนที่เมล็ดพันธุ์อนันตกาลจะมาถือกำเนิด มีแต่พวกมดปลวกทั้งนั้น แต่ข้าต้องอยู่ที่นี่กี่ปี จนกว่าเมล็ดพันธุ์จะโตเพียงพอจนสามารถเอากลับไปได้เนี่ย" มันพึมพัมเบาๆ พร้อม ร่างของมันค่อยๆ เปลี่ยนกลายกลุ่มหมอกสีแดง เป็ขนาดเล็กเท่าตัวของมนุษย์โลก จำนวนนับหมื่นร่าง ก่อนพุ่งกระจายเข้าไปยังพื้นที่ต่างๆ ในโลกมนุษย์
เหนือน่านฟ้าเมืองหลวงมหานครแห่งประเทศหนึ่งในทวีปเอเชีย ร่างหมอกสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้น และค่อยๆ ควบรวมจนกลายเป็รูปร่างมนุษย์ มันกางแขนออก สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ "หึๆ มนุษย์ที่นี่ส่วนใหญ่แล้วเห็นแก่ตัว เหมาะยิ่งนั่กที่จะเพาะพันธุ์สมุนปีศาจไว้ใช้งาน ...เอ๊ะ" ขณะที่มันกำลังเตรียมการ กลุ่มควันสีเทาจางก้อนหนึ่งลอยเข้ามาหามันอย่างรวดเร็ว
"เอ็งเป็ใคร" อะซีตูล ถามด้วยเสียงหยาบกระด้าง
"คำนับนายท่าน ข้าคือผู้แฝงตัวอยู่ในโลกนี้มากว่า 200 ปีแล้ว ยินดียิ่งนักที่นายท่านมา หากนายท่านมีอันใดจะสั่ง ขอได้บอกข้ามาได้เลย" ร่างสีเทากล่าว พร้อมหยิบยื่นเมล็ดสีเทาเล็กๆ ให้
อะซีตูลรับเมล็ดนั้นมา ก่อนกลืนเข้าไปในปาก ความทรงจำทั้งมวล ล้วนเข้าสู่สมองของมันอย่างรวดเร็ว
"อย่างนี้นี่เอง" อะซีตูลกล่าวเบาๆ
ในห้วงคำนึงของมันปรากฏข้อมูลต่างๆ มากมายเกี่ยวกับโลกมนุษย์ ลักษณะ อุปนิสัย การใช้ชีวิต มันเข้าใจได้ทันทีว่า ผู้แฝงตัว ได้ผลิตเมล็ดพันธุ์ิญญาอันละเอียด ส่งเข้าไปยังชั้นบรรยากาศมากว่า 100 ปีแล้ว ทุกๆ เมล็ด จะเจาะลึกเข้าไปอ่านข้อมูลสมองของมนุษย์ มันเรียนรู้และเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของเหล่าผู้คนในทุกชนชั้น มันได้บงการให้มนุษย์ เจาะพลังงานจากแกนโลกมาใช้ มันดลจิตให้มนุษย์ได้ผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความ้าของตนเอง จนละเลยในการพัฒนาด้านจิตใจ จนกระทั่งเมื่่อ 50 ปีก่อน มันก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย เพื่อเป็การ แพร่กระจายเมล็ดพันธุ์ิญญาให้เป็ไปอย่างทั่วถึง มันค่อยๆ ทดลองสร้างความ้าที่ผิดเพี้ยนมากขึ้น จนก่อให้เกิดเป็ความสำเร็จใหม่อย่างทาสรับใช้ ที่มนุษย์เรียกว่า โรคเอดส์ โรคมะเร็ง หรือโรคต่างๆ
"ตอนนี้มนุษย์เริ่มรับรู้ และมันป้องกันพวกเรา โดยเรียกเมล็ดพันธุ์ิญญาว่า ฝุ่น PM 2.5 หลายๆ เมืองมันเริ่มปรับสภาพ ทำให้ข้าทำงานได้ลำบากขึ้น เพราะการที่เมล็ดพันธุ์ิญญาจะส่งต่อข้อมูลมายังข้านั้น จำเป็ต้องให้มีปริมาณและหนาแน่นอยู่ในอากาศมากพอควร จึงจะสามารถส่งข้อมูลและเข้าไปหยั่งรากลึกในร่างกายของมนุษย์ได้" ควันปีศาจสีเทากล่าว
"ไม่เลว เ้าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว" อาซีตูลชื่นชมก่อนสั่งต่อว่า "ตอนนี้ เ้าต้องช่วยข้าในการจับตาดูการเกิดของเมล็ดพันธุ์อนันตกาล ที่่สำคัญห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด ข้าคิดว่า นอกจากพวกเราแล้ว น่าจะมีเผ่าพันธุ์อื่นมาเฝ้ารออยู่เช่นกัน" มันสั่งด้วยเสียงเครียด
"รับบัญชา ข้าจะเฝ้าดูในทุกอณูของบรรยากาศไม่ให้คลาดสายตาเลยทีเดียว"
+++ 7 วันต่อมา++++
"ในรอยแยกทางตอนเหนือของธารน้ำแข็งขั้วโลก ข้าพบบางสิ่ง อยากให้ท่านไปดู" ควันปีศาจสีเทากล่าว
อะซิตูล พยักหน้าตอบรับแต่ไม่ได้พูดอะไร มันรีบส่งจิตไปยังร่างที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นที่สุด และเข้าไปดูในทันที เมื่อผ่านรอยแยก มันพบเห็นวัตถุชิ้นเล็กรูปหยดน้ำมีสีแดงเรืองรอง เปล่งประกายออกมา
"นี่น่าจะใช่เมล็ดพันธุ์อนันตกาลแน่" มันคิดพร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อเตรียมถ่ายรูปและส่งไลน์ในทันที แต่ทันใดนั้น มันต้องชะงัก
"สงสัยข้าจะอยู่ในโลกนานไปหน่อย ลืมเลยว่า ส่งไลน์ไปโลกนู้นไม่ได้" มันนึกได้ดังนั้น จึงเพ่งมองและส่งกระแสจิต เพื่อติดต่อไปยัง ลอร์ด โพเวลทันที
"ฮ่าๆๆ ถูกต้องแล้ว เ้าทำงานได้ดีมาก ต่อไปเ้าต้องหามนุษย์ที่เหมาะสม เพื่อฟักเมล็ดพันธุ์นี้ให้เติบโตขึ้น" ลอร์ดโพเวลส่งกระแสจิตตอบ
"ลักษณะของมนุษย์ที่เหมาะสมเป็เช่นไรท่าน" อะซีตูลถามด้วยความตื่นเต้น
"มนุษย์ที่เหมาะเป็ภาชนะสำหรับเมล็ดพันธุ์อนันตกาล เมื่อเ้าถือเมล็ดพันธุ์ไว้เ้าจะสังเกตเห็นสัญลักษณ์แห่งอนันตกาล ปรากฎขึ้นบนศรีษะ หน้าที่ของเ้าคือ ต้องทำให้มันกลืนกินเมล็ดนี้เข้าไปในท้องของมัน แต่เมล็ดนี้จะงอกได้ไม่ใช่แค่มีร่างที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ร่างนั้น ต้องสามารถทนทานต่อการงอกของเมล็ดพันธุ์อนันตกาลได้ด้วย.... จำให้ดี!! เ้ามีโอกาสเพียง 3 ครั้งเท่านั้น เมื่อรากงอกครบ 3 รากแล้ว ยังไม่พบภาชนะที่ทนทางแล้วละก็ เมล็ดนี้จะตายในทันที และเ้าจะต้องได้รับโทษทัณฑ์อย่างหนัก..จำไว้!!!!" ลอร์ดโพเวล กล่าวเสียงเครียด
อะซีตูลยืนอึ้งไปสักพัก "กรรมของตู" มันคิดในใจ ก่อนที่จะถือเมล็ดพันธุ์ไว้ในมือและส่งพลังไปยัง 10000 ร่างของมันที่อยู่ภายนอก
+++ 10 วันต่อมา.... +++
ชายคนหนึ่งรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาดี ถือขวดเหล้าเดินโซซัดโซเซ เข้ามาในซอยหมู่บ้านร้าง
"โว้ย เซ็ง... จะปีใหม่ทั้งที ดันไล่กูออกจากงาน แมร่งเอ้ย...์ ทำไมทำร้ายกูแบบนี้วะ" ชายหนุ่มรำพึงในความโชคร้ายของตัวเอง
ทันใดนั้น เขาก็ได้กลิ่นหอมคล้ายๆ กับ น้ำหอมดังจากฝรั่งเศษที่เขารู้จัก จึงหันไปดู พบประตูบานหนึ่งหน้าบ้านร้าง มีร่างของสาวงาม ยืนใส่ชุดแซคสั้นสีแดงแนบเนื้อ โชว์ผิวขาวนวลและส่วนเว้าส่วนโค้ง กวักมือเรียกเขาอยู่ เขาเดินเข้าไปใกล้ราวกับถูกสะกดจิต กลิ่นหอมยิ่งแรงขึ้น ความรู้สึกเคลิปเคลิ้มอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาเดินเข้าไปใกล้ พลางเอื้อมมือไปจับไหล่เปลือยขาวนวลกลมกลึง
"พี่ยังฟิต และพร้อมเสมอ ไม่ต้องพึ่งยาพวกนั้นหรอกจ้า" ชายหนุ่มยื่นหน้าไปยังซอกคอหอมกรุ่นพร้อมกระซิบเบาๆ
หญิงสาวผลักอกชายหนุ่มออกเบาๆ ชายหนุ่มถูกดันตัวออกไปห่างเล็กน้อย "ต้องกินนี่ก่อนนะ ถ้าไม่กิน น้องไม่คุยด้วยแล้ว" เสียงหวานเจี้อยแจ้งดังขึ้นมาแบบงอนๆ
"ได้จ้า ๆ" ชายหนุ่มพูดพร้อมอ้าปาก หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงส่งเม็ดยาผ่านมือเรียวขาวเข้าไปยังปากของชายหนุ่ม
เม็ดยาแปลกๆ เหมือนของแข็ง แต่ทันทีที่ััถูกปากก็กลับกลายเป็ของเหลว มันลื่นไหลลงไปยังท้องอย่างง่ายดาย เมื่อของเหลวนั้นตกถึงกระเพาะ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง มีรากสีแดงสด 1 ราก ทะลวงผนังกระเพาะของชายหนุ่ม อย่างรวดเร็ว
"โอ้ย อะไรเนี่ย" ชายหนุ่มะโเสียงดังพร้อมทรุดตัวลงไปนอนกุมท้องอย่างเ็ป ร่างกายของเขากลายเป็สีแดงก่ำ
"อ๊ากซ์ ข้าทนไม่ไหวแล้ว" สิ้นเสียงสุดท้ายของชายหนุ่ม ร่างของเขาก็ชักกระตุก นอนเกร็งอยู่กับพื้น ความรู้สึกของเขาราวกับถูกมีดคัตเตอร์ที่นาบไฟร้อนๆ กรีดตัดไปยังอวัยวะภายในทั่วร่างกาย และสายตาสุดท้ายยังคงมองไปที่หญิงสาว
ร่างหญิงสาวค่อยๆ สลายตัวกลายเป็หมอกสีแดงจาง และปรากฎเป็ร่างกะโหลกสีแดง ดวงตาสีม่วง
"ผ..ผ...ผี" ทันทีที่คำสุดท้ายที่ออกจากปาก ร่างชายหนุ่มเริ่มหยุดกระตุก ดวงตาแข็งเกร็งค้าง เืไหลออกทางตา หู จมูก ปาก รูขุมขนทุกส่วนของร่างกาย ก่อนที่จะหมดลมหายไปที่จากไปพร้อมกับิญญา
"คนแรกข้าก็พลาดแล้ว เฮ้อ.." อะซีตูล กล่าวกับตัวเอง ก่อนที่จะหาภาชนะรายต่อไป
จนกระทั่งวันที่เกิดพายุฝนในฤดูหนาวขึ้น มันเห็นเด็กคนหนึ่ง มีสัญลักษณ์แห่งอนันตกาล ที่สว่างเรืองรองเป็พิเศษ มันจึง...