หลังจากสั่งทำเครื่องประดับเสร็จแล้ว เฉินม่อไป๋ก็แยกกับเมิ่งหลานเพื่อที่จะกลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึง เธอก็เห็นลูกค้ากำลังนั่งกินอาหารอยู่ในร้านอยู่ จึงพุ่งตัวเข้าไปในร้านด้วยความรวดเร็วท่ามกลางสายตาของลูกค้า
"แม่ หนูกลับมาแล้ว มีอะไรให้ช่วยบ้างคะ"
เจี้ยนลู่ยิ้มดีใจเมื่อเห็นบุตรสาว จากนั้นก็พูดขึ้น "งั้นเอาจานนี้ไปให้ลูกค้าโต๊ะสองหน่อยนะ"
"ได้ค่ะ" เฉินม่อไป๋ล้างมือก่อนจะหยิบผ้ากันเปื้อนที่แขวนอยู่บนผนังด้านในขึ้นมาสวมแล้วนำจานอาหารออกไปให้ลูกค้า
ปกติเฉินม่อไป๋ก็ช่วยงานที่ร้านอยู่แล้วจึงค่อนข้างคล่องแคล่วเลยทีเดียว
ลูกค้าชายวัยกลางคนเลิกคิ้วแปลกใจเมื่อเห็นหญิงสาวหน้าตางดงามทั้งยังแต่งตัวดีมาเสิร์ฟอาหารด้วยตัวเอง
ดู ๆ ไปแล้วใบหน้าของเธอก็คล้ายกับลูกชายเ้าของร้านอยู่ไม่น้อยจึงคิดว่าเธอน่าจะเป็ญาติกับเ้าของร้าน
"กินให้อร่อยนะคะ" เฉินม่อไป๋ยิ้มจากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในห้องครัว
หญิงสาวอยู่ช่วยงานจนร้านปิด จากนั้นเธอก็ถูกแม่ซักถามเื่ราวในวันนี้อีกเช่นเคย
เฉินม่อไป๋ค่อย ๆ เล่าเื่ให้ผู้เป็แม่ฟังอย่างใจเย็น เมื่อเล่าจบ เจี้ยนลู่ก็นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เธอเคยอยู่ในแวดวงไฮโซมาก่อนเลยรู้เื่พวกนี้บ้าง
เมื่อเจี้ยนลู่ตั้งสติได้ก็กล่าวชมบุตรสาวอย่างจริงใจ "ลูกแม่เก่งมาก"
"แน่นอนอยู่แล้วค่ะ" เฉินม่อไป๋ยิ้มรับอย่างภาคภูมิแล้วจับมือแม่มาลูบเบา ๆ ฝ่ามือที่เคยนุ่มนิ่มบัดนี้กลับเริ่มหยาบกร้านจนััได้ เธอนิ่งไปก่อนจะตัดสินใจพูดเื่หนึ่งขึ้นมา
"แม่...ไม่ต้องทำร้านอาหารแล้วได้ไหมคะ ต่อจากนี้แม่แค่ดูแลตัวเอง กินให้อิ่ม นอนให้อุ่น เบื่อ ๆ ว่าง ๆ ก็ไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อน ซื้อของ หรือทำสปาก็พอ"
เจี้ยนลู่ได้ฟังบุตรสาวพูดก็น้ำตาคลอ ไม่รู้ว่าบุตรสาวอ่านใจได้หรืออย่างไร ก่อนที่เธอจะออกจากตระกูลเฉินก็เคยคิดอยากมีชีวิตแบบนั้นหลังเกษียณตัวไปเช่นกัน
"ได้จ้ะ" เจี้ยนลู่ผงกศีรษะตกลง
"ดีค่ะ" เฉินม่อไป๋ยกยิ้มพอใจกับคำตอบของมารดา
วันเวลาผ่านไปอย่างสงบสุขจนกระทั่งถึงวันที่เฉินม่อไป๋ต้องกลับไปเรียน เธอยังไม่อยากเปิดเผยความจริงเื่เพศของตัวเองในตอนนี้เท่าไหร่ จึงสวมชุดนักเรียนชายไปเรียนเหมือนปกติ
"แม่ หนูไปก่อนนะ" เฉินม่อไป๋กินข้าวเช้าเสร็จก็หอมแก้มผู้เป็มารดาเพื่อบอกลาก่อนจะคว้าข้าวกล่องบนโต๊ะมาใส่ในกระเป๋าเป้
"ปั่นจักรยานไประวัง ๆ นะ" เจี้ยนลู่ะโไล่หลังบุตรสาวไป
"ค่า"
เมื่อเจี้ยนลู่ได้ยินคำตอบรับก็ส่ายศีรษะยิ้ม ๆ
เฉินม่อไป๋คว้าจักรยานใหม่เอี่ยมที่เพิ่งไปซื้อมาเมื่อวานออกมาปั่นไปโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอจึงใช้เวลาไม่นานก็มาถึง
"ที่นี่คือโรงเรียนพี่สาวเหรอ" อู๋หลิ่วถงที่ซึ่งแต่งตั้งตัวเองเป็น้องชายของเธอพูดอย่างตื่นเต้น เขาไม่ยอมไปเกิดแต่กลับอยากติดตามข้างกายเธอไม่ห่าง
"ใช่" เฉินม่อไป๋ยิ้ม
หลังจากแสดงบัตรนักเรียนให้ยามด้านหน้าดูแล้วก็เข็นจักรยานไปเก็บไว้ในโรงจอดรถจักรยานที่อยู่ข้างประตูรั้วโรงเรียน
ตอนนี้ยังเช้ามากจึงมีนักเรียนไม่เยอะ แต่เฉินม่อไป๋ก็ยังคงเป็ที่จับตามองของใครหลายคนอยู่ดี
"นั่นใครน่ะ หล่อจัง!" เด็กสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งแอบชี้ไปที่เฉินม่อไป๋อย่างเขินอาย
"โรงเรียนเรามีหนุ่มหล่อคนนี้ด้วยเหรอ ทำไมฉันไม่คุ้นหน้าเลยล่ะ"
"อาจจะเป็เด็กใหม่ก็ได้นะ! ไม่ได้การ ต้องตามสืบซะแล้วว่าอยู่ชั้นปีไหน ห้องอะไร!"
"ชู่ เงียบ ๆ สิ เดี๋ยวเทพบุตรก็ได้ยินหรอก!"
ไม่ทันแล้ว ได้ยินเต็มสองหูเลยล่ะ
เฉินม่อไป๋แอบขำนิดหน่อยที่ตัวเองเป็ที่ชื่นชอบขนาดนี้ เมื่อก่อนเพราะเธอเอาแต่ก้มหน้าหลบตา ทั้งยังมีท่าทางซื่อบื้อจึงถูกคนอื่นมองข้ามไป
โรงเรียนแห่งนี้มีสามอาคารหลัก ๆ ด้วยกัน ซึ่งสร้างล้อมสนามกีฬาที่อยู่ตรงกลางเอาไว้ โดยที่ห้องเรียนของเธออยู่ในชั้นบนสุดของอาคารทางด้านขวามือ
เมื่อเฉินม่อไป๋มาถึงห้องก็พบว่ามีนักเรียนมาแล้วสองคน
เด็กหนุ่มและเด็กสาวสองคนที่เป็เรียนดีเด่นของห้อง ทั้งคู่เคยออกหน้าช่วยเหลือเฉินม่อไป๋ใน่แรกที่ถูกกลั่นแกล้ง แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันก็หมางเมินเธอเหมือนกับคนอื่น ๆ ในห้องเพราะกลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย
หลังจากที่ทั้งสองเห็นหน้าเฉินม่อไป๋ก็ใเล็กน้อย
"นายหายดีแล้วเหรอ" เด็กหนุ่มซึ่งเป็หัวหน้าห้องเอ่ยถามเสียงเบา ในแววตาเจือความรู้สึกผิดเล็กน้อย
วันที่เฉินม่อไป๋เกิดอุบัติเหตุ เขาอยู่ด้านหลังเถาเป่ยถงพอดี จึงเห็นมือที่ยื่นไปผลักเฉินม่อไป๋ แต่ก็ไม่กล้าบอกคุณครูเพราะกลัวจะถูกเถาเป่ยถงกลั่นแกล้งเป็รายต่อไป
"อืม" เฉินม่อไป๋เพียงตอบคำถามสั้น ๆ แล้วเดินไปนั่งประจำโต๊ะของตัวเอง
ที่นั่งในชั้นเรียนเลือกจากคะแนนสอบ เพราะเฉินม่อไป๋มักสอบได้คะแนนดีมาตลอด โต๊ะของเธอจึงอยู่แถวที่สองข้างหน้าต่าง ด้านหลังโต๊ะของเด็กสาวพอดี
หลังจากวางกระเป๋าและนั่งลงแล้ว เธอก็เท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับครุ่นคิดว่าจะลงโทษเถาเป่ยถงอย่างไรให้หลาบจำและไม่ไปทำนิสัยแย่ ๆ กับใครอีก
อีกสองคนเห็นชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะแปลกไปกว่าทุกทีก็มองหน้ากันอย่างสับสน
ทั้งสามไม่ได้พูดอะไรกันเลย ทำให้ภายในห้องเงียบจนรู้สึกอึดอัด ผ่านไปอีกหลายนาทีก็มีนักเรียนเริ่มทยอยกันเข้ามาในห้องเรียน
ซึ่งปฏิกิริยาแรกที่พวกเขามีต่อเฉินม่อไป๋คือตกตะลึง จากนั้นก็เดินไปนั่งที่ของตัวเองเงียบ ๆ เมื่อจะพูดคุยก็พยายามกดเสียงให้เบาลง
ความจริงแล้วคนที่เห็นเถาเป่ยถงผลักเธอก็มีอยู่อีกคนหนึ่ง เ้าหมอนั่นค่อนข้างปากสว่าง จึงเอาเื่นี้ไปลือในกลุ่มแชท ไม่นานก็รับรู้กันทั้งห้อง เถาเป่ยถงไม่พอใจมากจึงกลั่นแกล้งเด็กคนนั้นจนลาออก ทั้งยังขู่ว่าห้ามเอาเื่นี้ไปบอกคุณครูหรือคนนอกเด็ดขาด
อู๋หลิ่วถงรับหน้าที่ไปแอบฟังเื่ซุบซิบก็กลับมาเล่าด้วยท่าทางโกรธเคือง "นิสัยไม่ดีเลย!"
เฉินม่อไป๋เคาะนิ้วลงกับโต๊ะอย่างครุ่นคิด ดูเหมือนว่าต้องใช้ไม้แข็งกันหน่อยซะแล้ว
เมื่อใกล้ได้เวลาเข้าเรียน เถาเป่ยถงก็เดินนำเข้ามาในห้องพร้อมกับเด็กหนุ่มร่างสูงที่เคยขังเฉินม่อไป๋ไว้ในรถ เมื่อพวกเขาเห็นเฉินม่อไป๋ ใบหน้าก็เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย แต่สงบลงในเวลาไม่นาน
เถาเป่ยถงเดินอาด ๆ มาอยู่ด้านหน้าของเฉินม่อไป๋ เขาตบมือลงไปบนโต๊ะและะโ "เฮ้ย ไอ้ปัญญาอ่อน แกยังกล้ามาโรงเรียนอีกหรือไง"
เฉินม่อไป๋ไม่ได้มีปฏิกิริยาหวาดกลัวหรือใอย่างที่คาด เธอทำแค่เพียงเงยหน้ามองเถาเป่ยถงด้วยแววตาราบเรียบ
"ไร้มารยาท"
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินม่อไป๋ ไม่เพียงแค่เถาเป่ยถงที่ใ คนอื่น ๆ ในห้องเองก็เช่นกัน พวกเขาไม่คิดว่าเธอจะกล้าพูดแบบนั้น
เถาเป่ยถงอยากจะะโด่าไอ้ปัญญาอ่อนอีกสักหลายประโยค แต่คุณครูก็เข้าห้องมาเสียก่อน เขาจึงได้แต่หมายหัวเฉินม่อไป๋ไว้ในใจ
แต่ในขณะที่กำลังเดินผ่านโต๊ะของเฉินม่อไป๋ เ้าตัวก็พูดขึ้นเบา ๆ พอให้เถาเป่ยถงได้ยิน "เดินระวังด้วยนะ"
ไม่ทันขาดคำ เถาเป่ยถงก็สะดุดล้ม ข้อศอกไปกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะจนเืไหล เกิดเสียงกรี๊ดขึ้น จากนั้นครูสาวก็รีบเข้ามาดูนักเรียนทันที
"นักเรียนเถาเป็อะไรหรือเปล่า"
เถาเป่ยถงมึนงงไปชั่วครู่ คล้ายว่าไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเขาลองทบทวนเหตุการณ์ก็หน้าแดงไปด้วยความโกรธ
"ครูครับ ไอ้ปัญ..." เมื่อรู้ว่าพูดผิดไปก็เปลี่ยนคำ "เพื่อนนักเรียนเฉินขัดขาผม!"
สวีเฟิ่งขมวดคิ้วก่อนจะหันไปมองนักเรียนอีกคนที่นั่งอยู่เรียบร้อยที่โต๊ะของตัวเอง เธอรู้ว่าเด็กคนนี้มีความผิดปกติทางด้านสมองแต่ก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น จะมีก็แต่เถาเป่ยถงเท่านั้นที่มักเข้าออกห้องพักครูอยู่เสมอทั้งยังได้ยินมาแว่ว ๆ ว่าเขานั่นแหละที่เป็คนทำให้เฉินม่อไป๋เข้าโรงพยาบาลก่อนหน้านี้
ครูสาวจึงคิดไปว่าเถาเป่ยถงคงอยากสร้างความลำบากให้เฉินม่อไป๋ แม้จะอยากช่วยเด็กคนนี้แก้ตัว แต่จะให้ผิดใจกับลูกชายรองผู้อำนวยการของโรงเรียนก็คงไม่เป็ผลดีจึงบอกปัดไป "ไว้ค่อยพูดเถอะ ตอนนี้เธอรีบไปห้องพยาบาลทำแผลดีกว่า ใครก็ได้พาเพื่อนนักเรียนไปห้องพยาบาลหน่อย!"
หลังจากที่เถาเป่ยถงถูกพาออกจากชั้นเรียน ครูสาวก็มองเฉินม่อไป๋ที่ก้มหน้าอยู่อย่างเห็นใจเพราะคิดว่าเขากำลังหวาดกลัว เธอถอนหายใจแล้วเดินกลับไปที่หน้าชั้นเรียนโดยไม่รู้เลยว่านักเรียนเฉินที่น่าสงสารกำลังคลี่ยิ้มออกมาบางเบา