บรรยากาศยามค่ำคืนภายในหอพักศิษย์สถาบันหลงเหมินค่อนข้างเงียบเชียบ หลีเฮงกำลังนั่งนับแต้มแมงดาในห้องพักแคบ ๆ ของห้อง F อย่างอารมณ์ดี ทว่าเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเบา ๆ สามครั้งกลับขัดจังหวะของเขา
เมื่อเปิดประตูออกไป เขาพบกับหญิงสาวในชุดรัดรูปสีดำสนิทผู้หนึ่ง ใบหน้าของเธอถูกบดบังด้วยผ้าคลุมหน้าครึ่งซีก มีเพียงดวงตาคู่เรียวคมที่เย็นเยียบดุจเงามืดจับจ้องมาที่เขา
“ตามข้ามา คุณหนู้าพบเ้า” น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทไร้ความรู้สึก
หลีเฮงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แผนที่เรดาร์ของระบบกะพริบแจ้งเตือนทันทีว่าหญิงสาวชุดดำคนนี้คือ ‘เฮยเยว่’ เงาเฝ้าชีพจรผู้คุ้มกันลึกลับของหลินเสวี่ยเหยา เขาไม่รอช้ารีบเดินตามเงาร่างสายลมสีดำนั้นไปในความมืดทันที
เฮยเยว่นำทางเขาเลี่ยงยามตรวจการอย่างชำนาญ จนกระทั่งมาถึงเรือนกระจกส่วนตัวหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเขตชั้นในของตระกูลหลิน รอบเรือนกระจกเต็มไปด้วยดอกไม้หิมะที่เบ่งบานส่งกลิ่นอายเย็นฉ่ำ
เมื่อหลีเฮงก้าวเข้าไปในห้องหับอันหรูหราที่ถูกประดับประดาด้วยหินเหมันต์เรืองแสง ประตูหินพลันปิดลงโดยมีเฮยเยว่เฝ้าอยู่ด้านนอก
หลินเสวี่ยเหยานั่งอยู่บนเตียงไม้โบราณที่ปูลาดด้วยขนสัตว์หนานุ่ม ใบหน้าของเธอแม้จะยังคงซีดเซียว แต่ดวงตาคู่สวยกลับจ้องมองเขาด้วยความเด็ดเดี่ยว
“ข้าจะให้เ้ารักษา...” เธอเอ่ยเสียงเบา ทว่าแฝงกระแสกดดันเฉียบขาด “แต่นี่เป็ความลับห้ามพูดเื่นี้กับใครเด็ดขาด หากมีข่าวลือหลุดรอดออกไปแม้แต่คำเดียว... ข้าจะแช่แข็งลิ้นของเ้าซะ”
หลีเฮงยิ้มพรายอย่างเ้าเล่ห์ “แม่นางหลินวางใจได้ ข้าเป็ผู้ให้บริการบำบัดมืออาชีพ เื่ข้อมูลความลับของลูกค้าย่อมถือเป็สิ่งสำคัญที่สุด”
เขาเดินเข้าไปใกล้ร่างระหงที่ขยับกายถอยหลังเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ หลีเฮงสูดหายใจเข้าลึก นำน้ำมันอุ่นที่เตรียมไว้ลูบทาบนฝ่ามือจนร้อนผ่าว ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ
“กรุณาถอดเสื้อคลุมออกแล้วนอนคว่ำลงเถอะครับ... เพื่อให้ข้าลงมือสะกิดจุดชีพจรเหมันต์ที่อุดตัน”
หลินเสวี่ยเหยาเม้มริมฝีปากแน่น นิ้วเรียวสวยสั่นเทาน้อย ๆ ขณะที่เธอปลดสายรัดเอวและค่อย ๆ เลื่อนเสื้อคลุมสีขาวขลิบเงินออกจากบ่า เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนละเอียดขาวผ่องดุจหิมะแรกและหัวไหล่กลมมนไร้ที่ติ ผิวพรรณของเธอขาวจัดจนแทบจะโปร่งแสง สะท้อนแสงไฟสลัวดูนุ่มนวล
เมื่อเธอนอนราบลงกับเตียงนวดขนสัตว์ หลีเฮงก้าวขึ้นไปยืนข้างเตียง ทาบฝ่ามืออุ่นชื้นลงบนแนวกระดูกหลังของเธอทันที
สะดุ้ง! ร่างกายของหลินเสวี่ยเหยาเกร็งตัวขึ้นมาทันควันด้วยความเย็นของพลังปราณปะทะความร้อนจากฝ่ามือของเขา
หลีเฮงไม่ปล่อยให้เธอตั้งตัว เขารีบโคจรพลังพร์ััผ่อนคลายและเรียกใช้งานสกิล ‘อุ้งมือมาร’ ทันที ฝ่ามือหนานวดคลึงบดเบียดและกดนิ้วโป้งลงบนจุดชีพจรด้านหลังอย่างเป็จังหวะหนักเบาสลับกัน ปลายนิ้วของเขาส่งผ่านกระแสความอุ่นจัดเข้าบีบคลึงตามแนวกล้ามเนื้อหลังและบั้นเอวคอดกิ่วอย่างต่อเนื่อง
“อ๊ะ… อื๊อออ…”
หลินเสวี่ยเหยากัดริมฝีปากแน่น แต่กระแสความเสียวซ่านร้อนรุ่มที่แล่นริ้วจู่โจมเข้าจุดอ่อนไหวกลับรุนแรงเกินกว่าจะต้านทานได้ ร่างกายระหงเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วหยาดเหงื่อซึมชื้นตามผิวแผ่นหลัง เสียงครางแ่หวานหยดย้อยที่เธอพยายามกักเก็บไว้เล็ดลอดออกมาจากลำคอระรัว
“ตรงนั้น… มันร้อนเกินไป… อ๊า!”
หลีเฮงยิ้มพรายในหน้า เขาแกล้งกวนกดเน้นน้ำหนักลงไปที่จุดชีพจรบั้นเอวคอดซ้ำ ๆ ยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายของเธอบิดเร่าด้วยความเสียวสะท้านสยิว ลมหายใจของเธอหอบกระชั้นถี่ เนินอกงามอวบอิ่มที่กดทับขนสัตว์กระเพื่อมไหวรุนแรง
อย่างไรก็ตาม พลังน้ำแข็งย้อนกลับที่อุดตันอยู่ส่วนลึกในแดนล่าง (ตันเถียน) ของเธอนั้นหนาแน่นเกินไป การกระตุ้นจากภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่อาจละลายมันได้ทั้งหมด
หลีเฮงก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูนุ่มที่บัดนี้แดงซ่าน “แม่นางหลิน จุดกักเก็บแกนเหมันต์ของเ้าอยู่ที่ด้านในท้องน้อย ลำพังเพียงการนวดภายนอกไม่สามารถละลายน้ำแข็งที่อุดตันจุดกำเนิดพลังได้... หาก้าเปิดทางชีพจรให้ไหลเวียนสมบูรณ์ ข้าจำเป็ต้องเข้าถึงจุดเร้นลับด้านในเพื่อช่วย ‘ทะลวงร่องรัก’ ปลดปล่อยความร้อนเข้าสู่ส่วนลึก”
หลินเสวี่ยเหยาเบิกตากว้าง ร่างกายเกร็งค้างด้วยความตระหนกปนเขินอายอย่างถึงที่สุด “เ้า... เ้าขยะลามก! คิดจะล่วงเกินข้าอย่างนั้นเรอะ!”
“ข้ามิได้ล่วงเกิน แต่หากปล่อยไว้ ชีพจรหัวใจของเ้าจะแช่แข็งตัวเองภายในสิบสองชั่วโมง... นี่เป็การบำบัดรักษาเพื่อประโยชน์ในวิถียุทธ์ของเ้าเองนะ” หลีเฮงเอ่ยเสียงเรียบพลางแกล้งทำท่าจะถอนมือกลับ
หลินเสวี่ยเหยาขบฟันแน่น ในหัวของเธอคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว สำหรับเธอแล้ว วิถียุทธ์และการทะลวงระดับพลัง SSS คือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต หากชีพจรเสียหาย เธอก็จะกลายเป็คนไร้ค่าของตระกูล... การบำบัดนี้ แม้จะน่าอับอายและต้องเสียตัวตนให้เ้าขยะคนนี้ แต่มันก็เป็เพียง ‘การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์’ เพื่อความแข็งแกร่งของเธอ!
“...ตกลง” เธอกระซิบเสียงสั่นระริก “แต่ถ้าเ้ากล้าทำเกินไป ข้าจะฆ่าเ้า...”
หลีเฮงยิ้มมุมปากบางเบา ฝ่ามือทั้งสองข้างค่อย ๆ ประคองร่างระหงของหลินเสวี่ยเหยาที่บัดนี้กำลังอ่อนยวบไร้สิ้นเรี่ยวแรงอยู่บนเตียงขนสัตว์หนานุ่ม เขาจับลาดไหล่เรียวบอบบางพลิกกายนางให้พลิกนอนหงายสบตา ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นเฉียบปานหิมะขั้วโลก บัดนี้กลับปรือฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตาบางเบาแห่งความหวั่นไหว พวงแก้มสองข้างแดงก่ำร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟดวงเล็กลนล่ออยู่ภายใน ริมฝีปากอิ่มที่เคยเม้มแน่นจนขาวซีด บัดนี้กลับเผยออ้าบวมแดงชุ่มชื้นขึ้นตามแรงลมหายใจที่หอบสะท้านถี่กระชั้น
“เสวี่ยเหยา… หายใจเข้าลึก ๆ นะ”
เสียงทุ้มห้าวของหลีเฮงดังกระซิบแ่ต่ำทว่าหนักแน่นเฉียบขาด เขาค่อย ๆ เลื่อนดึงผ้าคลุมเนื้อบางเบาที่บดบังส่วนล่างของนางออกอย่างช้า ๆ
เนินเนื้อขาวเนียนสะอ้านถูกเผยโฉมออกมาสะกดทุกโสตประสาท ผิวพรรณของเธองามผุดผ่องราวหิมะแรกในฤดูกาลที่ยังไม่เคยมีชายใดได้ััแตะต้อง ระหว่างขาเรียวที่บัดนี้จำต้องแยกออกกว้างอย่างหมดทางขัดขืน เผยให้เห็นลานกุหลาบแก้วสีชมพูอ่อนอุ่นที่เคยปิดสนิทแน่น ทว่าในเวลานี้กลับเปียกชื้นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำหวานใสจากการถูกกระตุ้นด้วยทักษะอุ้งมือมารเมื่อครู่ กลิ่นหอมระรวย ของปราณเหมันต์ผสมผสานปนเปกับกลิ่นกายสาวอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวลอยอวลขึ้นมาจาง ๆ
หลีเฮงช้อนยกเรียวขาทั้งสองข้างขึ้นวางพาดบนไหล่กว้างของตัวเอง ดันกระชับสะโพกกลมกลึงเต่งตึงของนางให้ยกลอยขึ้นรับััได้ถนัดถนี่ ฝ่ามือของเขาเลื่อนต่ำลงไปบีบนวดคลึงไล้ที่ต้นขาด้านในเบา ๆ นิ้วหัวแม่มือกดวนรอบเนินเนื้อนุ่มละเอียดอ่อนละมุน ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วลงไปแตะััคลึงเกลี่ยที่ปุ่มเกสรดอกรักที่บวมแดงชื้น
“อืม…!”
หลินเสวี่ยเหยาสะดุ้งสุดตัวสั่นเทิ้ม ร่างกายระหงที่เคยผ่านการฝึกฝนและระเบียบวินัยยุทธ์อันเข้มงวดจนแกร่งกร้าว บัดนี้กลับอ่อนระทวยปวกเปียกจนแทบไม่อาจควบคุมประสาทส่วนใดได้อีก
หลีเฮงโน้มกายลงต่ำ จูบประทับลงบนเนินอกอวบอัดตูมเต่งที่โผล่พ้นเสื้อคลุมบางเบา ปากอุ่นร้อนทาบทับครอบกลืนปทุมถันข้างหนึ่งเข้าสู่ริมฝีปาก ดูดดึงนุ่มนวลก่อนจะทวีความรุนแรงขึ้น ลิ้นร้อนตวัดวนกวาดรอบยอดถันที่แข็งชูชันตอบรับััจากแรงหนาวเหน็บและความซ่านสยิว ขณะที่ฝ่ามืออีกข้างยังคงนวดลูบคลึงไล้ตรงร่องทางรักเปียกชุ่ม นิ้วกลางหนาค่อย ๆ สอดแทรกแทรกลึกเข้าไปในร่องแคบที่ร้อนระอุ
“ห๊า… หลีเฮง… เ้า…”
เสียงหวานกรีดร้องสั่นเครือ สะโพกอวบขยับบิดไหวโดยสัญชาตญาณเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาสอดแทรกเข้ามาล่วงล้ำในร่องรักอันบริสุทธิ์ที่ไม่เคยมีผู้ใดกล้าก้าวล่วงมาก่อน
หลีเฮงดำเนินการบำบัดอย่างใจเย็นไร้ความรีบร้อน เขาใช้เวลาเล้าโลมกระตุ้นอารมณ์รักของนางอยู่นานพอสมควร นิ้วหัวแม่มือยังคงวนเกลี่ยกระตุ้นปุ่มเกสรแดงฉ่ำชุ่มหวาน ขณะที่นิ้วกลางและนิ้วนางขยับแทรกจมลึกเข้าไปในช่องทางรักที่ตึงเกร็งและคับแน่น ทุกครั้งที่เขาขยับนิ้ว นางจะร้องครางเสียงแ่ ตัวสั่นเทา ร่องทางรักที่แคบยิ่งชุ่มชื้นและหดเกร็งรอบนิ้วเขา
เมื่อรู้สึกว่าร่างของนางผ่อนคลายพอสมควรแล้ว หลีเฮงจึงค่อย ๆ ดึงนิ้วออก เขาปรับท่าให้แก่นกายแกร่งที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยเืฝาด จ่อที่ปากทางรักที่ชื้นแฉะ
“ข้าจะ… เข้าไปแล้วนะ”
เขากระซิบข้างหู นางกัดริมฝีปากแน่น มือทั้งสองข้างจิกผ้าปูเตียงแน่น
หลีเฮงค่อย ๆ กดเข้าไปช้า ๆ
“อ๊ะ…!!”
หลินเสวี่ยเหยากรีดร้องเสียงหลง เมื่อแก่นกายแกร่งทะลวงผ่านเยื่อบาง ๆ ที่เป็สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์เข้ามา ร่างกายของนางเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ความเ็ปแปลบปลาบผสมกับความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุเข้ามาในจุดลึกสุด ความเย็นะเืในตันเถียนที่เคยอัดแน่นเริ่มละลายหายไป กลายเป็ความร้อนที่ซ่านสยิวไปทั่วร่าง
หลีเฮงหยุดนิ่ง รอให้นางปรับตัว เขาจูบที่หน้าผากและเปลือกตาของนางเบา ๆ มือข้างหนึ่งนวดไล้ที่หลังเรียวของนางเพื่อผ่อนคลาย
“หายใจเข้าลึก ๆ… ข้าอยู่ตรงนี้”
เมื่อร่างของนางเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาจึงเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ เข้าออกในจังหวะที่เน้นย้ำกดทับชีพจรภายใน ทุกครั้งที่เขากระแทกลึกสุดตัว หลินเสวี่ยเหยาจะร้องครางระรัว น้ำเสียงสั่นพร่าปนความเสียวซ่านอย่างรุนแรง สะโพกงามที่เคยแข็งทื่อบัดนี้กลับบิดเบียดขยับรับจังหวะของเขาโดยสัญชาตญาณ
ปราณเหมันต์ในร่างของนางเริ่มหมุนเวียนไหลเวียนกลับมาเสถียรอย่างก้าวะโ ความเย็นที่เคยกัดกินตัวเองค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ไหลเวียนจากจุดที่ทั้งสองเชื่อมต่อกัน
ระหว่างการร่วมประสานที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยไฟปรารถนา หลินเสวี่ยเหยาจ้องมองใบหน้าด้านข้างของหลีเฮงที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อ ดวงตาคู่สวยที่เคยเ็าบัดนี้เบิกปรือฉ่ำหวานไปด้วยน้ำตา หัวใจของเธอเต้นระรัวเร็วอย่างไม่เคยเป็มาก่อน ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยอย่างประหลาดโถมเข้าครอบงำจิตใจ
ลึก ๆ ในอก เริ่มสั่นคลอนและเกิดความหวั่นไหวอย่างรุนแรง ทว่าความคิดทิฐิในใจยังคงพยายามปฏิเสธตัวเองพร่ำบอกว่านี่เป็เพียง ‘การรักษาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์’ เท่านั้น แต่ร่างกายของนางกลับตอบรับเขาเต็มที่… และหัวใจของนางก็เริ่มสั่นไหวไปกับทุกจังหวะที่ทั้งสองประสานกัน
“อ๊าาา…! เฮง… ร้อน… ข้างในมันร้อนเหลือเกิน…!” เธอร้องเสียงหลงขณะร่างเกร็งกระตุกเสร็จสมพร้อมกัน หยาดน้ำหวานใสไหลชโลมท่วมความคับแน่น
เสียงกระดิ่งระบบดังก้องขึ้นในหัวของหลีเฮงรัว ๆ ดั่งเสียงระฆังทองคำ
> [ยินดีด้วย! ภารกิจหลักสายรอดชีวิตเคลียร์สำเร็จเรียบร้อย!]
> [โฮสต์ปลดล็อกระบบร้านค้าความอยู่รอด / ได้รับน้ำมันนวดอโรม่าเริ่มต้น / ได้รับแต้มแมงดา +100]
>
> [คู่บำเพ็ญหยินหยางสำเร็จสมบูรณ์: หลินเสวี่ยเหยา (ระดับ SSS)]
> [ตัวคูณเป้าหมายระดับ SSS ทำงาน: ค่าความเสน่หา (Desire) ทวีคูณ 3 เท่า! (+10 x 3 = +30 แต้ม)]
> [ค่าความเชื่อใจ (Trust) พุ่งทะยาน: +15 แต้ม (รวมปัจจุบัน: 15 แต้ม)]
> [แต้มบำเพ็ญคู่ (Yin-Yang Resonance) เพิ่มขึ้น: +20 แต้ม]
> [ค่าพลังรัก (Bond Sync) พัฒนา: 0% -> 30%]
> [ได้รับแต้มแมงดาเพิ่มเติมจากคู่บำเพ็ญ: +800 แต้ม]
> [คำแนะนำระบบ: พลังน้ำแข็งย้อนกลับของเป้าหมายเสถียรขึ้น 50% ร่างกายของนางแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวะโ ยินดีด้วยที่เกาะคนรวยรอดชีวิตอย่างหน้าด้าน ๆ!]
หลีเฮงค่อย ๆ ถอนร่างออกอย่างช้า ๆ ลูบแผ่นหลังเปียกชื้นของเธอเบา ๆ หลินเสวี่ยเหยานอนดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาบดบังหน้าอกอวบอิ่มที่พองโตพลางหอบหายใจถี่กระชั้น หยาดเหงื่ออุ่นซึมชื้นทั่วร่าง แก้มเนียนของเธอแดงซ่านชุ่มเหงื่อ
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังปรับลมหายใจ หลินเสวี่ยเหยาพลันต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อสำรวจดูภายในร่างกายของตนเอง เธอพบว่าเส้นชีพจรเหมันต์ที่เคยตีบตันแข็งตัวและทรมานเธอมานานแรมปี บัดนี้กลับโล่งกว้างขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ กระแสพลังปราณเย็นไหลเวียนสอดประสานได้อย่างสะดวกและราบรื่นอย่างที่ไม่มีแพทย์คนใดเคยทำได้มาก่อน ความเ็ปร้าวลึกถึงกระดูกที่เคยกัดกินชีวิตของเธอลดฮวบลงไปจนแทบไม่เหลือหลอ!
ความรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวและพลังยุทธ์ที่ฟื้นฟูกลับมาอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้ดวงตาสวยช้อนขึ้นมองเขาด้วยแววตาหวั่นไหวปนเคอะเขินสะเทิ้นอายอย่างปิดไม่มิด
ริมฝีปากบางสั่นระริกน้อย ๆ ก่อนจะพึมพำออกมาเสียงแ่
“...พรุ่งนี้... เ้าต้องมาบำบัดรักษาให้ข้าอีกนะ”
หลีเฮงยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ “น้อมรับบัญชาครับ... คุณผู้หญิงของข้า”