ตอนที่ 5 บอกลากันซะ
หลังจากเดหลีจัดการกับข้าวของหมดทั้งโกดังเธอก็มุ่งหน้ากลับไปยังที่พักนอนหลับเอาแรงแม้ตอนนี้เื่ที่ต้องจัดการจะยังไม่หมดแต่ร่างกายของเธอเริ่มประท้วงให้เธอพักเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วการนอนที่ไม่เต็มอิ่มทำให้เดหลีอ่อนเพลียจนเห็นได้ชัดเธอจัดการกรอกคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายเพื่อให้สดชื่นวันนี้จะเป็วันสุดท้ายที่เธอจะได้ใช้ชีวิตในร่างที่คุ้นเคย
เธอกดรูปสลักบนแหวนเรียกระบบค้นหาข้อมูลที่ระบบเคยบอกไว้ทันทีที่ปลายนิ้วแตะลงก็ปรากฎจอโปร่งแสงขนาดพอกับโน้ตบุ๊คเครื่องใหญ่ ๆ ให้เห็นมุมจอ้ามีช่องให้กรอกข้อมูลที่้าหาเดหลีวาดนิ้วลงบนจอโปร่งแต่แล้วมือบางก็ต้องชะงักเมื่อเธอหลงลืมสิ่งสำคัญที่้าค้นหา
เวรล่ะ ลืมถามชื่อน้องเซลล์คนนั้น
มือบางยกกุมหัวที่ส่ายด้วยความหงุดหงิดตัวเองปล่อยให้หน้าจอโฮโลแกรมลอยเคว้งอยู่ในอากาศ
[โฮสต์ครับโฟล์คก็มีใช้โฟล์คก็ได้นี่นา น้อยใจครับ]เสียงเอไอตัวป่วนติดปลายเสียงน้อยใจคนเป็นายเอ่ยขึ้น
“เห้ยเดี่ยวนี้ไม่ต้องกดเรียกแล้วหรือไง นึกจะมาก็มา” เดหลีแอบประชดเอไอของเธอเบา ๆ
[โฮสต์อะกดเรียกแค่ตอนเปิดระบบที่เหลือโฟล์คมาเองได้ครับ โฟล์คมีหน้าที่ช่วยโฮสต์นะครับ]
“อ๋อก็ไม่มีใครบอกจะรู้มั้ยเนี่ยงั้นขอประวัติเซลล์คนนั้นให้หน่อยรวมถึงปัญหาที่เขาเจออยู่ ฉันอยากรู้”
ไม่นานนักข้อมูลจำนวนมากก็ปรากฏบนจอโฮโลแกรม‘อั๋น วรกร’ชื่อของเซลล์หนุ่มที่เดหลีไม่เคยถามอาจเพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในระยะวันสองวันที่ผ่านมา เขามีลูกสาวคนเดียวที่ตอนนี้เป็มะเร็งเม็ดเืขาวเขาทุ่มเทรักษาเธอจนเป็หนี้เป็สินทั้งในและนอกระบบ บ่อยครั้งเขาโดนตามทวงหนี้จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนภรรยาที่เขาเลือกมาเป็แม่ของลูกกลับหนีหายเมื่อรับรู้ถึงภาระที่เกิดขึ้น เขาต้องกลายเป็พ่อเลี้ยงเดี่ยวทำให้ไม่สามารถทุ่มเทให้กับงานได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จึงเสี่ยงที่จะโดนไล่ออกลูกสาวที่ป่วยก็ต้องจ้างพี่เลี้ยงพิเศษมาดูแลอั๋นขายทุกอย่างที่พอจะมีมาเป็ค่ารักษาพยาบาลจนตอนนี้เขาต้องอยู่ห้องเช่าโทรม ๆประวัติร่ายยาวจนคนอ่านท้อใจ
นี่ประวัติคนหรือนิยายดราม่า
เรียกได้ว่าประวัติเสียไม่มีอยู่เลยข้อมูลที่ได้มาละเอียดยิบจนคนอ่านต้องรีบเลื่อน กวาดตาหาข้อมูลที่อยากได้แม้กระทั่งชอบสีอะไรก็ยังมีเขียนไว้ในนี้
เดหลีทำเอกสารอีกสองสามอย่างเสร็จก็ออกจากคอนโดมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมายเธอมาเร็วกว่าเวลาถึงกระนั้นคนที่เธอนัดกลับมาเร็วกว่า
“สวัสดีค่ะคุณอั๋น มานานแล้วหรอคะ”เดหลีเป็ฝ่ายเอ่ยทักก่อนเมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มให้มาแต่ไกลเดินเข้ามาหา
“เพิ่งถึงก่อนคุณมานิดหน่อยเองครับเอ...ว่าแต่ผมเคยบอกชื่อผมแล้วหรอครับ” อั๋นพยามนึกแล้วนึกอีกเขาจำได้ว่าั้แ่พบกับเธอมาเขาไม่เคยแนะนำตัวเลยซักครั้ง แม้เคยเจอกันตอนแต่งชุดพนักงานก็มีแต่ป้ายชื่อที่เป็ชื่อจริงเท่านั้น
“ฉันเคยได้ยินคนงานเรียกกันน่ะค่ะขอโทษด้วยที่เสียมารยาทแนะนำตัวไป” เดหลียิ้มเก้อ ๆ แก้เขินกลบเกลื่อน
“ไม่เป็ไรเลยครับว่าแต่คุณเดหลีจัดการของเร็วจังเลยนะครับ”
“นิดนึงค่ะวันนี้คุณอั๋นว่างทั้งวันไหมค่ะ จะรบกวนไปธุระกับฉันหน่อยพอจะได้ไหมคะ”
“ได้ครับผมขออนุญาตเ้านายมาแล้วั้แ่คุณเหมาโกดังไปพวกผมก็ว่างงานเลย ฮ่าฮ่า”รอยยิ้มจริงใจส่งไปยังคนฟังด้วยใจจริง
อั๋นรอดพ้นจากการโดนไล่ออกได้เพราะยอดขายที่พุ่งทะยานภายในเดือนเดียวหัวหน้าของเขาไม่เคยซักไซร้ว่าทำอย่างไรถึงได้ลูกค้าคนนี้มาถ้าทำผลงานได้ก็ได้อยู่ต่อ ยอดขายร่วงก็ไล่ออกนั่นคือนิสัยของหัวหน้าของอั๋นแม้เขาจะได้รับการชมเชยเป็อย่างมากไหนจะโบนัสก้อนงาม บางครั้งเขาก็ละอายเมื่อเขาไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองเลย เดหลีเป็ฝ่ายจิ้ม ๆ แล้วก็ซื้อไม่ถามไม่ต่อรอง
“วันนี้คุณมาที่นี่ยังไงคะฉันไม่เห็นรถคุณเลย” เดหลีหันซ้ายขวาไม่เห็นพาหนะอะไรที่พอจะทำให้เขาเข้ามาภายในซอยที่อยู่ไกลขนาดนี้ได้
“ผมนั่งรถสองแถวมาครับแล้วเดินเข้ามา”
“เกือบสามกิโลเนี่ยนะคะคุณอั๋นทำไมคุณไม่บอกว่าคุณไม่สะดวก ฉันนัดที่อื่นก็ได้”ดวงตากลมเบิกกว้างทั้งใทั้งรู้สึกผิด “ความผิดของฉันเองค่ะลืมถามความสะดวกคุณไป ขอโทษด้วยนะคะ”
“ไม่เป็ไรเลยครับคุณเดหลีผมเดินเป็ประจำอยู่แล้ว เราไปธุระของคุณเลยไหมครับ”อั๋นไม่ได้ถามว่าเดหลีจะให้ทำอะไรเขาแค่อยากตอบแทนผู้มีพระคุณที่ทำให้เขาได้มีหวังเพิ่มขึ้นซักครั้งโดยที่ไม่รู้เลยว่าเขาจะต้องเป็หนี้บุญคุณครั้งใหญ่อีกไม่นาน
รถสปอร์ตคันสวยมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองอีกครั้งตึกสูงตระหง่านกว่า 80 ชั้นซึ่งเป็ที่ตั้งบริษัทที่เดหลีกับเพื่อนเป็เ้าของอยู่ลิฟต์มุ่งตรงไปยังชั้นสูงสุดพาคนสองคนส่งถึงหน้าห้องทำงานที่ภายในตกแต่งโทนขาวดำมินิมอลเดหลีไม่ชอบความรกและความหรูหราซักเท่าไหร่นักดังนั้นชีวิตส่วนใหญ่ของเธอจึงเรียบง่ายจนน่าใ
“ชั้นนี้เป็บริษัทของฉันเองหุ้นกับไอ้เพิร์ลและนัทโตะเพื่อนฉันน่ะค่ะที่นี่ทำเรารับงานระบบควบคุมซะส่วนใหญ่แต่งานที่ฉันดูแลอยู่จะเป็งานจัดการต้องดูแลแค่ฝ่ายจัดการประสานงาน ส่วนฝั่งวิศวะเพื่อนฉันมันดูแลทั้งหมดค่ะ”เดหลีเริ่มร่ายรายละเอียดยาวเหยียดให้คนที่ยืนอยู่ฟัง“อีกเดี๋ยวฉันจะให้คุณได้เจอพวกเขา แต่ตอนนี้ฉันมีเื่จะขอร้องคุณค่ะเชิญนั่งก่อน”
เดหลีเดินนำไปยังโต๊ะทำงานของเธอก่อนวางแฟ้มหนาในมือลงบนโต๊ะผายมือเชิญอั๋นนั่ง
“คุณเดหลีมีเื่อะไรให้ผมช่วยถ้าผมช่วยได้ผมยินดีครับ” แม้จะยังไม่เข้าใจว่าเดหลีบอกข้อมูลพวกนี้กับเขาทำไมแต่ดูเหมือนว่างานนี้เธออยากให้เขาช่วยจริง ๆ อั๋นไม่ได้คิดอะไรมากมายยังไงซะ่นี้เขาก็ว่างมากอยู่แล้วหากไม่นับการดูแลลูกอีกตั้งหลายวันกว่าหัวหน้าจะเรียกตัวเขาไปทำงาน
“ลูกคุณอายุกี่ขวบคะตอนนี้เธอเป็ยังไงบ้าง” เดหลีเปลี่ยนเื่ถาม
“เอ่อปีนี้ก็ 12ขวบครับ เธอก็เรื่อย ๆ ตามที่ควรจะเป็ส่วนเื่เรียนก็มีปัญหานิดหน่อยเธอขาดโรงเรียนบ่อย” อั๋นตอบไปตามความจริง
เดหลีรู้เื่นี้ดีอยู่แล้วจึงไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อเธอกางเอกสารต่าง ๆลงตรงหน้าอั๋นที่ยังคงจ้องมองการกระทำที่เหนือความคาดหมายของเดหลีหัวเอกสารที่โดนประทับตัวแดง ‘เอกสารลับ’ ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ฉันขอให้คุณลาออกแล้วมาดูแลที่นี่กับงานอีกสองสามอย่างให้หน่อยได้ไหมคะบอกตรง ๆ ฉันมีเื่จำเป็มากทำให้ทำงานพวกนี้ต่อไม่ได้แล้วคุณจะได้เงินเดือนและสวัสดิการทุกอย่างที่ฉันได้ งานส่วนนี้คุณทำได้แน่นอนค่ะ”เดหลีเปิดเอกสารมอบอำนาจอีกใบให้เขารายละเอียดทุกอย่างที่เขาเพิ่งเห็นทำให้ตอนนี้อั๋นทำตัวไม่ถูก
เขาคิดว่าเดหลีกำลังชวนเขามาทำงานร่วมกับเธอด้วยแต่เมื่ออ่านดี ๆ กลับเป็เชิญเขามาเป็หนึ่งในกรรมการบริหาร เธอเชิญเขาง่าย ๆเหมือนกับตอนซื้อของอีกแล้ว เธอไม่คิดบ้างหรือว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร
“คุณเดหลีครับนี่มันมากเกินไป...”
“งั้นถ้าฉันบอกคุณว่าฉันกำลังจะตายฉันจัดการส่วนอื่น ๆ ให้เพื่อน ๆ กับคนไว้ใจดูแลตามเหมาะสมส่วนบริษัทกับของตามเอกสารนี้ฉันยกให้คุณ ลูกคุณจะได้ไม่เจอเื่ที่ไม่ควรเจอคุณจะได้เริ่มต้นชีวิตที่ดีอีกครั้ง แรก ๆมันอาจจะเหนื่อยแต่มันก็ดีกว่าที่คุณจะต้องไปดิ้นรนอยู่ตรงนั้นบอกตามตรงฉันถูกใจการทำงานของคุณ คนจะตายคงไม่ต้องคิดอะไรมากไปกว่านี้มั้งคะอาจจะดูเอาแต่ใจแต่รับไปเถอะค่ะไม่ต้องถือเป็บุญคุณคิดแค่ฉันเคยทำบุญร่วมกับคุณก็ได้”
เธอไม่ปล่อยช่องว่างให้อั๋นได้อ้าปากปฏิเสธ
“คุณเดหลีครับส่วนที่คุณมีน้ำใจผมรับไว้แต่ถ้าคุณรู้อย่างนี้ทำไมคุณไม่รักษาตัวเองล่ะครับ ผมมาช่วยงานคุณก็ได้แต่คุณอย่าเพิ่งถอดใจที่จะมีชีวิตอยู่สิครับ”เขาเริ่มโมโหกับความใจดีและเอาแต่ใจของเธอบ้างเขาดิ้นรนทุกอย่างเพื่อใช้ชีวิตต่อกับลูก แต่เธอกลับบอกง่าย ๆว่าจะตายทั้งที่ชีวิตพร้อมขนาดนี้ให้ดูเสียมารยาทต่อคนที่เพิ่งรู้จักขนาดไหนเขาก็ไม่ยอม
“ฉันไม่ได้ถอดใจค่ะฉันสนุกกับชีวิตฉันมาก เอางี้รอฉันแปบนึง”เดหลีหันกลับไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์พิมพ์บางอย่างอีกครั้งก่อนจะปริ้นท์เอกสารออกมาสองชุดบรรจงเซ็นต์ชื่อเธอลงไปแล้วยื่นให้อั๋นอีกครั้ง“ถ้าภายในวันพรุ่งนี้ฉันยังอยู่คุณก็เข้ามาทำงานที่นี่เป็ผู้ช่วยฉัน แต่ถ้าไม่แล้วเกิดอะไรขึ้นที่ไม่ใช่การฆ่าตัวตายลอบฆ่า หรืออะไรที่ผิดธรรมชาติ คุณเก็บของเหล่านี้ไว้แล้วมาทำงานแทนฉันตรงนี้ด้วย”
“ทำไมคุณถึงมั่นใจนักนะก็ได้ครับแต่ผมไม่รับปากนะว่าจะทำได้ดีเท่าคุณไหม ถึงจะไม่เข้าใจแต่ก็ขอบคุณที่ยื่นโอกาสให้ผมนะครับส่วนถ้าคุณจะเอาอะไรคืนไปคุณบอกผมได้เลยผมจะคืนให้ นี่เป็คำสัญญาจากผม”น้ำเสียงจริงจังจากคนที่ไม่รู้จะทำยังไงให้คนที่เพิ่งจะรู้จักตรงหน้าเข้าใจความอึดอัดที่ใจดีกับเขาขนาดนี้บ้างอั๋นลอบสัญญากับตัวเองว่าไม่ว่าอย่างไรเขาจะไม่ยอมให้เดหลีตายเด็ดขาดเธอดีกับคนอย่างเขาขนาดนี้จะยอมให้ตายง่าย ๆ ได้อย่างไร
“คุณเดหลีครับผมรับปากคุณแล้วคุณช่วยอะไรผมอีกซักอย่างได้ไหมครับ”
“คะ?”
“คืนนี้กับพรุ่งนี้ช่วยไปนอนที่โรงพยาบาลตลอดวันเลยได้ไหมครับหลังจากจัดการธุระของคุณเสร็จเดี๋ยวผมไปอยู่ด้วย”
เดหลียิ้มกริ่มอย่างรู้ทันสิ่งที่เขาคิดเธอตอบรับออกไปโดยที่ไม่ต้องหยุดคิด
ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่เหงาตอนตาย
เดหลีพาอั๋นไปจัดการเอกสารต่าง ๆกับทนายก่อนไปเหมาเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกสองสามห้างเธอให้คนไปส่งไว้ที่เดิมแล้วก็ตกลงกับอั๋นแยกย้ายไปเคลียร์เื่ที่ต้องทำ
เย็นวันนั้นเธอกลับไปเก็บของที่คอนโดกับที่โกดังเข้ามิติเสร็จเรียบร้อยก็ไปยังโรงพยาบาลเดิมขอห้องพิเศษเป็การเฉพาะเนื่องจากยังมีห้องว่างปัญหาจึงไม่มีอะไรมากมายนักไม่นานอั๋นก็ตามตามพร้อมลูกสาวในชุดนักเรียนสดใส
“สวัสดีค่ะพี่สาวคนสวยพ่อเล่าว่าพี่สาวป่วย เป็อะไรมากไหมคะสู้ ๆ นะ สู้ไปด้วยกันกับหนู” ลูกสาววัย 12ขวบของอั๋นทักทายเดหลีรอยยิ้มที่แสนสดใสทำให้เธอแอบน้ำตาคลอเบ้าเธอรู้ดีว่าเด็กคนนี้ต้องเจออะไรมาบ้าง
“สวัสดีค่ะยินดีที่ได้รู้จักนะคนเก่ง”เธอเอื้อมมือลูบหัวน้อย ๆ ก่อนหันไปคุยกับคนเป็พ่อ “คุณอั๋นเคลียร์ที่บ้านเสร็จแล้วหรือคะพาน้องมาที่นี่ด้วยไม่น่าจะดีนะ น้องยิ่งไม่แข็งแรงอยู่”
“ผมพามาให้เธอรู้จักคุณไว้เธอจะได้รู้ว่าคนที่ทำให้เธอมีอนาคตที่ดีรออยู่คือใคร”อั๋นพูดทั้งที่มือข้างหนึ่งเขากุมมือลูกสาวไว้ “ผมไม่ได้ให้เธอค้างที่นี่หรอกครับผมเช่าโรงแรมไว้ใกล้ ๆ ให้เธออยู่กับพี่เลี้ยง”
“แฟนใหม่พ่อหรอคะ?”เด็กน้อยโพล่งขึ้นกลางวงสนทนา
“อย่าคิดอย่างนั้นเชียวพี่เดหลีเป็ผู้มีพระคุณของพ่อกับหนูนะครับ”อั๋นเอ่ยปราลูกสาวที่ถามคำถามเสียมารยาทออกไป
“อย่าไปฟังนะลูก หนูแค่ตั้งใจเรียน ใช้ชีวิตให้คุ้มอย่าไปคิดอะไรมากถ้าอะไรที่หนูคิดว่าดีกับหนูกับพ่อหนูก็ทำไปเลยรู้มั้ย พี่เดหลีคนนี้สนับสนุน”เธอเอื้อมมือไปหยิบจี้พระองค์เล็ก ๆ ที่เธอมักจะติดตัวไว้ออกมาสวมให้เด็กน้อย“พี่ให้เป็ของขวัญที่เจอกัน ให้พระคุ้มครองหนูให้มีความสุขนะคะ”
“ขอบคุณค่ะพี่สาวหนูจะใช้ชีวิตดีดีค่ะ”
สองสาวยิ้มกริ่มให้กันภาพน่ารัก ๆเหล่านี้อยู่ในสายตาอั๋นที่ยืนดูอยู่เขาได้แต่ไม่เข้าใจเอาซะเลยว่าทำไมคนตรงหน้าที่ช่วยเขาทุกอย่างถึงแน่ใจว่าจะไม่อยู่ต่อบนโลกใบนี้แล้ว
ตกดึกอั๋นที่ไปส่งลูกสาวแล้วนั่งเฝ้าอย่างเอาเป็เอาตายคนที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับนอนไม่หลับเมื่อเห็นคนที่จ้องจอชีพจรเธอตลอดเวลา
“จะจ้องอะรไขนาดนั้นคะคุณอั๋นไม่ต้องห่วงหรอกมันเป็ภาระกิจ ถ้าต้องไปก็ไปแค่นั้น” เดหลีพูดง่าย ๆหยอกล้อคนหน้านิ่ว
“นี่คุณดูไม่กลัวเลยนะครับ ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าถ้าผมรู้ว่าผมต้องตายผมจะทำยังไง”
เดหลีเงยมองนาฬิกาบนผนังก่อนมองหน้าคนเฝ้าอีกครั้ง
“ฉันว่าเรามาบอกลากันซะดีกว่านะคะถ้าพรุ่งนี้ฉันยังตื่นเราค่อยสวัสดีวันใหม่กัน”เดหลีลุกขึ้นนั่งหันหน้าหาอั๋นที่นั่งอยู่ที่โซฟา “ดีใจที่ได้เจอคนดี ๆ อย่างคุณกับลูกสาวนะคะฝากคุณทำงานดูแลของของฉันให้ด้วยนะ ถ้ามันไม่ถูกใจก็ขายทิ้งเนอะ แล้วไปซื้อใหม่”
“เห้อคุณเชื่อจริงๆ สินะว่าคุณจะตาย”อั๋นถอนหายใจยาวพรืด “งั้นผมขอบคุณนะที่ให้โอกาสครอบครัวผมไม่รู้จะตอบแทนยังไงแต่ก็ขออยู่เป็เพื่อนตอนคุณคิดว่าคุณจะไปแล้วกัน”
อั๋นที่รู้สึกใจหายเขยิบไปนั่งใกล้ ๆเตียงที่เดหลีนั่งอยู่ การกระทำเล็ก ๆ ที่ทำให้อบอุ่นไปทั้งใจทำให้เธอหลุดยิ้ม
“จริง ๆ ฉันเพิ่งเลิกกับสามีมาเขามีคนอื่นกลางงานแต่ง” เดหลีเว้นวรรคก่อนมองหน้าคนที่นั่งใกล้“นี่ถ้าฉันไม่ตายฉันจะยกขันหมากไปขอคุณเลยคุณอั๋น”
รอยยิ้มพรายจากทั้งสองส่งให้ถึงกันแม้จะเป็เื่คุยเล่นแต่ก็ทำให้บรรยากาศการอยู่ในห้องกันสองคนไม่ตึงเครียดอั๋นมองหน้าคนคุยจ้อ ก่อนลุกขึ้นโน้มลงประกบกลีบปากเรียวด้วยปากของเขามือหน้ายกประคองหลังคอโน้มตัวสาวเ้าลงนอน
เดหลีที่เพิ่งรับรอยจูบอบอุ่นไม่ได้ปฏิเสธเธอจูบตอบแอบฉกเอาลิ้นหนาลิ้มรสความหวานเพียงเท่านั้นความอบอุ่นที่แล่นเกาะกุมหัวใจคนสองคนจนทั้งคู่ต้องห้ามใจ
“ฉันอยู่ได้ไม่นานอย่าเอาใจลงมาเล่นกับฉันเลยค่ะ” เดหลีผลักเขาออกเบา ๆ ดึงมืออั๋นมากุมไว้“คุณต้องเจอใครซักคนที่ดีค่ะ”
“อืมถ้าพรุ่งนี้คุณตื่นมาคุณจะเป็คนคนนั้น แต่ถ้าไม่ผมจะอยู่กับคุณถึงนาทีสุดท้ายนอนนะครับผมอยู่ตรงนี้”
อั๋นนั่งลงข้างเตียงมือข้างหนึ่งจับมือคนบนเตียงไว้ก้าวผ่านเวลายุ่งยากไปกับเธอ
ไม่นานมั้งสองก็ผล็อยหลับไปเวลาเดินไปจนถึงเวลาที่ถูกกำหนด
ตี๊ดดดดดดดด
เครื่องจับชีพจรดังลั่นพร้อมกับการจากไปของใครสองคนที่อยู่ในทางที่ขนานกันเพียงแต่คนละภพชาติ