ตอนที่ 26
พูดคุย
“ข้าเชื่อเ้า”
พอไป๋เหอได้ยินเช่นนั้นก็มีความยินดีสิ่งที่ทำก็เป็ประโยชน์ต่อเขา ไม่รู้ทำไมถึงคิดอยากช่วยหวังเหว่ยทั้งที่ไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็คนเช่นไรแต่เมื่อคิดว่าช่วยไปเถอะอย่างน้อยถือว่าทำบุญและเป็การตอบแทนที่ได้ยื่นมือเข้าช่วยจะได้ไม่ติดหนี้บุญคุณกัน
“การที่ข้าจะรักษาเ้ามันต้องใช้เวลาแต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าขอจากเ้าก็คือปกป้องข้าและน้องสาวให้ปลอดภัยหากข้ากับน้องเป็อะไรไปในระหว่างที่กำลังรักษาอย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน” น้ำเสียงหนักแน่นกล่าวกำชับเหมือนเป็การเตือนมากกว่า หากเขาไม่สามารถช่วยเหลือพวกตนได้เขาก็จะละทิ้งการรักษากลางคันและพาน้องหลบหนีไปหากถึงตอนนั้น
“ได้ข้ารับปากข้าจะปกป้องเ้ากับน้องให้ปลอดภัยเ้าไว้ใจข้าได้เลย” เขากล่าวด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะหันไปบอกชายที่ยืนอยู่ “เ้าไปบอกเื่นี้กับมารดาข้าพร้อมกับส่งยอดฝีมือมาคุ้มครองพวกเขา”
“ขอรับ”
เมื่อรับคำสั่งชายที่ยืนข้างๆหวังเหว่ยเขาก็เดินจากไปการที่จะปกป้องสองคนพี่น้องนี้ได้ก็ขึ้นอยู่กับนายหญิงแล้วแม้ว่าตัวเขาจะเก่งระดับต้นๆ ของคนในหมู่บ้านแต่เพียงเขาลำพังก็ไม่อาจจะปกป้องสองคนนี้ให้ปลอดภัยด้วยพลังในตอนนี้ของเขายังคงอยู่แค่ชั้นรวมลมปราณขั้น2
หวังเหว่ยคิดว่าถ้าหากสามารถรักษาขาของเขาให้กลับมาเดินได้ผู้เป็มารดาย่อมที่จะดีใจไม่น้อยและจะส่งคนมาคุ้มกันพวกเขาให้ปลอดภัย ความหวังของมารดาตอนนี้ใกล้จะเป็จริงแล้ว หวังเหว่ยยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงวันที่ขาทั้งสองแตะพื้น
ไป๋เหอมองเห็นสีหน้ามีความสุขอยู่บนหน้าคนตรงข้ามเขาก็รู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้ช่วยเหลือถือว่าความรู้ของเขาไม่เสียเปล่าก่อนจะหันมากล่าวต่อเมื่อคิดอยากจะถามอะไรบางอย่าง “ว่าแต่ทำไมเ้าถึงมาอยู่ที่นี่มันไกลผู้คนเช่นนี้มันดูอันตรายนะหากมีคนคิดมาป้องร้าย” ไป๋เหอที่แอบสงสัยกล่าวถามด้วยความเป็ห่วงแม้เขาจะไม่รู้ที่ไปที่มาเหตุใดต้องมาอยู่ห่างไกลเช่นนี้ ทั้งที่สภาพร่างกายของเขาไม่ได้สมบูรณ์ออกจะเป็อันตรายต่อตัวเขาไม่น้อยหากเกิดอะไรขึ้นมา
หวังเหว่ยพอพูดถึงตรงจุดนี้ดวงตาเขามีแววเศร้าหมองฉายแววชัดและมีความเกลียดโกรธภายในนั้นก่อนจะกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด“ที่ข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้อยู่ที่เรือนก็เพราะข้าไม่อยากเจอหน้าคนที่ทำร้ายข้าและอีกอย่างหนึ่งบิดาของข้านั้นอยู่ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็คนละคน จากเมื่อก่อนภูมิใจในตัวข้าพอข้าโดนกระทำเช่นนั้นเขาก็ไม่ไยดีข้าอีกเลยก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมเขาถึงเป็เช่นนี้ได้ข้าจึงเลือกออกมาอยู่ข้างนอกสบายใจที่สุดมีลินปอคอยอยู่เป็เพื่อนและเป็คนคอยปกป้องข้า”
ไป๋เหอนึกถึงชายที่ยืนข้างๆ หวังเหว่ยเขาคือหลินปอนี่เองที่ช่วยเหลือถือว่าพอมีฝีมือพอสมควรส่วนเื่ที่ไปที่มาของครอบครัวของพวกเขาก็ปล่อยให้จัดการเอาเองตอนนี้เอาเื่ของตัวเองให้ปลอดภัยก่อนดีกว่า ว่าแต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าในหมู่บ้านนี้ใครมีพลังเก่งที่สุดและอยู่ในระดับใดบ้างหากรู้ข้อมูลมาบ้างก็คงจะดีและคนตรงหน้าก็น่าจะบอกเขาได้
“ว่าแต่ช่วยเล่ารายละเอียดของคนที่นี่ให้ฟังหน่อยจะได้หรือไม่ว่าใครที่มีพลังสูงที่สุดมีกันกี่คนอยู่ระดับชั้นไหนบ้าง”
หวังเหว่ยขมวดคิ้วเข้าหากันมีแววสงสัยว่าเขาจะอยากไปรู้ไปทำไม ก่อนที่จะเข้าใจอะไรบางอย่างแต่เพื่อความแน่ใจก็ลองถามดีกว่าอยากได้ยินจากปากของเขาเอง
“เ้าอยากรู้ไปเพราะอะไรข้าขอถามเหตุผลหน่อยขอโทษที่ข้าต้องถามเช่นนี้” เื่ราวคนในหมู่บ้านทางที่ดีที่สุดเขาก็ไม่อยากจะเล่าให้คนภายนอกฟังเท่าไหร่เพราะหากเกิดอะไรขึ้นเขาก็มีส่วนเดือดร้อนเช่นกันแต่คนตรงหน้าเขาคิดว่าน่าจะไว้ใจได้น่าจะดูเป็มิตรมากกว่าแต่เพื่อความปลอดภัยย่อมที่จะระแวงไว้ก็ดี
“ที่ข้าต้องรู้ก็เพราะว่าข้ากำลังเล่นอยู่กับใครมีโอกาสรับมือมากน้อยแค่ไหน”ไป๋เหอมองออกว่าคนตรงหน้าค่อนข้างระมัดระวังตัวดูเหมือนเขาจะอึดอัดอยู่ไม่น้อยกับคำถามของเขา
“ข้าขอบอกว่าเ้าควรระวังจางิ่ไว้ดีกว่า ข้าไม่รู้ว่าคนภายนอกหมู่บ้านที่เป็คนของเขามีพลังแค่ไหนข้าไม่สามารถรู้ได้หมด อย่างที่เ้าเจอ 2 คนนั้นก็มีพลังก่อเกิดขั้น 8กับขั้น 9 ถือว่ามีฝีมือไม่ธรรมดาข้าเชื่อว่าคนในหมู่บ้านไม่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแววตามีแต่ความจริงในนั้นบางอย่างยากที่จะกล่าวเล่นๆ ได้ เพราะเขามั่นใจว่าไม่ใช่คนในหมู่บ้านคิดทำเื่ชั่วช้านี้พวกเขาไม่ได้มีความกล้าขนาดนั้น
“เ้ากำลังจะบอกข้าว่าคนที่ทำร้ายข้าก็คือจางิ่อย่างนั้นเหรอมีหลักฐานอะไรที่เป็ตัวบ่งชี้ว่าเขาเป็ผู้สั่งการและอีกอย่างดูเหมือนว่าเ้าจะมั่นใจอย่างมากว่าไม่เกี่ยวข้องกับคนในหมู่บ้าน” ไป๋เหอเลิกคิ้วสูงเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจเป้าหมายคนร้ายยังคงชี้ไปยังจางิ่แต่เขายังคงไม่ปักใจเชื่อเต็มร้อย
“ดูเหมือนว่าเ้าจะไม่เชื่อข้าและที่ข้าบอกว่าไม่ใช่คนในหมู่บ้านคิดอยากสังหารเ้าก็เพราะข้าเป็คนที่นี่ย่อมรู้นิสัยใจคอของพวกเขาดี” หวังเหว่ยกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเขารู้ว่าคนตรงหน้ายากที่จะเชื่อในคำพูดของเขาได้ การจะหาหลักฐานนั้นไม่ใช่เื่ง่ายด้วยกำลังคนที่เขามีไม่มากพอเทียบเท่ากับคนของจางิ่ ที่แน่ ๆเขาได้สืบสาวเื่ราวของจางิ่แล้วก็ได้รู้ว่าเขาคิดคบคนจากหมู่บ้านอื่นนำมาเป็กำลังของตนแต่ไม่รู้จุดประสงค์ที่แน่ชัดว่าเขา้าทำอะไร ชายหนุ่มคาดเดาว่าจางิ่้ามาล้มล้างหัวหน้าหมู่บ้านแล้วตั้งตนเป็ใหญ่ด้วยความทะเยอทะยานของเขานั้นสูงกว่าใครและเหมือนบิดาของเขาก็น่าจะรู้เื่นี้ด้วย
ไป๋เหอคิดตามคำพูดของหวังเหว่ยก็ดูมีเหตุผลเพราะเขาเป็คนในหมู่บ้านย่อมที่จะรู้ว่าใครเป็ใครมีนิสัยยังไง ต่างกับตัวเขาเองก็พึ่งมาไม่อาจจะไว้ใจใครได้แม้แต่คนตรงหน้าก็จำเป็จะต้องระมัดระวังตน ก่อนจะเอ่ยต่อคิดว่าหวังเว่ยคงผิดหวังที่ตนไม่เชื่อแม้เขาไม่แสดงออกมา
“ขอโทษที่ข้าคิดเช่นนี้ ถ้าหากไม่มีหลักฐานข้าก็ไม่สามารถที่จะเชื่อได้”
“ข้าไม่สามารถหาหลักฐานให้เ้าได้มีเพียงตัวข้าที่กล้ารับประกันว่าจางิ่เ้าคนสารเลวนั่นไม่เคยมีความจริงใจหรือคิดอยากจะเป็คนดีอย่างแน่นอน”
คำพูดของเขาไม่มีคำว่าจะกล่าวเล่นๆสีหน้าท่าทางจริงจังนั้นอีกไป๋เหอััได้ว่าเขาพูดออกมาจากความรู้สึกและมีแววตาอาฆาตอยู่ในดวงตาคู่นั้น
“ดูเหมือนว่าเ้าจะรู้เื่ข้ากับจางิ่ดีนะว่าแต่เ้าเถอะเห็นข้าเป็มิตรหรือศัตรูกันแน่”ไป๋เหอกล่าวถามตรง ๆ หยั่งเชิงดูว่าบุรุษตรงหน้าจะมีท่าทีเช่นไรที่เขาเอ่ยคำถามเช่นนี้ออกมา
หวังเหว่ยอมยิ้มน้อยๆก่อนจะกล่าวตอบจากความรู้สึกที่เขามีต่อชายตรงหน้าไม่คิดปิดบัง“นะเวลานี้ข้าเห็นเ้าเป็มิตรหากเ้าเป็พวกเดียวกันกับจางิ่ข้าก็จะเห็นเป็ศัตรูทันที”
ต่างคนต่างดูเหมือนจะกล่าวได้ถูกคอกันจนหัวเราะออกมายากที่จะมีใครคนใดคนหนึ่งอยากคิดที่จะทำร้ายกันต่างก็คิดว่าหากได้เป็สหายนับว่ามีแต่เื่น่ายินดีทั้งนั้น
ซวงเอ๋อร์เฝ้าสังเกตสิ่งรอบตัวอยู่เสมอกลัวว่าคนผู้นี้จะลอบโจมตีอย่างน้อยการระมัดระวังก็เป็เื่ดีตอนนี้พวกเขาไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็มิตรหรือศัตรูสิ่งที่ต้องทำก็คือต้องคอยเฝ้าสังเกตและระมัดระวังตนเองให้มากที่สุดและนางคิดว่าชายตรงหน้าน่าคบหาคิดว่าดีกว่าจางิ่นิดหน่อย และก็เกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาในจิตใจเมื่อตนเองได้ให้พี่ชายยอมรับจางิ่เป็สหายในคราวแรกด้วยทั้งที่รู้ว่าจางิ่เข้าหาตนตอนครั้งแรกมีจุดประสงค์ร้ายนางน่าจะคิดให้ดีกว่านี้
หวังเหว่ยได้เล่าประวัติของคนในหมู่บ้านให้ไป๋เหออย่างไม่ปิดปัง หากการคาดเดาของเขาไม่ผิดว่าจะเป็ฝีมือจางิ่ที่ได้ลงมือกระทำคงจะเป็ใครอื่นไม่ได้แล้ว เพราะคนในหมู่บ้านไม่มีใครอยากได้แผ่นป้ายหยกเท่ากับจางิ่ ถึงแม้ว่าเขาอยากจะได้มันแต่มันกลับไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาเนื่องจากตอนนี้ไม่สามารถฝึกวิชาได้
หลังจากไป๋เหอได้ฟังเกี่ยวกับพลังของแต่ละคนก็ได้รู้ว่าคนที่มีพลังสูงสุดอยู่แค่ชั้นปฐีขั้นที่ 9เท่านั้นก็คือหัวหน้าหมู่บ้านเป็คนเดียวที่อยู่ในระดับชั้นนี้รองลงมาก็เป็รองหัวหน้าหมู่บ้านอยู่ขั้นโลหิตขั้นที่3 นอกนั้นก็ต่ำลงมาเรื่อย ๆ มีขั้นรวมลมปราณ 5 คนนอกนั้นก็อยู่ในระดับขั้นก่อเกิดส่วนมากแล้วคนในหมู่บ้านยังคงยู่ในขั้นก่อเกิดเป็จำนวนมากชาวบ้านที่นี่ไม่ค่อยได้ฝึกฝนเพราะเห็นว่าการฝึกมันทรมานร่างกายเกินไปมีแค่บางคนเท่านั้นที่อยากเปลี่ยนแปลงชีวิตจึงได้อดทนฝึกฝนพลัง
ไป๋เหอครุ่นคิดเมื่อได้ฟังผถือว่าก็ไม่น่ากลัวมากมายเท่าไหร่ที่เขาคิดเช่นนี้ก็เพราะเคยเจอสิ่งที่น่ากลัวมาก่อนหน้านั้นแล้ว แม้ไม่รู้สึกกลัวหากแต่ฝีมือของเขาก็ไม่ควรที่จะประมือกับคนเ่าั้หวังว่าเื่ที่เกิดขึ้นกับเขาไม่เกี่ยวกับหัวหน้าหมู่บ้านจะเป็การดีที่สุด
“เอาละพอได้ฟังแล้วเ้ารู้สึกอย่างไรมันดูน่ากลัวหรือไม่แต่ข้าเชื่อว่าเื่ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับคนในหมู่บ้านหากแต่คนที่ข้าได้กล่าวก่อนหน้านั้นแหละที่เป็ตัวต้นเหตุ ข้าว่าเ้าคงไม่โง่ที่จะดูไม่ออกนะใครกันที่อยากได้แผ่นป้ายหยกนั่นคงไม่ใช่ข้าด้วยหรอก ด้วยพลังของข้าในตอนนี้มันเหือดแห้งไร้ประโยชน์สิ้นแล้วยากที่จะเอาไปมันไม่มีประโยชน์สำหรับข้า”
หวังเหว่ยกล่าวยืดยาวแววตามีความขื่นขมในนั้นพอคิดว่าตนเองไม่สามารถฝึกวิชาได้เขาก็เ็ปยิ่งนักการกล่าวของเขาไม่รู้ว่าไป๋เหอจะเชื่อหรือไม่แต่เขาก็พูดมันจากความเป็จริงทั้งหมด
“ข้าก็หวังอย่างยิ่งว่าเื่ที่คนลอบสังหารข้าขอไม่เกี่ยวกับคนในหมู่บ้านข้าจะรู้สึกสบายใจอย่างมาก”ไป๋เหอกล่าวแล้วลอบถอนหายใจอุปสรรคในการเดินทางช่างมีเยอะเหลือเกินและอีกอย่างเขากำลังคิดเื่เกี่ยวพลังของคนตรงหน้าจะมีทางรักษาหรือไม่ ตำราที่ท่านพ่อให้ไว้เขาต้องกลับไปพลิกดูอีกรอบเผื่อว่ามีอะไรที่เขาหลงลืมจำไม่ได้บ้างไม่รู้อะไรดลใจให้เขาคิดจะช่วยเหลือหวังเหว่ย
“ข้าเชื่อไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี้แน่ข้ามั่นใจ” หวังเหว่ยตอบด้วยสีหน้าจริงจังอีกครั้งปรับอารมณ์กลับมาปกติดังเดิมตอนนี้สิ่งที่เขาคิดก็คือต้องทำให้จางิ่หายไปจากหมู่บ้านไม่ต้องกลับมาที่นี่อีกยิ่งดีหรือไม่หากเป็ไปได้ก็อยากให้ทำลายวรยุทธของเขาอย่างที่จางิ่ได้กระทำหยามเกียรติเขาเช่นกันให้เขาอยู่เหมือนตายทั้งเป็เฉกเช่นเขาที่ผ่านมา
ไป๋เหอพยักหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งตอนนี้ไม่มีอะไรที่น่าไว้ใจสำหรับเขา ยิ่งอยู่ในดงที่ไม่รู้จักย่อมที่จะต้องระมัดระวังตนเองและคิดหาหนทางรอดพ้นจากที่ตรงนี้ให้ได้ รักษาชายผู้นี้เสร็จเขาก็จะเดินทางออกไปทันที
ปลดล๊อกอ่านฟรีวันละ 1 ตอนหรือไม่ก็ 2 ตอนหากใจดี
หากใครที่ไม่อยากรออ่านวันละตอนก็สามารถซื้อเหรียญอ่านล่วงหน้าเพื่อเป็การสนับสนุนนักเขียนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งด้วยนะครับ
ขอบพระคุณครับ
หากผิดพลาดประการใดผมต้องขออภัยอย่างยิ่ง