เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็จังหวะเบา ๆ ใน่สายของวันทำงาน
หญิงสาวในชุดเดรสคัตติ้งเนี๊ยบสีครีมเดินเข้ามายังโถงหน้าคลินิกแห่งหนึ่ง ดวงตาภายใต้เลนส์แว่นกันแดดทอดมองรอบ ๆ อย่างไม่เร่งรีบ
ป้ายชื่อโลหะสีเงินตรงหน้าเขียนไว้ว่า “คลินิกสูตินรีเวช นพ.ธันวา”
ชื่อที่มีนาไม่เคยลืม แม้จะผ่านไปหลายปี
ริมฝีปากสีกุหลาบคลี่ยิ้มน้อย ๆ ขณะยื่นมือผลักประตูกระจก
เสียงกระดิ่งเบา ๆ ดังขึ้นตามแรงเปิด ก่อนที่สายตาของเ้าหน้าที่หน้าฟรอนต์จะหันมามองด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะ ้าพบคุณหมอไหมคะ?”
เธอถอดแว่นกันแดดออกช้า ๆ เผยใบหน้าหวานคมสะดุดตา
“ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณหมอว่างไหม?”
เสียงพูดชัดเจน ทว่าทอดเสียงท้าทายเล็กน้อย
เ้าหน้าที่เปิดตารางนัดหมาย
“ตอนนี้คุณหมอว่างพอดีเลยค่ะ ยังไม่มีคนไข้ คุณหมออยู่ในห้องพักด้านในค่ะ ขอเรียนแจ้งก่อนว่า...”
“ฉันขอคุยกับหมอตรง ๆ ได้ไหมคะ”
เธอส่งยิ้มพร้อมดึงกระเป๋าคล้องไหล่ขึ้นอย่างมั่นใจ
ผ่านไปไม่กี่นาที ประตูด้านในเปิดออก
เขาเดินออกมาในชุดเสื้อกาวน์สีขาว ท่าทางสุขุมและเยือกเย็นดังเดิม
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ... เขาดูหล่อขึ้น ร่างสูงสมส่วน ใบหน้าคมคายภายใต้กรอบแว่นเรียบหรู และแววตาที่ไม่ได้แสดงความใ หากแต่เต็มไปด้วยคำถาม
เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ โดยไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง
มีนาเป็ฝ่ายยิ้มก่อน “สวัสดีค่ะ คุณหมอธันวา”
“กลับมาั้แ่เมื่อไหร่” ธันวาถามเสียงเรียบ
“พึ่งกลับมาไม่นานนี่เองค่ะ เพราะคิดถึงคุณหมอมาก เลยรีบมาหา”
เธอเอียงหน้าเล็กน้อย ดวงตาหวานแต่ซ่อนลูกเล่น
“คุณหมอมีเวลาตรวจคนไข้สักคนไหมคะ?”
เขาเลิกคิ้ว “เธอไม่ใช่คนไข้ของคลินิกนี้”
“ก็เลยมาขอเป็ตอนนี้เลยไงคะ”
มีนาเดินเข้าไปใกล้ กระซิบชิดหูเขา
“รบกวนคุณหมอช่วยตรวจภายในหน่อยค่ะ เอาแบบ... ครบทุกอย่างเลยค่ะ”
เขานิ่งไปชั่วอึดใจ ดวงตาที่เคยเยือกเย็นพลันคล้ายเปลวไฟวูบวาบแฝงไว้
ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ “ก็ได้ ถ้าเธอไม่กลัว หมอจะตรวจให้หมดเลย”
เขาหันหลัง เดินนำเธอผ่านประตูเข้าไปในส่วนของคลินิกด้านใน
เสียงรองเท้าหนังขัดเงากระทบพื้นไม้ดังสม่ำเสมอเป็จังหวะ
มีนาเดินตามไปด้วยฝีเท้านิ่งแน่ว ขณะปลายนิ้วแตะสายกระเป๋าเบา ๆ อย่างสงบนิ่ง
แต่ในใจกลับเต้นระส่ำทุกย่างก้าว
บานประตูสีขาวด้านในถูกเปิดออก
กลิ่นสะอาดของแอลกอฮอล์เจืออยู่ในอากาศบางเบา
ห้องตรวจสว่างสะอาด เป็ระเบียบแบบที่เธอคุ้นตา
เพียงแต่ตอนนี้... เธอไม่ได้มองอะไรเลยนอกจากแผ่นหลังของเขา
“นั่งตรงนั้น”
เขาพยักพเยิดไปที่เตียงตรวจด้านใน
เธอนั่งลงช้า ๆ บนเตียงหนังสีขาวสะอาด ปลายขาสองข้างแกว่งเบา ๆ
ท่าทางเหมือนเด็กสาวซุกซน มากกว่าคนไข้ผู้หวาดหวั่น
“หมอไม่ถามก่อนเหรอคะว่า มีอาการอะไร?”
เธอยิ้ม ยกมือแตะปลายผมที่ปรกบ่า ลูบลงมาช้า ๆ อย่างไม่รู้ตัว
“อาการ?”
เขาถามขณะสวมถุงมือยางสีน้ำเงินเข้ม
เสียงถุงมือเสียดสีกับผิวดังกึกในอากาศเงียบ
“…ใจเต้นเร็ว มือสั่น เหงื่อออกเฉพาะเวลาอยู่กับหมอ”
เธอกระซิบตอบเอง ริมฝีปากยังคงแตะแววเย้า
เขาชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่พูดอะไร
เพียงแค่เดินเข้ามาใกล้กว่าเดิม...
มากพอที่เธอจะได้ยินเสียงลมหายใจผ่านกรอบหน้าอันคมชัดของเขา
“คุณหมอ… มือเย็นจัง”
เธอพูดเบา ๆ พลางก้มมองถุงมือในมือนั้น
ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง
“แต่ไม่เป็ไรหรอกค่ะ ฉันชอบััแบบนี้”
เขาก้มมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
แต่ภายในอกกลับร้อนลุกวาบราวเปลวไฟถูกปลุกให้ลามอีกครั้ง
มือในถุงมือยางเย็นแตะลงบนต้นขาเธอเบา ๆ
ัันั้นไม่แรง ไม่ล่วงล้ำ แต่ก็ไม่เหมือนการตรวจแบบไหนที่เธอเคยเจอ
เธอสะดุ้งเล็กน้อยแต่กลับไม่ขยับหนี
“ถ้าเธอกลัว…”
ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ขณะเลื่อนเก้าอี้มานั่งตรงปลายเตียง
“…เราจะหยุดตรงนี้ก็ได้”
มีนากัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย ลมหายใจขาดห้วงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเลื่อนมือไปวางบนสาบกระโปรงตัวเอง แล้วดึงมันขึ้นช้า ๆ ...
“ฉันไม่กลัวคุณหมอหรอกค่ะ”
เธอเอ่ยเสียงพร่า “แต่ถ้าไม่รีบตรวจ… อาการจะยิ่งหนักกว่าเดิมนะคะ”
เขาจ้องร่างตรงหน้าที่เปิดเผยขึ้นทีละน้อย
เส้นสายเรียวระหง ไร้สิ่งปกปิด
…และไร้ความลังเล
เขาลุกขึ้นยืน ชิดเข้าหา เตียงตรวจแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน
ในมือนั้นยังคงใส่ถุงมือยางอยู่ พร้อมเจลหล่อลื่นที่เขาเอื้อมไปหยิบจากถาดข้างเคียง
“งั้นหมอจะตรวจให้หมดเลย…”
เสียงทุ้มต่ำกดแน่นราวกับจะฝังลงในใจเธอ
ก่อนที่การตรวจซึ่งไม่อาจเรียกว่าธรรมดา จะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
หมอธันวาบีบหลอดเจลเย็นใส่ปลายนิ้วช้า ๆ
เนื้อเจลใสลื่นไหลลงบนถุงมือยางสีเข้มที่สวมอยู่เรียบร้อย
เขาขยับปลายนิ้วเล็กน้อย ไล่เกลี่ยเจลจนทั่วอย่างใจเย็น
แม้ใบหน้าเขาจะยังสุขุมไม่เปลี่ยน แต่ดวงตาที่จับจ้องร่างบนเตียงนั้นกลับเต็มไปด้วยแววร้อนจัดอย่างซ่อนเร้น
มือเย็นที่เคยอ่อนโยนในอดีตบัดนี้แตะลงบนต้นขาเธออย่างมั่นคง
แรงกดนั้นไม่หยาบกร้าน หากแต่แน่วแน่จนกล้ามเนื้ออ่อนใต้ผิวสั่นระริก
เธอกลืนน้ำลายลงคอขณะเอนกายพิงเบาะหนังสีขาวของเตียงคนไข้
หัวใจเต้นแรงราวจะหลุดออกมา
มือเรียวจิกเบา ๆ ลงบนขอบเตียงเพื่อกลั้นความประหม่าที่ปะทุขึ้นในอก
แล้วทันใดนั้น...
ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงตรงผิวอ่อนด้านในต้นขา
ค่อย ๆ ลากช้า ๆ ตามแนวกลีบเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใต้กระโปรง
ััที่ไม่ได้หยาบคาย… แต่จงใจเกินกว่าการตรวจปกติ
เขากระตุกกระโปรงเธอขึ้นทีเดียวจนพ้นสะโพก แล้วใช้มืออีกข้างยันหัวเข่าเธอออกจากกัน
เผยให้เห็นภาพตรงหน้าที่เขามองแล้วเงียบงันไปอึดใจหนึ่ง
นิ้วที่เคลือบเจลไล้วนตรงปากทางเข้าเบา ๆ
เสียงหายใจของเธอเริ่มขาด่เมื่อปลายนิ้วกดแทรกเข้าไป
ลึกขึ้นทีละน้อย ช้า… แต่นิ่งแน่นราวกับวัดการตอบสนองทุกจังหวะ
“อื๊อ...!”
เสียงหลุดออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว
เธอเม้มปากแน่น ใบหน้าแดงจัดขณะพยายามกลั้นเสียงตัวเองไว้
“เจ็บ?”
เสียงกระซิบของเขาดังขึ้นใกล้ข้างใบหู
ขณะโน้มตัวเข้ามาจนลมหายใจอุ่นรินไล้ผิวแก้มเธอ
เจลหล่อลื่นยังคงซึมช้า ๆ ตามแรงนิ้วที่แทรกเข้าไป
แต่สิ่งที่ร้อนยิ่งกว่านั้นคือเสียงของเขา ที่กระซิบในจังหวะเร้าใจอย่างเชี่ยวชาญ
“ไม่...” เธอส่ายหน้าช้า ๆ
มืออีกข้างของเขาประคองสะโพกเธอไว้มั่น
ก่อนที่สองนิ้วจะดันลึกเข้าไปด้านในอย่างมั่นคงขึ้น
จังหวะขยับนั้นไม่เร่ง ไม่ช้า… แต่แม่นยำ
แม่นยำเกินกว่าจะเป็เพียงหมอผู้ชำนาญงาน
เธอบิดกายเล็กน้อย สะโพกเคลื่อนไหวตามแรงดันของเขาอย่างไม่รู้ตัว
เสียงเนื้อแฉะเบา ๆ ดังแทรกในอากาศเงียบของห้องตรวจ
กลิ่นเจลสะอาดผสมกับกลิ่นร่างกายที่กำลังเร่าร้อนยิ่งทำให้บรรยากาศสั่นระรัว
ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ถอนนิ้วออกอย่างจงใจ
แล้วใช้เพียงปลายนิ้วกลางกดลงแทนอีกครั้ง แรงกว่าเดิม
จนสะโพกเธอกระตุกเบา ๆ
“แน่นเหมือนเดิมเลย…” เขาพึมพำ
“ข้างในนี่ตอบสนองเกินไปแล้วนะ”
เธอสะอื้นเบา ๆ เสียงแ่ในลำคอแทบขาด
ดวงตาปรือฉ่ำขณะเรียกชื่อเขาเสียงเบา
“ธัน… อย่าแกล้ง…”
“ใครแกล้ง?”
เขากระซิบกลับอย่างแ่พร่า
ลมหายใจร้อนชื้นแตะข้างแก้ม
“เธอมาขอหมอตรวจเองไม่ใช่เหรอ… จะมาห้ามกันตอนนี้?”
ปลายนิ้วเขาเร่งจังหวะ ลึกขึ้น เร็วขึ้น
เสียงเฉอะแฉะกระทบหูเธอชัดเจนยิ่งกว่าเสียงหัวใจตนเอง
ร่างกายเธอสั่นสะท้าน หยาดน้ำใสไหลตามเรียวขาเปลือยเปล่า
แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีแม้เพียงนิด
“ถ้าเสร็จตอนนี้…”
เสียงเขาเยาะเย้าชิดริมหู
“ก็ถือว่าร่างกายเธอตอบสนองปกติ…
แต่หมอยังตรวจไม่จบเลยนะ”
เขาถอดถุงมือออกช้า ๆ
ลากปลายนิ้วเปื้อนเจลผ่านหน้าขาเธออย่างจงใจ
ทิ้งรอยเย็นเหนอะไว้บนผิวร้อนจัด ก่อนจะโน้มตัวลงต่ำ…
ริมฝีปากอุ่นแตะแทนที่นิ้วเมื่อครู่
เธอร้องเสียงหลงทันทีเมื่อปลายลิ้นััจุดไวที่สุดโดยไม่ทันตั้งตัว
ลิ้นนั้นลากช้า ๆ วนแ่บาง แล้วสลับดูดแรงจุดกลางราวกับ้ากลืนกิน
“อ๊ะ… หมอ… ไม่ไหวแล้ว…”
เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอในวินาทีนั้น
ก่อนจะไล้ปลายนิ้วปาดริมฝีปากตัวเองอย่างเนิบช้า
แล้วโน้มลงมาประกบจูบ แแ่ อ่อนลึก
เต็มไปด้วยคำว่า “คิดถึง” ที่เขาไม่เคยพูด… แต่มอบผ่านรสััอย่างเร่าร้อน
เมื่อทุกอย่างค่อย ๆ สงบลง
เธอนอนหอบอยู่บนเตียงในสภาพกระโปรงยับยู่ยี่
ชุดยังไม่เรียบร้อย เสื้อลื่นหลุดจากไหล่ เผยผิวที่แดงซ่าน
เขาลุกขึ้นยืน ถอดถุงมืออีกข้างออก
ก่อนจะหย่อนมันลงในถังขยะข้างเตียง
“พรุ่งนี้… เธอควรกลับมาตรวจซ้ำอีกทีนะ”
น้ำเสียงเขาเรียบเย็นเหมือนเดิม
…แต่ดวงตากลับร้อนแรงเกินกว่าคนเป็หมอจะควรมีต่อคนไข้