บทที่ 8 นอกจากได้เจอท่านพ่อแล้ว ยังจะได้พบท่านแม่ในเร็ววันอีกด้วย!
ทันทีที่ป้าเซียวเปิดประตูเข้ามา ก็เห็นหรานหร่านกำลังนั่งสวมรองเท้าอยู่ข้างเตียง สีหน้าของนางฉายแววตกตะลึงเล็กน้อย "เมื่อคืนหรานหร่านนอนกับใต้เท้ารึ?"
"ใช่เ้าค่ะ!"
หรานหร่านสวมรองเท้าเสร็จก็วิ่งต๊อกแต๊กเข้ามาหา ส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ป้าเซียว "สวัสดีตอนเช้าเ้าค่ะ"
"จะ...เ้าค่ะ!" ป้าเซียวพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ
"ออกไปได้แล้ว!"
เซียวจิ้งเสวียนไม่ชอบให้มีคนอื่นอยู่ในห้อง จึงโบกมือไล่
"เ้าค่ะ"
ป้าเซียวชำเลืองมองหรานหร่านอีกครั้ง ก่อนจะถอยออกไป
"ช้าก่อน พานางออกไปด้วย!" เซียวจิ้งเสวียนปั้นหน้าขรึม ปรายตามองหรานหร่าน แล้วออกคำสั่ง
"เ้าค่ะ" ป้าเซียวจึงเดินกลับเข้ามาจูงมือหรานหร่านพาออกไป
หรานหร่านเบะปากมองเซียวจิ้งเสวียน เดินตามป้าเซียวออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก
เซียวจิ้งเสวียนเผลอหันกลับไปมองนางแวบหนึ่ง เมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตดำขลับที่ดูชุ่มชื้นคู่นั้น หัวใจก็พลันอ่อนยวบลง
เขาเผยอปากคล้ายจะเอ่ยบางสิ่ง แต่สุดท้ายกลับไม่มีคำใดหลุดรอดออกมา
ในใจบังเกิดความหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ใต้เท้า!"
ยามนั้น ลู่ชิงยืนอยู่หน้าประตู มองดูหรานหร่านที่ถูกป้าเซียวจูงมือออกไปด้วยความฉงน
"ใต้เท้า หรานหร่านออกมาจากห้องท่านได้อย่างไรขอรับ?"
เซียวจิ้งเสวียนกวาดสายตาคมกริบมองเขา ผ้าเช็ดหน้าในมือถูกโยนลงในอ่างน้ำ เอ่ยเสียงเรียบ "ยกน้ำออกไป"
ลู่ชิงรู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอ รีบก้มหน้าเดินเข้าไปในห้องอย่างนอบน้อม แล้วยกอ่างน้ำล้างหน้าออกไปอย่างว่าง่าย
ป้าเซียวพาหรานหร่านไปที่ห้องครัว ช่วยล้างหน้าล้างตาหวีผมให้ใหม่ มัดเป็จุกสองข้างดูน่ารักน่าชัง
ลู่ชิงเทน้ำทิ้งแล้วถืออ่างเปล่าเดินเข้ามา พอดีเห็นหรานหร่านใช้สองมือประคองแก้มยุ้ย ๆ ของตนเอง ทำเสียงจ๊อบแจ๊บ จ้องมองซาลาเปาไส้เนื้อที่กำลังนึ่งอยู่ในครัวตาเป็มัน เห็นท่าทางตะกละตะกลามของนาง ลู่ชิงก็อดหัวเราะไม่ได้ เอื้อมมือไปดึงจุกผมน้อย ๆ ของนางเล่น
"มา ๆ ไหนลองบอกท่านลุงลู่หน่อยซิ เ้าใช้วิธีใดพิชิตใจใต้เท้าของข้ากัน?"
"พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกกระมัง ใต้เท้าถึงได้ยอมให้เ้านอนในห้องด้วย!"
หรานหร่านเบะปาก จับจุกผมตัวเอง บ่นพึมพำ "ข้าปีนขึ้นไปเองกลางดึกต่างหาก แต่ดูเหมือนท่านพ่อจะไม่พอใจเลย..."
"เฮ้อ..."
เ้าก้อนแป้งน้อยถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วหันมามองลู่ชิงด้วยแววตาจริงจัง
"ท่านลุงลู่ หรานหร่านสวยไหมเ้าคะ?"
ลู่ชิงพยักหน้า "หรานหร่านเป็เด็กผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่ลุงเคยเห็นมาเลย"
เ้าก้อนแป้งน้อยถามต่อ "แล้วข้าน่ารักไหมเ้าคะ?"
ลู่ชิงพยักหน้าอีกครั้ง "แน่นอน! ใครไม่รู้คงนึกว่าหรานหร่านกินความน่ารักเป็อาหารแน่ ๆ!"
เ้าก้อนแป้งน้อยแก้มป่อง เริ่มหน้ามุ่ย "แล้วทำไมท่านพ่อถึงไม่ชอบข้าเล่าเ้าคะ?"
พรืด!
เห็นเ้าก้อนแป้งน้อยคอตกตั้งคำถามกับตัวเอง ลู่ชิงก็หลุดหัวเราะออกมา
"ไม่ใช่ว่าใต้เท้าไม่ชอบเ้าหรอก แต่ใต้เท้าของข้าเป็คนเ็าโดยกำเนิด! ข้าติดตามใต้เท้ามาเจ็ดปี มีเพียงเวลาอยู่ต่อหน้าฮูหยินเท่านั้นแหละที่สีหน้าของท่านจะดูอ่อนโยนขึ้นมาบ้าง!"
ความจริงลู่ชิงคิดว่าเซียวจิ้งเสวียนเป็คนปากร้ายใจดี มิเช่นนั้น... ปีนั้นคงไม่เก็บเขาที่ไร้ญาติขาดมิตรมาเลี้ยงดู และตอนนี้ก็คงไม่ยอมให้เ้าก้อนแป้งน้อยอยู่ที่นี่ต่อ
เพียงแต่เขาไม่ถนัดแสดงความรู้สึกเท่านั้นเอง
แม้แต่กับลูก ๆ ทั้งสามของตนเอง เขาก็ยังทำตัวเ็าใส่
"ฮูหยิน?"
หรานหร่านไม่เข้าใจ กะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความสงสัย "ฮูหยินคือตัวอะไรหรือเ้าคะ?"
"เอ่อ..."
ลู่ชิงเม้มปาก อธิบาย "ฮูหยินก็คือสตรีที่ใต้เท้าแต่งงานด้วยอย่างถูกต้องตามประเพณี สตรีที่สามารถมีลูกน้อยกับท่านได้ไงเล่า!"
เ้าก้อนแป้งน้อยดวงตาเป็ประกาย ร้องอย่างตื่นเต้น "นั่นก็คือท่านแม่!"
สีหน้าลู่ชิงแข็งค้างเล็กน้อย ยกมือเกาหัวแกรก ๆ น้ำเสียงแปร่งปร่า "คงจะ... ใช่กระมัง!"
สิ้นคำ เ้าก้อนแป้งน้อยก็หมุนตัวเป็วงกลมบนพื้นอย่างดีใจ แล้ววิ่งมากุมมือเขาเขย่าไปมา ถามรัวเร็ว "ท่านลุงลู่ แล้วท่านแม่ของข้าล่ะเ้าคะ? ท่านแม่อยู่ที่ไหน? นางสวยหรือไม่?"
ลู่ชิง "..."
เ้าก้อนแป้งน้อยตรงหน้า ดวงตาสุกสกาวราวกับดวงดาว น้ำเสียงออดอ้อนนุ่มนวลชวนให้ใจอ่อนยวบ
ดูท่า... นางคงไม่เคยพบพ่อแม่ของนางจริง ๆ
ลู่ชิงไม่อาจหักใจทำลายความคาดหวังในใจของนางที่มีต่อบิดามารดา จึงตอบกลับไปประโยคหนึ่ง "ฮูหยินยังต้องรออีกสักพักกว่าจะมา ถึงเวลานั้นเ้าก็จะได้พบนางเอง!"
พูดจบ ลู่ชิงก็แอบเติมในใจเงียบ ๆ ว่า... ภายใต้เงื่อนไขว่าเ้ายังอยู่ที่นี่นะ!
หรานหร่านได้ฟังคำของลู่ชิง ใบหน้าเล็ก ๆ ก็แดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น
ดีจังเลย!
นอกจากนางจะหาท่านพ่อเจอแล้ว อีกไม่นานก็จะได้เจอท่านแม่ด้วย
หรานหร่านประคองแก้มตัวเองอย่างมีความสุข หัวเราะคิกคักออกมาคนเดียว
ลู่ชิงมองภาพนั้นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจในใจเงียบ ๆ
ไม่รู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของหรานหร่านเป็ใครกันแน่!
เด็กที่น่ารักน่าชังปานนี้ ช่างตัดใจทิ้งลงได้ลงคอ
ป้าเซียวที่อยู่ด้านข้างได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง ก็ได้แต่ชำเลืองมองเ้าก้อนแป้งน้อยบ่อยครั้ง แต่ก็มิได้พูดสอดแทรกอันใด
ซาลาเปาไส้เนื้อสุกได้ที่ กลิ่นหอมฉุยดึงดูดความสนใจของเ้าก้อนแป้งน้อยไปทันที
"ว้าว หอมจัง หอมจังเลย!"
ลู่ชิงเห็นดังนั้น จึงสั่งป้าเซียว "ยกซาลาเปากับโจ๊ก แล้วก็เครื่องเคียงพวกนี้ไปที่ห้องโถงหน้าด้วย!"
"เ้าค่ะ"
ป้าเซียวรับคำแล้วเริ่มตักอาหารใส่ชาม
หรานหร่านมองตาละห้อย โบกมือป้อม ๆ ร้องบอกอย่างร้อนรน "คีบเยอะ ๆ คีบเยอะ ๆ เ้าค่ะ!"
ป้าเซียวหัวเราะร่า รับคำ "ได้ ๆ งั้นให้หรานหร่านซาลาเปาลูกใหญ่สองลูกดีไหม?"
"อื้ม..." เ้าก้อนแป้งน้อยเอียงคอส่ายหน้า "สองลูกเหมือนจะไม่พอกินนะเ้าคะ ขอเพิ่มอีก... สองลูก!"
เ้าก้อนแป้งน้อยชูมืออวบอ้วนขึ้นแนบใบหู นิ้วโป้ง นิ้วก้อย และนิ้วนางพับลง เหลือเพียงนิ้วชี้กับนิ้วกลางชูขึ้น ดูน่ารักเหมือนหูต่ายน้อย
ลู่ชิงชะงัก มองหรานหร่านแล้วถาม "เยอะขนาดนั้น เ้ากินไหวหรือ? ใต้เท้าของข้าเกลียดคนกินทิ้งกินขว้างที่สุดนะจะบอกให้"
"แน่นอนเ้าค่ะ!"
เ้าก้อนแป้งน้อยตบพุงน้อย ๆ ของตนเอง เงยหน้าขึ้นตอบ "ต้องกินให้หมดสิเ้าคะ ไม่งั้นจะมีแรงได้อย่างไร?"
ภาพเ้าก้อนแป้งน้อยเตะสุนัขดำตัวใหญ่กระเด็นผุดขึ้นมาในหัวลู่ชิงทันที ทำเอาเขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ!
ป้าเซียวเอ่ยเสริม "ท่านอย่าเห็นว่านางตัวเล็กนะเ้าคะ เมื่อคืนนางฟาดข้าวไปสามชามพูน ๆ กับน่องไก่ใหญ่อีกสองน่องเชียวนะ!"
ลู่ชิง "..."
ไม่รู้ว่าเ้าก้อนแป้งตัวจิ๋วนี้ยัดทุกอย่างลงไปในท้องได้อย่างไร!
"อะแฮ่ม งั้นก็ตามใจนางเถอะ!" ลู่ชิงกล่าว
ไม่นานป้าเซียวก็จัดซาลาเปา โจ๊กเนื้อ ไข่ต้ม และผักดองใส่ในปิ่นโต ส่งให้ลู่ชิง
ลู่ชิงรับมา แล้วส่งสายตาให้หรานหร่าน "ไปกันเถอะ!"
หรานหร่านหัวเราะแหะ ๆ ะโโลดเต้นนำหน้าไป พลางร้องบอก "ไปกัน ไปกินข้าวเช้ากับท่านพ่อกัน!"