ขณะที่ลงมารับประทานอาหารเย็น ทุกคนก็ต่างพากันทยอยกันลงมาจากห้องพัก หลังจากที่กลับมาจากเที่ยวชมสถานที่ต่างๆกันแล้ว ก็กลับขึ้นไปพักผ่อนตามอัธยาศัยที่ห้องเป็เวลาร่วมหนึ่งชั่วโมง แล้วจึงค่อยลงมารับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
“ที่นี่มีงานอะไรหรือเปล่า?”
มัญชุสาเดินลงมากับวิลาสินา เอกวิช และณัฐนัย พอเห็นผู้คนดูหนาตากว่าปกติ ซึ่งส่วนใหญ่จะแต่งกายด้วยชุดประจำถิ่น จึงมองอย่างสงสัย แล้วพูดเปรยๆ ขึ้นมาลอย
“ฉันไม่รู้... มาถามฉันแล้วฉันจะรู้มั้ย เธออยากรู้เธอก็ถามพนักงานโรงแรมเขาสิ”
แต่วิลาสินิกลับพูดเหมือนรำคาญมัญชุสาซะเต็มประดา มัญชุสาจึงขมวดคิ้วโก้งโค้งคู่สวย แล้วหันไปมองหน้าวิลาสินี แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะไม่อยากจะใส่ใจอะไรมากมายกับเพื่อนคนนี้
“นั่นสิ ผมก็สงสัยเหมือนกัน ว่าที่นี่มีงานอะไรกัน ทำไมถึงได้มีผู้คนเยอะขนาดนี้”
เอกวิชพูดสงสัยด้วยกันกับมัญชุสา จึงทำให้วิลาสินีมองใบหน้าสวยหวานของมัญชุสาตาเขียวปัด อย่างไม่ใคร่จะพอใจเป็อย่างมาก ที่รับรู้ได้ว่าเอกวิชค่อนข้างจะใส่ใจและให้ความสนใจมัญชุสา ทั้งที่วิลาสินีก็แสดงให้เห็นชัดเจน ว่าสนอกสนใจในตัวเอกวิช ซึ่งครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก
“แหมวิช! เขาก็คงจะมีงานอะไรสักอย่างนั้นแหละ เราอย่าไปสนใจเลย นี่ก็ได้เวลาอาหารแล้ว เรารีบๆ ไปห้องอาหารกันเถอะ นีหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวอยู่แล้วอ่ะ”
วิลาสินียื่นมือไปคล้องแขนเอกวิชหน้าตาเฉย พูดจบก็ดึงตัวเอกวิชเดินนำคนทั้งสองไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เอกวิชจำต้องยอมเดินไปแต่โดยดี
ส่วนมัญชุสากับณัฐนัยหันมามองหน้ากัน โดยไม่ได้นัดหมาย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกันออกมา ทำเพียงแต่ยิ้มให้กัน แล้วจึงเดินตามวิลาสินีกับเอกวิชไป
“อ๊ะ! นั่น”
ขณะที่เดินกันไป มัญชุสารู้สึกเหมือนมีใครกำลังจับจ้องมองมาที่เธอ จึงกวาดสายตามองขึ้นไปยังตรงที่รู้สึก ดวงตากลมโตคู่สวยปะทะเข้ากับดวงตาคมกริบของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ชั้นบนร่วมกับหมู่คณะ ที่กำลังพูดคุยกัน
มัญชุสาจำได้ไม่ลืมเลยกับดวงตาคมกริบคู่นั้น และไหนจะใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มนั้นด้วย ถึงแม้เธอจะพบเห็นใกล้ๆ เพียงแค่ครั้งเดียวก็ตาม
“มัญ!... มีอะไรหรือเปล่า?”
ณัฐนัยเห็นมัญชุสาเดินช้าลง และเห็นเธอกำลังจ้องมองไปที่อีกชั้น จึงเดินกลับมาหา ยื่นมือไปจับที่แขนเรียว พร้อมกับเอ่ยถามอย่างสงสัยประกอบกับความเป็ห่วง
“เอ่อ!... ปะ เปล่า ไม่มีอะไร”
มัญชุสาหันกลับมามองหน้าณัฐนัย กะพริบเปลือกตาปริบๆ ก่อนจะกล่าวปฏิเสธออกไป แล้วเร่งจังหวะการก้าวเดินให้เร็วขึ้น โดยไม่สนใจดวงตาคมกริบ ที่ยังคงมองจับมองมาที่เธอ อย่างให้ความสนใจ
ดวงตาคมกริบหรี่ตามองร่างบางของมัญชุสา โดยที่ดวงตาคมกริบได้แปรเปลี่ยนเป็สายตาเยาะหยัน เมื่อเห็นณัฐนัยยื่นมือมาจับแขนเรียวของมัญชุสา และพลางคิดไปในแง่ลบ
เอาจริงๆ เขาเห็นเธอั้แ่เดินมาแต่ไกลแล้ว และเห็นผู้ชายอีกคนที่ดูจะให้ความสนอกสนใจเธอ ซึ่งก็ยังมาเห็นผู้ชายอีกคนจับเนื้อต้องตัวเธอแบบง่ายๆ โดยที่เธอไม่ปัดป้องแต่อย่างใด
“หึ!”
“เอ่อ!... ชีคว่าอะไรนะครับ?”
อัลซิส หนึ่งในข้าราชการที่กำลังพูดอยู่ในกลุ่ม ได้ยินเสียงของ ชีคอะซีร ฮาติม อัลซุริยาด ดังขึ้นมาขัดจังหวะการพูดคุย จึงหยุดพูดสิ่งที่กำลังพูดอยู่ไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยถามชีคอะซีรด้วยน้ำเสียงสุภาพ อ่อนน้อม
“เปล่าหรอกท่านอัลซิส เชิญพูดต่อเถอะ”
ชีคอะซีรหันใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มมามอง และพูดกับอัลซิส ด้วยสีหน้าและท่าทางยังคงนิ่งเรียบเฉย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอกล่าวจบก็หันกลับไปมองร่างบาง ที่กำลังเดินลับหายเข้าไปในห้องอาหารของโรงแรม
ชีคอะซีรไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ที่ทำไมจะต้องไปให้ความสนใจผู้หญิงชาวเอเชียคนนั้นด้วย ทั้งๆที่เธอก็เป็เพียงผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่พอได้เจอกันอีกครั้ง ก็ทำให้เขาละสายตาจากเธอไม่ได้เลยจริงๆ แถมยังไม่พอใจกับสิ่งที่เห็นด้วยอีกต่างหาก
๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒