หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
บทที่ 8 คำพูดของพี่ชาย
วันนี้หลี่หลิงได้พาเป่าเปานำขนมมาขออภัยอาจารย์ฮุ่ยที่มารบกวนเมื่อสองวันก่อน พร้อมทั้งนำเื่อาการป่วยของหูซื่อ เพื่อนสนิทของนางมาขอคำปรึกษา
"น้องสะใภ้หลี่ แม่หนูหลี่เป่า เชิญนั่งลงก่อน"
ฮุ่ยซิ่วเอ่ยเชื้อเชิญทั้งสองคนอย่างใจดี ก่อนจะลุกขึ้นหมายจะไปหยิบน้ำชามาต้อนรับ
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้ากับเป่าเปาไม่กระหาย ที่มาวันนี้เพียงแค่อยากมาขอขมาที่เ้าลูกคนนี้มารบกวนท่านอาจารย์เมื่อวันก่อน"
"ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้รบกวนอะไร สะใภ้หลี่อย่าคิดมาก"
แม้ปากจะปฏิเสธ แต่เขาก็รับขนมที่เป็น้ำใจจากฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ ก่อนที่ทั้งสองจะนั่งลงและหลี่หลิงก็ได้เอ่ยถามเื่ที่นางตั้งใจมาปรึกษาในวันนี้
"วันก่อนท่านอาจารย์บอกว่าตนเองพอมีความรู้ทางการแพทย์อยู่บ้าง ข้ามีเื่สงสัยอยากรบกวนปรึกษาท่านอาจารย์เสียหน่อยเ้าค่ะ"
"ใครป่วยงั้นรึ หรือจะเป็แม่หนูคนนี้"
"ไม่ใช่เป่าเปาหรอกเ้าค่ะ แต่เป็สะใภ้หูที่อยู่เลยบ้านของเราไป"
"อ่อ แล้วนางไปให้ท่านหมอดูอาการแล้วหรือยัง?"
"บุตรชายคนโตของนางพาไปหาหมอหลายคนให้ช่วยตรวจดูแล้ว ทุกคนลงความเห็นว่าเป็เพียงก่านเม่า (ไข้หวัด) จึงให้เทียบยามาต้ม และพักผ่อนที่บ้านอยู่สองสามวัน แต่ข้าได้ไปเยี่ยมนางมาเมื่อวานกลับเห็นว่านางดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่เ้าค่ะ"
ฮุ่ยซิ่วขมวดคิ้วใช้ความคิด เขาเป็บัณฑิตที่ชอบการศึกษาเื่ราวต่างๆ จึงพอมีความรู้ทางการแพทย์อยู่บ้าง แต่หากเทียบกับหมอในโรงหมอคงเป็ไปไม่ได้ ถึงอย่างนั้นฮุ่ยซิ่วไม่ได้เอ่ยตัดบท เขายังถามต่อขึ้นว่า
"อาการของสะใภ้หูเป็อย่างไรงั้นหรือ?"
"นางมีไข้หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย ทั้งยังอ่อนเพลียแม้จะกินยาลงไปแต่อาการกลับไม่ดีขึ้นเ้าค่ะ"
จากที่ฟังคำบอกเล่าของหลี่หลิง ฮุ่ยซิ่วเองก็วินิจฉัยในใจว่าคงเป็อาการของไข้หวัดธรรมดา แต่ก่อนจะเอ่ยออกไป กลับมีเสียงเล็กๆ ของเด็กน้อยดังขึ้นว่า
"เหงื่อออกไหม?"
"ไม่มี"
หลี่หลิงผู้เป็แม่หยุดคิดนิดหนึ่งก่อนจะตอบกลับโดยไม่ได้คิดอะไรมากกับคำถามของเด็ก แต่เป็ฮุ่ยซิ่วที่มองเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความแปลกใจก่อนจะมีบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว
ในหนังสือตำราสี่พันอักษรได้เอ่ยถึงหลักการรักษาโรค ซึ่งได้สอนไว้ว่าไข้หวัดอาจไม่ได้อยู่เพียงภายนอก แต่ยังสามารถเข้าลึกถึงข้างในได้ด้วย ซึ่งอาจจะเป็ ลมหนาวชื้น ที่มีอาการแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาตรงที่ รูขุมขนปิดไม่สามารถระบายหยางชี่ที่เป็ความร้อนออกมาได้
เมื่อชี่เืเดินติดขัดจึงเกิดอาการปวดเนื้อปวดตัว จำเป็ต้องใช้ยากระจายพิษภายนอกเป็หลัก ควบคู่กับยาลดไข้ไปด้วย ปกติแล้วหากหมอตรวจอาการจะสังเกตเห็นในเื่นี้ได้ แต่อาจเพราะวันแรกๆ อาการส่วนนี้ไม่เด่นชัด ทำให้หมอไม่ทราบถึงข้อเท็จจริง หากต้าหู พาแม่ของเขาไปหาหมออีกครั้งจะต้องตรวจพบแบบที่เขาคิดอย่างแน่นอน
ถึงแม้ฮุ่ยซิ่วจะมั่นใจว่าเป็อาการของโรค ลมหนาวชื้น แต่เพราะเขาไม่ใช่หมอ และไม่ได้เห็นคนป่วยกับตา ทำให้เขาได้แต่แนะนำให้พาสะใภ้หูไปหาหมอและบอกอาการเื่เหงื่อไม่ออกให้ท่านหมอทราบด้วย
จากนั้นเขาก็หันมาถามเป่าเปาขึ้นว่า
"แม่หนูหลี่เป่า เหตุใดเ้าถึงถามเื่เหงื่อออก?"
"ข้าก็ไม่รู้เ้าค่ะ"
เป่าเปาได้แต่เกาหัวตัวเองก่อนจะส่ายหน้าเป็คำตอบ นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงถามเื่นี้ขึ้นมา นางรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน แต่ไม่รู้ว่าเคยเจอเมื่อไหร่
ฮุ่ยซิ่วได้แต่มองเป่าเปาอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยชวนขึ้นว่า
"แม่หนู เ้าอยากเรียนหนังสือหรือไม่?"
"อยากเรียน ข้าอยากเรียน"
ดวงตาของเป่าเปาเป็ประกายขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของฮุ่ยซิ่ว แต่หลี่หลิงกลับรู้สึกกังวลและเอ่ยปฏิเสธ
"จะเป็การรบกวนท่านอาจารย์เสียเปล่าๆ ลูกสาวข้าเป็สตรี ถึงเรียนไปก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากหรอกเ้าค่ะ"
"ท่านแม่!!"
"เอาเถอะ ข้ารู้สึกว่าแม่หนูผู้นี้สามารถเรียนรู้ได้ไว และข้าเองก็เป็อาจารย์จึงอยากจะรับนางเป็ลูกศิษย์ แต่เื่นี้ก็สุดแท้แต่พ่อแม่ของเ้าจะตัดสินใจก็แล้วกัน ข้าให้เวลาพวกเ้าไปปรึกษากันก่อนแล้วค่อยมาบอกข้าในอีกสามวัน"
"ขอบคุณท่านอาจารย์เ้าค่ะ ตอนนี้ไม่เช้าแล้ว ข้ากับลูกขอตัวกลับไปเตรียมอาหารก่อน แล้วอีกสามวันจะมาแวะมารบกวนอีกครั้งเ้าค่ะ"
หลี่หลิงผู้เป็แม่ไม่ได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แม้ในใจนางไม่คิดจะยินยอมให้ลูกสาวเรียนหนังสือ เป่าเปาเป็เด็กผู้หญิง เด็กผู้หญิงควรใช้เวลาในการเรียนรู้งานบ้าน เย็บปักถักร้อย และทำอาหารอยู่กับบ้านมากกว่าการเรียนหนังสือ หากลูกสาวใช้เวลาไปกับการเรียนหนังสือจนงานบ้านงานเรือนไม่ได้เื่ จะมีใครยอมแต่งนางเข้าบ้านกัน ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรหลี่หลิงผู้เป็แม่ก็ไม่มีทางเห็นด้วยอย่างเด็ดขาด
หลังจากสองแม่ลูกจากไป ฮุ่ยซิ่วก็ถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง เขาเข้าใจความคิดของหลี่หลิงเป็อย่างดี แต่เพราะแม่หนูหลี่เป่าดูมีบางอย่างที่พิเศษ ทำให้จิติญญาความเป็อาจารย์ของเขาลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
ฮุ่ยซิ่วเคยเป็อาจารย์ชื่อดังในเมืองหลวง แต่เพราะเขาเบื่อการสอนที่ซ้ำไปซ้ำมา จึงได้เกษียณตัวก่อนถึงวัยอันควร มาใช้ชีวิตสงบอยู่ในหมู่บ้านกับภรรยา และภรรยาของเขาก็ได้เสียชีวิตลงเมื่อปลายปีก่อน
เขาไม่เคยคิดจะกลับไปเป็อาจารย์อีก จนถึงตอนที่ชวนเป่าเปาเมื่อครู่นี้ หากเ้ามีวาสนาเป็ลูกศิษย์ข้า ก็จงผ่านด่านแรกมาให้ได้ก็แล้วกัน
---------
หลังออกมาจากบ้านของอาจารย์ฮุ่ย หลี่หลิงผู้เป็แม่ก็รีบตรงไปที่บ้านของหูซื่อทันที พร้อมกับเป่าเปาที่ยังคงงอนมารดาแก้มป่องตลอดทาง
เมื่อหลี่หลิงแนะนำต้าหูตามที่อาจารย์ฮุ่ยบอกไว้ นางก็ถอนหายใจออกมา และหวังว่าทุกอย่างจะเป็ไปตามข้อสันนิษฐานอาจารย์ฮุ่ย ก่อนจะขอตัวกลับไปทำกับข้าวที่บ้าน
หลี่หลิงผู้เป็แม่ไม่ได้สนใจลูกสาวคนเล็กที่ยังคงงอนนางอยู่ ปกติแล้วแต่ก่อนเป่าเปาก็มีอาการเช่นนี้บ้างเป็ครั้งคราวตามประสาเด็กที่ถูกขัดใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนางก็จะลืมและหายงอนไปในที่สุด
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เป่าเปาผู้ช่างเจรจากลับเงียบเสียจนพี่ๆ ที่กลับมาจากการทำไร่ทำสวนรู้สึกสงสัยกันเป็แถบๆ
"เ้าสี่ เ้าสนิทกับน้องเล็กที่สุด เข้าไปถามนางทีว่าเป็อะไร"
"ไม่เอาหรอก พี่ดูหน้านางสิ่ ขืนข้าเข้าไปตอนนี้ท่านพ่อกลับมาเห็นเข้า ได้หาว่าข้าแกล้งน้องเล็กแน่"
"ไม่หรอก หากท่านพ่อกลับมาข้าจะบอกท่านพ่อเอง"
"ใช่ๆ ข้าจะช่วยเ้าอีกแรง"
"เอางั้นหรือพี่สาม พี่รอง"
หลี่เอ้อพี่ชายคนรองกับหลี่ซานพี่ชายคนที่สามพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำให้หลี่ซื่อน้องชายคนที่สี่หายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาน้องเล็กของเขาแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"เป่าเปาเ้าเป็อะไรไป ใครรังแกเ้า?.."
ยังไม่ทันที่หลี่ซื่อพี่ชายคนที่สี่จะทันถามจบ เสียงร้องไห้อย่างคับข้องใจของเป่าเปาก็ดังขึ้น
"แง๊ๆๆๆๆๆๆๆ"
หลี่ซื่อพี่ชายคนที่สี่ถึงกับใทำอะไรไม่ถูก เขากำลังจะเอื้อมมือไปปลอบน้องสาว แต่พ่อของเขากลับเห็นท่าทางนี้เข้าพอดี จึงเข้าใจว่าลูกชายคนที่สี่กำลังจะตีน้องสาวของเขาทำให้ หลี่ชุนผู้เป็พ่อะโขึ้นอย่างโมโหว่า
"หยุดนะเ้าสี่!! เ้ารังแกน้องสาวตัวเล็กๆ ของเ้าได้ยังไง ข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!!"
"เฮ้ย ท่านพ่อ ข้าเปล่านะ เดี๋ยวๆ พี่รอง พี่สาม ช่วยข้าด้วย"
"ท่านพ่อ..."
"แง๊ๆๆๆ พี่สี่ ฮึก ฮือๆๆ ไม่ตี ฮือๆๆๆ"
"นี่ไง น้องเ้าร้องขอให้เ้าอย่าตีนางขนาดนี้เ้ายังกล้าทำได้ลงคอ เฮอะ หลักฐานชัดเจนขนาดนี้มาให้ข้าลงโทษเ้าซะ!!"
กว่าหลี่กังผู้เป็น้องชายกับหลี่หลิงผู้เป็ภรรยาจะทันออกมาห้ามหลี่ชุน ลูกชายคนที่สี่ของเขาก็ถูกตีที่ก้นจนระบมไปสามทีเต็มๆ คำของพี่ชายมันเชื่อไม่ได้จริงๆ ฮือๆๆๆ เสียงร้องไห้ของหลี่ซื่อพี่ชายผู้แสนดีกลบเสียงของเป่าเปาเสียสนิทแล้วในตอนนี้ เฮ้อ...