เช้าวันนี้ในจวนของจวินอ๋องไป๋หลินยังคงตื่นแต่เช้าเหมือนตอนอยู่ที่บ้านเพราะไป๋หลินจะเป็คนทำอาหารเช้าให้ทุกคนในจวนทานโดยที่มีอี้กงกงและนางกำนัลคอยช่วยอีกแรง ทั้งยังให้อี้กงกง นางกำนัลและพ่อครัวแม่ครัวมาดูวิธีทำใกล้ ๆ พร้อมกับให้จดสูตรไว้อีกด้วยเพื่อจะได้ทำให้จวินอ๋อง พระชายาและองค์ชายแฝดได้ดื่มบำรุงร่างกายทุกเช้าเขาเริ่มจากการทำน้ำเต้าหู้ก่อนแต่ที่แตกต่างออกไปวันนี้มีคนมาช่วยไป๋หลินบดถั่วเหลืองจึงทำให้ขั้นตอนนี้ไวขึ้นและได้ถั่วเหลืองบดเป็จำนวนมากไป๋หลินตั้งใจว่าจะต้มให้ดื่มกันทั้งจวนเลยที่สำคัญสูตรน้ำเต้าหู้วันนี้แตกต่างจากที่เคยทำทุกวันตรงที่นอกจากจะมีน้ำเต้าหู้สูตรธรรมดาที่เคยทำแล้ว ไป๋หลินยังทำน้ำเต้าหู้สูตรงาดำและน้ำเต้าหู้สูตรใบเตยอีกด้วยโชคดีที่มีโม่หินตั้งสี่อันไม่เช่นนั้นไม่ทันกินแน่
พอเตรียมน้ำเต้าหู้เสร็จก็มีขันทีมาแจ้งข่าวว่าจวินอ๋องพระชายาและแขกทุกท่านเริ่มตื่นกันแล้วไป๋หลินจึงให้อี้กงกงกับนางกำนัลนำน้ำเต้าหู้ไปถวายจวินอ๋องกับพระชายาก่อนแล้วค่อยทยอยนำไปให้คนอื่นในจวนได้ดื่ม จากนั้นไป๋หลินก็เริ่มทำเมนูอาหารเช้าง่ายๆอย่างไข่ดาวทรงเครื่องที่มีหมูสับแครอทและต้นหอมผักชีโรยบนไข่ดาวหยดซีอิ๊วขาวแล้วทานพร้อมกันอร่อยมาก
อีกเมนูก็เป็โจ๊กหมูสับเห็ดหอมพอทุกอย่างเสร็จดีทุกคนก็แต่งตัวกันเรียบร้อยพร้อมออกมารอทานอาหารเช้าแล้วหลัวฟางวันนี้ทำหน้าที่อาบน้ำแต่งตัวให้ลูกทั้งสี่แทนไป๋หลินแต่งตัวให้ลูกทั้งสี่เสร็จก็พาเด็ก ๆ รอที่โต๊ะพร้อมกับคนอื่น
ถึงเวลาอาหารเช้าอาหารก็ถูกยกขึ้นว่างบนโต๊ะสี่แฝดบ้านถานรองเห็นก็ร้องบอกว่านี่คือเมนูโปรดที่ท่านแม่ชอบทำให้กินทุกเช้าอร่อยมากจวินอ๋องที่ได้ยินคำโอ้อวดของหลานแฝดทั้งสี่ก็ทนไม่ไหวลงมือทานทันทีพอทุกคนได้ทานก็บอกว่าอร่อยมากไม่เคยทานไข่แบบนี้มาก่อนเลย
"เ้านี้ช่างคิดอาหารที่แสนอร่อยออกมาได้หลายอย่างเลยนะไป๋หลินน้ำที่ข้าดื่มเมื่อตอนอยู่ที่ห้องก็หอมอร่อยยิ่งที่มันมีงาดำผสมด้วยยิ่งอร่อย"จวินอ๋อง
"จริงขอรับ ท่านพี่ดื่มแล้วรู้สึกร่างกายอบอุ่นดีมากเลย มันเรียกว่าอะไร พี่ขอสูตรจากเ้าได้ไหมหรือไม่เ้าก็ถ่ายทอดให้พ่อครัวแม่ครัวในจวนให้พี่หน่อยเถอะ" พระชายาเหนียนฉี
"เรียกว่าน้ำเต้าหู้ขอรับมีทั้งสูตรธรรมดา สูตรเติมงาดำกับสูตรใบเตย ข้าได้ให้อี้กงกง นางกำนัล และพ่อครัวแม่ครัวจดวิธีการทำพร้อมกับดูข้าทำไปด้วยเรียบร้อยแล้วขอรับเพื่อจะให้พวกเขาทำให้จวินอ๋องพระชายาและองค์ชายแฝดได้ดื่มบำรุงร่างกายทุกเช้าขอรับ" ไป๋หลิน
"ดี ๆพี่ชายคนนี้จะตกรางวัลให้เ้าอย่างงาม ฮ่า ฮ่า" จวินอ๋อง
"พี่รองข้าได้ลองทำน้ำเต้าหู้ตามสูตรที่น้องเล็กจดให้ทำให้คนในบ้านดื่มมาสักระยะแล้วขอรับรู้สึกร่างกายแข็งแรงมีแรงทำงานเยอะขึ้นในแต่วันละเลยนะขอรับ" หลิงฉี
"จริงอันนี้ข้ายืนยันได้เมื่อก่อนข้าขุดดินทำสวนเล็ก ๆ เพื่อปลูกผักขุดแปลงไม่ได้ใหญ่แต่กลับรู้สึกเหนื่อยมากเ้าค่ะ แต่พอได้สูตรทำน้ำเต้าหู้ไปดื่มทุกเช้ารู้สึกว่าขุดดินไม่เหนื่อยมากสามารถขุดแปลงอื่นได้อีกเรื่อย ๆ เ้าค่ะ" เถียนเหมย
"คงจะจริงดูเ้าสองคนสิรู้สึกมีน้ำมีนวลขึ้น ผิวพรรณก็ดูสุภาพดีแบบนี้คงต้องลองให้ฮ่องเต้กับฮองเฮาลองบ้างแล้วละท่านพี่" พระชายาเหนียนฉี
"ได้ ๆข้าจะลองนำสูตรไปให้พ่อครัวประจำพระองค์ ให้ทำถวายทุกเช้า" จวินอ๋อง
"ถ้าอย่างนั้นหลังจากเดินชมโรงหมอเสร็จลองให้ไป๋หลินเข้าเฝ้าถวายการตรวจฮองเฮาดีไหม พ่ะย่ะค่ะ จวินอ๋อง" เหลียนฉี
"เหลียนฉีเ้านี้หยุดพูดเป็ทางการกับข้าสักที เ้าสหายคนนี้" จวินอ๋อง
"ฮ่า ฮ่าก็แกล้งเ้าเล่นสนุกดี" เหลียนฉี
ทุกคนทานอาหารแสนอร่อยที่ไป๋หลินทำพร้อมกับพูดคุยหยอกล้อกันจนทำให้อาหารเช้ามื้อนี้นอกจากได้ทานของอร่อยยังได้ยิ้มหัวเราะอย่างมีความสุขทำให้สุขภาพกายสุขภาพใจดีขึ้นไปอีก
เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จทุกคนก็เตรียมตัวออกจากจวนจวินอ๋องเพื่อไปโรงหมอตระกูลหวงการไปโรงหมอครั้งนี้ไปกันหลายคนต้องใช้รถม้าทั้งหมดจำนวนสี่คัน คันแรกมีจวินอ๋องเหลียนฉี หลัวฟาง และก็ไป๋หลิน คันที่สองมีพระชายาเหนียนฉี องค์ชายแฝดเซียวจ้านเซียวหลาน และสี่แฝดบ้านถานรอง คันที่สามมีพี่สะใภ้ใหญหลิงฉีกับลูกทั้งสามคนคันสุดท้ายมีพี่สะใภ้รองเถียนเหมยกับลูกอีกสามคนเช่นกันส่วนพี่ใหญ่นั้นทำหน้าที่องครักษ์เงาไปมาไร่ร่องรอยส่วนพี่รองนั้นวันนี้ไม่ว่างตามไปด้วยเนื่องจากถูกเรียกตัวด่วนจากรุ่ยอ๋องให้ไปเข้าเฝ้า
ระหว่างทางจวินอ๋องกับพี่เหลียนฉีได้เล่าประวัติความเป็มาของโรงหมอตระกูลหวงให้ฟังจวินอ๋องเล่าว่าโรงหมอแห่งนี้ก่อตั้งมาั้แ่สมัยอดีตฮ่องเต้องค์ก่อนแล้วผู้ก่อตั้งก็คืออดีตฮ่องเต้ฉางหลงนั้นเองตระกูลหวงก็คือตระกูลผู้ก่อตั้งแคว้นต้าเว่ย คนในแคว้นน้อยคนนักที่จะรู้จักแซ่จริง ๆของอดีตฮ่องเต้ั้แ่พระองค์แรกจนถึงปัจจุบัน
จวินอ๋องบอกว่าที่จริงแล้วเหตุผลที่ก่อตั้งโรงหมอนั้นเอาไว้รักษาหน่วยลับเท่านั้นแต่กลัวเป็ที่สงสัยจึงสร้างด้านหน้าของโรงหมอเป็ที่รักษาคนทั่วไปส่วนด้านหลังมีประตูลับเพื่อเข้าไปโรงหมอด้านในจะเป็พื้นที่สำหรับหน่วยลับองครักษ์เงา และมือสังหาร ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็คนของฮ่องเต้ทั้งหมดพี่เหลียนฉียังเล่าเสริมอีกว่าเอาเข้าจริง ๆหมอที่โรงหมอตระกูลหวงเองก็ไม่มีหมอเก่ง ๆ มากนักเพราะคัดคนที่เฉพาะไว้ใจได้เท่านั้น บางคนก็เป็สายลับด้วยเป็หมอด้วยสาเหตุที่เป็แบบนี้ก็เพราะมาจากหมอส่วนใหญ่ที่เรียนจนสำเร็จการศึกษาต่างก็อยากเข้าทำงานสำนักหมอหลวงทั้งนั้นจึงทำให้หาหมอฝีมือดียากมาก ขนาดพี่เหลียนฉีเองเป็หมอใหญ่ก็จริงแต่ยังเป็หัวหน้าหน่วยลับอีกด้วย พี่เหลียนฉีบอกว่าเขาเป็หัวหน้าหน่วยลับก่อนที่จะมาเป็หมอซะอีกเพราะทรงมีรับสั่งจากฮ่องเต้ให้เขาไปศึกษาที่สำนักหมอเพื่อปกปิดฐานะที่แท้จริงเพื่อสะดวกต่อการปฏิบัติหน้าที่สืบราชการลับ เขาได้แต่บ่นกับสหายอย่างจวินอ๋องทำไมต้องมอบหน้าที่อันใหญ่หลวงนี้ให้ด้วยพี่เหลียนฉีบ่นเหมือนตัดพ้อออกมาน่าสงสารจริง ๆ
"แสดงว่าหมอหลวงใหญ่กุมอำนาจหมอทุกคนในเมืองหลวงใช่ไหมขอรับ"หลัวฟาง
"ใช่เขาอาศัยความที่เป็พี่ชายของสนมกุ้ยเฟยตระกูลสุ่ย หลานเป็อัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาจึงใช่อำนาจเหล่ายุยงปลุกปั่นให้หมอเข้าใจผิดว่าหากทำงานในเมืองหลวงจากก้าวหน้ากว่าหากใครอยากเลื่อนตำแหน่งก็ติดสินบนได้ ที่จริงก็มีการตรวจสอบหลายครั้งนะแต่ก็รอดมาได้เพราะอัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาออกหน้าแทน" เหลียนฉี
"ตระกูลนี้ทำไมดูมีอำนาจมากเลยขอรับ"ไป๋หลิน
"ก็เป็หนึ่งในตระกูลผู้ร่วมก่อตั้งแคว้นเว่ยขุนนางบางส่วนจึงให้ความยำเกรง แต่เสด็จพ่อก็เคยพูดไว้ว่าหากหมดรัชสมัยของท่านเมื่อไหร่ให้จับตาคนตระกูลสุ่ยให้ดี"จวินอ๋อง
"แสดงว่าอดีตฮ่องเต้ทรงไม่ไว้วางใจตระกูลสุ่ยแน่เลยขอรับ" หลัวฟาง
"เสร็ดพ่อเคยเล่าว่าตอนแรกตระกูลสุ่ยก็ดูเหมือนจงรักภักดีเหมือนจะเป็คนดีแต่พอมีอำนาจเงินทองมากขึ้นก็เริ่มออกลาย ท่านพ่อจึงให้คนคอยจับตาดูมาตลอดแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะทำผิดอะไร แต่เมื่อถึงคราวที่ท่านพ่อสละบัลลังก์ให้พี่ใหญ่ตระกูลก็เริ่มแผ่ขยายอำนาจคงคิดว่าพี่ใหญ่อ่อนหัดแต่หารู้ไม่ว่าพี่ใหญ่แค่รอเวลาถอนรากถอนโคนทั้งตระกูลเลยต่างหาก" จวินอ๋อง
"คงคิดว่าถ้าหมอทั้งเมืองอยู่ในกำมือหาก้าก่อฏจะลงมือตอนไหนก็ได้"ไป๋หลิน
"เป็อย่างที่เ้าคิดพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ นั้นถูกลอบปลงพระชนม์มาหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จส่วนพยานหรือคนลงมือก็ถูกฆ่าตายปิดปากหมดจับมือใครดมไม่ได้"จวินอ๋อง
"ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนคนเลวมักได้ดีตลอด"ไป๋หลิน
"เ้าว่าอะไรนะข้าได้ยินไม่ชัด"หลัวฟาง
"ไม่มีอะไรหรอกข้าแค่บ่นไปเรื่อยเปื่อยอย่าใส่ใจเลย"ไป๋หลิน
ไป๋หลินได้ฟังที่จวินอ๋องกับพี่เหลียนฉีเล่าก็ทำให้ตัวเองนึกถึงประเทศบ้านเกิดของตัวเองเมื่อตอนอยู่โลกก่อนคนดีมักถูกรังแกส่วนคนชั่วก็ได้ดิบได้ดีกันมากมาย ไม่นึกว่าพอได้ย้อนยุคมาในยุคโบราณแบบนี้ก็ยังมีอยู่แสดงว่าคนชั่วก็สามารถฉ้อโกงจนได้ดีเต็มบ้านเต็มเมืองนั้นมีทุกยุคทุกสมัยคิดแล้วก็ได้แต่เหนื่อยใจเท่านั้นแหละ
ทุกคนเดินทางมาถึงโรงหมอตระกูลหวงเป็ที่เรียบร้อยแค่มองผ่านรถเข้าไปด้านในก็เห็นด้านหน้าที่ใช้รักษาผู้คนทั่วไป คนมารอรักษาเยอะมากมีั้แ่วัยเด็กจนถึงวัยชราพี่เหลียนฉีเล่าว่าบางคนเดินทางมารอั้แ่ยามอิ๋นก็มีส่วนใหญ่จะเป็ชาวบ้านในเมืองหลวงกับชาวบ้านจากิโจวเพราะเมืองอื่นถึงไม่มีหมอหลวงไปประจำการที่สำนักหมอประจำเมืองแต่ก็มีโรงหมอที่ตระกูลพ่อค้าสมุนไพรก่อตั้งขึ้นและจ้างหมอที่มีฝีมือมาคอยรักษาผู้ป่วย
จวินอ๋องพาทุกคนเข้าทางประตูลับของโรงหมอแทนหากเข้าด้านหน้าคงต้องวุ่นวายทำความเคารพจนชาวบ้านจะไม่เป็อันรักษากันพอดีพอเข้าไปด้านในพี่เหลียนฉีก็ได้อธิบายหน้าที่รับผิดชอบและว่าในโรงหมอนั้นต้องมีอะไรบ้างที่ต้องใช้ในการรักษาคนอันไหนสำคัญพี่เหลียนฉีจะเน้นเป็พิเศษ ส่วนด้านโครงสร้างวัสดุต่าง ๆที่ใช้ในการสร้างก็ให้ผู้ช่วยที่คุมการสร้างมาอธิบายให้ฟังโดยตรงพร้อมกับมอบแบบแปลงตัวอย่างให้ไป๋หลินเอาไปปรับใช้อีกด้วยคนที่จะสร้างไป๋หลินนั้นมีในใจอยู่แล้วนั้นก็คือท่านพ่อสามีจะให้มาคุมการสร้างแต่ที่ดินจะสร้างเอาไว้กลับไปที่ิโจวค่อยไปดูอีกทีว่ามีที่ดินเปล่าตรงไหนประกาศขายบ้างจะได้รีบซื้อไว้
"ทั้งหมดใช้เงินสร้างเท่าไหร่ขอรับพี่เหลียนฉี"ไป๋หลิน
"ก็เกือบเจ็ดหมื่นตำลึงทองเลยล่ะ"เหลียนฉี
"โห!ก็ค่อนข้างเยอะเลยนะ" หลัวฟาง
"ไม่เป็ไร ท่านพี่ลืมไปแล้วเหรอว่าเรามีเงินที่ได้จากกราขายบัวหิมะอยู่นะ"ไป๋หลิน
"จริงด้วยข้าลืมไปข้าเองก็พอมีเงินเก็บมาสมทบกับเ้าด้วยเช่นกัน" หลัวฟาง
"เดี๋ยวนะไป๋หลินเ้าบอกว่าเ้าขายบัวหิมะอย่างนั้นเหรอ" จวินอ๋อง
"ใช่ขอรับ" ไป๋หลิน
"ขายให้กับร้านยาตระกูลเผิงใช่หรือไหม"พระชายาเหนียนฉี
"จริงด้วยเื่นี้ข้าลืมส่งข่าวบอกพี่ใหญ่พี่รองกับพี่เขยไปเลย" หลิงฉี
"ทุกคนมัวแต่ดีใจเลยลืมสอบถามนายท่านเผิงว่ามาหาได้อย่างไร"เหลียนฉี
"ข้าว่านะน่าจะเป็โชคชะตาที่กำหนดไว้ให้ไป๋หลินเป็ผู้ค้นพบบัวหิมะอีกทั้งยังมาช่วยตระกูลเผิงรอดพ้นจากภัยที่ถูกคู่แข่งกำลังเล่นงานกลั่นแกล้งพอตระกูลเผิงได้บัวหิมะนำมาถวายทำให้ได้สิทธิ์การค้ายาสมุนไพรไปครึ่งหนึ่งและมีอำนาจต่อรองมากกว่าคู่แข่งหลายเท่าไม่แน่ข้าว่าไป๋หลินนี้แหละอาจสามารถรักษาอาการของฮองเฮาได้แน่" เถียนเหมย
เถียนเหมยพี่สะใภ้รองของไป๋หลิงเอ่ยขึ้นทำให้ทุกคนก็เริ่มคิดตามเพราะเถียนเหมยเก่งด้านวิชาทำนายทายทักหรือทำนายดวงเมื่อคืนเขาลองตรวจดูดวงของน้องสามีดูเหมือนว่าไป๋หลินจะมีดวงนำโชคมาสู่คนรอบข้างและครอบครัวจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาอันแสนวุ่นวายต่าง ๆ ในบ้านเมืองได้ถ้าได้ไป๋หลินช่วยคงจะสามารถแก้ปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้ได้แน่ก่อนหน้าที่น้องเล็กจะหมดสติไปตอนนั้นดวงบอกว่าจะมีดับลงเกิดใหม่พอไป๋หลินตื่นมาก็เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นเถียนเหมยจึงเชื่อว่าไป๋หลินนี้แหละผู้ที่ช่วยเปลี่ยนชะตาบ้านเมืองได้แต่จะเปลี่ยนอย่างไรนั้นต้องรอดูกันอีกที
"ถ้าเป็ตามพี่สะใภ้รองพูดก็ดีสิข้าอยากช่วยเหลือทุกคนเลย" ไป๋หลิน
"ดีถือว่าเป็คำทำนายที่ดีนะเถียนเหมย ข้าเชื่อเ้าเพราะเ้าทำนายทีไรไม่เคยพลาดไป๋หลินพี่ชายคนนี้จะช่วยเ้าสร้างโรงหมอเองข้าจะออกทุนให้ทั้งหมดทั้งซื้อที่และออกทุนสร้างให้ด้วย ดีหรือไม่" จวินอ๋อง
"ข้าขอบอกว่าไม่ดีขอรับข้าว่าออกครึ่งหนึ่งพอเพราะข้าไม่อยากให้ใครมองว่าข้า้าเกาะบารมีท่านกับพระชายาเพื่อหวังเงินอีกอย่างคนที่ชอบอิจฉาอาจว่าร้ายข้าได้ขอรับข้าขอให้พี่ชายออกแค่ครึ่งหนึ่งนะขอรับ" ไป๋หลิน
"จริงด้วย ไม่แน่พวกขุนนางโลภอาจเข้าหาเพื่อหวังผลประโยชน์กับบ้านถานรองของเราแน่ๆ " หลัวฟาง
"ข้าก็ลืมคิดไปเลยถ้าเช่นนั้นข้าออกให้ครึ่งหนึ่งก็ได้ส่วนที่ดินนั้นมีที่หนึ่งว่างอยู่เป็ที่ของข้าเองอยู่ข้างสำนักเซาหยางสาขาิโจวเป็ที่ว่างโล่งไม่ได้ทำอะไรข้ายกให้เป็ของขวัญต้อนรับแล้วกันห้ามปฏิเสธเด็ดขาด" จวินอ๋อง
"ก็ได้ขอรับถ้าเช่นนั้นข้าจะตอบแทนด้วยการทำยาบำรุงผิวทั้งแบบทาและแบบกินให้นะขอรับจะได้บำรุงทั้งพี่สะใภ้พระชายาและท่านด้วย" ไป๋หลิน
"ดีเลยข้ารับรองอีกคนว่ายาที่น้องเล็กทำนั้นดีจริง" หลิงฉี
"ข้าก็ด้วย ท่านดูนี้สิรอยแดงจากแผลที่ถูกน้ำมันกระเด็นใส่ยังจางลงเลย"เถียนเหมย
"ทาทุกวันเช้าเย็นรอยจะหายไปแน่นอนขอรับ"ไป๋หลิน
เดินดูโรงหมอกันไปสักพักก็มีรับสั่งด่วนจากทางวังหลวงว่าอาการของฮองเฮากำเริบอีกแล้วฮ่องเต้้าตัวท่านหมอใหญ่เหลียนฉีโดยด่วน ทุกคนจึงต้องเดินทางเข้าวังหลวงทันที
พอไปถึงวังหลวงพระชายาเหนียนฉีพี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้รองพาเด็ก ๆ ไปรอที่พระตำหนักรับรอง ส่วนจวินอ๋องพี่เหลียนฉี หลัวฟางและไป๋หลินรีบไปที่พระตำหนักคุนหนิงซึ่งเป็ที่ประทับของฮองเฮา เมื่อถึงขันทีก็เรียกขานขออนุญาตเข้าเฝ้าทันที
"น้องรอง เหลียนฉีพวกเ้ามาแล้วหรือ" ฮ่องเต้หลงเห่อ
"เสด็จพี่พี่สะใภ้ทรงเป็อย่างไรบ้าง พ่ะย่ะค่ะ" จวินอ๋อง
"ปวดท้องขึ้นมาอีกตามเคยพอได้ดื่มยาที่สกัดจากบัวหิมะก็พอทุเลา แล้วทั้งสองคนด้านหลังคือใคร" ฮ่องเต้หลงเห่อ
"ถานหลัวฟางกับถานไป๋หลินพ่ะย่ะค่ะ" เหลียนฉี
"ทั้งสองคนคือสามีภรรยาที่เคยช่วยชีวิตกระหม่อมไว้ที่สำคัญไป๋หลินเป็หมอที่เก่งมากและเป็คนที่หาบัวหิมะมาขายให้ตระกูลเผิงพ่ะย่ะค่ะ" จวินอ๋อง
"ถ้าเช่นนั้นเ้าสามารถช่วยตรวจดูอาการของฮองเฮาได้หรือไม่"ฮ่องเต้หลงเห่อ
"ได้พ่ะย่ะค่ะแต่ฟังจากที่พี่เหลียนฉีเล่าอาการมาคร่าว ๆ ระหว่างเดินทางมาฮองเฮาน่าจะเป็โรคกระเพาะอักเสบ การตรวจจะต้องมีการถอดอาภรณ์กระหม่อมขอให้บุรุษรอด้านนอกเหลือไว้เพียงนางกำนัลกับหมัวมัวสักสามสี่คนก็พอพ่ะย่ะค่ะ" ไป๋หลิน
"ได้ ๆ ฟู่กงกงรีบไปเตรียมการเร็วเข้า"ฮ่องเต้หลงเห่อ
"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา"ฟู่กงกง
"ข้าไปด้วยดีกว่าขอรับไปกันเถอะฟู่กงกง" ไป๋หลิน
จากนั้นไป๋หลินกับฟู่กงกงก็รีบเข้าไปเตรียมการรักษาทันทีเมื่อทุกอย่างพร้อมไป๋หลินก็ตรวจดูชีพจรของฮองเฮา ก็พบว่าเป็โรคกระเพาะจริง สาเหตุหลักของโรคกระเพาะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคที่พบมากคือการใช้ชีวิต ความเครียด ความกังวลรวมถึงวิถีชีวิตในด้านการรับประทานอาหารที่ไม่ดีและการละเลยสุขภาพ เช่นการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา การอดอาหาร การรับประทานอาหารรสจัดเป็ประจำผู้ที่เป็โรคกระเพาะอาหารต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่องเพราะหากละเลยอาการจนในที่สุดจากอาการปวดท้องเพราะกรดในกระเพาะอาหารอาจมีภาวะแทรกซ้อนเืออกในกระเพาะอาหารและกระเพาะลำไส้เป็แผลทะลุได้แต่ด้วยความที่ในยุคนี้การแพทย์ยังไม่ก้าวหน้าหมอไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้อาศัยเพียงแค่ดูอาการและจัดยาที่น่าจะพอบรรเทาอาการให้ผู้ป่วยได้เท่านั้นนี้อาจเป็อีกสาเหตุหนึ่งที่มักทำให้ผู้ป่วยอาการทรุดหนักลงเรื่อย ๆ
ไป๋หลินได้ทำการฝังเข็มบรรเทาอาการปวดให้ฮองเฮาพร้อมจัดเทียบยาสมุนไพรที่สามารถรักษาโรคกระเพาะโดยตรง มีขมิ้นชัน มะตูมว่านหางจระเข้ และลูกยอซึ่งเป็สิ่งที่หาได้ง่ายวิธีปรุงก็ง่ายและล้วนแต่มีสรรพคุณเยียวยาโรคกระเพาะอาหารเพียงแค่ทานทุกวันประจำอาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นทั้งยังตรวจพบว่าร่างกายของฮองเฮาค่อนข้างที่จะขาดสารอาหารด้วยไป๋หลินจึงจัดทำตารางทานอาหารให้อย่างละเอียด ที่สำคัญยังจะทำเมนูที่สำหรับคนเป็โรคกระเพาะอักเสบสามารถทานได้ให้ฮองเฮาเสวยวันนี้ด้วยและจะจดสูตรให้พร้อมกำกับว่าอาหารเมนูนี้ทานเวลาไหนมื้อไหนบ้างด้วย
ฮองเฮาพอได้เจอหน้าไป๋หลินทรงยิ้มด้วยความเอ็นดูเหมือนมีอะไรหลายอย่างอยากจะพูดด้วยแต่เนื่องจากพระอาการประชวรจึงทำให้เหนื่อยมากไม่ค่อยมีแรงฮองเฮาจึงทำได้เพียงพูดเบา ๆ และพยักหน้าตอบเวลาที่ไป๋หลินถามอาการฮองเฮาเกาเฟยหย่าทรงเป็เกอคนแรกที่ได้อยู่ในตำแหน่งฮองเฮาของแคว้นต้าเว่ยทรงเป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้หลงเห่อและทรงเป็รักแรกอีกด้วยทั้งยังทรงเคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของบิดามาก่อนที่จะได้รับตำแหน่งฮองเฮาด้วยการศึกระหว่างแคว้นที่ค่อนข้างตึงเครียดจึงทำให้ทานอาหารไม่ตรงเวลาและมักทานอาหารที่ไม่สะอาดจึงส่งผลระยะยาวมาในปัจจุบันทำให้เกิดโรคกระเพาะอักเสบได้
ฮองเฮาเกาเฟยหย่าพระองค์ทรงเป็ลูกพี่ลูกน้องของพระสนมเอกเกาเถียนเจินกับพี่สะใภ้รองเกาเถียนเหมยฮองเฮาอายุ 32 ปี พระสนมเอกเกาเถียนเจินอายุ 31 ปีเป็พระสนมเกอที่ทรงโปรดของฮ่องเต้เช่นกัน ส่วนฮ่องเต้หลงเห่อ 33 ปีทั้งสองพระองค์เป็ที่รักของฮ่องเต้มากฮองเฮาเกาเฟยหย่ามีพระโอรสหนึ่งพระองค์คือไท่จื่อเฟยหลงอายุ 15 ปี ดำรงตำแหน่งรัชทายาทในตอนนี้มีพระโอรสเกออีกหนึ่งพระองค์องค์ชายเฟยซินอายุ 14 ปีพระสนมเอกเกาเถียนเจินทรงมีองค์ชายแฝดคนพี่เป็บุรุษองค์ชายเถียนอันคนน้องเป็เกอองค์ชายเถียนไป๋ ทั้งคู่อายุ 9 ขวบกำลังน่ารักน่าเอ็นดู
พอรักษาเสร็จไป๋หลินก็ออกมาบอกข่าวดีกับทุกคนพร้อมทั้งยังตรวจชีพจรของฮ่องเต้กับพระสนมเอกที่ตามมาทีหลังอีกด้วยพบว่าทั้งสองพระองค์เองก็มีอาการเครียดมากเช่นกัน ทั้งร่างกายก็ขาดสารอาหาร ไป๋หลินจึงจัดการเมนูบำรุงให้ทั้งสองพระองค์อีกด้วยขาทองคำเพิ่มมาอีกสามขาขนาดนี้ต้องกอดแน่น ๆ เข้าไว้
ทุกคนอยู่พูดคุยในวังจนถึง่เย็นฮ่องเต้หลงเห่อไป๋หลินจึงเข้าครัวทำอาหารให้ทุกคนได้ทานฮองเฮาที่อาการดีขึ้นพระองค์ทรงมาร่วมเสวยอาหารเย็นพร้อมกับทุกคนด้วยแต่ไป๋หลินปรุงแบบจืดรสไม่จัดให้ฮองเฮาโดยเฉพาะแต่ฮองเฮาเฟยหย่าทรงทานได้เยอะกว่าปกติมาก จนฮ่องเต้เอ่ยปากชมไป๋หลินว่าเก่งที่สามารถปรุงอาหารได้ถูกปากคนป่วยนอกจากฮองเฮาแล้ว ฮ่องเต้ พระสนมเอกและพระโอรสต่างก็เจริญอาหารเป็พิเศษเนื่องด้วยทรงดีใจที่อาการของฮองเฮาดีขึ้นทั้งมีอาหารที่แปลกตาแต่รสชาติอร่อยจึงทำให้ทานกันได้ค่อนข้างเยอะมื้ออาหารเย็นผ่านไปทุกคนต่างก็ร่วมฉลองกันต่อในวังแต่จะขาดพี่รองที่ยังคงอยู่ที่จวนของรุ่ยอ๋อง
"อาหารวันนี้ที่เ้าทำอร่อยมากเลยข้าทานได้เยอะกว่าปกติมาก" ฮ่องเต้หลงเห่อ
"นั้นสิกระหม่อมก็ชอบมากหน้าตาแปลกไม่เคยเห็นที่ไหน แต่อร่อยอย่างเหลือเชื่อเ้าเก่งขึ้นมากทำอาหารก็อร่อย ยังเป็หมอฝีมือดีอีก ยิ่งโตก็ยิ่งงามดูสิสี่แฝดก็น่ารักมาก" ฮองเฮาเฟยหย่า
"นั้นสิตระกูลจางต้องภูมิใจในตัวเ้าแน่ เห็นว่าเป็หมอขั้นสามใช่หรือไม่"พระสนมเอกเถียนเจิน
"ใช่ขอรับ" ไป๋หลิน
"ท่านพี่ทั้งสองน้องขอให้เลื่อนขั้นกับไป๋หลินได้ไหมขอรับ"พระสนมเอกเถียนเจิน
"ได้สิ พี่คิดไว้อยู่แล้วว่าจะเลื่อนขั้นให้เป็หมอขั้นสองได้ยินว่าเซียวเห่อรับเ้าเป็น้องบุญธรรมก็เท่ากับว่าเ้าก็เป็น้องบุญธรรมของข้าด้วยต่อไปมีปัญหาอะไรมาปรึกษาข้าได้ตลอด" ฮ่องเต้หลงเห่อ
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าา"ไป๋หลิน
ฮ่องเต้หลงเห่อฮองเฮาเฟยหย่าและพระสนมเอกเถียนเจินต่างก็เคยพบเจอไป๋หลินมาแล้วเมื่อตอนยังเด็กทุกคนต่างก็ตกหลุมรักในความขี้อ้อนของไป๋หลินน้อยในตอนนั้นมีคนรักมากมายขนาดนี้ทำไมเ้ายังทำตัวไม่ดีอีกนะไป๋หลินทุกคนรอบกายเ้าก็มีแต่คนดีทั้งรักและเอ็นดูเ้ามากแต่เพียงแค่ผู้ชายคนเดียวที่มาหลอกหวังผลประโยชน์จากเ้าก็เชื่อไปซะทุกอย่างดีนะว่าคนบ้านลี่ไม่รู้จักฐานะที่แท้จริงของตระกูลจางไม่เช่นนั้นคงจะวุ่นวายมากแน่
ไป๋หลินจึงได้เลื่อนขั้นเป็หมอขั้นสองั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไปส่วนหนังสือแต่ตั้งและป้ายประจำตำแหน่งจะมอบให้ภายหลังก่อนกลับไปิโจว แต่ฝ่าาได้มอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้เป็ของขวัญไว้ก่อนโดยไป๋หลินและครอบครัวสามารถเข้าออกวังหลวงได้ตามสบายทั้งยังจะมอบที่ดินทำกินให้บ้านตระกูลถานกับตระกูลจางอีกด้วยชอบจังพี่ชายบุญธรรมสายเปย์ไป๋หลินคิดว่าอย่างน้อยที่ดินที่ทางการมอบให้ส่วนของเขา ไป๋หลินจะเก็บไว้ให้ลูก ๆ ส่วนเงินประจำตำแหน่งเขาจะแบ่งให้บ้านถานใหญ่บ้านสวี บ้านอู๋ และบ้านจูเพื่อเป็ค่าตอบแทนที่ช่วยเหลือในทุก ๆ เื่ที่ผ่านมา
หลัวฟางคิดในใจนี้เขามีพี่เมียเพิ่มอีกแล้วคราวนี้นับญาติกันไม่หวาดไม่ไหวแน่ั้แ่ฟื้นขึ้นมาพอเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น ดูเหมือนโชคลาภจะเข้าหาภรรยาเขาตลอดหรือเื่ที่ท่านเ้าอาวาสเฉียนกงไต้ซือเคยทักจะเป็จริงตอนที่แต่งงานกับไป๋หลิน่แรก ๆ ท่านแม่พาเขากับไป๋หลินไปทำบุญที่วัดซ่งซาน จู่ๆ ท่านเ้าอาวาสเฉียนกงไต้ซือก็พูดกับหลัวฟางแปลก ๆ ว่าอีกไม่นานเขาก็จะดับไปตามกรรมแล้วกลับมาใหม่และดีกว่าเดิมถึงคราวนั้นเขาจะเป็คู่ชีวิตที่แท้จริงของโยมรออีกสักหน่อยนะผ่านอุปสรรคตรงนี้ไปได้โยมจะเจอกับความสุขที่แท้จริงจะเจอกับคนที่รักโยมและโยมรักเขาโดยไม่มีข้อแม้
สงสัยสิ่งที่ท่านเ้าอาวาสทักในวันนั้นจะเป็จริงไป๋หลินคือคู่แท้ของเขาจริง ๆ เขาเองก็เชื่อสนิทใจถึงแม้เมื่อก่อนจะไม่ชอบในตัวของไป๋หลินมากแค่ไหนแต่เขาเองก็ตัดใจหย่าขาดไม่ลงสักทีเหมือนใจหายทุกครั้งพอนึกถึงหรือคิดที่หย่าขาดกับอีกฝ่ายอาจเป็ส่วนลึกในใจที่เขามีความรู้สึกดี ๆ ให้กับไป๋หลินในตอนนั้นแต่ถูกวันนี้ต่อให้ไป๋หลินเป็ฝ่ายมาขอหย่าเขาก็ไม่ยอมหย่าเด็ดขาด
เมื่อการฉลองจบลงทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันพักผ่อนทุกคนตกลงว่าคืนนี้จะพักกันในวัง อีกทั้งองค์รัชทายาททรงจะเอ็นดูสี่แฝดกับพี่ ๆบ้านจางทั้งน่ารักสดใสและขี้อ้อนแบบนี้ใครจะไม่หลงกันละจึงอยากให้อยู่เล่นและพูดคุยด้วยกันก่อนสักหลายวันยิ่งดี
พอรุ่งเช้าทุกคนกำลังทานอาหารที่ไป๋หลินทำการมาเมืองหลวงครั้งนี้นอกจากเป็หมอแล้วยังเป็พ่อครัวประจำจวนจวินอ๋องแล้วยังเป็พ่อครัวประจำวังหลวงอีกถึงจะเหนื่อยแต่ก็สนุกที่ได้ทำอาหารเพราะตอนที่เป็หน่วยรบพิเศษเขามักจะหาเวลาว่างทำอาหารทำขนมแจกจ่ายคนในค่ายอาสาบางครั้งก็ทำแจกชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่เขตชายแดนเป็ประจำเหมือนเป็การฝึกไปไหนตัวและทบทวนสูตรของคุณยายไปด้วย
ระหว่างที่ทานอาหารเช้าก็มีข่าวด่วนจากศาลต้าเว่ยมารายงานจวินอ๋องกับพี่เหลียนฉีมีคนพบศพชาวบ้านห้าคนลอยมาติดท่าน้ำที่ชานเมือง อีกทั้งยังมีข่าวลือเกี่ยวกับผีน้ำออกอาละวาดอีกด้วยจึงอยากให้ท่านหมอใหญ่เหลียนฉีไปดูศพพอไป๋หลินได้ยินก็ขอตามไปด้วยเพราะเขาสามารถวินิจฉัยการตายของศพได้เพราะตอนอยู่โลกเดิมภัสกรยังได้เรียนด้านนิติเวชมาด้วยคงจะช่วยงานทั้งสองท่านได้มากแน่นอนหลัวฟางเมื่อรู้ว่าไป๋หลินไปเขาก็ต้องไปด้วยแน่นอน ส่วนลูก ๆสามารถฝากพี่สะใภ้ดูแลได้ ทั้งสี่คนจึงรีบเดินทางไปที่ศาลต้าเว่ยทันทีข้าว่าแล้วทำไมเมื่อเช้าถึงมีลางสังหรณ์แปลก ๆที่แท้ก็มีเื่ที่ต้องช่วยคนนี้เองหลัวฟางเองก็คิดในใจว่าั้แ่มาเมืองหลวงภรรยาเขายังไม่ได้พักเลยมีเื่ให้ต้องช่วยคนทุกวัน
"ไม่น่าละตอนทำอาหารเช้าในใจมีลางสังหรณ์แปลกๆ มีเื่ต้องทำความดีนี่เองเอาละงานนี้คงต้องขุดเค้นเอาวิชาความรู้ออกมาให้ได้มากที่สุด" ไป๋หลิน
"วิชาอะไรเหรอ" หลัวฟาง
"ก็วิชาที่ท่านเซียนสอนข้านะสิท่านพี่ท่านสอนข้าดูาแบนร่างกายของศพด้วย ว่าตายธรรมดาหรือถูกทำร้ายจนตายท่านเซียนสอนให้ข้าแยกแยะให้ออกเพื่อสามารถช่วยสืบคดีได้ท่านคงเห็นว่าข้าต้องมาช่วยทางการอย่างในวันนี้ ท่านถึงได้สอนให้ข้า" ไป๋หลิน
หลัวฟางถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็ยอมเชื่อภรรยาทุกอย่างตอนนี้หลัวฟางหลงเมียมาก็ว่าได้เขาอยากกลับิโจวเร็วจังเพราะเขาอยากหลอกกินเต้าหู้ไป๋หลินจะแย่หลัวฟางยอมรับว่าหลังจากคืนที่เขาได้ร่วมรักกับไป๋หลินในอ่างน้ำที่จวนจวินอ๋องในหัวตอนนี้เขาอยากมีเวลากับภรรยาสองต่อสองมากขึ้นอยากกอดอยากดมกลิ่นหอมของดอกถาวฮวามากแต่ก็ต้องทำใจในเมื่อมีภรรยาเก่งจึงทำให้เวลาว่างน้อยลง
พระตำหนักลิ่วกง
"เ้าว่าอย่างไรนะอาการของฮองเฮาดีขึ้นแล้วใครเป็คนรักษา" สุ่ยกุ้ยเฟย
"เป็น้องชายบุญธรรมของจวินอ๋องพ่ะย่ะค่ะพระสนม" จั่วกงกง
"ตายยากตายเย็นจริง ๆส่งข่าวไปบอกพี่ข้าเร็วเข้า ว่าจะทำอะไรก็รีบทำก่อนจะสายเกินไป" สุ่ยกุ้ยเฟย
"พ่ะย่ะค่ะพระสนม"จั่วกงกง
"ค่อยดูเถอะตำแหน่งฮองเฮาต้องเป็ของข้าให้ได้"สุ่ยกุ้ยเฟย
สุ่ยกุ้ยเฟยน้องสาวของหมอหลวงใหญ่และเป็หลานสาวของอัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาผู้ที่คอยหาจังหวะจะแย่งตำแหน่งฮองเฮาตลอดเวลานาง้าอำนาจฝ่ายในเพื่อผลประโยชน์ต่อตระกูลสุ่ยไม่ว่าวิธีไหนก็ตามหรือจะเลวร้ายสักเพียงใดนางก็ยอมทำเพื่ออำนาจเพื่อตำแหน่งฮองเฮาที่นางใฝ่ฝัน