บทที่ 5-1 ผู้หญิงกับการซื้อของ
ใน่เวลาฟ้าสาง สี่คนพ่อลูกรีบเข้าป่าไปขุดเก็บถั่งเช่าคราวนี้เก็บได้ถึงห้าตะกร้าเพราะหวังหลินข่ายผู้เป็บิดานำตะกร้าไปสองใบ โดยสะพายไว้ด้านหลังหนึ่งใบและอุ้มไว้ด้านหน้าอีกหนึ่งใบจากนั้นทั้งสี่คนกลับบ้านไปทำความสะอาดถั่งเช่านำตะกร้าถั่งเช่าใส่รถเข็นแล้วเดินเข้าไปในตำบลเมื่อไปถึงร้านยาได้พบกับเถ้าแก่กัว หวังิเยว่จึงแจ้งกับเถ้าแก่กัวว่ารอบนี้เป็ครั้งสุดท้ายของปีนี้ และจะส่งถั่งเช่าได้ใหม่ในปีหน้า
ถั่งเช่ารอบนี้สร้างรายได้ให้กับครอบครัวของหวังิเยว่เป็จำนวนเงินหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงนางรับเงินและกล่าวขอบคุณเถ้าแก่กัว แล้วเก็บเงินไว้ที่ตนเองเพิ่มอีกสองร้อยตำลึงที่เหลือมอบให้บิดาเป็คนเก็บ จากนั้นจึงเอ่ยชวนทั้งสามคนเข้าไปในตลาดด้วยกัน
‘พี่สาวจะช้อปปิ้ง ตามพี่สาวมาซะดี ๆ ฮาฮ่า’
หวังิเยว่เริ่มจากการเดินเข้าร้านขายเสื้อผ้านางเลือกชุดใหม่เนื้อผ้าอย่างดีให้กับทุกคนในครอบครัวคนละสามชุด รวมเป็ทั้งหมดยี่สิบเอ็ดชุดคิดเป็จำนวนเงินถึงแปดสิบห้าตำลึง เถ้าแก่เนี้ยดีใจที่ขายสินค้าได้จำนวนมากจึงแถมผ้าเนื้อธรรมดาให้นางสองพับ
“ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยมากเ้าค่ะในร้านมีสถานที่ให้พวกเราเปลี่ยนชุดใหม่รึไม่เ้าคะ” หวังิเยว่เอ่ยถาม
“มี เชิญพวกท่านด้านใน”เถ้าแก่เนี้ยร้านผ้ารีบเดินนำลูกค้ารายใหญ่เข้าไปเปลี่ยนชุด
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
เมื่อพวกของหวังิเยว่ทั้งสี่คนได้เปลี่ยนชุดใหม่แล้ว นางมองบิดาและพี่ชายทั้งสองคนของตนเองที่อยู่ในชุดใหม่ด้วยความตกตะลึงรวมถึงเถ้าแก่เนี้ยร้านผ้าด้วย
อันที่จริงลูกทั้งห้าคนของหวังหลินข่ายและเหอฟางหรู มีหน้าตาที่ชวนมองทุกคนอยู่แล้วเนื่องจากมีบิดาที่หล่อเหลาและมารดาที่งดงาม เพียงแต่ถูกกลบด้วยเสื้อผ้าที่เก่าและหมองซีดแต่เมื่อได้เปลี่ยนเป็ชุดผ้าไหมเนื้อดีย่อมทำให้เหมือนกับคุณหนูและคุณชายจากตระกูลสูงศักดิ์
“พวกท่านทั้งสี่คน ใส่ชุดใหม่แล้วดูดีมากจริง ๆ เ้าค่ะ”เถ้าแก่เนี้ยเอ่ยชมจากใจจริง
ผู้ชายทั้งสามคนต่างเขินอายที่ได้รับคำชม แต่มิใช่กับหวังิเยว่ผู้เป็หญิงสาวจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดนางหยักยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแล้วย่อตัวคารวะขอบคุณดั่งที่เคยได้ดูมาจากซีรีย์จีนเมื่อภพชาติที่แล้ว
“ขอบคุณมากเ้าค่ะเถ้าแก่เนี้ย”
‘ก็คนมันสวยและหล่อใส่อะไรก็ดูดีไปหมดนั่นแหละค่ะ’
จากนั้นทั้งสี่คนที่อยู่ในชุดใหม่จึงมุ่งต่อไปร้านขายธัญพืชตามความ้าของหวังิเยว่ ระหว่างทางผู้คนต่างมองกลุ่มของพวกนางด้วยมิเคยเห็นกลุ่มคนหรือครอบครัวใดในตำบลฉางสุ่ยที่หน้าตาดีและมีเสน่ห์เยี่ยงนี้มาก่อน แต่มีบางคนที่จำใบหน้าของหวังหลินข่ายได้ต่างตกตะลึงมิคิดว่า เมื่อเขาอยู่ในอาภรณ์ที่งดงามแล้วจะดูหล่อเหลาสง่างามดุจคนที่มาจากตระกูลสูงศักดิ์เยี่ยงนี้เมื่อถึงร้านธัญพืช หวังิเยว่เข้าไปดูถั่วเขียวแล้วเอ่ยถามเถ้าแก่ของร้านว่า
“เถ้าแก่ ถั่วเขียวนี้ราคาเท่าใดเ้าคะ”
“จินละสี่อีแปะ เ้า้าเท่าใดหรือ”
“ข้าอยากได้แปดสิบจินเ้าค่ะ”
เถ้าแก่เห็นว่า หวังิเยว่ซื้อถั่วเขียวเป็จำนวนมาก แลจำได้ว่านางเคยมาซื้อถั่วเหลืองจากที่ร้านของตนเองในคราก่อนจึงแถมถั่วเหลืองเพิ่มให้นางห้าจิน
ทั้งสามคนที่มากับหวังิเยว่ต่างสงสัยว่าทำไมนางถึงซื้อถั่วเขียวมากเพียงนี้ แต่กลับไม่เอ่ยถามอันใดออกมา เพราะตอนนี้หวังิเยว่ได้กลายเป็ผู้นำของที่บ้านไปแล้วจากนั้นนางจึงไปเลือกซื้ออุปกรณ์เพาะปลูกเช่น จอบ เสียมเป็จำนวนมากในราคาห้าตำลึง ก่อนกลับบ้านนางแวะซื้อผักคะน้า เนื้อหมูสามชั้น สาลี่น้ำผึ้ง และลูกกวาดไปฝากน้อง ทั้งหมดราคาหนึ่งตำลึงสิบห้าอีแปะ
เมื่อพ่อลูกทั้งสี่คนของตระกูลหวังกลับถึงบ้าน เหอฟางหรูได้เห็นทั้งสี่คนใส่ชุดใหม่ก็ไม่ได้ว่ากล่าวสิ่งใดแต่เมื่อได้เห็นชุดทั้งหมดที่อยู่ในห่อ จึงทำตาโตร้องเสียงดังว่า
“เหตุใดจึงต้องซื้อชุดใหม่มากมายด้วยเล่าข้ากำลังตัดเย็บชุดให้พวกเ้าอยู่ ช่างสิ้นเปลืองยิ่งนัก” เหอฟางหรูรู้สึกปวดใจมากเมื่อนึกถึงราคาของเสื้อผ้าชุดใหม่เหล่านี้
“ชุดที่ท่านแม่ทำให้พวกเรา ก็ต้องใส่ในวันสำคัญเท่านั้นสิเ้าคะชุดแรกพวกเราเอาไว้ใส่ในวันสารทที่จะถึงและอีกชุดไว้ใส่ในวันตรุษขึ้นปีใหม่เ้าค่ะ”หวังิเยว่เอ่ยบอกมารดาอยากประจบประแจง
ในตอนแรกเหอฟางหรูอึ้งและนิ่งไป แต่เมื่อผ่านไปสักพักจึงหยักยกยิ้มที่มุมปากแล้วส่งรอยยิ้มให้หวังิเยว่จากนั้นนางจึงให้ทุกคนนำชุดใหม่ออกมาดู
หวังหนิงหลงรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากพี่สามเพิ่งให้เงินค่าขนมแก่เขากับน้องเล็ก แลวันนี้ยังซื้อชุดใหม่ให้แก่พวกเขาอีกครอบครัวของเขามีแต่เื่ดี ๆ เข้ามา นับั้แ่ที่พี่สามฟื้นขึ้นมาในวันนั้นเด็กน้อยคิดว่าพี่สามของเขาดีที่สุด ในขณะที่เด็กชายกำลังอยู่ในภวังค์ความคิดของตนได้มีเสียงของน้องสาวดึงเขาออกจากภวังค์
“ซินเอ๋อร์มีชุดใหม่ตั้งสามชุด ข้ามีชุดใหม่ไปอวดสหายในหมู่บ้านได้สักทีเ้าค่ะ”
“เดือนที่แล้วอาเจ๋อใส่ชุดใหม่มาอวดข้าหนึ่งชุดแต่คราวนี้ข้ามีชุดใหม่ถึงสามชุดขอรับ” หวังหนิงหลงเอ่ยสมทบคำพูดของน้องสาวด้วยความดีใจ
“พี่ซื้อลูกกวาดกลับมาจำนวนมากพวกเ้ารีบเข้าไปเปลี่ยนชุดใหม่ แล้วนำลูกกวาดไปแบ่งกินกับสหายเถิด” หวังิเยว่เอ่ยกับน้องทั้งสองคนด้วยความเอ็นดู
“ขอบคุณพี่สามขอรับ / เ้าค่ะ”ทั้งสองคนรีบวิ่งไปเปลี่ยนชุดใหม่ในทันที
ทั้งห้าคนมองหวังหนิงหลงและหวังิซินวิ่งออกไปต่างรู้สึกปลาบปลื้มดีใจเมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสองคนมีความสุขเช่นนี้เพราะแต่ก่อนเด็กทั้งสองคนมิเคยได้รับเสื้อผ้าใหม่และขนมเลยสักครา เวลาสหายอวดชุดใหม่และกินขนมอย่างเอร็ดอร่อยเด็กน้อยทั้งสองได้แต่มองตาละห้อย
‘พี่สาวคนนี้จะชดเชยให้พวกเ้าเอง’ หวังิเยว่คิดด้วยความมุ่งมั่น
อาหารมื้อเย็นวันนี้หวังิเยว่ได้ผู้เป็มารดาช่วยทำผัดคะน้าหมูกรอบไก่ผัดขิง ตบท้ายด้วยสาลี่ตุ๋นน้ำผึ้งเด็กน้อยทั้งสองคนกินอาหารมากกว่าปกติถึงสองเท่า หวังิเยว่ต้องร้องห้ามเพราะกลัวว่าน้องจะปวดท้องก่อนเข้านอนนางได้บอกกับทุกคนในครอบครัวว่า พรุ่งนี้จะพาทุกคนไปเที่ยวในตำบลเด็กน้อยทั้งสองตื่นเต้นดีใจะโไปมามิยอมหยุด จนเหอฟางหรูต้องห้ามและสั่งให้รีบเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า
ครอบครัวตระกูลหวังตื่นนอนแต่เช้าตรู่เด็กน้อยทั้งสองคนมีรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความสุขปรากฏอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาวันนี้ทั้งเจ็ดต่างคนสวมชุดใหม่ที่ ิเยว่ซื้อให้ เมื่อทุกคนพร้อมแล้วจึงออกเดินทางเข้าไปในตำบลโดยมีเสียงพูดคุยด้วยความตื่นเต้นของเด็กน้อยทั้งสองดังตลอดทาง