ทางด้านของจั๋วหลาน เมื่อได้ยินแบบนั้นก็ได้ยิ้มขึ้นมาในทันที และได้ตอบกลับ
""แน่นอนว่าข้านั้นยังไม่ได้ลืมว่าข้านั้นจะช่วยให้เ้าแข็งแกร่ง เพราะยังไงข้าก็ต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของเ้าในการสร้างร่างกายเนื้อของข้า ดังนั้นข้าจะช่วยเ้าอย่างเต็มที!!""
ซึ่งในจังหวะนั้น ฉินเฟิงก็ได้ถามต่อในทันที โดยที่ไม่รอช้า
""แล้วเ้าจะช่วยข้าให้แข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร ไหนเ้าลองว่ามา ว่าวิธีของเ้าเป็อย่างไร""
ทางด้านของจั๋วหลาน ก็ได้พยักหน้าและก็ได้ตอบกลับในทันที
""ก็ได้!แต่ก่อนอื่นเ้าออกไปจากจิตใต้สำนึกของเ้าก่อน และข้าจะสื่อสารกับเจ้้าผ่านกระแสจิต!!
ฉินเฟิงเองเมื่อได้ยินแบบนั้น ก็ได้ให้ร่างจิตของตนเองออกจากจิตใต้สำนึกตนเองเพราะฉินเฟิงเองไม่ได้มีความจำเป็ที่จะต้องอยู่ที่นั้นต่อ และในจังหวะนั้นทางด้านของจั๋วหลาน ก็ได้เริ่มพูดต่อในทันที
""เอาละ!ตอนนี้เ้าก็ออกจากจิตสำนึกของเ้าแล้ว งั้นเ้าลองมองไปยังนิ้วของโครงกระดูกของข้าว่ามันมีอะไรอยู่!!""
เมื่อได้ยินแบบนั้นฉินเฟิงก็ได้ลองมองไปนิ้วของโครงกระดูกทั้งสองข้างและปรากฏว่ามือข้างซ้ายของโครงกระดูก มีแหวนสีดำสวมอยู่ทำให้ฉินเฟิงเกิดความสงสัยขึ้นมาในทันที และก็ได้ยื่นมือไปถอดแหวนนั้นออกมาจากนิ้วของโครงกระดูก และก็ได้ถามขึ้นในทันที
"" แหวนวงนี้มันคือแหวนอะไร ลักษณะของมันเหมือนจะไมใช่แหวนธรรมดาทั่วไป!!""
ทางด้านของจั๋วหลานก็ได้ส่งกระแสจิตเข้ามาในหัวของข้า เพื่อตอบกลับ
""นั้นมันคือ แหวนมิติที่ข้าได้ใช้ในอดีต และข้าก็จำได้ว่า ข้างในแหวนวงนั้นข้าได้เก็บทักษะที่ใช้ในการต่อสู้ แต่เวลาก็ได้ผ่านนานมากเเล้ว ข้าเองก็จำไม่ได้ว่าข้าได้เก็บทักษะอะไรไว้บ้าง ในแหวนมิติวงนี้!!ดังนั้นเ้าจงนำสิ่งของที่อยู่ด้านในแหวน ออกมาตรวจสอบก่อน""
หลังจากสิ้นสุดเสียงของจั๋วหลานฉินเฟิงก็ได้เอาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในแหวนมิติออกมาในทันที และผลปรากฏว่า สิ่งที่อยู่ในแหวนนั้นมีเพียงตำรา3เล่มเท่านั้น เมื่อได้เห็นแบบนั้นฉินเฟิงก็เกิดความสงสัย ฉินเฟิงจึงหยิบตำราทั้ง3เล่มขึ้นมาดูในทันทีซึ่งดูเหมือนว่าตำราทั้ง3เล่มนั้นจะเป็ตำราทักษะการต่อสู้
และในจังหวะนั้น ทางด้านของจั๋วหลาน ก็ได้พูดขึ้น อย่างกระทันหัน
""ดูเหมือนว่าตำราพวกนี้มันยังไม่เหมาะสำหรับเ้า เพราะทักษะทั้ง3นั้นล้วนเป็ทักษะระดับนภา ยังไม่เหมาะสำหรับเ้าที่เพิ่งจะฝึกทักษะยุทธเ้าควรเก็บมันไว้ก่อน ไว้ฝึกตอนที่เ้ามีระดับพลังที่สูงกว่านี้!!""
เมื่อได้ยินแบบนั้น ทำให้ฉินเฟิงรู้สึกอารมณ์ร้อนขึ้นมาในทันทีและได้ตอบกลับไป
""ไหนเ้าบอกว่าจะช่วยให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นแต่มาตอนนี้เ้ากลับไม่ให้ข้าฝึกทักษะ มันหมายความอย่างไรอย่างน้อยเ้าก็ให้ข้าลองฝึกสักหน่อยก็ยังดีไม่ใช่มาตัดความหวังไม่ให้ข้าได้ลองฝึกแบบนี้!!""
ทางด้านของจั๋วหลาน เมื่อได้ยินแบบนั้นก็ได้รู้สึกหัวร้อนขึ้นมาเช่นกันและได้พูดต่อ
""ที่ข้าบอกเ้าแบบนั้นก็เพราะว่าข้าหวังดี ไม่อยากจะให้เ้าเสียเวลาอย่างเปล่าประโยชน์เพราะระดับพลังของเ้า มันยังไม่คู่ควรที่เ้าจะฝึกมันแต่ถ้าหากยืนยันหัวแข็งว่า้าฝึกทักษะพวกข้าก็จะไม่ห้ามเ้า แล้วถ้าเกิดเ้าเสียเวลาอย่างเปล่าประโยชน์ขึ้นมาเ้าก็อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน ถือว่าข้าได้เตือนเ้าแล้ว!!""
หลังจากนั้น ฉินเฟิงก็ไม่ได้สนใจคำพูดของจั๋วหลานข้าก็ได้ตัดหยิบทักษะเล่มขึ้นมาเปิดอ่าน ซึ่งทักษะเล่มนี้ มีชื่อว่า""อัสนีไร้เงา""และข้างในตำรา" อัสนีไร้เงา"มันได้เขียนเกี่ยวกับเคลื่อนไหวของร่างกาย และการเคลื่อนที่ซึ่งมันก็ได้ทำให้ฉินเฟิงรู้ขึ้นมาในทันทีว่ามันเป็ทักษะการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ซึ่งหลังจากนั้นฉินเฟิงก็ได้หยิบตำราทักษะอีก2เล่มขึ้นมาต่อ ปรากฏว่าทักษะทั้ง2นั้น เป็ทักษะที่ใช่สำหรับการโจมตี ซึ่งทักษะเล่มหนึ่งมีชื่อว่า""ฝ่ามือทลายิญญา"" ส่วนอีกเล่มนั้นมีชื่อว่า""กรงเล็บอสูรทมิฬ"" แต่ฉินเฟิงนั้นก็ได้ตัดสินใจที่จะเก็บทั้งสองที่ใช้ในการโจมตีเอาไว้ในแหวนมิติก่อน เพราะดูเหมือนว่ามันจะมีความยากในการฝึก มากกว่าทักษะ"อัสนีไร้เงา"อยู่หลายเท่าเลยดังนั้นฉินเฟิงจึงเก็บมันไว้ฝึกในภายหลัง ซึ่งฉินเฟิงในตอนนี้นั้นเลือกที่จะฝึกทักษะ"อัสนีไร้เงา" เห็นทักษะแรก
แต่ในจังหวะนั้น อยู่ๆทางด้านของจั๋วหลานก็ได้พูดขึ้นอย่างกระทันหัน
""เอาละ!! ข้าเข้าใจแล้วว่าเ้า้าที่จะฝึกมัน ดังนั้นข้าก็จะไม่ห้ามเ้าแต่ก่อนหน้านั้นอย่างที่ข้าได้บอกไว้ว่าข้าจะช่วยเ้าในเื่เพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่เ้าหากข้าบอกว่าข้ามีวิธีที่จะช่วยให้สามารถพัฒนาระดับพลังอย่างก้าวะโเ้าคิดว่าอย่างไรสนใจไหม""