เด็กวัด สร้างตำนานลุยโลกแฟนตาซี

    บทที่ 22 ฝึกทหาร 2

    บทที่ 22
    ผมค่อยๆเอามีดผ่ากุ้งมังกรทั้งตัว เพื่อที่ง่ายต่อการรับประทาน ผมอยากทำมันหลายๆแบบ ผมนำเนื้อกุ้งมังกรออกมาส่วนหนึ่งเพื่อทำเป็นเมนูกุ้งมังกรผัดซอสสามรส อีกส่วนหนึ่งผมจะนำไปทำต้มยำซะเลย ตัวใหญ่ดีนักมันน่าจะอร่อย
    ผมเมื่อเตรียมทำกุ้งเสร็จดูเหมือนป้าทาร่าจะหุงข้าวเสร็จแล้วนะ
    “ป้าทาร่าครับ ฝากทอดปลาด้วยนะครับ ทำทอดน้ำปลาเลยป้า” ผมบอกป้า
    “โอ้ !!” ป้าทาร่าตอบรับ
    ผมกับป้าทาร่าลุยงานครัวเต็มที่ ดีนะที่ทหารเมืองเรามีแค่สี่สิบ นายเท่านั้นถ้ามีเป็นร้อย ผมกับป้าสองคนคงเอาไม่อยู่
    ดูเหมือนพวกทหารเข้ามาในโรงอาหารกันแล้ว เพราะผมเริ่มได้ยินเสียงคนคุยกันแล้ว
    “หอมมากเลยวันนี้คุณทาร่าทำเมนูอะไรเนี่ย” ทหารนายหนึ่งพูดกับเพื่อน
    “จ๊อก !!!! ใช่ๆท้องข้าร้องหมดแล้วเนี่ย ยิ่งพึ่งวิ่งรอบเมืองมานายน้อยคลาวด์ฝึกโหดเป็นบ้าเลย” เสียงบ่นจากทหารอีกนาย
    “คลาวด์หายไปไหนน้า เห็นบอกให้ทหารมารวมตัวที่โรงอาหาร มีใครเห็นบ้างมั้ย” ผู้กองถามลูกน้อง
    “ผมเห็นเดินเข้ามาในโรงอาหารนี่ล่ะครับ แต่หายไปไหนผมไม่รู้เหมือนกัน แต่ทำไมวันนี้กลิ่นอาหารมันหอมจังเลยผู้กอง” ผู้กองพยักหน้า
    “ใช่มันหอมจริงๆ สงสัยวันนี้ป้าทาร่าจะทำเมนูใหม่ ข้าไม่เคยได้กลิ่นมันมาก่อนเลย” ผู้กองบอก
    “ดูเหมือนข้างนอกจะวุ่นวายแล้วนะครับ ผมเกือบเสร็จแล้วครับทางป้าเป็นอย่างไรบ้าง” ผมถามป้าทาร่า
    “ใกล้แล้วป้าทอดตัวสุดท้ายแล้ว” ป้าทาร่าตอบผม ผมค่อยๆเติมเครื่องปรุงลงไปในหม้อต้มยำกุ้งมังกร จากนั้นผมปิดไฟทันที
    “เดี๋ยวผมไปให้พวกทหารมาช่วยกันยกนะครับ” ผมเดินออกไปข้างนอก
    “ทหาร 3 นายนั้นช่วยยกอาหารหน่อย” ผมเรียกทหารที่อยู่ใกล้กับผมที่สุด
    “รับทราบ” ทั้ง 3 ตอบรับดูเหมือนเริ่มจะมีระเบียบวินัยขึ้นมาบ้างแล้วนะเนี่ยผมชักปลื้มนิดๆ
    “เอาล่ะปลาทอดน้ำปลาป้าเสร็จแล้วนายน้อยคลาวด์” ป้าทาร่าบอกกับผม
    “งั้นยกออกไปกันเถอะครับผมก็ชักหิวแล้วเหมือนกัน” ผมพูดขึ้นหลังจากมองลงไปในหม้อต้มยำ อืมมันกุ้งมังกรมันเยอะจริงๆ กลายเป็นน้ำข้นเลย
    พวกผมยกอาหารออกมาวางด้านนอก ดูเหมือนทหารทุกคนจะพร้อมแล้วสินะ นั่งแยกกันเป็นโต๊ะๆเลย
    ผมกับป้าทาร่าช่วยกันตักอาหารแบ่งให้เท่ากับจำนวนโต๊ะ โดยบอกใครไม่พอให้เอามาเติมได้ เมื่อผมวางอาหารครบทุกโต๊ะผมก็ตักแบ่งให้ตัวเองทันที
    ดูเหมือนจะยังไม่มีใครทานสินะ เกรงใจผมรึไง
    “เอ้าเริ่มทานกันเถอะครับ” ผมตะโกนบอกผมซดน้ำต้มยำก่อนทันที
    ซู้ด!!!!!! แซ่บโคตร จากนั้นผมก็ตักเนื้อกุ้งมังกรเข้าปาก
    นี่มันสุดยอดเลย!! เนื้อกุ้งทั้งหวานทั้งเด้ง ถึงผมจะไม่เคยกินกุ้งมังกรมาก่อนแต่ขอบอกมันสุดยอดจริงๆ เนื้อมันแน่นมาก แถมเมื่อกัดเข้าไปเนื้อมันเด้งขาดออกจากกันภายในปากทันที อนาคตผมอยากให้ริมทะเลเมืองผมขายอาหารทะเลย่างจริงๆ คงจะกลายเป็นอาชีพให้ชาวบ้านอีกทางนึงแน่ๆ ผมเงยหน้าขึ้นมองพวกทหาร ดูเหมือนไม่มีใครกล้ากินสักคน
    “นี่มัน แมลงสาบทะเลนี่ มันกินได้หรอ” นายทหารถามเพื่อนที่นังข้างๆ
    “ข้าก็ไม่รู้ ตอนเด็กๆข้าออกเรือกับพ่อ ตอนพ่อข้าจับมันได้ แค่แตะมันข้ายังไม่กล้าเลยข้ากลัว” ทหารนายนั้นบอกกับเพื่อน
    แต่ดูเหมือนจะมีคนใจกล้าทดลองทานมันดู
    “อร่อยโคตร !! เนื้อแมลงสาบทะเลนี่มันอร่อยจริงๆ” เมื่อเห็นเพื่อนทานได้หลายๆคนเริ่มลองบ้าง
    “อร่อย !!” เสียงหลายเสียงดังออกมาจากหลายๆโต๊ะ
    “มันอร่อยจริงๆ สุดยอดเลย ป้าทาร่าขอบคุณมากคร้าบ” ทหารบางนายตะโกนขอบคุณป้าทาร่า แต่ดูเหมือนป้าทาร่าจะไม่สนใจ เพราะป้ามัวแต่ซัดต้มยำกุ้งมังกรอยู่
    “ผู้กองทำไมโต๊ะเราไม่มีแมลงสาบทะเลล่ะครับ” ลูกน้องผู้กองถามหลังจากดูในชามแล้วไม่มี
    “อ่อคนตักคงลืมให้มามั้ง ไปขอใหม่สิ” ผู้กองตอบโดยรีบกลืนกุ้งมังกรให้ไวที่สุดเดี๋ยวลูกน้องจับได้
    อาหารมื้อนี้ทุกคนทานอย่างเอร็ดอร่อยจนลืมความเหนื่อยเมื่อเช้าไปหมด ผ่านไปเกือบ 30 นาที ต้มยำกุ้งมังกรหม้อใหญ่ก็หมดจนได้ รวมทั้งปลาทอดน้ำปลา และเนื้อกุ้งมังกรผัดซอสสามรส ผมว่าผมทำเยอะแล้วนะ ปริมาณมันสำหรับ 100 คนเลยนะนั่น เพราะผมกลัวของสดถ้าเก็บไว้นานมันจะรสชาติไม่ดี เพราะโลกนี้ไม่มีตู้เย็น ผมเลยใช้วัตถุดิบอาหารทะเลทำอาหารมื้อนี้
    “ป้าทาร่า แมลงสาบทะเลนี่อร่อยมากเลย” ทหารนายหนึ่งคุยกับป้าหลังจากลุกขึ้นมาเติมอาหาร
    “ป้าทำแค่ ปลาทอดเองนะ ที่เหลือนายน้อยคลาวด์เป็นคนทำเองทั้งหมดเลย” ป้าทาร่าบอกหลังจากตักอาหารเพิ่มให้
    “เหลือเชื่อ” ทหารนายนั้นหันมามองหน้าผม
    “จริงๆ แมลงสาบทะเล ชื่อมันไม่เพราะเลยนะครับ ผมขอตั้งชื่อมันให้ใหม่ว่า กุ้งมังกร” ผมเปลี่ยนชื่อมันซะเลย
    “กุ้งมังกรหรอครับ ชื่อเพราะกว่าเก่าเยอะเลย ผมเกิดและโตมาที่เมืองบาร็อค เพื่อนๆผมย้ายไปเมืองหลวงกันหมด แต่มีผมที่ไม่อยากไปไหนอยากอยู่ดูแลพ่อแม่ ผมเลยมาสมัครเป็นทหารซะเลย สมน้ำหน้าเพื่อนผมจริงๆ ที่ไมได้ทานอาหารอร่อยแบบนี้ ทั้งนี้ต้องขอบคุณท่านเอริก ที่ผลิตเครื่องปรุงขึ้นมาด้วย” ทหารนายนั้นร่ายยาวจากนั้นก็เดินกลับโต๊ะไปแต่ก่อนกลับดันตะโกนขึ้นมาว่า
    “ทุกคน แมลงสาบทะเลมื้อนี้ นายน้อยคลาวด์เป็นคนทำล่ะ ขอบคุณนายน้อยด้วยล่ะ แล้วอีกอย่างนายน้อยตั้งชื่อให้มันใหม่ว่ากุ้งมังกร จำเอาไว้ด้วย” ทหารนายนั้นตะโกนบอกเพื่อน ผมถึงกับส่ายหัว ไม่เห็นต้องประกาศเลยเฮ้อ
    “ขอบคุณครับนายน้อย” เสียงทหารทั้งหมดดังออกมาพร้อมกัน
    ผมปล่อยให้เหล่าทหารดื่มด่ำกับอาหารมื้อนี้กันไปก่อน หึบ่ายนี้หวังว่าคงไม่อ้วกกันนะ
    “ผู้กองครับ อีก 30 นาทีเรียกทุกคนไปรวมตัวกันหน้าเมืองนะครับ ผมขอรีบไปที่บ้าน เอาของซักหน่อย” ผมบอกผู้กองและ วิ่งกลับบ้านทันที
    ผมกลับมาเอาอุปกรณ์สำหรับฝึกช่วงบ่ายและบอกคุณมัลโก้ว่าอาทิตย์นี้จะค้างนอกบ้าน ให้ฝากบอกท่านแม่และท่านพ่อด้วย หลังจากคุณมัลโก้รู้เรื่องผม ก็เดินทางไปหน้าเมืองที่นัดเหล่าทหารไว้ทันที
    เมื่อผมมาถึงหน้าเมืองดูเหมือนทุกคนจะมากันแล้ว
    “เอาล่ะ ทหารทุกคนเข้าแถวหน้ากระดาน ส่วนผู้กองมากับผม ปฏิบัติ” เมื่อผมสั่งทุกคนรีบเข้าแถวถามคำสั่งทันที แต่ดูเหมือนยังมั่วๆ กันอยู่ไม่ค่อยเป็นระเบียบเท่าที่ควร ผมไม่ทำโทษหรอกนะไม่อยากเล่นบทโหด กลัวมีฉายาแปลกๆ ที่พวกทหารตั้งให้เอานี่สิ เหมือนนิยายหลายๆเรื่องที่ผมเคยอ่าน
    “นายทหารคนแรกทางนี้นับหนึ่งจากนั้นคนต่อไปนับสองสลับกันไปปฏิบัติ” ผมชี้ไปทหารที่ให้เริ่มนับทันที
    “ผู้กองครับ เอานี่ไป” ผมยื่นอุปกรณ์และแผนที่ให้ผู้กอง
    “นี่มัน” ผู้กองเปิดอ่าน
    “ครับรีบไปถือเป็นภารกิจ” ผู้กองพยักหน้าและวิ่งเข้าป่าไปทันที ผมหันไปดูทหารที่นับเสร็จแล้ว ผมจับแยกออกเป็นสองกลุ่มทันที
    “เอาล่ะ ทหารคนหน้าสุดของแต่ละกลุ่มมารับภารกิจ” ผมเรียกทหารหน้าสุดของแต่ละแถวเข้ามา
    “ดูเหมือนหัวหน้าทีม 1 เป็นคุณดันเต้นี่เอง” ผมยื่นจดหมายและแผนที่ฉบับหนึ่งไปให้
    “ส่วนคุณหัวหน้าทีม 2 คุณชื่ออะไร” ผมถาม
    “ผมฮานครับนายน้อย เป็นลูกหน่วยของผู้กอง” ผมพยักหน้าและยื่นจดหมายกับแผนที่ให้เช่นกัน
    “เอาล่ะเมื่อหัวหน้าแต่ละทีม ของที่ผมให้ไปแล้วจากนี้ 30 นาทีให้เปิดจดหมายออกและ ออกเดินทางได้ ภารกิจจะอยู่ในจดหมาย ถ้ากลุ่มใดเปิดจดหมายก่อน 30 นาทีอีกกลุ่มสามารถแจ้งผมได้เลย ผมจะมีบทลงโทษให้” ผมบอกและรีบวิ่งไปทางที่ผู้กองไปก่อนหน้าทันที
    ทหารแต่ละกลุ่มดูเหมือนเริ่มจะจับกลุ่มคุยกันแล้วว่าภารกิจเป็นอะไร ส่วนแผนที่ผมไม่ได้ผนึกซองไว้ แต่ละคนเลยผลัดกันดู
    “นี่มันแผนที่ป่าบาร็อคนี่นา แล้วจุดแดงๆในแผนที่นี่มันคืออะไร” ดันเต้ถามลูกทีม
    “ข้าก็ไม่รู้สิดันเต้ ยังไงก็ต้องรอดูภารกิจในจดหมายก่อน” คนในทีมตอบ
    ผมวิ่งออกไปเพื่อไปจุดนัดหมายกับผู้กองทันที ผมวิ่งไม่นานก็เห็นผู้กองรออยู่ ดูเหมือนงานจะเรียบร้อยดีสินะ
    “เป็นไงบ้างครับผู้กองเรียบร้อยนะ” ผมถามขึ้น
    “เรียบร้อยดีคลาวด์ ผมเอาธงไปวางในจุดที่กำหนดในแผนที่แล้ว หลังจากนั้นผมต้องทำอะไรต่อ” ผู้กองถามผม
    “ก็แค่รอให้มืดผู้กองเราก็หาที่พักผ่อนเถอะคืนนี้เราต้องเหนื่อยอีก” ผมล้มตัวลงนอนแถวๆ นั้นเลย
    ผู้กองมองผมอยู่พักครู่หนึ่งหลังจากนั้นก็ล้มตัวลงนั่งตาม ก่อนหยิบจดหมายภารกิจที่อยู่ในห่ออุปกรณ์ขึ้นมาดู จงนำธงทั้ง 2 ผืนไปปักไว้ในจุดที่สีแดงกำหนดในแผนที่และเดินทางมารวมตัวในจุดสีเขียว ภายในเวลา 30 นาที จากนั้นรอรับคำสั่ง
    ทางด้านทหารทั้ง 2 ทีม
    “30 นาทีแล้วดันเต้เปิดเถอะ” ลูกทีมบอกดันเต้
    “อืม” ดันเต้เปิดจดหมายออกมาอ่าน หัวหน้าทีมจงนำทีมไปรวมตัวกันที่จุดแดงที่กำหนด นั่นคือฐานที่มั่นของทีมคุณ แต่ละทีมจะมีธงสีแดงหนึ่งผืนพร้อมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารและหม้อหนึ่งใบ และนี่คือภารกิจ หนึ่งสัปดาห์ต่อไปนี้ทีมไหนสามารถแย่งธงจากอีกทีมมาเป็นของตัวเองได้คือผู้ชนะ ส่วนทีมที่รักษาธงไว้ไม่ได้คือทีมผู้แพ้ ผู้แพ้จะไม่ได้รับวัตถุดิบสำหรับทำอาหารในวันพรุ่งนี้ ขอให้พวกคุณโชคดี
    เมื่ออ่านจบดันเต้เงยหน้าขึ้นมองลูกทีมทันที เหมือนลูกทีมยังปรับตัวกันไม่ค่อยทัน ดันเต้หันไปมองทีมฮาน แต่ไม่เห็นใครเลย
    “เฮ้ยดันเต้อีกทีมวิ่งเข้าป่าไปแล้วเว้ย” ลูกทีมของดันเต้ชี้ให้ดู
    “เราก็รีบไปเว้ย ตามมาให้ไวเลย” ดันเต้วิ่งออกไปทันที
    จบ...
    ปล.ช่วงนี่เนื้อหาอาจจะยืดหน่อยทนอีกนิดนะครับใกล้จะ time skip แล้ว