การทดสอบวัดระดับพลังของรุ่นเยาว์นั้นจะจัดขึ้นทุกปีทั้งยังกำหนดอายุในการเข้ารับการทดสอบคือ 12 – 15 ปี เท่านั้นและการทดสอบนี้นั้นนอกจากจะเป็ตัวชี้วัดถึงความแข็งแกร่งของรุ่นเยาว์แล้วยังเป็ตัวแสดงถึงศักยภาพของตระกูลหหยางในอนาคตอีกด้วย
เนื่องจากภายในการทดสอบวัดระดับพลังของรุ่นเยาว์นั้นนอกจากจะมีตระกูลหยางอันเป็ผู้จัดงานแล้วตระกูลหยางยังได้ส่งเทียบเชิญตระกูลอื่นๆให้สามารถเข้ามารับชมการทดสอบได้เป็กรณีพิเศษในวันนี้เท่านั้นทั้งแน่นอนว่าตระกูลใหญ่แห่งเมืองฟ้าอำพันย่อมเข้าร่วมทั้งหมดเพื่อสังเกตการณ์ในครั้งนี้
ภายในโถงกลางแห่งตระกูลหยางยามนี้นั้นเนืองแน่นไปด้วยผู้คนอย่างที่สุดที่นั่งถูกจัดสรรออกเป็รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างใหญ่เหมาะสมกับเป็โถงกลางของ1ใน5ตระกูลใหญ่แห่งเมืองฟ้าอำพันอย่างยื่ง
ยามนี้เองที่หยางเทียนพลันมาถึงในสุดคนกระทั้งเร่งรีบอย่างสุดประมาณทั้งยังมาโดยไม่ได้กล่าวขอบคุณหยางสือแม้แต่น้อยเนื่องด้วยมันกลัวจะมาถึงไม่ทันจนอดรับทรัพยากรและต้องเบียดเบียนมารดามันอีก
“ฮ้า . .. .” เสียงถอนให้ใจด้วยความโล่งอกรอดออกจากปากของหยางเทียนในยามนี้จากสายตาของมันแล้วชัดเจนว่าการทดสอบเพิ่งจะเริ่มไปได้ไม่เท่าไหร่เท่านั้น
แต่ด้วยที่มันมาสายกว่ากำหนดเวลานั้นทำให้ตัวมันยามนี้ไม่เข้าใจถึงวิธีการทดสอบระดับพลังทั้งตัวมันยังไม่ทราบว่ามีลำดับขั้นใดอื่นนอกจากนี้อีกหรือไม่นี้ตัวมันยามนี้ยังทำเพียงยืนนิ่งพร้อมใบหน้าที่บ่งบอกถึงความงงงันเป็ที่สุดมันกระทั่งไม่ทราบว่าตัวมันควรทำสิ่งใดก่อนเป็อันดับแรก
ไม่ทันที่หยางเทียนจะได้ยืนงงเป็คนจรเข้าเมืองไปนานเท่าไหร่พลันมีเสียงของคนผู้หนึ่งกระแทกเข้ามาที่หูของมัน “เ้าเด็กที่มาสายตรงนั้นหากอยากเข้ารับการทดสอบก็รีบมาต่อแถวนี้สะ แต่หากไม่แล้วจงหลบทางขึ้นไปบนที่นั่งของผู้มาชมดูอย่าได้ยืนเกะกะหนทางผู้คน”
เสียงกล่าวนี้เด่นชัดว่าเต็มไปด้วยความไม่พอใจผสมมาทั้งยังกล่าวออกด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานรุนแรงผสมไปด้วยลมปราณมาอยู่เนืองๆ
หยางเทียนเห็นดังนั้นคนพลันรีบเร่งพาร่างตนเองไปที่หางแถวของกลุ่มรุ่นเยาว์ที่ต่อแถวกันอยู่ในทีทัน
เพียงไม่นานกลับปรากฏเสียงของรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งในกลุ่มรุ่นเยาว์ที่ต่อแถวยามนี้ดังขึ้น “เฮ้ยนั่นมันเ้าบุตรของบ่าวรับใช้แห่งตำหนักาุโลำดับห้าที่เป็ดั่งตัวตนชั้นขยะนี่หว่าเหตุใดมันถึงกล้าเสนอหน้ามาที่แห่งนี้ได้กันมันไม่รู้อย่างนั้นหรือว่านี่คือการทดสอบวัดระดับพลังไม่ใช่การทดสอบวัดระดับความเป็ขยะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”เสียงหัวเราะดังรอดลอดไมห่ยุดจากร่างของเด็กผู้หนึ่งชัดเจนว่าคำกล่าวและเสียงหัวเราะอันน่าขยะแขยงนี้พุ่งเป้าไปที่ตัวหยางเทียนอย่างแน่นอนทั้งยังเป็สียงหัวเราะและคำกล่าวด่าทอต่อบุคคลผู้หนึ่งอย่างไม่ไว้หน้าอีกด้วย
หยางเทียนปลายตาไปทางเด็กผู้นั้นอยู่พักหนึ่งจึงจดจำใบหน้าของรุ่นเยาว์ผู้นั้นได้เนื่องด้วยมันคือผู้หนึ่งที่อยู่ในกลุ่มของหยางกุ้ยในยามที่อยู่ในป่าแห่งเขตตระกูลหยาง
“หึ !ระดับพลังเพียงแค่ขั้นที่สองแห่งลมปราณแรกกำเนิดเท่านั้นหรือ” เสียงอันแ่เบากล่าวออกขึ้นจากตัวของหยางเทียนชัดเจนว่ามีแต่ตัวมันเพียงเท่านั้นที่ได้ยินเสียงนี้
ทันทีที่หยางเทียนทราบถึงตัวตนและระดับพลังของอีกฝ่ายคนพลันเลิกสนใจไปในทันใดเนื่องด้วยมันไม่เห็นเด็กน้อยผู้นั้นอยู่ในสายตามันแม้แต่น้อย
“พวกเ้าหยุดกล่าววาจาไร้สาระได้แล้วที่นี่คือโถงกลางแห่งตระกูลหยางทั้งยามนี้พวกเ้ายังยืนอยู่ต่อหน้าตัวตนระดับสูงของเมืองฟ้าอำพันเหตุใดยังกล้าแสดงกริยาชั้นต่ำออกมาให้คนภายนอกเห็นกัน”เสียงสบถด่าอย่างไม่พอใจในส่วนของหัวแถวดังขึ้นจากสตรีน้อยนางหนึ่งชัดเจนว่ากล่าวด่าต่อกลุ่มของรุ่นเยาว์ที่กำลังถากถางเสียดสีต่อตัวหยางเทียน
แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากคำกล่าวของสาวน้อยเงียบดับลงทั่วทั้งแถวของรุ่นเยาว์ที่กำลังส่งเสียงพลันเงียบลงตามไปด้วยอย่างไม่มีผู้ใดกล้าปริปากออกมา
ยามนี้ความสงสัยได้ปรากฏอยู่บนใบหน้าของหยางเทียนเป็ที่เรียบร้อยแล้วคิ้วบนใบหน้าของมันตอนนี้ขมวดเข้าห้ากันอย่างควบไม่ได้ทั้งในความคิดของมันกลับมีคำถามหนึ่งผุดขึ้น “นางเป็ใครกันเหตุใดทุกผู้คนทำตามวาจานาง ชัดเจนว่าพวกมันทุกคนรู้จักเด็กหญิงผู้นี้ดีแต่เหตุใดข้ากลับไม่รู้จักนางเลยกัน"
“เอาละคนต่อไปก้าวออกมาและยื่นมือไปแตะที่ศิลาวัดระดับพร์ของเ้าสะ”เสียงของผู้ควบคุมขั้นตอนการทดสอบดังขึ้นออกมาอีกครา
ผู้คนที่ก้าวออกไปยามนี้นั้นคือคนผู้ที่หยางเทียนรู้จักเป็อย่างดีทั้งยังได้ไปพำนักอยู่ในบ้านของมันเมื่อ10กว่าวันก่อนอีกด้วยมันย่อมเป็ใครไปไม่ได้นอกจากหยางกุ้ย
ใบหน้าของหยางกุ้ยขณะก้าวเดินไปที่ศิลาทดสอบพลังนั้นประดับไปด้วยรอยยิ้มมั่นใจในตนเอง ทั้งยังเป็ความั่นใจในตนเองอย่างสูงสุดตัวมันกระทั่งรับทราบในพร์ของตนเองอยู่ก่อนแล้วเนื่องด้วยบิดาของมันเคยทดสอบระดับของมันเมื่อยามที่มันอายุได้5ขวบ
ต้องกล่าวก่อนว่าระดับพร์ของศิลาทดสอบนั้นแบ่งออกเป็ขาว เทา เขียว ฟ้า ม่วง ทอง และสีชาด ทั้งแต่ละสีจะประกอบไปด้วยแสงอีก 5 จุดด้วยกัน หากผู้ใดได้รับแสงสีเขียวถึงจะเรียกว่าเป็พร์แห่งผู้ฝึกตนได้ทั้งมันยังมีโอกาสทะลวงเข้าสู่ระดับสูงสุดแห่งปราณแรกกำเนิดได้ในภายภาคหน้าอีกด้วยแต่หากผู้ได้เหยียบย้ำเข้าสู่เสียงสีฟ้าแห่งพร์ได้ละก็ไม่ว่าจะปรากฏออกมากี่จุด ก็จะถูกนับเป็อัจฉริยะแห่งตระกูลทันที
เนื่องด้วยพร์แห่งเสงสีฟ้านี้นั้นเป็ดั่งตัวรับประกันว่าภายภาคหน้าของเด็กน้อยผู้นั้นหากถูชี้แนะอย่างดีแล้วละก็ย่อมทะลวงเข้าสู่ระดับหลอมรวมปราณได้อย่างแน่นอนทั้งตัวตนระดับผู้มีลมปราณขั้นหลอมรวมยังถูกนับว่าเป็บุคคลทรงอิธิพลในเมืองฟ้าอำพันอย่างมากอีกด้วย
“เคลื่อนฝ่ามือของเ้าไปแตะที่ศิลาวัดระดับพลังนี่สะ”เสียงกล่าวผู้ควบคุมการทดสอบดังออกมาอีกครั้ง ชัดเจนว่าน้ำเสียงมันดูอ่อนโยนอย่างยิ่งขณะที่กล่าวกับหยางกุ้ยทั้งใบหน้ามันยังประดับไว้ด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
ทันทีที่ฝ่ามือของหยางกุ้ยเข้าไปแตะที่ศิลาทดสอบพลังพลันปรากฏแสงสีฟ้าสาดประกายไปทั่วทั้งห้องโถง ทั้งยังปรากฏดวงแสง1จุดออกมาด้วยเช่นกัน
“หยางกุ้ยพร์สีฟ้า 1 จุด รับทรัพยากรผลึกปราณระดับกลาง 1 ก้อน และผลึกปราณระดับต่ำ 5 ก้อนต่อเดือนเ้าสามารถไปรับทรัพยากรการบ่มเพาะได้ทันทีที่คลังแห่งตระกูลหลังจบการทดสอบวัดระดับพลังในยามนี้”เสียงประกาศของของผู้คุมการทดสอบดังขึ้นทั้งยั้งเป็เสียงที่กล่าวดังอย่างมากราวกับจะประกาศให้ทุกผู้คนรับรู้ถึงพร์ของเด็กน้อยตระกูลหยางตรงหน้ามันอย่างภาคภูมิ
“หึ!ข้าไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดมันถึงกล้าเมินเฉยต่อกฎเกณฑ์ที่ห้ามทำร้ายกันนอกสนามประลอมในตระกูลระดับของพร์มันเป็ดั่งอัจฉริยะนี่เองไม่ว่ามันทำเื่ราวเลวร้ายภายในตระกูลเพียงใดนอกจากไม่มีใครเอาผิดมันกลับยังคอยเอาออเอาใจมันเสียอย่างนั้น”หยางเทียนพลันกล่าวออกขณะมองไปที่แสงศิลาทดสอบพลังที่กำลังจางหายไปใบหน้าของหยางเทียนยามนี้ยังคงเรียบเฉยดังเดิมทั้งน้ำเสียงยังเรียบเฉยคล้ายกับว่ามันไม่ได้สนใจอันใดต่อตัวของหยางกุ้ยเช่นกัน
การทดสอบยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆหยางเทียนยังคงไม่ได้สนใจต่อรุ่นเยาว์คนอื่นใดเนื่องจากที่ผ่านๆมานอกจากตัวตนของหยางกุ้ยแล้วนอกนั้นก็ไม่มีใครสร้างแสงแห่งพร์เกินสีเขียว3จุดได้อีกเลย
เพียงไม่นานกลับมีเด็กหญิงผู้หนึ่งซึ่งดึงดูดสายตาและความสนใจของหยางเทียนในยามนี้เป็อย่างมากเนื่องจากเด็กหญิงนางนี้คือผู้ที่กล่าวปรามาสให้กลุ่มรุ่นเยาว์ทั้งหมดเงียบลงเมื่อก่อนหน้านั้นเอง
ในยามนี้เด็กหญิงได้หยุดยืนตรงหน้าของศิลาทดสอบพลังทั้งยังเคลื่อนออกด้วยมือซ้ายตนเองด้วยความเร็วในการเคลื่อนมือของเด็กหญิงนั้นไม่ช้าไม่เร็วอาจเรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่พอดีเข้าไปเตะที่ศิลาทดสอบระดับพลังอย่างถนัด
ทันใดนั้นสิ่งที่น่าตกตะลึงกับเกิดขึ้นส่งผลให้ทั่วทั้งห้องโถงเกิดความเงียบงันไม่มีแม้สักเสียงที่หลุดรอดออกมาในยามนี้ทั้งใบหน้าของผู้คนทั่วห้องโถงพลันประดับไปด้วยอาการแห่งความไม่อาจทำใจเชื่อได้ปรากฏอยู่บนใบหน้าอาการปากอ้าตาค้างบัดนี้ประดับอยู่ทั่วห้องโถงกลางแห่งตระกูลหยางเป็ที่เรียบร้อย
“ยะ . .. หยางจื่อหลิง พร์สีม่วง 5 จุดส่วนทรัพยากรการบ่มเพาะของเ้าพวกเราจะปรึกษากันกับผู้าุโผู้ดูแลคลังแห่งตระกูลเพื่อหาสิ่งเหมาะสมให้แก่เ้าอีกครั้ง”ผู้ควบคุมการทดสอบยามนี้ชัดเจนว่าตกตะลึงไม่แพ้บุคคลอื่นในห้องโถงกลางแห่งตระกูลแม้แต่น้อยน้ำเสียงที่มันกล่าวออกชัดเจนว่าทั้งสั่นเครือทั้งตะกุกตะกักดั่งคนลืมเลือนวิธีการพูดไปเสียอย่างนั้น
“เด็กหญิงน้อยนี่ชัดเจนว่าคือบุตรีของท่านหยางลู่จิวหัวหน้าตระกูลหยางใช่หรือไม่” เสียงคนผู้หนึ่งเริ่มรอดออกมาจากฝากชนส่งผลให้ยามนี้เสียงที่เคยอัดอั้นพลันะเิออกมาดังก้องไปทั่วห้องโถงกลางอีกทั้งหัวข้อยังคือเด็กน้อยผู้ได้รับแสงพร์สีม่วง 5จุดอย่างไม่ต้องสงสัย
“ข้าผู้แซ่กู่ขอแสดงความยินดีกับพี่ลู่จิวด้วยที่บุตรีของท่านยามนี้ชัดเจนว่าเกินเลยคำว่าอัจฉริยะไปไกลห่างแล้วภายภาคหน้าย่อมแน่ชัดแล้วว่าตระกูลกู่เราคงได้แต่เป็รองตระกูลหยางแล้ว”เสียงกล่าวอย่างนอบน้อมยามนี้ดังขึ้น ทั้งยังพุ่งตรงไปที่หัวหน้าตระกูลหยางเพื่อแสดงความยินดีอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของหยางลู่จิวยามนี้ประกอบไปด้วยรอยยิ้มอันภาคภูมิอย่างที่สุด“ท่านกู่เลี่ยงหรงกล่าวหนักเกินไปแล้ว ทั้งตระกูลกู่อันเป็1ใน5ตระกูลใหญ่ยังเป็ดั่งตระกูลที่มีไมตรีจิตที่ดีต่อตระกูลหยางมาอย่างยาวนานไฉนเลยจะต้องมีผู้ใดเป็รองผู้ใดได้”หยางลู่จิ่วพยักหน้ารับคำยินดีก่อนกล่าวตอบไปด้วยความสุภาพต่อตัวตนด้านข้างของมัน
“ข้าผู้แซ่กู่ไม่ได้กล่าวอันใดหนักไปเลยพี่ลู่จิ่วเนื่องด้วยพร์ของบุตรีท่านนั้นกระทั่งเมืองหลวงของอาณาจักรแดนแห่งน่านสมุทรนี้ยังมีเพียงไม่มากนักที่จะพร์เทียบเท่ากับเด็กน้อยจื่อหลิงนี่ได้”คำกล่าวของกู่เลี่ยงหรงดังออกมาอีกครั้งชัดเจนว่าเต็มไปด้วยความยินดีและความถอดถอนใจออกมาเนืองๆเนื่องด้วยในความคิดมันยามนี้ชัดเจนแล้วว่าภายภาคหน้าตระกูลหยางย่อมทะยานสู่จุดสูงสุดของเมืองฟ้าอำพัน ทั้งอาจยังมีอำนาจพอเทียบเคียงกับสำนักต่างๆบริเวณรอบนอกเมืองหลวงได้เลยทีเดียว
“พวกข้าก็ขอแสดงความยินต่อท่านหยางลู่จิวด้วยเช่นกันที่ตระกูลหยางของท่านภายภาคหน้าต้องหนีไม่พ้นคำว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าอำพันนี้เป็แน่แล้ว”ยามนี้เองที่เสียงของอีก3บุรุษดังขึ้นเพื่อกล่าวแสดงความยินดีต่อหยางลู่จิ่วเช่นกันทั้งคำกล่าวที่พวกมันได้กล่าวไปดั่งเป็คำเยินยออย่างสุดประมาณอีกด้วยชัดเจนว่าทั้งสามนั้นคือหัวหน้าแห่งสามตระกูลใหญ่ของเมืองฟ้าอำพันอันประกอบไปด้วยตระกูลโจว ตระกูลเจิ้ง และตระกูลอี๋
หยางลู่จิ่วเพียงยิ้มและพยักหน้าตอบรับกับหัวหน้าแห่งสามตระกูลใหญ่เพียงเท่านั้น
“เงียบๆได้แล้ว คนต่อไปจะทดสอบมั้ยหากเ้ายังยืนนิ่งกันอยู่ข้าจะถือว่าพวกเ้า้าสละสิทธิ์การทดสอบในปีนี้”หลังจากสติของผู้คุมการทดสอบกลับมา คนพลันตระหนักได้ว่าตนเองได้หลุดรอยไปนานเกินไปจนทำให้เวลาของการทดสอบที่ได้กำหนดไว้ กลับต้องเลื่อนยาวนานออกไปเสียแล้ว
“ขะ ขะขอรับ” เสียงเด็กรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งกล่าวตอบวาจาต่อผู้คุมการทดสอบอย่างประหม่าพร้อมทั้งรีบเร่งร่างกายตนเพื่อไปัักับศิลาทดสอบอย่างรวดเร็ว
“หยางฉาพร์สีเขียว 5 จุด รับทรัพยากรบ่มเพาะ ผลึกปราณระดับต่ำจำนวน5 ก้อนต่อเดือน”
หลังจบคำกล่าวของผู้คุมการทดสอบหยางฉาพลันหันหน้ากลับมาเพื่อยิ้มเย้ยหยันกวนประสาทต่อหยางเทียนก่อนจากไปแน่ชัดแล้วว่าเด็กน้อยหยางฉาผู้นี้คือคนที่กล่าวสบถเหยีดหยามหยางเทียนเมื่อยามมาถึงทั้งยังเป็หนึ่งในกลุ่มคนของหยางกุ้ยอีกด้วย
หยางเทียนเห็นอย่างนั้นแต่ตัวมันกลับหาได้สนใจไม่เนื่องด้วยแท้จริงแล้วที่มันมาเข้าทดสอบยามนี้เพียงเพื่อ้าผลึกลมปราณเพื่อใช้ในการฝึกฝนพลังของตนเท่านั้นนอกจากสิ่งนี้แล้วตัวมันไม่คิดว่าจะมีสิ่งใดทำให้มันเกิดความสนใจขึ้นได้อีกหากแต่ยังมียกเว้นอย่างหนึ่งนั่นคือตัวตนของหยางจื่อหลิงที่ทำให้หยางเทียนอดตกตะลึงกับระดับพร์ของนางเสียมิได้
การทดสอบยามนี้ดำเนินไปจนกระทั่งถึงบุคคลสุดท้ายที่มาเข้ารับการทดสอบสายที่สุดรุ่นเยาว์ผู้นี้นั้นจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากหยางเทียนที่กำลังก้าวออกตรงไปที่ศิลาทดสอบพลังเพื่อรับการทดสอบพร์ของมัน
ทั้งในใจมันยามนี้กลับไม่ได้หวังสิ่งใดในพร์มันแม้แต่น้อยเนื่องด้วยั้แ่ที่มันเริ่มเข้าสู่หนทางแห่งการฝึกมารดาของมันเคยได้กล่าวไว้แล้วว่าระดับพร์ของตัวมันเพียงอยู่ในแสงสีขาวอันเป็แสงแรกและยังปรากฏออกมาเพียงจุดเดียวเท่านั้นทั้งนี้ยังนับว่าต่ำกว่าตัวตนอย่างปุถุชนทั่วไปที่จะได้รับแสงพร์สีเทาเสียอีก
ตัวมันที่ทราบเื่ราวดีอยู่แล้วจึงไม่ได้มีความหวังอันใดแม้แต่น้อยเพียงแค่มารับการทดสอบให้มันจบไปแล้วไปรับทรัพยากรมาบ่มเพาะพลังต่อเพียงเท่านั้น