หลังจากที่หญิงสาวที่อ้างตนว่าตัวเองคือ ริเอน่า เด็กสาวที่ได้เคยถูกเรอัลช่วยไว้ในอดีต ได้กอดเรอัลพร้อมกับร้องไห้ด้วยความคิดถึงมาเกือบชั่วโมงเต็ม ในที่สุดเธอก็ได้หยุดร้องไห้ลง แต่ก็ยังคนไม่ยอมคลายอ้อมกอดจากตัวเรอัลออก เนื่องจากเธอกลัวว่าสิ่งที่เธอพบเจอในวันนี้นั้นจะเป็เพียงแค่ความฝัน และเป็เพียงแค่ภาพลวงตาที่อาจถูกสร้างขึ้นมา แล้วถ้าเธอปล่อยเขาไป เขาอาจจะหายไปจากเธอก็เป็ไปได้ เธอจึงยังคงกอดเรอัลเอาไว้แน่นอยู่อย่างนั้น
ทางเรอัลเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงกับหญิงสาวคนนี้ต่อไปดี เขาจึงได้แต่คอยยืนเงียบ ๆ ให้เธอกอดอยู่อย่างนั้น พร้อมกับคอยลูบผมสีเงินของเธอเพื่อคอยปลอบประโลมหญิงสาวอย่างไม่คิดอิดออดอะไร เนื่องจากการที่ถูกสาวสวยเข้ามากอดไว้อย่างนี้มันก็ทำให้รู้สึกดีไปอีกแบบ เขาจึงไม่ได้ขัดขืนอะไร ถึงแม้เธอ้าจะกอดเขาไปอีกเป็ชั่วโมงก็ตาม
และหลังจากเวลาผ่านไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดหญิงสาวในอ้อมกอดของเรอัลก็ได้คลายกอดลง ก่อนจะเธอถอยห่างออกจากเขาเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้ห่างมากนักมันยังคงถือว่าค่อนข้างจะดูใกล้ชิดกันมากอยู่เช่นเดิม
"เป็ไงบ้าง เ้าพอใจแล้วอย่างนั้นเหรอ?" เรอัลได้ถามขึ้นอย่างขี้เล่น หลังเห็นว่าหญิงสาวเธอยอมปล่อยตัวเขาแล้ว จนทำให้หญิงสาวที่ได้ยินคำถามหยอกล้อนั้นถึงกับหน้าขึ้นสีแดงก่ำ เพราะความเหนียงอาย
"พ..พอใจแล้วค่ะ" หญิงสาว หรือ ริเอน่า ได้ตอบขึ้นมาอย่างเขินอายไม่กล้าที่จะสบตาชายหนุ่ม
"เหรอ งั้นก็ดีแล้วล่ะ แล้วเ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงงั้นเหรอริเอน่า?" เรอัลที่เห็นท่าทางเขินอายของหญิงสาวก็ได้ยิ้มบางออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะถามเธออีกครั้ง
"คือว่าฉันคอยตระเวนไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่เคยเป็ที่อยู่ของท่าน หรือเป็สถานที่ที่ท่านเคยผ่านไปและพำนักอยู่ เผื่อวันหนึ่งจะมีโอกาสได้เจอกับท่านอีกครั้งตามที่ฉันได้ใฝ่ฝันเอาไว้ และได้ทำตามคำสัญญาที่ฉันได้เคยสัญญาเอาไว้กับท่านในวันนั้น ที่ว่าฉันจะแข็งแกร่งขึ้นแล้วจะออกตามหาท่าน เพื่อที่จะตอบแทนท่านให้ได้ในสักวันหนึ่ง" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครืออีกครั้ง
"ฉันคอยฝึกฝนและได้ออกเดินทางไปทั่วทั้ง Eternal world เพื่อที่จะหาเบอะแสของท่าน พร้อมทั้งคอยหวังอยู่ในใจลึก ๆ ว่าสักวันหนึ่งจะต้องได้เจอท่านอย่างแน่นอน จนในที่สุดวันนี้ก็ได้มาถึง วันที่ฉันได้เจอกับท่านอีกครั้งแบบนี้ มันทำให้ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิตของฉันเลยค่ะ" ริเอน่าอธิบายออกมา ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือพร้อมกับน้ำตาคลออีกครั้ง จนทำให้เรอัลจำต้องปลอบเธออีกครั้งโดยการลูบหัวเธอเบา ๆ พร้อมกับพูดปลอบออกมา
"เ้าคงจะลำบากมากเลยสินะ ที่คอยตามหาคนที่ไม่ค่อยจะอยู่เป็หลักเป็แหล่งอย่างข้าแบบนี้ คงจะพยายามมากเลยสินะ" เรอัลพูดปลอบหญิงสาว แต่มันก็ยิ่งทำให้หญิงสาวต้องร้องให้หนักขึ้นกว่าเก่าไปอีก
"ไม่เป็ไร ๆ ไม่ต้องร้องนะ ตอนนี้พวกเราสองคนก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้วนิ่ เ้าไม่จำเป็ต้องลำบากตามหาตัวข้าอีกต่อไปแล้วนะ" เรอัลพูดขึ้น พร้อมกับใช้มือเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน
"สุดท้ายข้าต้องขอขอบคุณเ้ามาก ๆ เลยนะ ที่คอยลำบากตามหาคนอย่างข้ามานานหลายปีแบบนี้ ขอบคุณนะริเอน่า" เรอัลพูดขอบคุณออกมา พร้อมกับลูบหัวของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน จนทำให้ร่างกายของหญิงสาวต้องสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง
"น..นายท่านราเอล~" ริเอน่าเรียกเรอัลอีกครั้งก่อนที่เธอจะร้องไห้และเข้าไปกอดเขาอีกครั้ง ทางเรอัลก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด เขาปล่อยให้หญิงสาวกอดเขาอีกครั้ง พร้อมกับคอยปลอบเธออีกรอบ
...
"ขออภัยนะคะ นายท่านที่ฉันไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ จนต้องลำบากนายท่านต้องมาคอยปลอบฉันอยู่แบบนี้" ริเอน่าได้พูดขอโทษออกมาด้วยด้วยท่าทีเขินอาย เพราะว่าเธอนั้นรู้สึกว่า เธอนั้นได้ไปทำให้เรอัลต้องมาคอยปลอบเธออยู่นานเป็เวลาหลายชั่วโมงแบบนี้
"ไม่เป็ไร ไม่ต้องขอโทษข้าหรอกริเอน่า เื่แค่นี้เองข้าไม่ว่าอะไรหรอก ข้าไม่คิดมาก" เรอัลพูดออกมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ที่ดูไม่ค่อยใส่ใจกับเื่ที่ริเอน่าขอโทษเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะเขานั้นเข้าใจดีว่าเธอนั้นรู้สึกยังไง ในความจริงเขาควรจะเป็คนที่ต้องขอโทษเธอด้วยซ้ำไปที่ปล่อยให้เธอต้องมาตามหาตัวเขามานานหลายปีแบบนี้
"เราไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่านะ เรายืนอยู่ให้ห้องนี้มานานหลายชั่วโมงแล้วล่ะ" เรอัลได้เสนอบางอย่างขึ้นมากับริเอน่่า
"ค่ะ นายท่าน" ริเอน่าที่ได้ยินสิ่งที่เรอัลเสนอก็ได้ตอบรับทันทีโดยเธอไม่ต้องคิดอะไร ก่อนที่พวกเขาทั้งสองคนจะเดินไปยังห้องหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ มันเป็ห้องนั่งเล่นที่เรอัลเคยใช้ในครั้งอดีต
"เอาล่ะ ทีนี้เราก็มาคุยกันดีกว่า เพราะข้าอยากจะรู้ความเป็ไปของโลกในตอนนี้เป็อย่างมาก เพราะข้าได้ห่างหายจากเื่ต่าง ๆ ไปนานนับพันปีแล้ว จึง้ารู้เกี่ยวกับข่าวสารใหม่ ๆ เพื่อที่จะทำให้สามารถตามทันโลกได้ ดังนั้นจึงต้องขอรบกวนให้เ้าช่วยข้าเื่นี้หน่อยได้ไหมริเอน่า" เรอัลพูดออกมากับหญิงสาวตรงหน้า
"วางใจได้เลยค่ะนายท่าน ฉันที่เคยเดินทางมารอบโลกมาแล้ว มันจึงทำให้ฉันได้รับรู้อะไรต่าง ๆ มากมาย ฉันจะบอกทุกสิ่งที่ฉันรู้มาในชีวิตให้แก่นายท่านทั้งหมดเลยค่ะ" ริเอน่าตอบรับคำขอของเรอัล อย่างหนักแน่น
"อื้ม ถ้าได้แบบนั้นข้าก็ขอบคุณมาก แต่ก่อนที่เ้าจะเริ่มเล่า ข้ามีอะไรจะถามเ้าอยู่นิดหน่อยน่ะ" เรอัลพูดออกมาพร้อมกับมองไปยังหญิงสาว
"ถามเื่อะไรอย่างนั้นหรือคะ?" ริเอน่าเอียงคอด้วยความสงสัยเล็กน้อย
"ทำไมเ้าไม่มานั่งกับข้าล่ะ จะไปยืนอยู่ตรงนั้นทำไม?" เรอัลถามขึ้นพร้อมกับมองไปยังหญิงสาว ที่ตอนนี้เธอนั้นกำลังยืนอยู่ไม่ห่างจากเขามากนัก มันจึงทำให้เขารู้สึกสงสัยขึ้นมาว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมมานั่งกับเขา
"ฉันไม่สามารถที่จะไปนั่งเทียบเสมอกันกับนายท่านได้หรอกนะคะ" ริเอน่าพูดอธิบายออกมา
"ทำไมจะทำไม่ได้ ในเมื่อเ้ากับข้าก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันสักหน่อย มา ๆ นั่งลงแล้วก็เล่าสิ่งที่เ้ารู้มาให้ข้าฟังได้แล้ว" เรอัลอดที่จะส่ายหน้าให้กับความคิดของริเอน่าไม่ได้ ก่อนที่เขาจะดึงตัวเธอให้ลงมานั่งข้าง ๆ เขา จนทำให้หน้าของหญิงสาวแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง
"เอาหละทีนี้ก็เล่าสิ่งที่เ้ารู้มาได้แล้ว" หลังจากที่หญิงสาวได้นั่งลง เรอัลก็ได้พูดขึ้น
"ค..ค่ะ ง..งั้นฉันจะเริ่มเล่าจากหลังจากตอนที่ท่านได้หยุดาได้ครั้งนั้นก่อนเลยนะคะ" ริเอน่าพูดออกมาด้วยคำพูดที่ติดขัดเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะตั้งสติแล้วค่อย ๆ เล่าสิ่งต่าง ๆ ให้เรอัลฟัง ซึ่งทางเรอัลก็พยักหน้าตอบรับ ก่อนที่หญิงสาวจะเริ่มเล่าสิ่งต่าง ๆ ให้กับเขาได้ฟัง
เธอได้เล่าว่า หลังจากที่เขา ราชันย์จอมปราชญ์ ได้ทำการหยุดาในครั้งนั้นลง พร้อมกับใช้มหาเวท {พันธสัญญาแห่งโลกา} ออกมาพร้อมกับบัญญัติกฎห้ามทำาระหว่างเผ่าพันธุ์ขึ้นมาอีก เหล่าเผ่าพันธุ์ทั้งหลายก็ต่างพากันถอนตัวกลับสู่ถิ่นฐานของตน พร้อมกับเก็บตัว และไม่คิดที่จะทำาอีกเป็ครั้งที่สอง
ถึงแม้จะมีบางเผ่าพันธุ์ที่ไม่เชื่อคำของราชันย์จอมปราชญ์ในตอนนั้น คิดที่จะทำาอีกครั้งขึ้นมา แต่พวกมันก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เนื่องจากหลังจากที่เจตจำนงค์ของโลกได้รับรู้เข้าก็ได้ทำการลงโทษทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องกับความคิดนี้ของเผ่าพันธุ์นั้น จนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ขึ้นจนทำให้เผ่าพันธุ์นั้นเกือบจะสูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้ มันจึงทำให้เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ที่ได้ทราบถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดความหวาดกลัวจนไม่กล้ามีความคิดเ่าั้อีก มันจึงทำให้ในเวลาต่อมาโลกก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง
จนเวลาล่วงเลยผ่านมาห้าร้อยปี มันก็ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นมาทั่วโลก จนทำให้โลกกลับมาวุ่นวายอีกครั้งหลังจากที่สงบมานานนับหลายร้อยปี โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ได้ทำให้โลกเปลี่ยนไปอีกครั้ง
เนื่องจาก จู่ ๆ ทั่วทั้งโลกก็ได้ปรากฏสถานที่อันพิเศษ ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรมากมาย ไม่ว่าจะเป็ แร่เวทมนตร์ ของวิเศษ สมบัติต่าง ๆ ฯลฯ อีกมากมาย แต่ภายในสถานที่แห่งนั้นก็ไม่ได้มีแค่ทรัพยากรต่าง ๆ เพียงเท่านั้น สถานที่แห่งนั้นยังมาพร้อมกับอันตรายนับอนันต์ไม่ว่าจะเป็กับดักต่าง ๆ ภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมอันโหดร้าย และสิ่งอื่น ๆ อีกมากมายที่คอยจะพรากชีวิตของผู้ที่หลงเข้าไป
โดยสิ่งที่อันตรายมากที่สุดในสถานที่แห่งนี้ก็คือ เหล่ามอนสเตอร์ต่าง ๆ ที่เกิดออกมาอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ไม่ว่าจะกวาดล้างไปสักเท่าไหร่ เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะเหล่ามอนสเตอร์เ่าั้มันก็จะเกิดขึ้นกลับมาใหม่อีกครั้งไม่มีวันจบ
และด้วยสถานที่แห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยเหล่าสมบัติและความอันตรายมากมาย จนทำให้ในภายหลังผู้คนทั้งหลายต่างขนานนามมันเอาไว้ว่า สถานที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและความตาย {ดันเจี้ยน}
"เห~~ดันเจี้ยนอย่างนั้นเหรอ" เรอัลที่ได้ฟังก็เกิดรู้สึกสนใจขี้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะฟังริเอร่าเล่าต่อ
หลังจากการปรากฎของดันเจี้ยนก็ได้ทำให้โลกกลับมาวุ่นวายอีกครั้งเนื่องจากความล่อตาล่อใจของมันจึงทำเกิดการขัดแย้ง และแย่งชิงขึ้นมาอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้มันไม่ได้หนักหนาจนทำให้เกิดเป็าระหว่างเผ่าพันธุ์เหมือนกับครั้งในอดีต แต่เป็การต่อสู้ที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับของเจตจำนงค์แห่งโลก โดยมีเหล่ามหาวีรบุรุษวีรสตรีทั้งหลาย คอยควบคุมดูแลความเป็ระเบียบของทุกเผ่าพันธุ์
"เหล่ามหาวีรบุรุษวีรสตรีเหรอ?" เรอัลที่ได้ยินก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย
"ค่ะ พวกเขาก็คือคนที่เคยได้รับความไว้วางใจจาก ราชันย์มหาจอมปราชญ์ในอดีตหรือจะให้พูดง่าย ๆ พวกเขาก็คือเหล่าสหายและลูกศิษย์ของท่านยังไงล่ะคะ นายท่าน" ริเอน่าอธิบายออกมาด้วยรอยยิ้ม
"สหายกับเหล่าลูกศิษย์ของข้าอย่างนั้นเหรอ" เรอัลที่ได้ยินก็ถึงกับแปลกใจ ที่เหล่าสหายและลูกศิษย์ของเขากลายเป็วีรบุรุษวีรสตรีของโลกไปซะแล้ว หลังจากที่เรอัลทำความเข้าใจอยู่สักพักเขาก็กลับมาฟังริเอน่าเล่าต่อ
หลังจากที่เหล่าวีรบุรุษวีรสตรีเข้ามาดูแลจัดระเบียบของทุกเผ่าพันธ์ ก็ทำให้ทุกอย่างดูสงบลงอีกครั้ง เนื่องจากพวกเขาเ่าั้ได้ทำการประกาศออกไปทั่วโลกว่า ดันเจี้ยนทุกแห่งบนโลกนั้นไม่ได้เป็ของคนใดคนหนึ่งหรือเผ่าพันธุ์ไดเผ่าพันธุ์หนึ่ง แต่เป็ของทุกคนบนโลกใบนี้ ทุกคนสามารถเข้าไปใฝ่คว้าหาโอกาศของตัวเองได้ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็ใครหรือมาจากเผ่าพันธุ์ไหนก็ตาม ทุกคนก็สามารถใช้ประโยชน์จากดันเจี้ยนได้ โดยที่ต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับที่ทางเหล่าวีรบุรุษฯ ได้กำหนดเอาไว้
ถ้าเกิดว่าใครคิดที่จะฝ่าฝืนกฎข้อบังคับเ่าั้ ทางมหาวีรบุรุษฯ จะขอทำการจัดการกับบุคคลคนนั้นตามเหตุสมควรในนามของ ราชันย์จอมปราชญ์ ราเอล และ เหล่าวีรบุรุษวีรสตรีทั้งหลาย
จนทำให้โลกกลับมาสงบสุขลงอีกครั้งนับั้แ่นั้นเป็ต้นมา และเพราะความสงบสุข รวมกับการที่ผู้คนทั้งหลายคอยเข้าไปแสวงหาโอกาสต่างๆ ภายในดันเจี้ยนอยู่อย่างไม่ว่างเว้น มันก็ได้ทำให้สิ่งต่าง ๆ สามารถพัฒนาไปได้อย่างต่อเนื่องจนทำให้ชีวิตการเป็อยู่ของคนบนโลกนี้ค่อย ๆ ดีขึ้น จนสามารถพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้กับโลกใบนี้ขึ้นมาได้อีกมากมายหลายอย่าง จนกระทั่งผ่านมาถึงปัจจุบันนี้
/////////////////////////////////
จบตอนจ้าาาาาาาาาา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ คิดเห็นอย่างไรก็ comment ได้นะ :) 555