บทที่ 4 เสี่ยวหยาง นายจะโวยวายทำไมกัน?
[ดีเจไม่แฟร์เลย! เพิ่งเล่าได้ไม่กี่นาที ก็บอกใบ้ให้พวกเราส่งของขวัญอีกแล้ว!]
[นั่นสิ ๆ! คืนนี้มันอะไรกันเนี่ย จะเล่าเื่ดี ๆ ไม่ได้เลยใช่ไหม?]
[คืนเงินมา คืนเงินมา! ดีเจคืนเงินมาเลยนะ!]
[โคล่าหอมหวาน :คืนบ้าอะไรล่ะ พวกที่ยังไม่มีแม้แต่ป้ายแฟนคลับจะโวยวายอะไรกัน?]
[ซูหางเผิงอวี้เยี่ยน :+1]
[จิงโจวหวังลี่หง :ฮ่า ๆ พี่ชายด่าได้สะใจมาก]
[โคล่าหอมหวาน ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 3 ลำ ให้กับห้องไลฟ์ของคุณ!]
[โคล่าหอมหวาน ได้เลื่อนระดับเป็ 'าา' คนแรกของห้องไลฟ์]
[โอ้วว ท่านเทพสุดยอดมาก ท่านเทพยังขาดคนคอยตามรับใช้ไหมครับ?]
[เรือลำหนึ่งสองหมื่นห้า รวมกับลำแรกด้วย ท่านเทพคนนี้ส่งไปสี่ลำแล้วนะ เงินแสนหนึ่งละลายหายไปกับน้ำเลยเหรอ?]
[ข้างบนน่ะไม่รู้อะไรเลย เงินแสนหนึ่งซื้อความสุขให้ท่านเทพได้ก็คุ้มแล้ว]
[คนอื่นจ่ายแสนนึงก็เหมือนเราจ่ายร้อยหนึ่งนั่นแหละ ห่วงตัวเองเถอะ]
[ความจนมันจำกัดจินตนาการของฉันจริง ๆ ...]
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ยอดของขวัญรวมในห้องไลฟ์ก็พุ่งไปถึงสองแสนกว่าแล้ว แถมจางหยางยังได้ 'าา' คนแรกของห้องไลฟ์อีกด้วย
ในสถานีวิทยุกระจายเสียงเจียงเฉิงแต่ละทีมรายการจะแยกห้องไลฟ์ออนไลน์กัน
คนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดอย่างตัวท็อปของสถานีอย่างหลิวเฟยอวี่ ในห้องไลฟ์ก็มี 'าา' เพียงแค่สองคนเท่านั้น และนั่นคือแฟนคลับระดับตัวยงที่เขาสะสมมาตลอดการทำงานเจ็ดแปดปี
แต่จางหยางกลับหา 'าา' มาได้หนึ่งคนภายในคืนเดียว
หลิวเฟยอวี่รู้สึกอิจฉาริษยาจนแทบคลั่ง ตอนแรกเขาคิดว่าเส้นทางอาชีพของจางหยางมาถึงทางตันแล้ว และคืนนี้คงจะปิดฉากลงอย่างน่าอนาถ
แต่คิดไม่ถึงว่าคืนนี้จางหยางจะเหมือนเปลี่ยนเป็คนละคนแบบนี้ ทั้งน้ำเสียงที่ใช้เล่า การสร้างบรรยากาศ การดึงอารมณ์...
ต้องยอมรับว่าคืนนี้ จางหยางมีความเป็มืออาชีพมาก เผลอ ๆ จะเหนือกว่าตัวเขาเองเสียด้วยซ้ำ
แต่ถึงอย่างนั้นหลิวเฟยอวี่ก็ยังเชื่อว่า ลำพังแค่เื่ผีห่วย ๆ ของจางหยางไม่มีทางที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้หรอก
ทว่าในตอนนี้ เมื่อเห็นข้อความของขวัญที่ไหลพุ่งอย่างบ้าคลั่งในห้องไลฟ์ หลิวเฟยอวี่ถึงเพิ่งจะรู้สึกถึงแรงกดดันเป็ครั้งแรก
ตามสถิติหลังบ้าน ตอนนี้รายการเพิ่งออกอากาศไปเพียงยี่สิบนาทีเท่านั้น จางหยางกลับสร้างรายได้ให้สถานีไปแล้วกว่าสองแสนหยวน!
นาทีละหนึ่งหมื่นเลยเหรอ?
แถมตัวเลขนี้ยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ!
จำนวนคนดูในห้องไลฟ์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลิวเฟยอวี่ทำงานมาหลายปี ไม่เคยทำยอดได้ดีขนาดนี้มาก่อน
ตอนนี้เขาโกรธจนกัดฟันกรอด แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย!
...
อีกด้านหนึ่ง เื่เล่าของจางหยางยังคงดำเนินต่อไป
"เมื่อกี้พูดถึงคนที่เสียชีวิตั้แ่อายุยังน้อยใช่ไหมครับ พวกเขาจะมีแรงอาฆาตค่อนข้างรุนแรง และเทพปากกาที่พวกเราเรียกมาในคืนนั้น เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก
เพื่อไม่ให้มันโกรธ ผมเลยถามต่อว่า 'เทพปากกา เทพปากกา คุณมีความปรารถนาอะไรที่ยังไม่สมหวังหรือเปล่า?'
ปากกาในมือผมกับหวังกังวนรอบเครื่องหมายถูกบนกระดาษสีขาวทันที ผมเข้าใจว่า นี่คือการที่เทพปากกาตอบตกลง
ดังนั้นผมจึงไล่ถามกันไปตามความ้าของเทพปากกาว่ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ไหม? ครั้งนี้ ปากกาลอยนิ่งอยู่ในอากาศครู่หนึ่ง
จากนั้นก็ตกลงมา และค่อย ๆ เขียนคำว่า 'วัดหนิงซาน' สามตัวใหญ่ ๆ ลงบนกระดาษสีขาว ลายมือดูสะอาดตาและสวยงาม มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ของผมและหวังกังแน่!
เพราะลายมือของหวังกังนั้นหวัดจนอ่านไม่ออก ส่วนลายมือของผมก็ถูกอาจารย์บอกว่าเหมือนไส้เดือนคลาน แต่คำว่าวัดหนิงซานสามคำที่ปรากฏบนกระดาษในตอนนั้น เขียนด้วยตัวบรรจงที่มาตรฐานมาก!
ทุกตัวอักษรแฝงไปด้วยความอ่อนช้อยและมีเสน่ห์ ตอนนั้นในใจผมคิดเลยว่า นี่ต้องเป็ลายมือของผู้หญิงแน่ ๆ อายุ 18 เสียชีวิตั้แ่วัยเยาว์ และเป็ผู้หญิง
ทุกคนครับ นี่มันพิมพ์เขียวของผีร้ายชัด ๆ ... ในฤดูร้อนที่อุณหภูมิสามสิบกว่าองศา ผมกับเพื่อนอย่างหวังกังกลับเหงื่อท่วมตัวจนเสื้อเชิ้ตแนบเนื้อ ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะนั้นผมยังจำได้จนถึงทุกวันนี้เลย
ผมถามเทพปากกาอีกครั้งว่า คุณ้าให้ผมไปที่วัดหนิงซานใช่ไหม? ปากกาวนรอบเครื่องหมายถูกบนกระดาษอีกครั้ง ผมััได้ว่าอารมณ์ของเทพปากกาเริ่มคงที่ขึ้นเล็กน้อย ผมจึงลดความประหม่าลง
หลังจากยืนยันได้ว่าเทพปากกา้าให้ผมไปที่วัดหนิงซาน ผมก็ตอบตกลงไปอย่างไม่รู้ตัว จะว่าไปก็แปลก จริง ๆ แล้วก่อนที่ผมจะเอ่ยปากตกลง แค่ในใจเกิดความคิดว่า 'จะไปวัดหนิงซาน' ปากกาในมือก็ดูเหมือนจะคลายออก แรงของเทพปากกาก็หายไปทันที
ผมเคยคิดว่าเทพปากกาสามารถรับรู้ถึงความคิดที่แท้จริงในใจของผมได้... คืนที่พวกเราเล่นเกมเทพปากกาในหอพัก หวังกังและจางซานเฟิงก็เกิดไข้สูง วันรุ่งขึ้นทั้งคู่ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือ แต่ผ่านไปหลายวันอาการก็ไม่มีท่าทีจะดีขึ้นเลย
จนกระทั่งถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมนึกถึงเื่ที่รับปากเทพปากกาไว้ วัดหนิงซานอยู่ไกลจากโรงเรียนของผมมาก ต้องนั่งรถเมล์ต่อด้วยแท็กซี่ ไปกลับน่าจะใช้เวลาห้าหกชั่วโมง
ดังนั้นวันเสาร์นั้น ผมจึงเดินทางไปวัดหนิงซานั้แ่เช้าตรู่ ในวัด ผมได้ขอคำแนะนำจากเ้าอาวาสเกี่ยวกับเื่ 'วิธีทำให้ดวงิญญาไปสู่สุคติ' และเื่อื่น ๆ
จากนั้นก็เสียเงินซื้อธูปหลายดอก ไหว้พระโพธิสัตว์ อธิษฐานขอให้เทพปากกาในคืนนั้นได้ไปสู่สุคติ ถือโอกาสขอบคุณพระพุทธเ้าที่คุ้มครองผมในคืนนั้นด้วย... ตอนที่กลับถึงโรงเรียนก็เป็เวลาค่ำแล้ว
พอกลับไปถึง ผมก็ได้ยินอาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่าหวังกังกับจางซานเฟิงไข้ลดแล้ว และออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว คืนนี้จะกลับมาที่หอ ตอนนั้นผมรู้ทันทีว่า อาการป่วยของพวกเขาไม่ใช่ไข้หวัด แต่เป็เพราะ... เทพปากกาในคืนนั้น
แต่เพราะผมรักษาคำมั่นสัญญา พวกเราทั้งสามคนจึงไม่ประสบเคราะห์ร้ายอีก ั้แ่นั้นมา พวกเราในหอพักต่างรู้กันโดยไม่ต้องพูด และไม่เล่นเกมลี้ลับอย่างเทพปากกาอีกเลย
และนี่คือเื่แรกของคืนนี้ครับ... เทพปากกา พวกเราพักกันยี่สิบนาที แล้วจะกลับมาเล่าเื่ที่สองครับ"
เมื่อจางหยางเล่าเื่จบ และหันไปมองในห้องไลฟ์ ก็พบว่าข้อความแชทไหลทะลักจนแน่นหน้าจอ
ข้อความก่อนหน้ายังอ่านไม่ทันจบ ก็ถูกข้อความถัดไปดันหายไปทันที
[ดีเจอย่าเพิ่งไป...]
[ดีเจ ผมยังอยากฟังต่อ...]
ข้อความทำนองนี้มีนับไม่ถ้วน
ของขวัญต่าง ๆ ก็ถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ระยะเวลาไลฟ์เพียงสามสิบกว่านาที ดันให้ห้องไลฟ์เื่เล่ายามดึกของจางหยางพุ่งจากคนดูไม่กี่ร้อยคน ขึ้นไปถึงห้าแสนคน!
และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ!
ต้องรู้ก่อนว่า หลังเที่ยงคืนเป็ต้นไป ดีเจชื่อดังหลายคนต่างพากันพักผ่อนแล้ว ซึ่งนี่คือโอกาสทองที่ดีเจตัวเล็ก ๆ จะพลิกเกมขึ้นมา ดังนั้นแม้จะมีคนดูห้าแสนกว่าคน ก็สามารถติดอันดับต้น ๆ ของแพลตฟอร์มไลฟ์ได้
เพราะจางหยางเล่าเื่ได้ยอดเยี่ยม ห้องไลฟ์จึงถูกผู้ชมแชร์ออกไปอย่างต่อเนื่อง
ผลพวงของการบอกต่อ ทำให้จำนวนคนดูในห้องไลฟ์พุ่งสูงขึ้นราวกับติดจรวด!
...
ในขณะเดียวกัน
ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงเจียงเฉิงในห้องทำงานของผู้อำนวยการสถานี
ผู้อำนวยการเฉินชิ่งเฟิงกำลังตรวจเอกสารอยู่ โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเขาดังขึ้น
เฉินชิ่งเฟิงเอื้อมมือไปรับสาย ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ได้ยินเสียงที่ทั้งร้อนรนและตื่นเต้นของผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการจากปลายสาย
"ท่านผู้อำนวยการครับ รีบ... รีบดูหลังบ้านด่วนเลยครับ"
เฉินชิ่งเฟิงขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าหลังบ้านมีอะไรน่าดู
"เสี่ยวหยาง นายจะโวยวายเหมือนพวกวัยรุ่นทำไมกัน"
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เฉินชิ่งเฟิงก็ยังเอื้อมมือไปคลิกเมาส์ และชำเลืองมองข้อมูลหลังบ้าน
เมื่อเขาเห็นข้อมูลสองบรรทัดนั้น เขาก็ใจนอ้าปากค้าง
จำนวนคนดูห้องไลฟ์เื่เล่ายามดึกเกือบห้าแสนคน?
ในขณะเดียวกัน ช่องทางวิทยุของเื่เล่ายามดึกมีอัตราผู้ฟังสูงถึง 1.8%
เฉินชิ่งเฟิง ผู้อำนวยการที่ปกติสุขุมเยือกเย็น อดไม่ได้ที่จะหลุดปากออกมาว่า "เชี่ย!"