สองสัปดาห์แรกหลังจากแมนเดินทางจากไป... บ้านสวนหลังใหญ่แห่งนี้กลับยิ่งเงียบเชียบและกว้างขวางขึ้นจนน่าใจหาย
เตียงนอนกว้างใหญ่ที่เคยอบอุ่นไปด้วยอ้อมกอดของสามี บัดนี้เหลือเพียงฉันที่ต้องนอนกอดหมอนข้างด้วยความอ้างว้างในทุกค่ำคืน ร่างกายอวบอัดของฉันที่เคยชินกับการลูบไล้และััรักจากสามีเริ่มรู้สึกวูบวาบและสั่นไหวได้ง่ายในความเงียบสงัด บางครั้งเสียงลมพัดใบมะม่วงหลังบ้านไหวระเกะระกะก็ทำให้ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความหวาดระแวง
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจยิ่งกว่าความอ้างว้าง คือเื่แปลกประหลาดที่เริ่มเกิดขึ้นในบ้านสวนแห่งนี้
ทุกๆ เช้า กิจวัตรประจำวันของฉันเริ่มต้นด้วยการตื่นมาเตรียมสำรับภัตตาหารเช้าให้คุณพ่อณรงค์ จากนั้นจึงเป็งานทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูบ้านหลังใหญ่ และซักเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
เนื่องจากบ้านสวนตั้งอยู่ลึกเข้ามาจากถนนใหญ่และล้อมรอบด้วยต้นไม้ครึ้ม ฉันจึงมักจะตากเสื้อผ้าไว้ที่ราวตากผ้าอลูมิเนียมหลังบ้าน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชายคาครัวและลานดินใต้ร่มเงาของต้นกระท้อนใหญ่
วันนั้นแดดจัดจ้า ลมพัดโชยกลิ่นไอแดดผสานกลิ่นดอกไม้ป่าโชยมาจางๆ ฉันเก็บตะกร้าผ้าพลาสติกสีหวานก้าวเดินออกไปหลังบ้านเพื่อเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ั้แ่เมื่อวาน
ฉันไล่เก็บเสื้อเชิ้ต กางเกงทำงาน และเสื้อยืดของตัวเองลงตะกร้าทีละตัวจนกระทั่งมาถึงมุมตากชุดชั้นใน...
หัวใจของฉันพลันสะดุดกึกเมื่อพบความว่างเปล่าบนไม้แขวนเสื้อตัวเล็กที่ปกติใช้หนีบกางเกงในและยกทรงลูกไม้
กางเกงในลูกไม้สีดำสนิทแบรนด์หรูที่แมนซื้อให้เป็ของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้วหายไป... มันควรจะแขวนอยู่ตรงนี้คู่กับยกทรงสีเดียวกัน
ฉันขมวดคิ้วมุ่น พลางก้มลงมองหาบนพื้นดินเผื่อว่าลมพัดแรงจะหอบมันตกลงไปกองกับพื้น แต่บนลานดินสะอาดสะอ้านหลังบ้านกลับไม่มีเศษผ้าสีดำแม้แต่ชิ้นเดียว
"แปลกจัง..." ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางพยายามนึกทบทวนว่าตัวเองลืมซักหรือนำไปเก็บไว้ที่อื่นหรือเปล่า ทว่าก็มั่นใจเป็อย่างดีว่าซักมันและนำออกมาตากพร้อมเสื้อตัวอื่นๆ แน่นอน
แต่ในเวลานั้นฉันไม่ได้คิดอะไรมาก คิดเพียงว่าลมอาจจะพัดมันลอยหายเข้าไปในดงกล้วยน้ำว้าหลังสวน จึงปล่อยผ่านไป
ทว่า... อีกสามวันต่อมา เหตุการณ์เดิมก็เกิดขึ้นซ้ำรอยอีกครั้ง
คราวนี้เป็กางเกงในลูกไม้สีชมพูพาสเทลตัวโปรดที่บางเบาจนแทบมองเห็นผิวเนื้อด้านใน มันหายไปจากไม้หนีบอย่างไร้ร่องรอย โดยที่ยกทรงสีชมพูคู่ของมันยังคงแขวนอยู่ที่เดิม
ความสงสัยเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความตื่นตระหนกและหวาดระแวง ร่างกายอวบอัดสั่นเทาเล็กน้อยขณะยืนนับจำนวนชุดชั้นในที่ตากอยู่
"หายไปอีกตัวแล้ว..." ฉันครางเสียงแ่ในลำคอ ใบหน้านวลซีดเผือดลงเล็กน้อย
นี่ไม่ใช่เื่บังเอิญอีกต่อไปแล้ว... ลมพัดแรงแค่ไหนก็ไม่มีทางที่จะพัดพากางเกงในตัวเล็กหลุดจากไม้หนีบเหล็กเนื้อดีไปได้โดยที่เสื้อผ้าตัวใหญ่กว่ายังแขวนนิ่งสนิท
มีใครบางคน... แอบปีนรั้วบ้านสวนเข้ามาขโมยมันไป!
ความคิดนี้ทำให้ฉันเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง รู้สึกเหมือนมีสายตาปริศนากำลังจับจ้องมองสรีระอวบอัดของฉันผ่านพุ่มไม้หนาทึบรอบบ้านสวนอยู่ตลอดเวลา
ยามค่ำคืนที่ต้องนอนคนเดียว ความระแวดระวังพุ่งสูงจนฉันต้องเดินเช็กล็อกประตูหน้าต่างทุกบานในบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงสามสี่รอบก่อนเข้านอน
วันต่อมา ขณะที่ฉันกำลังยืนเตรียมอาหารกลางวันอยู่ในครัวไทยหลังบ้านด้วยความกระสับกระส่าย เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"ทำอะไรอยู่จ๊ะฝ้าย กลิ่นหอมโชยไปถึงห้องโถงเชียว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยบารมีของผู้ใหญ่ดังขึ้นทำให้ฉันสะดุ้งตัวโยนและรีบหันกลับไปมองทันที
คุณพ่อณรงค์สวมเสื้อยืดคอปกสีเบจดูเรียบร้อยสมวัยห้าสิบสามปี ใบหน้าคมเข้มยังคงประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน สายตาคมกริบภายใต้แว่นสายตาจ้องมองมาที่ฉันด้วยแววตาห่วงใยประหนึ่งบิดาผู้โอบอ้อมอารี
"ฝ้ายแกงเขียวหวานไก่ค่ะคุณพ่อ..." ฉันตอบเสียงแ่ พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติแต่ฝ่ามือบางกลับชื้นเหงื่อ
"เป็อะไรหรือเปล่าลูก หน้าตาดูซีดๆ เซียวๆ ั้แ่เมื่อเช้าแล้วนะ นอนไม่หลับหรือเปล่า" คุณพ่อณรงค์ก้าวเดินเข้ามาใกล้ขึ้นช้าๆ กลิ่นน้ำยาโกนหนวดและกลิ่นชาจีนจางๆ จากกายของท่านโชยมาแตะจมูก
"เอ่อ... คือ..." ฉันอึกอัก ไม่กล้าเล่าเื่ชุดชั้นในหายให้พ่อสามีฟังเพราะรู้สึกกระดากอายเกินกว่าจะเอ่ยปากพูดเื่กางเกงในกับผู้ใหญ่เพศชาย
แต่ความหวาดระแวงและความกลัวที่สะสมมาหลายวันทำให้ฉันตัดสินใจเอ่ยออกไปเลี่ยงๆ
"ฝ้ายรู้สึกเหมือน... ่นี้มีคนแปลกหน้าแอบเข้ามาในบริเวณหลังบ้านสวนน่ะค่ะคุณพ่อ ของที่ตากไว้หลังบ้านหายไปหลายชิ้นแล้ว"
ดวงตาคมกริบของคุณพ่อณรงค์วูบไหวไปเล็กน้อยภายใต้กรอบแว่นหนา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความเคร่งขรึมจริงจังอย่างรวดเร็ว
"ขโมยรึ? แถวนี้ปกติไม่มีวัยรุ่นเร่ร่อนนะ แต่ก็ไว้ใจไม่ได้หรอก บ้านสวนเราเนื้อที่กว้างขวางป่ารกมันเยอะ ขโมยโรคจิตอาจจะแอบปีนเข้ามาจากฝั่งสวนผลไม้ท้ายบ้านก็ได้"
คุณพ่อณรงค์เอ่ยด้วยสีหน้าวิตกกังวล พลางเอื้อมมือหนาใหญ่ที่ดูอบอุ่นมาแตะไหล่บางของฉันแ่เบาเพื่อปลอบโยน ััอุ่นร้อนจากฝ่ามือของท่านซึมผ่านเนื้อผ้าเสื้อยืดจนฉันรู้สึกเสียววูบที่หัวไหล่โดยไม่ตั้งใจ
"ไม่ต้องกลัวนะฝ้าย พ่ออยู่ที่นี่ทั้งคน เดี๋ยวพ่อจะโทรตามช่างให้มาติดกล้องวงจรปิดรอบๆ บ้านสวน โดยเฉพาะมุมหลังบ้านและราวตากผ้า จะได้รู้ตัวว่าไอ้โรคจิตคนไหนมันกล้าเข้ามาเพ่นพ่านในบ้านเรา"
"ขอบคุณมากค่ะคุณพ่อ... ฝ้ายค่อยโล่งใจหน่อย" ฉันยกมือไหว้ขอบคุณท่านด้วยความซาบซึ้งใจ รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้างเมื่อรู้ว่าผู้ใหญ่ในบ้านรับฟังและพร้อมปกป้อง
คุณพ่อณรงค์ส่งยิ้มอ่อนโยนให้พลางบีบไหล่ฉันเบาๆ อีกครั้งก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้องครัว...
แต่ทว่า... ในห้องนอนใหญ่ชั้นสองของคุณพ่อณรงค์ ประตูล็อกลงกลอนสนิทแน่นจากด้านใน
แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านทึบแสงเข้ามาเป็เส้นบางๆ เผยให้เห็นร่างภูมิฐานของคุณพ่อณรงค์ที่ยืนอยู่ข้างตู้เสื้อผ้าไม้สักโบราณ
ใบหน้าสุขุมน่านับถือเมื่อครู่ บัดนี้ลับหลังสะใภ้สาวกลับแปรเปลี่ยนเป็ความหื่นกระหายและวิปริตอย่างปิดไม่มิด
มือหนาใหญ่และหยาบกร้านเอื้อมไปเปิดลิ้นชักลับด้านในตู้เสื้อผ้า ก่อนจะหยิบเอา "กางเกงในลูกไม้สีชมพูพาสเทลบางเบา" ที่เพิ่งขโมยมาขึ้นมาประคองไว้บนฝ่ามือ
ดวงตาคมกริบของชายวัยห้าสิบสามจ้องมองเนื้อผ้ารัดรูปตัวเล็กจิ๋วนั้นด้วยสายตากระหายอยาก พลางยกมันขึ้นมาซุกไซ้ใบหน้าเข้มและสูดดมกลิ่นอายความหอมหวานของเนื้อสาวสะใภ้ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนเนื้อผ้าอย่างหิวกระหาย
"หอมเหลือเกิน... ยายสะใภ้แสนดีของพ่อ..."
พ่อณรงค์ครางเครือในลำคอเสียงแหบพร่า ร่างกายกำยำสมวัยของเขาร้อนรุ่มไปด้วยแรงตัณหา มือหนาอีกข้างเลื่อนลงไปบีบเค้นเป้ากางเกงตัวเองที่เริ่มโป่งนูนแข็งขึงขยายตัวใหญ่โตยามจินตนาการถึงเรือนร่างอวบอัดขาวผ่องของฝ้ายยามที่สวมใส่กางเกงในตัวจิ๋วนี้ส่ายสะโพกเดินไปมาในบ้านสวน
เขาสูบดมกลิ่นสาบสาวปนน้ำยาปรับผ้านุ่มอย่างหมกมุ่น แววตาเต็มไปด้วยแผนการอันร้ายกาจที่จะค่อยๆ บีบต้อนเหยื่อสาวหัวอ่อนให้ยอมจำนนราบคาบอยู่ใต้ร่างของเขาในไม่ช้า...
รุ่งขึ้น... อากาศค่อนข้างอบอ้าว ลมสงบนิ่งจนแทบไม่มีใบไม้ไหว
ฉันเดินออกไปเก็บผ้าที่ลานตากผ้าหลังบ้านตามปกติหลังจากช่างกล้องวงจรปิดเข้ามาวัดพื้นที่ไปเมื่อเช้า
ฉันก้มลงหยิบไม้แขวนเสื้อตัวสุดท้ายเก็บลงตะกร้าพลาสติกสีหวาน ทันใดนั้น สายตาของฉันก็สะดุดเข้ากับกระดาษโน้ตสีขาวแผ่นเล็กกะทัดรัดที่พับครึ่งอยู่ก้นตะกร้าผ้า
ฉันขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่ออกดู
ตัวอักษรภาษาไทยที่เขียนด้วยปากกาเคมีสีดำหัวใหญ่ลายมือหวัดๆ ปรากฏแก่สายตา:
'ชุดชั้นในสีแดงลายลูกไม้ตัวเมื่อวาน หอมและอวบอัดดีจัง... อยากเห็นตอนใส่เดินรอบบ้านสวนจังเลยจ๊ะคนสวย'
หัวใจของฉันพลันหยุดเต้นไปชั่วขณะ ร่างกายอวบอัดขาวผ่องเย็นวาบชาไปั้แ่ปลายเท้าขึ้นมาถึงกลางอกจนเข่าอ่อนแทบทรุดลงกับพื้นดิน
หยาดน้ำตาแห่งความกลัวระคนขยะแขยงเอ่อคลอเบ้าตา ร่างกายสั่นสะท้านจนกระดาษโน้ตในมือสั่นไหวระริก
มันไม่ใช่แค่ขโมยธรรมดา... แต่เป็พวกโรคจิตแอบดูดมและสะกดรอยตามพฤติกรรมของฉันอย่างใกล้ชิด!
ในความรู้สึกหวาดกลัวสุดขีดจนแทบกรีดร้อง จู่ๆ สัญชาตญาณก็สั่งให้ฉันรีบกดสายตามองกวาดขึ้นไปบนตัวตึกโบราณชั้นสองทันทีเพื่อหาที่พึ่ง
และนั่นเอง... ที่ทำให้ฉันต้องสะดุ้งสุดตัวและตัวแข็งทื่อราวกับโดนไฟช็อต
ที่ระเบียงแคบๆ นอกห้องนอนใหญ่ชั้นสอง... ร่างสูงใหญ่ภูมิฐานของคุณพ่อณรงค์ในชุดลำลองกำลังยืนจับขอบระเบียงไม้สักทอง
ท่านกำลังก้มหน้าจ้องมองตรงลงมาที่ฉัน...
ใบหน้าของพ่อผัวประดับไปด้วยรอยยิ้มกริ่มลึกลับและสายตาคมดุที่แฝงประกายหื่นกระหายจดจ้องเรือนร่างอวบอัดของฉันอย่างจงใจโดยไม่คิดจะเบือนสายตาหลบหนีไปไหน!
ฉันกอดตะกร้าผ้าแน่นจนนิ้วซีดขาว ลมหายใจติดขัดในลำคอด้วยความตื่นตระหนกปนสับสน... หรือว่าสายตาคู่นั้นและความเคลื่อนไหวที่หน้าต่างคืนแรก... จะไม่ใช่คนนอกบ้านสวนอย่างที่คิด!
ฝ้ายรีบขยำกระดาษโน้ตแผ่นเล็กเก็บซ่อนไว้ในฝ่ามือที่สั่นเทาด้วยความกลัวสุดชีวิต พยายามทำตัวให้ปกติที่สุดและก้าวขาเดินกลับเข้าบ้าน ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของคุณพ่อณรงค์ก็เดินลงมาจากบันไดไม้อย่างรวดเร็วและตรงเข้ามาทักถามหน้าตาเฉยว่า
"เจอช่างซ่อมตู้เย็นที่พ่อทำนามบัตรหล่นไว้ในตะกร้าผ้าหรือเปล่าจ๊ะฝ้าย... พอดีพ่อหาไม่เจอเลย"
คำถามนั้นทำให้ฝ้ายชะงักงัน หัวใจเต้นรัวด้วยความสับสนและหวาดระแวงยิ่งกว่าเดิมเมื่อมองลึกลงไปในั์ตาเรียบนิ่งคู่นั้น..