“ไอ้โรคจิต!! ไอ้วิตถาร!!”
“ไล่มันออกไป!! อย่าให้มันรวมกับผู้กล้าคนอื่น!!”
“ดะ...เดี๋ยวก่อนเซ่! ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ยัยเทพธิดานั่นแกล้งผม”
“ไอ้ทุเรศ ทำตัวโรคจิตไม่พอ ยังกล้าลบหลู่ท่าเทพธิดาอีก ไล่มันออกไป!!”
เสียงประชาชนที่อยู่รอบแท่นพิธีเริ่มทวีความโกรธรุนแรงขึ้น พร้อมส่งเสียงะโด่าทอขับไล่ ราวกับผมกลายเป็ไอ้ตัวประหลาดในสายตาของพวกเขาไปแล้ว
“คะ...คุณอากิระ ช่วยพูดกับ....”
“ดูไม่ได้เลยนะเรย์คุง เป็ถึงผู้ที่ได้รับเลือกผู้กล้า แต่ตอนนี้มีสภาพต่างอะไรกับไอ้โรคจิตวิตถาร โคตรน่า...สมเพชเลยว่ะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ไสหัวไปไกล ๆ ไป ไอ้เศษสวะไร้ค่า”
ขณะที่ผมกำลังจะหันไปขอให้คุณอากิระช่วย ผมก็พบว่าสีหน้ากับแววตาที่ดูเป็คนจิตใจดี บัดนี้ได้กลายเป็แววตาเ็าแฝงไว้ด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ไม่ต่างกับคนอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย
และพอเป็แบบนั้น อีกสามคนยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกมันมองผมด้วยสายตารังเกียจ ขยะแขยงแบบสุด ๆ
“ในเมื่อองค์เทพธิดาตัดสินใจแบบนี้ งั้นข้าก็คงต้องทำตามประสงค์ ในนามของพระาาแห่งอาณาจักร เฟรโดเซียร์ ข้าขอสั่งเนรเทศ โฮชิโนะ เรย์ ให้ออกจากเมือง ณ บัดนี้!!”
“วะ...ว่าไงนะ เนรเทศงั้นเหรอ? จะบ้ารึไง ถ้าไม่อยากให้ผมเป็ผู้กล้าบ้าบออะไรนั่น ก็ส่งผมกลับโลกเดิมซะสิวะ!!”
“หุบปาก!! ไอ้โรคจิต แกกำลังพูดอยู่กับพระาานะ แถมเื่ส่งกลับก็บอกไปแล้วไม่ใช่เรอะว่ามันต้องใช้มานาจำนวนมหาศาลมากแค่ไหน พวกข้าไม่เอาทรัพยากรอันมีค่าแบบนั้นมาใช้กับไอ้โรคจิตแบบแกหรอก”
ครั้งนี้เป็ตาลุงในชุดเกราะเหล็กกล้าขนาดใหญ่ ก้าวออกมาชี้หน้าผมด้วยหอกสีเงินด้ามยาว ดูเหมือนแกจะมียศเป็แม่ทัพของอาณาจักรแห่งนี้
“ทหาร!! ขับไล่คนโรคจิตผู้นี้ออกไปนอกเมืองซะ ถ้ามันขัดขืน ให้สังหารได้ทันที!!”
ไอ้พระาาแก่ออกคำสั่งเสียงดังลั่น ซึ่งนั้นทำให้ผมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากลุกขึ้น แล้วก็วิ่งหนีสุดชีวิต
“เวรกรรมอะไรของตูฟร้าาาา!! แค่จะเดินไปซื้อข้าวที่ร้านสะดวกซื้อเฉย ๆ ก็ถูกทรักซังที่ไหนไม่รู้วิ่งชน ตายห่าแล้วถูกมาต่างโลกแล้วแทนที่จะได้เป็ผู้กล้าเท่ ๆ กลับต้องมาอยู่ในสภาพคนโรคจิตวิตถารแบบนี้ เกิดแต่กับตูว้อยยยยยย..ยยย”
ผมวิ่งแหกปากะโสุดเสียง ขณะที่มีทหารถืออาวุธหลายสิบคนวิ่งไล่หลังมาติด ๆ แค่นั้นว่าซวยแล้ว แต่อีตอนวิ่งผ่านตลาดใจกลางเมืองนี่สิ หนักกว่าหลายเท่า ผมได้ยินเสียงคนกรีดร้อง ได้ยินเสียงคนสาปแช่งด่าทอ แถมมีการเขวี้ยงปาข้าวของใส่อีก ทั้งก้อนหิน ไข่ไก่ เศษผัก ขยะเหม็น ๆ กว่าจะหนีออกมานอกเมืองได้ก็เล่นเอาเละไปทั้งตัว
จากนั้นผมก็มาทิ้งตัวนั่งพักหอบหายใจแฮก ๆ อยู่ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากไอ้เมืองบ้านั้นพอสมควร
“...เกือบเอาชีวิตไม่รอด ดีน่ะว่าเราวิ่งไวพอตัว แล้วจะทำไงต่อดีล่ะเนี่ย สภาพอุบาทว์แบบนี้ ไม่ว่าจะเดินไปไหนก็คงเจอแบบเมื่อกี้อีกแน่ ๆ ถ้างั้นสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาใส่ก่อน แต่เงินก็ไม่มีสักแดงเดียวอีกกกก อีแบบนี้ สงสัยต้องขโมยมาใส่เท่านั้นสินะ...”
พอคิดได้แบบนั้น ผมก็ตั้งใจที่จะลุกขึ้น และไปทำตามแผน แต่ทว่า...ก็ได้มีเสียง เสียงหนึ่งพูดขึ้นในหัวผมอีกครั้ง
“หาเสื้อผ้าใส่งั้นเหรอ? ความคิดดีนี่เ้ามนุษย์ แต่เสียใจด้วยนะ แกทำแบบนั้นไม่ได้ว่ะ...”
...สะ...เสียงใครพูดในหัวอีกแล้ว? แต่คราวนี้ไม่เหมือนเสียงยัยเทพธิดางี่เง่านั้นแฮะ
“ถูกต้อง...ก็เพราะชั้นไม่ใช่ ยัยเทพธิดางี่เง่านั้น อะเด่ะ”
“ละ..แล้วนายคือ?”
“ชื่อของชั้น ลักซ์ เป็ภูติแห่งแสงที่ถูกขังอยู่ในแสงสว่างวาบ ๆ ตรงหว่างขาของนายในตอนนี้ยังไงล่ะ”
พอเ้าของเสียงลึกลับบอกแบบนั้น ผมก็ก้มหน้ามองแสงตรงกลางลำตัวด้วยความใสุดขีด
“ภูติแสง? ลักซ์ ถูกขัง? นี่มันเื่บ้าห่าเหวอะไรเนี่ย!!”
“ขออธิบายง่าย ๆ ก็แล้วกัน เดิมชั้นก็เป็ภูติรับใช้ของยัยเทพธิดางี่เง่านั่นแหละ แต่มีอยู่วันหนึ่งดันไปทำให้นางไม่พอใจ ยัยนั้นก็เลยจับชั้นขังไว้ในแสงแห่งศีลธรรมแสงนี้”
“แล้วยัยบ้านั้นก็เอานายมายัดให้ชั้นสินะ”
“แม่นแล้ว...”
“ขอกลับไปคำถามเดิม อะไรคือที่บอกว่า 'ทำไม่ได้' เื่ที่ฉันจะไปหาเสื้อผ้ามาใส่น่ะ”
“ดูท่าชั้นคงต้องอธิบายยาวเลยสินะ คืองี้...พลังแสงแห่งศีลธรรมที่นายได้รับอยู่ตอนนี้น่ะ มันค่อนข้างจะพิเศษกว่าแสงอื่น แสงแห่งศีลธรรมมีพลังมหาศาล มันช่วยเพิ่มพลังทางกายภาพให้กับผู้ ทำให้มีความรวดเร็วที่ผิดมนุษย์มนา และที่สำคัญมันเพิ่มพลังป้องกันสูงมาก จากการโจมตีทางกายภาพ หรือจากการโจมตีด้วยเวทมนตร์ อ้อ ป้องกันสถานะผิดปรกติอีกร้อยแปดพันเก้าด้วย ดังนั้นเ้าแสงแห่งศีลธรรมจึงมองว่า อาวุธใด ๆ หรือ อุปกรณ์สวมใส่ใด ๆ จึงไม่จำเป็สำหรับมันไงล่ะ...”
“หา? อาวุธด้วยเหรอ...อย่าบอกนะว่าฉันไม่...”
“ช่ายยย...ยยย อย่างที่นายกำลังคิดนั่นแหละ จากนี้ไปนายจะต้องอยู่ในสภาพกึ่งชีเปลือยแบบนี้ไปตลอด ไร้ซึ่งเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ได้ แถมจับต้องอาวุธชนิดใดก็ไม่ได้ด้วย นี่แหละคือสิ่งยัยเทพธิดางี่เง่านั้น้า”
พอได้ยินเ้าภูติแสงบอกแบบนั้น โลกทั้งใบของผมก็พลันมืดสนิท ชีวิตใหม่จบสิ้นแล้ว...
จากนี้ไปตูจะต้องกลายเป็ไอ้โรคจิตวิตถารไปตลอดเหรอเนี่ยยยยย!!!!
“น่า ๆ อย่านอยด์ไปเลย ชั้นเองก็หนักพอ ๆ กันนั่นแหละ ถูกขังไม่พอ แถมต้องมาอยู่ที่ตรงหว่างของนายด้วย...โคตรบัดซบเลย”
“แล้วมันไม่มีทางแก้ไข หรือทางออกเลยเหรอ...”
ผมเอ่ยถามเ้าลักซ์ด้วยความสิ้นหวัง ซึ่งมันก็นิ่งเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา
“ทางแก้ไขเื่นี้เหรอ? อืมมม...มม จะว่ามีก็อยู่”
“หา? พูดจริงป่ะเนี่ย”
“ถ้านายอยากพ้นสภาพน่าเวทนาแบบที่เป็อยู่ในตอนนี้ มีสามวิธี...! หนึ่งไปวิงวอน ไปอ้อนวอน กราบเท้ายัยเทพธิดางี่เง่านั้นให้ช่วยซะ"
“ไป ตาย ซะ!!”
3 คำสรรเสริญยัยเทพธิดาในหัวผมดังออกมาแทบจะที
“คิดแล้วว่าต้องตอบแบบนี้ งั้นสอง หาทางเปิดวงแหวนอัญเชิญเพื่อส่งตัวเองกลับโลกเดิม”
“ใครจะไปทำได้ฟ่ะ ไอ้พระาาอ้วนนั้นคงไม่ยอมแน่ ๆ”
“ถูกต้องนะคร้าบบบ เขาไม่ยอมแน่ อย่าว่าแต่เ้านั้นไม่ยอมเลย อาณาจักรอื่น พระาาองค์อื่นก็ไม่น่าจะยอมเช่นกันเพราะโลกแห่งนี้ มานาถือเป็ทรัพยากรมีค่ามาก”
“งั้นวิธีที่สามล่ะ”
“วิธีที่สาม...มีโอกาสทำได้แต่ก็ไม่ใช่ง่าย ๆ นั้นก็คือการที่นายต้องตามหา ‘กุญแจแห่งเทพา’ ว่ากันว่ากุญแจดอกนี้มีพลังมหาศาลในการเปิดประตูข้ามมิติ ถ้าเปิดสำเร็จบางทีนายจะกลับไปโลกเดิมได้ แต่....”
“แต่อะไร...”
“แต่กุญแจดอกนี้หายสาบสูญไปนานแล้ว แถมเบาะแสที่หลงเหลืออยู่บนโลกก็มีน้อยมาก ถ้า้าจะหามันให้พบ นายคงต้องพยายามจนเืตาแทบกระเด็นเลยแหละ"
...พอได้ยินข้อมูลจากเ้าภูติแห่งแสง โลกทั้งใบของผมก็พลันมืดลงอีกครั้ง ต้องออกตามหากุญแจบ้าบออะไรก็ไม่รู้ แถมไม่มีข้อมูลเบาะแสอะไรสักอย่าง...
“เอาไงล่ะนาย...จะเลือกทางไหน?”
เวลานั้นผมนิ่งคิดไปพักใหญ่ ๆ ก่อนที่ความคิดหนึ่งจะพลันเกิดขึ้นในหัว
“ตัดสินใจแล้วฉันจะเลือกทางที่...หนึ่ง”
“หา? ทางที่หนึ่ง ฉันหูฝาดไปป่ะเนี่ย นายจะไปกราบเท้ายัยเทพธิดาโรคจิตนั้น เพื่อขอให้นางส่งกลับโลกเดิมเนี่ยนะ...”
“ใจเย็น ยังพูดไม่จบ...ไปหายัยนั้นน่ะใช่ แต่ไม่ได้กราบเท้าอ้อนวอนเฟ้ย”
“งั้นไปทำเพื่อ?”
“จะไปตืบยัยบ้านั้นให้จม์ จากนั้นก็บังคับให้นางปลดปล่อยนาย และส่งฉันกลับโลกเดิมต่างหากเฟ้ยยยย...!”
“.....”
“ใจเย็นไอ้หนุ่ม นั้นเทพธิดาแห่งการสร้างเลยนะว้อยยยยยย...ยยย!!! เอ็งไปตบจอมมารยังพอว่า แต่นี่กะจะเล่นเทพธิดาเลยเรอะ ห้าวไปป่าวเพ่”
“ไอ้ผู้กล้าสภาพอุจาดตาอย่างฉัน ต่อให้โค่นจอมมารลงได้ก็คงไม่มีชื่นชมยินดีอยู่แล้วถูกไหม สู้ฉันเล่นใหญ่ไฟกะพริบ ไปจัดหนักยัยเทพธิดาบ้านั้นให้จบ ๆ แล้วหาทางส่งตัวเองกลับโลกเดิมดีกว่า”
“ก็ถูกของนาย ว่าแต่เล่นงานยัยเทพธิดาโรคจิตนั้นงั้นเหรอ...ฟังไปฟังมาก็น่าสนใจไม่น้อยแฮะ เออ! เอาก็เอา!”
“งั้นไปตืบยัยบ้านั้นกันเลย!!!” ผมชูมือ พร้ะโกนเสียงดังลั่น ซึ่งผมมั่นใจว่าสิ่งที่แหกปากออกไปยัยเทพธิดาโรคจิตนั้นได้ยินเต็มสองรูหูแน่ ๆ
“นายดูฮึกเหิมดีนะแต่...”
“แต่อะไรอีกกกก?”
“แต่เหมือนยังติดปัญหาอยู่สองอย่างว่ะ หนึ่ง ด้วยฝีมือนายตอนนี้ ถ้าไปวัดกับยัยนั้นตรง ๆ มีหวังโดนตบปลิวไปเกิดใหม่ต่างโลกอีกรอบแน่ ๆ และสอง การที่มนุษย์จะไปยังวิมานของเทพธิดาบน์ได้ จำเป็จะต้องผ่านเกตของทวยเทพเท่านั้น”
“เกตของทวยเทพอะไรอีกฟ่ะ? แล้วไอ้เกตที่ว่ามันอยู่ไหน...”
“คำตอบ เดียวกับการตามหากุญแจแห่งทวยเทพนั่นแหละ...ไม่มีใครรู้”
“แปลว่าต้องหาเอาเองสินะ งั้นขอถามหน่อย บนโลกแห่งนี้มันมีสิ่งเรียกว่า ห้องสมุด หอสมุด หรือสถานที่ที่รวบรวมหนังสือไว้เยอะ ๆ บ้างมั้ย”
“มีแน่นอน หลายที่เลยแหละ ไม่ว่าจะเป็ คลังความรู้โบราณของพวกเผ่าเอลฟ์ในป่าแดนเหนือ ห้องสมุดลอยฟ้าอาณาจักร เบอร์เฟียต้าที่เผ่าวิหค หรือหอแห่งปัญญาในอาณาจักรมนุษย์นามว่า โรเธอร์เดียร์ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกอันไกลโพ้นของทวีปแห่งนี้ แต่ก่อนจะไปในทุกที่ นายรู้ตัวใช่มั้ยว่าไอ้สารรูปที่เป็แบบอยู่ในตอนนี้ คงไม่สามารถเดินดุ่ม ๆ เข้าไปขอค้นข้อมูลจากพวกเขาได้ง่าย ๆ”
“ถ้าเข้าแบบปรกติไม่ได้ งั้นก็ต้องแอบเข้าไป เอาเป็ว่าไปไอ้อาณาจักรเธียร์ ๆ เดียร์ ๆ อะไรนี่ก่อนก็แล้วกัน อย่างน้อย ๆ ก็เป็ที่อยู่ของมนุษย์”
“ถ้าตัดสินใจแล้วก็ตามนั้น งั้นขอกลับไปที่ปัญหาแรก ก็อย่างที่บอก นายในตอนนี้น่ะ เทียบยัยเทพธิดาโรคจิตนั้นไม่ติด อย่าว่าแต่จะเทียบกับยัยนั้นเลย แค่มอนสเตอร์ระดับกี๊ ๆ ก็อาจจะสู้ไม่ได้ด้วยซ้ำ แม้ตอนนี้ร่างกายนายจะมีแสงแห่งศีลธรรมสถิตอยู่ แต่ไม่ได้แปลว่านายเป็พระเอกสุดเทพแล้วหรอกนะ...”
“งั้นฉันต้องทำไง?”
“ต้องฟามเวล เอ่อ...หมายถึงต้องฝึกฝนการต่อสู้ก่อน แถมยังต้องเรียนรู้วิธีใช้พลังของแสงแห่งศีลธรรมด้วย ทั้งหมดนั่นฉันจะเป็คนสอนนายเอง...”
....มาถึงจุดนี้จริง ๆ สินะ เฮ้อออ เอาก็เอา เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น! เพื่อที่จะไปตืบยัยบ้านั้น! เพื่อที่จะได้กลับโลกเดิมไปอ่านมังงะกับดูเมะHที่ดูค้างไว้ให้จบ! สู้ว้อยยย!!
หลังจากนั้น เ้าลักซ์ก็บอกให้ผมเดินเข้าไปในป่าลึก ซึ่งเป็ที่อยู่ของเหล่ามอนสเตอร์อันแสนจะดุร้าย แน่นอนว่าพอเจอะหน้ากัน พวกมันก็กรูกันเข้ามาเล่นงานผมอย่างบ้าคลั่งทันที...
จบตอน