“ซูอี้ หากชาติหน้ามีจริงเราจะเป็ฝ่ายชดใช้ให้เ้า เราสัญญาว่าเราจะไม่ทำให้เ้าเสียใจและจะเชื่อคำพูดของเ้าทุกคำ ครั้งนี้เป็เราที่โง่เขลาไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของสตรีเ่าั้จึงคิดว่าเ้าไปมีสัมพันธ์กับชายอื่น” เซี่ยฮ่าวหยูกอดร่างหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน เขาร้องไห้ออกมาอย่างหนักเพราะความเสียใจ แต่ร่างกายที่แสนเย็นชืดนั้นไม่รับรู้ถึงความรู้สึกของเขาอีกต่อไปแล้ว
ความรักของเซี่ยฮ่าวหยูและฉินซูอี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เซี่ยฮ่าวหยูแอบออกจากวังเพื่อไปเที่ยวเล่นตามประสาเด็กหนุ่มวัยอยากรู้ เขาไม่รู้ว่าเมื่อออกไปข้างนอกจะต้องใช้เงินจับจ่ายซื้อของ เขาเคยชินกับการออกคำสั่ง และไม่ว่าเขา้าอะไรก็จะมีคนนำของสิ่งนั้นมาประเคนให้เขาทันที
เซี่ยฮ่าวหยูเข้าไปดื่มชาในโรงน้ำชา อีกทั้งชาที่เขาสั่งก็เป็ชาที่แพงที่สุด ดื่มชาเสร็จเขาก็เตรียมจะออกไปเดินเที่ยวต่อก่อนที่จะกลับวัง เขาไม่ได้คิดว่าตนเองต้องจ่ายค่าน้ำชาก่อนด้วยซ้ำ เมื่อมีคนจากโรงน้ำชามาทวงเงิน เขาจึงทำตัวไม่ถูกและไม่รู้ว่าจะเอาเงินจากไหนมาจ่าย ทั้งเสี่ยวตงจื่อผู้เป็ขันทีคู่ใจก็ไม่อยู่ข้างกาย
ขณะที่เซี่ยฮ่าวหยูกับลูกจ้างของโรงน้ำชากำลังจะต่อสู้กัน ‘ฉินซูอี้’ หญิงสาวชาวไร่ที่นำใบชามาส่งก็เห็นเหตุการณ์เข้าพอดี นางสังเกตว่าบุรุษผู้นี้ไม่น่าเป็คนหลอกลวง และคิดว่าเขาคงลืมพกเงินติดตัวมาเท่านั้น ด้วยความใจดี ฉินซูอี้จึงจ่ายค่าน้ำชาแทนเขา และั้แ่วันนั้นเซี่ยฮ่าวหยูก็ประทับใจและตกหลุมรักฉินซูอี้จนหมดหัวใจ
ทั้งคู่แอบคบกันอยู่นานจนไทเฮาหรือก็คือเสด็จแม่ของเซี่ยฮ่าวหยูทรงทราบเื่ พระนางกำลังจะส่งคนไปจัดการกับสตรีชั้นต่ำอย่างฉินซูอี้ แต่หลานสาวสุดที่รักของพระนางผู้มีนามว่า ‘เหลียงซินซิน’ ขอเป็คนจัดการกับเื่นี้ด้วยตนเอง พระนางไทเฮาคิดว่าอีกไม่นานเหลียงซินซินก็จะอภิเษกกับลูกชายและจะได้ปกครองวังหลัง พระนางจึงอนุญาตเหลียงซินซินตามคำขอ เหตุผลก็เพื่อให้เหลียงซินซินได้ฝึกมือ เพราะการจัดการกับสตรีวังหลังมีแต่ต้องเด็ดขาดเท่านั้น
เหลียงซินซินเลือกที่จะใช้วิธีสร้างสถานการณ์ให้เซี่ยฮ่าวหยูเห็นตอนที่ฉินซูอี้เดินออกมาจากบ้านพร้อมบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง แต่กว่าที่เขาจะรู้ว่าบุรุษผู้นั้นคือพี่ชายของนาง ฉินซูอี้ก็ได้จากเขาไปแล้ว
เซี่ยฮ่าวหยูเสียใจกับความใจแคบของตนเอง ทั้งๆ ที่ฉินซูอี้ได้อธิบายกับเขาแล้วว่าบุรุษผู้นั้นคือพี่ชาย แต่เขาก็หาได้เชื่อคำพูดของนางไม่ กลับกันเขายังต่อว่าและพูดจาเหยียดหยามนางทุกอย่าง
ฉินซูอี้ที่ถูกคนรักต่อว่าอย่างไม่มีชิ้นดี ทั้งนางยังได้รับรู้ถึงชาติกำเนิดอันสูงส่งของเขาอีก หญิงชาวบ้านเช่นนางยังจะคู่ควรกับเขาอีกหรือ สิ่งเดียวที่นางจะทำได้ก็คือต้องรีบตัดใจ และยิ่งนางได้มาเห็นคุณหนูเหลียงผู้มีรูปโฉมงดงาม ทั้งคุณหนูเหลียงยังเกิดมาในชาติตระกูลที่ดี เมื่อฉินซูอี้เห็นเซี่ยฮ่าวหยูและคุณหนูเหลียงยืนอยู่ด้วยกัน นางก็รู้แล้วว่านางไม่มีทางสู้คุณหนูเหลียงได้ คำว่ากิ่งทองใบหยกมันเป็เช่นนี้นี่เอง เศษธุลีเช่นนางจะสู้ได้อย่างไรกัน
แม้ว่าฉินซูอี้คิดจะตัดใจแล้วหนีหายไปจากเขา แต่เื่ที่เขาเข้าใจผิดว่านางมีบุรุษอื่นนางยังต้องชี้แจง อีกทั้งนางต้องหาวิธียืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง นางเลือกที่จะเขียนจดหมายให้เขาหนึ่งฉบับ ‘ฝ่าา หัวใจและร่างกายนี้หม่อมฉันมอบให้ฝ่าาแต่เพียงผู้เดียว แต่ในเมื่อฝ่าาไม่เชื่อใจ หม่อมฉันคงทำได้แค่ต้องสละชีวิตตนเองเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ เมื่อหม่อมฉันจากไปแล้ว หม่อมฉันหวังว่าพระองค์จะทรงเชื่อหม่อมฉันและกลับมารักหม่อมฉันอีกครั้ง’
เซี่ยฮ่าวหยูกอดร่างฉินซูอี้พร้อมกับกำจดหมายฉบับนั้นไว้แน่นก่อนจะดื่มยาพิษ “เป็เพราะเรา ทั้งหมดเป็เพราะความโง่เขลาของเราที่ทำร้ายเ้า ซูอี้...เราไม่เคยไม่รักเ้า เ้าคือดวงใจของเรา รอเรานะ...เรากำลังจะตามเ้าไปในภพหน้าแล้ว หากเราได้รักกันอีกครั้ง เ้าสัญญาได้ไหมว่าเ้าจะไม่ทิ้งเราและเ้าจะอภัยให้เรา”
“พ่อคุณทูนหัว น้องชายสุดที่รัก น้องชายบังเกิดเกล้า ช่วยตื่นขึ้นมาท่องบทให้พี่ชายชื่นใจสักทีเถอะ รู้หรือเปล่าว่ากว่าที่ฉันจะได้บทตัวประกอบนี้มา ฉันต้องเสียเงินค่ากาแฟไปเท่าไหร่”
เซี่ยฮ่าวหยูได้ยินเสียงบ่นอยู่ข้างหู เสียงนี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก “ผู้ใดบังอาจมารบกวนเรา”
“หืม...” เซี่ยตงจื่อหรี่ตามองน้องชาย “นี่ถึงขั้นเก็บเอาบทละครกลับไปฝันเลยหรือ แต่ขอโทษนะ ฉันให้นายไปแคสบทตัวประกอบ ไม่ได้ให้นายไปแคสบทฮ่องเต้”
“บังอาจ!” เซี่ยฮ่าวหยูลุกขึ้นแล้วจ้องไปที่เ้าของเสียง “เ้าถึงกับกล้ามารบกวนเวลานอนของเราเชียวหรือเสี่ยวตงจื่อ”
“บังอาจเหรอ? รบกวนเหรอ? นี่แน่ะ” เซี่ยตงจื่อตบเสยไปที่ศีรษะของน้องชาย “จะเล่นก็ให้รู้จักเวล่ำเวลา อารมณ์พี่ชายไม่ได้ดีเหมือนหน้าตาหรอกนะ เร็วเข้าสิ รีบตื่นมาจัดการธุระตัวเอง วันนี้ฉันจะช่วยต่อบทให้นาย ถ้าพรุ่งนี้นายยังแคสไม่ผ่าน มีหวังเราสองคนได้ถูกไล่ออกจากห้องเช่านี้แน่”
เซี่ยฮ่าวหยูฟังคำพูดของคนตรงหน้าไม่เข้าหูเลยสักนิด เมื่อกี้มันคืออะไร เสี่ยวตงจื่อถึงกับกล้าตบศีรษะเขา “เ้าอยากตายหรือ?!”
“ถึงไม่อยากตายแต่อีกไม่นานก็คงจะอดตายกันแล้ว” เซี่ยตงจื่อมองน้องชายอย่างเซ็ง “นี่...ถามจริงเถอะ จะเลิกเล่นได้หรือยัง บทตัวประกอบมีบทพูดแค่ไม่กี่คำ อย่ามัวมาอินกับบทฮ่องเต้ที่ตัวเองไม่มีโอกาสได้เล่นอยู่เลย”
เซี่ยฮ่าวหยูขมวดคิ้ว สงสัยว่าเขาจะปล่อยปละละเลยมากไปหน่อย แม้แต่เสี่ยวตงจื่อยังไม่เชื่อฟังคำพูดของเขาแล้ว แต่ขณะที่เซี่ยฮ่าวหยูกำลังจะลุกจากเตียง เขาเริ่มมองสำรวจไปรอบๆ อีกครั้ง ที่นี่ไม่ใช่ห้องบรรทมของเขา และเสี่ยวตงจื่อก็ไม่ได้แต่งกายเป็ขันที แต่กลับสวมกางเกงขาสั้นกุดพร้อมกับสวมเสื้อไร้แขน เขารีบก้มมองสำรวจการแต่งกายของตัวเอง เสื้อที่เขาใส่กลับเว้าแหว่งมากกว่าเสื้อที่เซี่ยตงจื่อใส่เสียอีก แถมยังมีรอยมดเจาะจนพรุน ไม่เท่านั้นเสื้อยังย้วยจนไม่รู้จะย้วยยังไงแล้ว “เสี่ยวตงจื่อ! เ้าบังคับให้เราแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายบ้าบออะไร! เ้าไปหาเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมมาให้เราเดี๋ยวนี้”
“ฉันนี่นะบังคับ มีแต่ฉันจะบอกให้นายเอาเสื้อเน่าๆ ตัวนี้ไปทิ้งสิไม่ว่า อีกอย่างก็เป็นายเองต่างหากที่ตัดใจทิ้งมันไม่ลง แถมยังใส่มันนอนทุกคืนอีก ถ้าบริษัทผลิตเสื้อกล้ามรุ่นนี้ไม่เจ๊งไปก่อน ฉันยังจะพานายไปสมัครเป็พรีเซ็นเตอร์ให้เขาด้วยซ้ำ” เซี่ยตงจื่อมองน้องชาย “ตกลงว่าจะลุกขึ้นมาซ้อมบทด้วยกันได้หรือยัง ถ้าพรุ่งนี้นายไม่ไปแคส งั้นนายก็ไปหางานอย่างอื่นทำเถอะ ฉันเลี้ยงนายไม่ไหวแล้ว”
เซี่ยฮ่าวหยูกำลังจะเถียงกลับ เขาไม่มีทางเลือกเสื้อผ้าแบบนี้มาใส่อย่างแน่นอน แล้วเื่ที่ต้องไปแคสอะไร บทอะไร หางานทำอะไร ฮ่องเต้อย่างเขาต้องทำงานด้วยหรือ เซี่ยฮ่าวหยูรู้สึกสับสน จากนั้นภาพต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นในหัว
ปีนี้คือปี 2025 เขาคือเซี่ยฮ่าวหยูในวัยยี่สิบเอ็ด เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยในสาขาบริหารธุรกิจ เดิมตั้งใจจะนำความรู้กลับไปบริหารกิจการของครอบครัว แต่คุณพ่อกับคุณแม่กลับถูกฟ้องล้มละลาย และทั้งคู่ก็เลือกที่จะจบชีวิตตนเองเพื่อไม่อยากให้ลูกชายทั้งสองคนต้องมารับผิดชอบกับหนี้สินจำนวนมหาศาล
เซี่ยฮ่าวหยูมีพี่ชายคนหนึ่งชื่อเซี่ยตงจื่อที่เกิดก่อนเขาหนึ่งปี เซี่ยตงจื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยในสาขากำกับภาพยนตร์ เซี่ยตงจื่อมีรุ่นพี่รุ่นน้องที่รู้จักในวงการบันเทิงมากมาย อีกทั้งเซี่ยตงจื่อยังเคยมีคนรักเป็ถึงผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงชื่อ ‘ฟู่เหวินชวน’ แต่ทันทีที่มีข่าวว่าครอบครัวล้มละลาย คนรักของพี่ชายก็บอกเลิกแล้วหันไปคบกับดาราสมทบชายดาวรุ่งแทน สื่อหลายสำนักเล่นข่าวความรักของผู้กำกับหนุ่มอยู่หลายวันทีเดียว
แต่เซี่ยตงจื่อไม่มีเวลามาเสียใจ คนรักทิ้งไปแล้วอย่างไร เขาไม่สนใจเลยสักนิด เขาไม่เชื่อหรอกว่าบนโลกใบนี้จะไม่มีใครสักคนที่มารักเขาและจะไม่มีใครสักคนมาทำให้เขารัก เขาเชื่อว่าทุกคนเกิดมาต้องมีคนรักของตัวเอง เพียงแต่เขากับฟู่เหวินชวนอาจจะไม่ใช่คนของกันและกัน ต่อให้ไม่เลิกรากันด้วยเื่นี้ แต่สักวันก็คงต้องเลิกรากันอยู่ดี
เซี่ยตงจื่อจึงหันไปสนใจเกี่ยวกับเื่งานและปากท้อง เพราะเขายังมีน้องชายที่ต้องดูแล และต้องหาสุสานดีๆ เพื่อเอาอัฐิของคุณพ่อและคุณแม่ไปเก็บไว้ เซี่ยตงจื่อเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มเทให้กับงาน แต่เมื่อทุกคนรู้ว่าเขาคือคนรักเก่าของฟู่เหวินชวน งานทั้งหมดก็ถูกยกเลิก เพราะเวลานี้ฟู่เหวินชวนมีอิทธิพลกับวงการภาพยนตร์เป็อย่างมาก เซี่ยตงจื่อไม่มีทางเลือกจึงรับทำงานเล็กๆ น้อยๆ ในกองถ่ายเพื่อแลกกับเงินค่าจ้างรายวัน ส่วนน้องชายอย่างเซี่ยฮ่าวหยูนั้นเขาไม่อยากพูดถึง แม้จะรู้ว่าสถานการณ์การเงินของครอบครัวอยู่ในขั้นวิกฤต แต่เ้าน้องชายก็เอาแต่เล่นเกมแล้วก็นอน
แต่เมื่อไม่นานมานี้กองถ่ายเปิดรับสมัครนักแสดงประกอบ เขาเห็นว่าน้องชายหน้าตาดีจึงอยากให้น้องชายไปร่วมแคสบท ซึ่งก็คือที่มาที่ไปว่าวันนี้ทำไมเขาถึงคะยั้นคะยอให้น้องชายเริ่มซ้อมบทได้แล้ว เพราะหากน้องชายได้รับบทตัวประกอบในเื่นี้ หากมีละครเื่หน้า น้องชายก็มีหวังที่จะถูกจ้างงานต่อ หรือบางทีความหล่อสไตล์แบดบอยของน้องชายอาจไปเข้าตาแมวมอง งานในวงการก็อาจจะรุ่งก็ได้
“เอ๊า! นายปล่อยให้ฉันพูดอยู่คนเดียวเหรอเนี่ย” เซี่ยตงจื่อเดินไปปลุกน้องชายอีกครั้งอย่างอ่อนใจ ที่เขาเอาแต่บ่นไม่ใช่ว่าเขาไม่รักน้องชาย แต่เขาอยากให้น้องชายเข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันของตนเองได้แล้ว จะเอาแต่ทำตัวสบายไปวันๆ เหมือนตอนที่คุณพ่อคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ “ฮ่าวหยู ตื่นได้แล้ว งานนี้เป็ความหวังสุดท้ายของเราแล้วนะ เงินค่าจ้างของฉันก็ได้น้อยลงทุกวัน ถ้าขืนนายไม่ลุกขึ้นมาช่วยฉันทำงาน อีกไม่เกินสามวันฉันจะพานายไปะโน้ำ”
เซี่ยฮ่าวหยูที่รับเอาข้อมูลของเ้าของร่างเดิมเข้าไปในหัวได้มากพอสมควรแล้ว เขาลืมตาขึ้นมาแล้วมองพี่ชายให้ชัดๆ ใบหน้าของพี่ชายก็คือใบหน้าของเสี่ยวตงจื่อ และท่าทางครึ่งบุรุษครึ่งสตรีก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ‘ชาติที่แล้วเราเคยบอกว่าเราอยากให้เ้าเกิดมาเป็พี่น้องกับเรา ตอนนี้สมใจแล้ว แต่เรากลับได้เป็แค่น้องชาย แถมยังถูกเ้าตบหัวั้แ่เจอกันครั้งแรกอีกด้วย เมื่อก่อนเ้าคงคับแค้นใจที่เราเอาแต่ดุด่าและใช้งานเ้าใช่หรือไม่’
“ยังจะมามองหน้าอีก รีบไปล้างหน้าแปรงฟันซะสิ จะได้มาลองต่อบทกัน” เซี่ยตงจื่อบอกน้องชาย
“ได้เลยพี่...พี่ชาย” เซี่ยฮ่าวหยูเกือบจะพูดคำนั้นออกไปไม่ได้ ‘พี่ชาย! ต่อไปนี้เราต้องเรียกเ้าว่าพี่ชาย เสี่ยวตงจื่อ...เ้าแน่มาก’