บทที่ 8: เด็กสาวที่แปลกประหลาด
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเด็กสาวผมหลากสีในตอนนี้ยิ่งมีท่าทีร้อนรนยิ่งกว่าเดิมเธอรีบร้อนแทรกตัวกลับเข้าไปในฝูงชนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ถึงได้หลบไปอยู่ด้านหลังหลินเซียวอย่างกะทันหัน
บางทีอาจเป็เพราะท่าทีตรงไปตรงมาของหลินเซียวและใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มบางนั่นทำให้เด็กสาวรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“มาหาเธอเหรอ?” หลินเซียวที่มองออกในเสี้ยวพริบตาเอ่ยถามขึ้นเสียงเบา
“ฮึ่ม!” เด็กสาวตวัดตามองเขา รวบผมยุ่งๆ มาบดบังใบหน้าของตนเองพยายามก้มศีรษะลงต่ำด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกพบเห็น
คนขับรถถูกบีบบังคับให้เปิดประตูออก
ครืด!
ชายหนุ่มสองสามคนที่มีใบหน้าดุร้ายะโขึ้นมาบนรถชายคนแรกที่ขึ้นมาตัวสูงที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด เขาเปลือยท่อนบน หนวดเครารกครึ้มเขาเหวี่ยงมีดที่ส่องประกายในมือไปมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว:“ถ้าใครกล้าขยับ ข้าแทงมีดจากใบมีดแดง กลายเป็ใบมีดขาวแน่ (1)”
“หัวหน้า ผิดแล้ว ต้องใบมีดขาว กลายเป็ใบมีดแดง”ลูกน้องด้านข้างรีบเอ่ยแก้ให้เขาเสียงเบา
“ไสหัวไป!” หัวหน้าตวัดตามองอีกฝ่าย ตวัดมีดในมือไปมาดวงตากวาดมองไปทั่วฝูงคน
“ไม่ว่าจะมีดอะไร มันก็แค่อักษรตัวเดียว พวกแกอย่าขยับ!”
ดวงตาของคนกระตุก นั่นมันสามตัวอักษรต่างหาก!
เมื่อสบตาเข้ากับอีกฝ่าย ทุกคนต่างก็ก้าวถอยก้มศีรษะด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าที่จะมองหน้าอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
คนกลุ่มนี้ขึ้นมาบนรถและไม่ได้เริ่มปล้นของในทันทีอย่างที่ทุกคนคิดกลับกัน พวกเขาต่างพยายามมองหาใครบางคนไปทีล่ะแถว
“แก! เงยหน้าขึ้นสิ!”
“แล้วก็แก ปัดผมขึ้น ให้ฉันดู”
“จิ้จิ้ ถือว่าเติบโตมาได้มีน้ำมีนวลดีนี่”
“อ๊า! อย่ามาแตะฉันนะ!” หญิงสาวคนนั้นกรีดร้องออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า…”เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายจากเหล่าชายที่ขึ้นมาบนรถดังขึ้นทำให้หัวใจของผู้คนกระตุกวูบ แต่ก็ไม่มีใครกล้าหยุดพวกเขา
เพี้ยะ!
“เวรเอ้ย! ฉันอุตส่าห์ไว้หน้า ยังกล้าขยับอีกเหรอ?”
“ไสหัวไป!”
ชายเ่าั้ส่งเสียงดังอย่างจองหองและบ้าอำนาจไม่ปล่อยผู้โดยสารไปแม้แต่คนเดียวหลังจากที่แน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่พวกเขาตามหาพวกเขาก็กระชากเอากระเป๋าตังและสิ่งของมีค่าของพวกเขาไปเป็ของตนเองอย่างดุดัน
ฉึก!
ชายหนุ่มคนหนึ่งพยายามจะต่อต้าน และโดนแทงเข้าที่หัวไหล่ไปทีหนึ่ง เืไหลโชกลงมาในทันทีเขาเจ็บจนร้องไม่ออก
ชายชราข้างเขาถอนหายใจแล้วเอ่ยโน้มน้าว: “ไอ้หนุ่ม อย่าใจร้อนเลยคนพวกนี้ทำตามอำเภอใจ ถูกแทงไปฟรีๆ แล้ว รักษาชีวิตเอาไว้เถอะ”
“ไอ้สารเลวพวกนี้ ไม่มีใครทำอะไรพวกมันได้เลยเหรอ?”ชายหนุ่มได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างหนักหน่วงริมฝีปากของเขากลายเป็สีฟ้าม่วง
“เฮ้อ!”
เหล่าคนหนุ่มคนแก่ที่อยู่ใกล้ๆต่างก็กล้าเพียงแค่ส่งเสียงครางยาวและถอนหายใจออกมาสั้น ๆเมื่อเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังนี้ก็ไม่มีใครกล้าที่จะออกมาพูดอะไร
การตอบสนองของผู้คนทำให้คนเ่าั้ยิ่งแสดงท่าทีข่มขู่คุกคามการกระทำของพวกเขาเริ่มไร้ขอบเขตขึ้นทุกที
“ฮือ…” เด็กอายุไม่กี่ขวบหวาดกลัวคนเหล่านี้มากเสียจนร้องไห้เสียงดังผู้เป็แม่รีบปิดปากของเด็กด้วยความหวาดกลัวว่าจะมันจะไปกระตุ้นความโเี้ของคนร้ายเหล่านี้
“ฉิบหายเอ้ย! ทำให้มันหุบปากสิ!”ชายผมเหลืองพุ่งเข้าไปตวาดใส่ผู้เป็แม่ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
“ฉัน… ฉัน…” ผู้เป็แม่แทบจะเสียสติด้วยความหวาดกลัวทำได้เพียงเอ่ยด้วยอาการติดๆ ขัดๆ ไม่อาจเอ่ยคำพูดออกมาทั้งประโยคได้
“ฮือ…” เสียงเด็กร้องเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่มากขึ้นเรื่อย ๆทำให้หัวใจของทุกคนเต็มไปด้วยความร้อนรนกระวนกระวาย
“อย่าให้เด็กร้อง เดี๋ยวทำพวกนั้นโกรธ เธออยากตายเหรอ?”
“เธอคุมเด็กหน่อยไม่ได้เหรอ? ทำไมถึงได้ร้องไห้นัก?”
เหล่าผู้โดยสารไม่ได้เอ่ยช่วยคนเป็แม่ กลับกันพวกเขาเริ่มเอ่ยด่าว่าเด็ก สีหน้าของแต่ล่ะคนเต็มไปด้วยความดุดันพวกเขาจะไปเผชิญหน้ากับพวกคนร้ายที่น่ากลัวได้ยังไง
สีหน้าของคนเป็แม่ซีดเผือดลง พยายามปกป้องลูกของตนเองอย่างสุดชีวิตหวาดกลัวว่าจะไปยั่วยุคนร้ายเข้าจริงๆ
“แม่งเอ้ย!”
เพี้ยะ!
ชายผมเหลืองยื่นมือออกไปตบหน้าของผู้เป็แม่ ตวาด:“ถ้ามันยังไม่เงียบ เชื่อไหมว่าฉันจะโยนมันออกไปนอกรถ?”
บางทีอาจเป็เพราะท่าทีโเี้ของชายผมเหลือง ทำให้เด็กหวาดกลัวอย่างมากเขาปิดปากลงในที่สุดด้วยท่าทีน่าสงสาร หยุดเสียงสะอื้นลง
“เหอะ!” ชายผมเหลืองมีท่าทีภาคภูมิใจเป็อย่างมากเขาค้นกระเป๋าของคนเป็แม่และหยิบเอาเงินออกมาปึกหนึ่งด้วยดวงตาทอประกายหยิบมันใส่ในกระเป๋าของตนเองทันที
“ไม่นะ! นั่นมันเงินสำหรับการรักษาของเด็กคนนี้ นายจะเอามันไปไม่ได้!”คนเป็แม่พยายามสุดชีวิตในการแย่งมันกลับมา
“ไสหัวไป!” ชายผมเหลืองสะบัดมือของอีกฝ่ายออก มีดส่องประกายแวววาวเขาตวาดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมโหด “ลองพูดดูอีกครั้งสิเชื่อไหมว่าฉันจะฆ่าลูกแกในมีดเดียว?”
แม้ว่าเธอจะรู้ว่าอีกฝ่ายน่าหวาดกลัวและโเี้แค่ไหนผู้เป็แม่แม้ร่างสั่นสะท้านก็ยังคงคว้าเอาร่างลูกเข้ามากอดเอาไว้เธอร้องไห้ออกมา: “ลูกฉันไข้ขึ้นมาสามวันแล้ว หมอก็ทำอะไรไม่ได้ในที่สุดฉันก็เจอว่ามีหมอเทวดาอยู่ในหมู่บ้านหลินด้วยความยากลำบาก แต่… ไม่มีเงิน…แล้วเด็กจะไปหาหมอได้ยังไง?”
เสียงร้องไห้ของเธอไม่ได้ทำให้คนร้ายรู้สึกเห็นใจ กลับกันเขายิ่งทำตัวเลวร้ายขึ้น หัวเราะเย้ยหยันด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ
“หมอเทวดา! แท่งไม้วิเศษรึเปล่า? เอาเงินมาให้ฉันยังดีกว่า แล้วฉันจะช่วยภาวนาให้แกนะบางทีอาจจะช่วยได้ก็ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า…”
คนเป็หัวหน้าไม่ได้ขยับตัว สายตามืดหม่นเ็ากวาดมองไปทั่วรถพึงพอใจในการตอบสนองของทุกคน ในสายตาของเขาปรากฎความรู้สึกภาคภูมิใจทว่าเมื่อสายตาของเขาหยุดลงที่หลินเซียว เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
คนอื่น ๆ กุมหัวไม่กล้าที่จะขยับตัวมีเพียงแค่หลินเซียวที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แผ่นหลังของเขาตั้งตรงราวกับต้นสนโดดเด่นสะดุดตา ราวกับอูฐในฝูงแกะ เดียวดายและเป็อิสระ
“ไอ้เด็กนี่ แกมองอะไร? ไปนั่งกุมหัวบนพื้นเดี๋ยวนี้! ยังมองอีก? เชื่อไหมว่าฉันจะควักลูกตาแกออกมา?” คนเป็หัวหน้ายกมีดแหลมในมือขึ้น แสดงท่าทีข่มขู่รีบเดินตรงเข้าไปหาหลินเซียวด้วยท่าทีโกรธเกรี้ยว
“ฆ่าคนกลางวันแสกๆ คงไม่ดีเท่าไหร่มั้ง?” หลินเซียวยกมุมปาก เบี่ยงตัวหลบไปด้านหนึ่งจงใจเผยให้เห็นเด็กสาวที่อยู่ด้านหลังเขา เขาไม่อยากกลายเป็ที่กำบังให้คนอื่นฟรีๆ
“เ้าเด็กบ้าบิ่นนี่ หาเื่ใส่ตัวทั้งวันไม่รู้จะตายยังไงแล้วใช่ไหม?”
เหล่าผู้โดยสารมองไปยังหลินเซียวราวกับว่ากำลังมองคนโง่อยู่มั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องเป็คนบ้า กระทั่งกล้ายั่วยุหัวหน้าคนร้ายท่ามกลางผู้คนไม่ใช่ว่าหาเื่ตายอยู่เหรอ?
นอกจากนั้น เ้านั่นจะยั่วยุหาเื่ตาย ถ้าคนร้ายโกรธขึ้นมาไม่ใช่ว่าพวกมันจะเอามาลงที่พวกเขาด้วยเหรอ? ทุกคนจะซวยด้วยกันไปหมด
“เฮ้! นายทำอะไรของนาย? ยังไม่รีบเอามือกุมหัวนั่งลงคุกเข่าอีก?”
“ไอ้น้อง! อย่าทำเป็เก่ง ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาอวดเก่งนะ!”
เหล่าผู้ ‘ผดุงความยุติธรรม’บางคนพยายามกะพริบตาส่งสัญญาณให้หลินเซียวหวังว่าเขาจะไม่เสนอหน้าเสนอตาเหมือนนกที่โผล่หัวออกจากรังไม่แสร้งทำเป็เก่งลำพองตัวจนเกินไปเหมือนหมาป่าที่ยกหางตั้งชูชัน(2)
หลินเซียวเหลือบมองด้วยความสมเพช ในใจปรากฎความขยะแขยงขึ้นมาจางๆโดยไร้เหตุผล
เด็กสาวจับชายเสื้อของหลินเซียวเอาไว้แน่นอย่างหดหู่ เธอยืนนิ่งหวาดกลัวว่าจะถูกเจอ
หัวหน้าโจรพุ่งมาที่ด้านหน้าหลินเซียวและกำลังจะสั่งสอนเขาทว่าถูกดึงดูดความสนใจไปโดยเด็กสาวด้านหลังเขาเสียก่อน ดวงตาของเขาพลันเบิกกว้างเขาะโออกมาอย่างประหลาดใจ: “ยายเด็กนั่นอยู่นี่ จับเธอมา!”
เมื่อเหล่าคนร้ายได้ยิน พวกเขาก็พลันปล่อยคนอื่นและพุ่งตรงไปโดยไม่สนใจสิ่งใดอย่างบ้าคลั่งดูราวกับแมวที่พบเห็นเศษอาหาร สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นราวกับว่าเด็กสาวเป็อะไรที่ล้ำค่าอย่างมาก
“อ๊า!” เด็กสาวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวถลาวิ่งไปที่ด้านหลังรถพร้อมกับะโไปด้วย “ช่วยด้วย! จะโดนฆ่าแล้ว!”
“นังนี่ ฉันลำบากมากในการหยุดแก ยังคิดจะหนีอีกเหรอ?”หัวหน้าคนร้ายแสยะยิ้มชั่วร้ายมุ่งหน้าไปทางหลินเซียว หมายจะเดินผ่านไป
.
.
.
红刀子进去 白刀子出来 แทงมีดจากใบมีดแดง กลายเป็ใบมีดสีขาว อุปมาว่า หากต้องฆ่าแกงก็ต้องฆ่าจนต้องตายกันไปข้าง แต่ในบริบทข้างต้นพูดสลับ
不要做出头鸟,不要装大尾巴狼 เป็สำนวน หมายถึง อย่าได้ทำตัวอวดเก่งจนเกินไป