ถ้าถามว่าเหตุใดฉิงเฟิ่งจึงเจาะจงที่จะไปแคว้นเหลียงนัก
เหตุผลก็เพราะแคว้นเหลียงมีสถานที่หนึ่งเลื่องชื่อลือนาม หากอยากได้ของล้ำค่าที่ไม่มีกำลังไขว่คว้าแต่มีเงินไปแย่งชิง หอประมูลอันดับหนึ่งในดินแดนโหรวิก็เหมาะยิ่งนักที่จะไปเยือน
‘หอประมูลเฟิงฟู่’
สถานที่แห่งนี้ชาวบ้านธรรมดาทำได้เพียงชะเง้อชะแง้ ตระกูลขุนนางหรือพ่อค้าวาณิชระดับกลางยังทำได้เพียงยืนมองอยู่หน้าประตู หากอยากเหยียบย่ำผ่านประตูธรณีเข้าไป ในคลังเก็บสมบัติที่จวนก็ต้องมีเงินอย่างต่ำหนึ่งแสนเหรียญทอง หากต่ำกว่านั้นก็ทำได้เพียงเข้าไปนั่งดูแต่ไม่อาจเอ่ยปากแล้ว
แน่นอนว่าฉิงเฟิ่งไม่ได้หวังว่าตนจะผ่านเข้าประตูหน้าของหอประมูลเฟิงฟู่ได้อย่างสง่าผ่าเผยในตอนนี้ ประตูที่นางหมายตาคือประตูอีกบานต่างหากเล่า บานประตูที่เปิดรับผู้ใดก็ตาม ไม่ว่าจะยากดีมีจน สตรีหรือบุรุษ ชาวบ้านธรรมดาหรือผู้มีฝีมือสูงส่ง ขอเพียงมีสิ่งของล้ำค่าอยู่ในมือ บานประตูบานนี้ของหอประมูลเฟิงฟู่ก็พร้อมจะเปิดออกต้อนรับขับสู้อยู่เสมอ
สมุนไพรในแหวนมิติของนางเพียงพอแล้วที่จะใช้เป็ใบผ่านทาง
แล้วนำไปประมูลที่หอประมูลอื่นไม่ได้หรือ
เสี่ยวหยวนที่เดินอุ้ยอ้ายอยู่ข้างกายถามขึ้น
“หอเฟิงฟู่เป็หอประมูลแห่งเดียวที่แบ่งเจ็ดสิบสามสิบ ที่อื่นหากไม่หกสิบสี่สิบ ก็ห้าสิบห้าสิบ” นางอธิบายไปก็กวาดสายตามองหาที่พักในค่ำคืนนี้ไปพลาง ในตอนนั้นเองที่คล้ายจะได้ยินเสียงบางอย่างลอยมากระทบหู
“เสี่ยวหยวน เ้าได้ยินเสียงอะไรหรือไม่”
เสียงน้ำ
พูดยังไม่ทันจบประโยคดี เสี่ยวหยวนก็ตอบกลับมาทันที ดวงตากลมโตเป็ประกายตื่นเต้น
ข้าอยากอาบน้ำ!
ฉิงเฟิ่งเองก็ตาเป็ประกายขึ้นมา นางไม่ได้อาบน้ำมาสองวันแล้ว ในป่าโลหิตแห่งนี้ฤดูกาลจะผันแปรกับโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง นางเหยียบย่ำหิมะข้ามเขาเซินซือ แต่เมื่อย่างกรายเข้าเขตป่าโลหิต หิมะสักก้อนก็ไม่พบ แม้ยามค่ำคืนจะหนาวเหน็บ ทว่าในตอนกลางวันอากาศกลับร้อนอบอ้าวอยู่หน่อย ๆ นางเดินทั้งวันเช่นนี้จึงเริ่มรู้สึกเหนียวตัวขึ้นมาแล้ว
เสี่ยวหยวนวิ่งนำนางไปก่อน ร่างอ้วนกลมนั้นแทบจะกลิ้งไปข้างหน้า ไม่นานก็ลับหายไปจากสายตา
ฉิงเฟิ่งเดินตามไปอย่างไม่รีบร้อน ไม่นานเบื้องหน้าก็ปรากฏลำธารขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ เสี่ยวหยวนที่มาถึงก่อนยืนทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่หลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
“นั่นเ้าทำ-”
คำพูดที่เหลือเลือนหาย สายตามองเลยผ่านไปหยุดอยู่กลางลำธาร ท่ามกลางโขดหินที่ขึ้นประปราย มีคนผู้หนึ่งเอนกายพิงโขดหินด้วยท่วงท่าเกียจคร้าน ทว่าแฝงไปด้วยกลิ่นอายสูงส่งอยู่ในที อาภรณ์สีดำเปียกแนบลู่ไปกับเรือนกายที่โผล่พ้นน้ำ สาบเสื้อเปิดกว้างเผยให้เห็นแผ่นอกขาวผ่องตัดกับสีอาภรณ์ราวหยินหยาง เส้นผมสีดำทิ้งตัวลงมาดุจม่านน้ำตก องคาพยพทั้งห้างดงามน่าหลงใหลจนไม่อาจจะงดงามไปได้มากกว่านี้ เมื่อรวมเข้ากับทัศนียภาพรอบกาย ภาพตรงหน้าราวกับเป็ผลงานชิ้นเอกที่เกิดจากการตวัดพู่กันอย่างปราณีตและบรรจงของจิตรกรผู้มีฝีมือสูงส่งที่สุดในใต้หล้า
นางเคยคิดว่าเฉินซือหยางรูปงามเป็เอก ทอดมองใต้หล้าจนทั่วก็ยากจะมีผู้ใดเทียบได้ ทว่าตอนนี้ความคิดของนางถูกสั่นคลอนเสียแล้ว หากเฉินซือหยางรูปโฉมดุจเทพเซียน บุรุษเบื้องหน้านางก็เป็เป็ดังปีศาจจิ้งจอกจำแลงกาย
งดงาม
เย้ายวน
ทั่วสรรพางค์ล้วนทำให้คนลุ่มหลงโดยแท้
สตรีหน้าตาย ยังมัวเหม่ออยู่อีก รีบช่วยข้าเร็วเข้า!
สติพร่าเบลอพลันคืนกลับ ในตอนนั้นเองที่นางมองเห็นว่าในมือซ้ายของคนผู้นั้นหิ้วก้อนบางอย่างอยู่
เป็เสี่ยวหยวน!
ชั่วขณะที่ความสับสนตีวูบขึ้นมา ก่อนหน้าไม่ใช่ว่าเสี่ยวหยวนยืนอยู่กับนางหรือ เหตุใดถึงไปอยู่ในมือคนผู้นั้นได้
ฉิงเฟิ่งก้าวออกจากหลังต้นไม้ สบประสานกับั์ตาลุ่มลึกดังห้วงมหาสมุทร วูบหนึ่งคล้ายถูกดูดเข้าไปในหลุมลึกที่มองไม่เห็นก้น
“สัตว์อสูรของเ้า?” น้ำเสียงเรียบเรื่อยเจือเกียจคร้านเอ่ยถาม ดวงตาลุ่มลึกยังคงไม่ละสายตาไปจากนาง
“เป็สัตว์อสูรของข้า” นางจ้องกลับไปแน่วนิ่ง
“เมื่อครู่ ข้ากำลังดื่มด่ำกับสุนทรียภาพอันงดงามของที่นี่ ไม่คาดคิดว่าอยู่ ๆ สัตว์อสูรของเ้าก็พุ่งเข้ามาจนเกือบชนข้าเข้า ในใจรู้สึกตระหนกนัก ตอนนี้ขาอ่อนแรงยิ่ง หากเ้าอยากได้สัตว์อสูรของเ้าคืนก็เดินเข้ามาเอาเองเถอะ” บุรุษผู้นั้นกล่าวจบก็มองนางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“ท่านเพียงปล่อยมือจากมัน”
“ขาข้าอ่อนแรง แต่มือกลับเกร็งจนคลายไม่ออกเสียแล้ว”
ฉิงเฟิ่งพลันพูดไม่ออก เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเสแสร้ง!
“หากเ้าไม่อยากได้มันแล้ว ข้าขอได้หรือไม่ ท้องข้าไม่มีสิ่งใดตกลงไปนานสามวันแล้ว เวลานี้หิวยิ่งนัก”
ไม่เอา ๆ ข้าไม่อยากถูกกิน!
เสี่ยวหยวนโวยวาย ดิ้นรนอย่างน่าสงสาร ถึงจะเพิ่งพบกันแต่นางเป็คนรักพวกพ้องยิ่งนัก เห็นเ้าตัวน้อยถูกรังแกเช่นนี้ก็รู้สึกทนไม่ได้อยู่บ้าง
ฉิงเฟิ่งก้าวพรวด ๆ ลงไปในลำธารไปหยุดอยู่เบื้องหน้าบุรุษหน้าตาย ทว่ายังไม่ทันเอ่ยปาก ร่างในอาภรณ์ดำก็พลิ้วกายขึ้นไปยืนอยู่บนโขดหินที่อยู่ห่างออกไปสามจั้ง บนใบหน้าประดับรอยยิ้มพราย นางขยับตามไปไม่เอ่ยวาจา เขาขยับไปซ้ายนางก็ไปซ้าย เขาขยับไปขวานางก็ไปขวา
บุรุษสมควรตาย!
เขาไม่มีสหายหรืออย่างไรถึงได้มาหยอกล้อผู้อื่นอยู่เช่นนี้
“ในเมื่อท่านอยากได้มันถึงเพียงนี้ก็เอาไปเถอะ ข้าเหนื่อยแล้ว” นางเอ่ยอย่างโมโห หมุนตัวเดินขึ้นจากลำธารโดยไม่คิดจะเหลียวกลับไปดู เมินเสียงโวยวายที่ดังเอ็ดอึงจนปวดหู
เ้าจะทิ้งข้าไม่ได้นะ!
ลมเย็นสายหนึ่งวูบผ่านแผ่นหลัง นางหันกลับไปอย่างรวดเร็ว มือฉวยได้บางสิ่งที่นุ่มนวล เมื่อออกแรงดึง กล้ามเนื้อที่เรียงตัวงดงามก็ปรากฏสู่สายตา ั์ตาดอกท้อพลันเบิกกว้าง นางปล่อยมือทันควันราวกับหยิบได้เผือกร้อน ไม่คิดว่าคนจะหงายหลังร่วงหล่นกระทบผืนน้ำเสียงดังสนั่น
เคราะห์ดีที่เสี่ยวหยวนสะบัดตัวหลุดออกทันการ
ทว่า...
ฉิงเฟิ่งจ้องเขม็งไปยังร่างที่ท่อนบนพาดอยู่บนโขดหิน ท่อนล่างแช่อยู่ในน้ำ ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาให้รู้สึกหนาวเยือก นางรีบเดินลุยน้ำไปหาร่างที่นอนแน่นิ่ง ยื่นมือออกไปจ่อที่จมูก หัวใจที่แขวนอยู่เหนือหุบเหวถูกนำกลับมาวางในอกดังเดิมเมื่อััได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนกระทบปลายนิ้ว
ตายหรือยัง
“เขาแค่หมดสติไปเท่านั้น” นางตอบเสี่ยวหยวนที่ยืนชะเง้อชะแง้อยู่บนฝั่ง มือก็ออกแรงดึงร่างหนักอึ้งขึ้น สาละวนอยู่นานกว่าจะพาขึ้นจากลำธารได้
“เ้าทำอย่างที่เขาว่าจริงหรือ” ฉิงเฟิ่งถามอย่างเคลือบแคลง
ข้า เอ่อ..ก็เขางดงามยิ่งนัก รู้ตัวอีกทีข้าก็..
เสี่ยวหยวนอ้อมแอ้มตอบ หันเหสายตาไปมองนกมองฟ้าไม่ยอมสบตา เป็อีกคราที่ฉิงเฟิ่งอยากจะเตะเ้าตัวน้อยนี่ให้กระเด็นนัก
แล้วเ้าจะทำอย่างไรกับเขา
นางวางสายตาลงบนใบหน้างดงามที่ชวนให้คนตะลึงตะลานอย่างเหม่อลอยครู่หนึ่งก็รั้งสายตากลับมา คิ้วงามขมวดมุ่น รูปโฉมคนผู้นี้อันตรายเกินไปแล้ว
“คงต้องรอให้เขาฟื้น ถึงอย่างไรเราก็เป็ฝ่ายผิด ลงมือทำร้ายคนแล้วจะจากไปเฉย ๆ หาใช่สิ่งที่สุภาพชนควรกระทำ”
เสี่ยวหยวนเบียดตัวลงนั่งข้างนางด้วยท่าทางกระมิดกระเมี้ยน ดวงตาดำขลับจ้องไปยังผู้ที่หลับใหลไม่ได้สติตาไม่กะพริบ
แปลกนัก
“สิ่งใดที่เ้าว่าแปลก”
เ้าตัวน้อยเหล่ตามองนางด้วยสายตาประหลาด
เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าวรยุทธ์ของเขาสูงส่งกว่าเ้ามาก ขนาดข้ายังมองไม่ออกว่าเขาอยู่ในระดับใด อาศัยเ้าที่วรยุทธ์ต่ำต้อยถึงเพียงนี้กลับทำให้เขาล้มหงายหลังไปได้ เ้าไม่คิดว่าแปลกหรือ
เหตุใดจะไม่คิดเล่า นางดึงเขาไว้ก็จริงอยู่ แต่ด้วยแรงของนางแล้วไม่มีทางทำให้บุรุษสูงตระหง่านราวภูผาหยกล้มหงายหลังไปได้แน่ อย่างมากก็คงเซเล็กน้อย
เว้นแต่ว่าคนผู้นี้จะจงใจ?
ฉิงเฟิ่งส่ายหัวไล่ความคิดที่ยากจะเป็ไปได้ออกไป ต่างคนต่างเป็เพียงคนแปลกหน้า จะเสแสร้งลงแรงให้ตนเองเจ็บตัวไปเพื่อสิ่งใดกัน คงเป็เพราะนางปล่อยมือกะทันหันผนวกกับใต้น้ำเต็มไปด้วยก้อนกรวด เป็ไปได้ที่เขาเซไปแล้วจะเผอิญเสียหลักเข้าพอดี
ศีรษะได้รูปขยับขึ้นลงเมื่อหาข้อสรุปให้ตนเองได้ ทว่าภายในใจก็หาได้ลดความระแวดระวังลงไม่
เขาฟื้นแล้ว!
เสียงะโของเสี่ยวหยวนดึงนางออกจากภวังค์ ประจวบเหมาะกับที่เปลือกตาขาวซีดเปิดปรือขึ้นพอดี
“เ้า…เป็ใคร”
“ข้า-” ฉิงเฟิ่งพูดได้เพียงเท่านั้นก็หยุดชะงัก รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง นางพินิจพิเคราะห์ั์ตาที่ฉายแววงุงงง ดูกระจ่างใสไร้สิ่งใดหลบซ่อนซ่อนเหมือนแววตาดุจห้วงน้ำลึกไร้ก้นบึ้งก่อนหน้าราวกับคนละคน
“จำข้าไม่ได้หรือ เมื่อครู่ข้า-”
“เ้ารู้จักข้าหรือ เช่นนั้นบอกข้าได้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร เหตุใดข้าจำสิ่งใดไม่ได้เลย อา..ปวดหัวยิ่งนัก”
นางกะพริบตา ในใจพลันตื่นตระหนก
“ศีรษะท่านเพิ่งถูกกระแทกมา ตอนนี้อาจจะยังนึกไม่ออก ท่านพักต่ออีกหน่อยเถอะ ไม่แน่ว่าดีขึ้นแล้วท่านอาจจะจำได้”
ร่างที่งอตัวกุมหัวด้วยสีหน้ารวดร้าวหลับตาลงอย่างว่าง่าย กระทั่งใบหน้าซีดเผือดเริ่มคลายความเ็ปลง ั์ตาที่ปิดสนิทก็ลืมขึ้นอีกครั้ง ฉิงเฟิ่งที่เฝ้าดูอยู่เป็ระยะรีบขยับเข้าไปใกล้คนเจ็บ
“ท่านเป็อย่างไรบ้าง”
“ข้า..จำสิ่งใดไม่ได้เลย”
เ้าทำคนงามสติเลอะเลือนไปเสียแล้ว!
เสียงของเสี่ยวหยวนคล้ายดังมาจากที่ไกล ๆ นางพลันรู้สึกสะทกสะท้อนใจในโชคชะตาอยู่หลายส่วน
_______________
เข้าป่าเก็บสมุนไพรเพื่อหนทางร่ำรวย แต่ดันได้ของแถมเป็สัตว์อสูรปากแจ๋วกับบุรุษรูปงามความจำเสื่อม สงสารน้องเฟิ่งเขานะคะ 5555555