ผู้าุโท่านหนึ่งได้รับหน้าที่เป็ผู้ตัดสินในการประลอง
หลังจากให้สัญญาณเริ่มการประลองเทียนเจินเป็ฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหวก่อน กระบี่ลายเงินของเขาเป็อาวุธวิเศษระดับสูงพลังของมันเมื่อผสานกับเจตกระบี่ของเขาสามารถสังหารยอดฝีมือระดับเที่ยงแท้ได้อย่างง่ายดาย
ซ่งไป่หลางมองดูร่างของเทียนเจินทะยานเข้าหาตนมุมปากเผยรอยยิ้มพร้อมกับจ้องมองวิถีกระบี่ของฝ่ายตรงข้าม
เคล็ดม่านบัว์
กระบี่ลายเงินปะทะกับม่านบัว์ทุกครั้งที่เทียนเจินฟาดฟันเข้าใส่ซ่งไป่หลางดวงตาของเทียนเจินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “เป็ไปไม่ได้”
ไม่เพียงเทียนเจินแม้แต่เหล่าผู้าุโยังตกตะลึงไปกับทักษะควบคุมของซ่งไป่หลาง
“เด็กคนนี้บีบอัดพลังป้องกันของม่านบัว์เป็จุดเล็กๆแต่กลับมีการควบคุมที่สมบูรณ์แบบและแม่นยำอย่างยิ่ง ถึงกับใช้ปัดป้องกระบี่ของเทียนเจินได้โดยไม่ใช้พลังสูญเปล่า”
การแทงกระบี่ของเทียนเจินเป็การโจมตีแบบรวมศูนย์กล่าวโดยง่ายคือเป็การโจมตีโดยรวมพลังโจมตีไปไว้ในจุดๆเดียวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีลักษณะนี้วิชาป้องกันทั่วไปยากที่จะรับมือพลังทำลายของกระบี่ได้แต่ม่านบัว์ของซ่งไป่หลางผ่านการควบรวมทำให้มีความหนาแน่นและมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งกว่าวิชาป้องกันปกติมาก
จุดที่ยากของวิชาม่านบัว์ที่ผ่านการควบรวมก็คือความแม่นยำและความรวดเร็วซ่งไป่หลางใช้เวลามากมายในการฝึกฝนวิชาม่านบัว์จนมีความชำนาญระดับหนึ่งสามารถสร้างม่านบัว์ที่มีขนาดเท่าฝ่ามือได้อย่างคล่องแคล่ว
‘มันป้องกันกระบี่ของเราได้อย่างหมดจด’เทียนเจินไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่รับมือลำบากเช่นนี้มาก่อน
“ไม่ใช่ว่าระดับพลังของเทียนเจินสูงกว่าซ่งไป่หลางมากหรือทำไมซ่งไป่หลางถึงป้องกันได้กัน”
แม้แต่ในบรรดาศิษย์หลักที่มีพลังระดับสามเที่ยงแท้ด้วยกันก็ยังไม่คิดว่าตนเองจะสามารถป้องกันกระบี่ของเทียนเจินได้อย่างสมบูรณ์
‘หลางเอ๋อมีความสามารถในการควบคุมวิชาที่ยอดเยี่ยมมาก’ ดวงตาของผู้าุโจางเป็ประกายชื่นชม
เทียนเจินถูกกดดันให้ต้องหยุดโจมตีและถอยกระบี่ของเขาที่เคยสร้างปัญหาให้กับคู่ต่อสู้มากมายกลับไม่สามารถสร้างปัญหาต่อซ่งไป่หลางได้อย่างไรก็ตามเขายังไม่ได้ลงมืออย่างเต็มกำลัง
“ซ่งไป่หลาง เ้าเป็อัจฉริยะอย่างแท้จริงแต่อย่าคิดว่าข้าจะแพ้ต่อเ้า”เทียนเจินชื่นชมอีกฝ่าย แต่เขามีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างยิ่ง
เคล็ดกระบี่อัสนีบัวพิสุทธิ์
“ศิษย์น้องระวังกระบี่ของเทียนเจินแฝงพลังธาตุอัสนี”ฉินจีอุทานออกมา วิชากระบี่อัสนีของเทียนเจินสามารถคุกคามนางได้มากนางจึงกังวลว่ามันอาจทำให้ซ่งไป่หลางได้รับอันตราย
‘หลักการของวิชากระบี่อัสนีบัวพิสุทธิ์คือเร็วและรวมศูนย์ข้าไม่เชื่อว่าเ้าจะป้องกันกระบี่ของข้าได้’
เทียนเจินมีความมั่นใจในกระบี่ของตนอย่างมากเมื่อใช้วิชานี้ผสานกับพลังธาตุแม้แต่อู๋หลิวยังไม่กล้ารับตรงๆ
ซ่งไป่หลางก็รับรู้ถึงความร้ายกาจของกระบี่นี้เช่นกันหากเขาใช้พลังธาตุได้คงเลือกใช้วิธีป้องกันแต่ในเมื่อใช้ไม่ได้การหลบหลีกย่อมเป็หนทางที่ดีกว่าแม้กระบี่ของเทียนเจินจะเร็วทว่าซ่งไป่หลางในเวลานี้นอกจากมีฐานรากศักดิ์สิทธิ์เสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแกร่งเหนืุ์แล้วยังมีเคล็ดย่างก้าวแปดบัวดาราระดับ์อยู่กับตัว
ท่าเท้าแปดบัวดารา
ร่างของซ่งไป่หลางพลันเลือนรางคล้ายฝุ่นควันพริบตาเดียวก็สลายหายไปก่อนที่กระบี่ของเทียนเจินจะััร่างดวงตาของเทียนเจินเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อซ่งไป่หลางคล้ายเป็ภาพมายาที่เขาไม่อาจจับต้องได้เลยแม้แต่น้อย
“ตาข้าโจมตีบ้าง”
ซ่งไป่หลางปรากฏขึ้นจากด้านหลังของเทียนเจินแทนที่จะใช้ฝ่ามือบัว์เด็กหนุ่มกลับทดลองจู่โจมด้วยฝ่ามือธรรมดาทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังลมปราณ
เคล็ดเกราะบัวอัสนี
วิชาป้องกันของเทียนเจินคือเกราะบัวอัสนีซึ่งมีจุดเด่นคือสามารถสร้างม่านสายฟ้าอันร้ายกาจนอกจากจะสามารถต้านทานการโจมตียังสามารถจู่โจมสวนกลับได้ขณะเดียวกันเกราะบัวอัสนีนับได้ว่าเป็วิชาระดับสูงที่ร้ายกาจอย่างมากวิชาหนึ่งแต่ก็ต้องแลกมาด้วยคุณสมบัติพร์ด้านพลังธาตุสายฟ้าที่แข็งแกร่ง
“เข้ามาเลย” เทียนเจินคำรามกร้าวด้วยวิชาเกราะบัวอัสนีต่อให้อีกฝ่ายโจมตีด้วยฝ่ามือบัว์อันร้ายกาจเทียนเจินก็ยังมีความมั่นใจว่าจะสามารถต้านทานได้
เปรี้ยง!! ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเมื่อััถึงการปะทะอันรุนแรงบริเวณฝ่ามือของตนเกราะบัวอัสนีมีความสามารถในการป้องกันและโจมตีกลับยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงหากไม่ใช่เพราะร่างกายและพลังของซ่งไป่หลางเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปมากการโจมตีนี้เขาอาจเป็ฝ่ายได้รับาเ็เสียเอง
‘เจอกับการป้องกันของเกราะบัวอัสนีเข้าไปเต็มๆแต่กลับไม่ได้รับาเ็’ เทียนเจินรู้สึกหวาดหวั่นเป็อย่างมากซ่งไป่หลางมีพลังเพียงระดับสิบก่อกำเนิด โดยทั่วไปแทบไม่อยู่ในสายตาของเขาที่มีพลังถึงระดับสามเที่ยงแท้อันที่จริงต่อให้เป็ระดับสองเที่ยงแท้เทียนเจินก็ยังมีความรู้สึกเหยียดหยามอยู่เล็กน้อยด้วยซ้ำ
“พลังของเด็กคนนี้นับว่าหลุดพ้นจากกฏเกณฑ์อย่างแท้จริง” บรรดาผู้าุโต่างสูดลมหายใจอย่างตื่นตะลึง
เพียงเวลาไม่นานที่ทั้งสองคนประลองกันเห็นได้ชัดว่าซ่งไป่หลางแทบไม่ตกเป็รองเลยสักนิดแม้ว่าจะมีระดับพลังต่ำกว่าหลายขั้นและยิ่งปะทะกันนานขึ้นความเฉียบคมของซ่งไป่หลางก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวะโ
“ฮึ่ม”เทียนเจินตระหนักได้ว่าตนเองไม่สามารถคงสภาพเกราะบัวอัสนีไว้ได้นานเกินไปจึงตัดสินใจสลายเกราะทิ้งชั่วคราวซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้มเหี้ยมเมื่ออีกฝ่ายไร้ซึ่งเกราะอัสนีก็ถึงเวลาที่เขาจะโจมตีแล้ว
เคล็ดฝ่ามือบัว์
เทียนเจินสะท้านวาบรีบทะยานร่างหลบออกไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วสูงสุดพริบตาหลังจากนั้นพื้นที่ที่เทียนเจินเคยยืนอยู่ก็ถูกครอบคลุมด้วยเงาของดอกบัว์
‘พลังทำลายล้างของฝ่ามือบัว์นี่ร้ายกาจมาก แม้จะใช้เกราะบัว์ต้านทานก็คงต้องได้รับาเ็เล็กน้อยแต่หากรู้ว่าจะถูกโจมตีข้าก็ยังสามารถกะจังหวะหลบได้’ เทียนเจินเผยรอยยิ้มออกมาเป็โชคดีของเขาที่ได้เห็นซ่งไป่หลางใช้เทคนิคนี้ในการจัดการกับโม่หลางมาก่อนจึงทำให้สามารถกะจังหวะหลบหลีบได้ง่ายขึ้น
‘ข้ายังควบคุมฝ่ามือบัว์ได้ไม่ดีพอไม่เช่นนั้นเทียนเจินไม่มีทางหลบได้เด็ดขาด’หลังจากฝ่ามือบัว์ถูกพัฒนาขึ้นเป็วิชาระดับ์แม้ว่าพลังทำลายของมันจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมากทว่าการควบคุมกลับทำได้ยากเย็นยิ่ง ยิ่งใช้วิชาที่ร้ายกาจก็ยิ่งต้องอาศัยการทุ่มเทฝึกฝนกว่าจะถึงจุดที่สามารถควบคุมได้โดยสมบูรณ์ซ่งไป่หลางยังต้องใช้เวลาอีกมาก
กระบี่ของเทียนเจินกวาดแทงออกไปอีกครั้งหนึ่งทว่าซ่งไป่หลางกลับสามารถก้าวหลบได้หมดอย่างง่ายดายด้วยท่าเท้าแปดบัวดารา
‘เห็นทีหากไม่ทุ่มเทเต็มกำลังคงไม่สามารถเอาชนะได้’ ทั้งสองฝ่ายต่างมีความคิดเดียวกัน
ศิษย์หลักห้าอันดับแรกนั้นฝีมือไม่เลวเลยต่อให้ซ่งไป่หลางจะมีพลังและความสามารถผิดมนุษย์ก็ยังไม่อาจเอาชนะโดยง่ายอาศัยเพียงพลังเข้าปะทะโดยตรงเหมือนที่สู้กับโม่หลางหรือซ่งชุนนั้นย่อมไม่มีทางเอาชนะโดยเด็ดขาด
เทียนเจินเองก็หวาดผวาซ่งไป่หลางผู้นี้ระดับน้อยกว่าเขามากแต่กลับแข็งแกร่งราวปีศาจหากเติบโตขึ้นอีกเพียงเล็กน้อยอย่าว่าแต่ชิงอันดับไปจากเขาเลยแม้แต่คนที่แข็งแกร่งกว่าเขาก็คงไม่สามารถต้านทานได้
“หากซ่งไป่หลางเข้าประลองในฐานะศิษย์สายในอันดับหนึ่งคงเป็ของนิกายเราอย่างไม่ต้องสงสัย น่าเสียดาย” ผู้ฝึกสอนรวมถึงผู้าุโหลายคนส่ายหน้า ซ่งไป่หลางยังมีระดับพลังน้อยแม้จะมีพร์น่าตะลึงเพียงใดแต่เขาก็ควรก้าวไปทีละขั้นขอเพียงเป็อันดับหนึ่งในแคว้นของบรรดาศิษย์สายในทั้งหมดย่อมมีโอกาสได้รับทรัพยากรฝึกฝนมากมายก้าวหน้ารวดเร็วราวัทะยาน
แทนที่จะเลือกหนทางที่ง่ายเขากลับทะเยอทะยานเกินไปไขว่คว้าที่จะเข้าสู่สนามประลองของศิษย์สายหลัก ต่อให้ซ่งไป่หลางเอาชนะเทียนเจินสำเร็จและได้เข้าประลองจริงแล้วอย่างไรเล่าระดับของเทียนเจินในแคว้นนั้นเรียกว่าไม่ต่ำไม่สูง เทียบกับอัจฉริยะของนิกายอื่นๆแล้วไม่อาจนับเป็อันใดได้ต่อให้ซ่งไป่หลางเหนือกว่าเทียนเจินจริงก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะได้รางวัลจากการประลองเสียหน่อย
นึกถึงเื่นี้บรรดาผู้าุโต่างก็ถอนหายใจออกมา
‘ความได้เปรียบของข้าคือพลังธาตุ ต้องแสดงให้เห็นว่าตราบใดที่เ้ายังไม่ก้าวสู่ขอบเขตขั้นเที่ยงแท้เ้าก็ยากจะต่อกรกับคนในระดับนี้ได้’ เทียนเจินสูดลมหายใจแล้วสะสมพลังธาตุของตน
ซ่งไป่หลางระมัดระวังตัวมากขึ้น ‘เทียนเจินคนนี้จากข้อมูลที่ข้าเคยถามศิษย์พี่ฉินเขาใช้พลังได้สายธาตุคืออัสนีและอัคคี แต่เชี่ยวชาญอัสนีมากกว่าทั้งยังมีพร์อัสนีสูงส่งจึงแทบไม่ใส่ใจพลังธาตุอัคคีเลย’
เขาไม่ใช่คนโง่ก่อนที่จะมาท้าประลองนอกจากเชื่อมั่นในตนเองแล้วเขายังศึกษาคู่ต่อสู้มาเป็อย่างดีด้วย‘วิชาที่น่ากลัวที่สุดของเทียนเจินหนึ่งคือวิชาป้องกันเกราะบัวอัสนี สองคือวิชาโจมตีกระบี่อัสนีบัวพิสุทธิ์โจมตีทั้งแบบรวดเร็วและรวมศูนย์ พลังทำลายล้างและความเร็วนับว่าร้ายกาจยิ่ง’
‘หลังจากการปะทะที่ผ่านมาเขาย่อมรู้ดีว่าการใช้กระบี่อัสนีบัวพิสุทธิ์โจมตีข้านั้นยากเย็นยิ่งดังนั้นการโจมตีของเขาก็จะต้องเป็เกราะบัวอัสนี’ ซ่งไป่หลางวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว
ไม่ผิดจากที่ซ่งไป่หลางคาดคิดเทียนเจินรู้ดีว่ากระบี่ของตนยากจะทำร้ายอีกฝ่ายดังนั้นจึงะเิพลังอัสนีธาตุก่อกำเนิดเกราะบัวอัสนีแล้วพุ่งเข้าหาซ่งไป่หลางอย่างรวดเร็ว
“เขาใช้ท่าเท้าย่างก้าวอัสนีผสมผสานด้วยท่าเท้านี้มีจุดเด่นที่การะเิความเร็วในพริบตาด้วยพลังทำลายของเกราะบัวอัสนีขอเพียงเข้าประชิดได้เขาก็จะเป็ฝ่ายชนะซ่งไป่หลางแน่แค่ไหนก็คงไม่รอด”ผู้ชมต่างอุทานออกมา
“น่าประทับใจ ใช้กระบวนท่าผสานสมบูรณ์แบบน่าเสียดายที่เ้าประเมินพลังของตัวเองและข้าผิดไป” ซ่งไป่หลางหัวเราะเสียงเย็นเขารอให้อีกฝ่ายเข้ามาหาอยู่นานแล้วแม้เกราะบัวอัสนีจะน่ากลัวเพียงใดแต่วิชาโจมตีของซ่งไป่หลางก็น่ากลัวไม่แพ้กัน
เคล็ดวิชาฝ่ามือบัว์
“อันใดกัน”สีหน้าของเทียนเจินแปรเปลี่ยนเป็ซีดขาวััได้ถึงภัยคุกคามใหญ่หลวงที่เข้ามาหาตนซ่งไป่หลางคาดเดากลยุทธ์ของมันได้สมบูรณ์แบบยิ่ง ดังนั้นทำเพียงยืนหยัดรอคอยร่ายวิชาฝ่ามือบัว์ตระเตรียมเอาไว้เพียงพริบตาที่ตนพุ่งเข้าหาซ่งไป่หลางก็เท่ากับพุ่งไป่หาหมัดของอีกฝ่าย
ทว่าฉับพลันนั้นดวงตาของเทียนเจินพลันฉายประกายแสงเย็นเยียบกับดักแล้วอย่างไรเล่าในสภาพที่ร่ายเกราะบัวอัสนีเต็มกำลังเช่นนี้เขาไม่กลัวฝ่ามือบัว์ของซ่งไป่หลางเด็ดขาด
เปรี้ยง!!! การปะทะอันรุนแรงบังเกิดขึ้นพริบตาเดียวร่างของทั้งสองก็ถอยออกห่างจากกัน ดวงตาของเทียนเจินปรากฏแววเหลือเชื่อหลังจากก้าวเท้าถอยหลังอย่างยากลำบากสามถึงสี่ก้าวจึงหยุดนิ่งแล้วกระอักเืออกมาหนึ่งคำ
อีกด้านซ่งไป่หลางได้รับผลสะท้อนจากการโจมตีเช่นกันทว่าเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วเขาได้รับความเสียหายน้อยกว่าเทียนเจินมาก
“วิชาเกราะบัวอัสนียอดเยี่ยมนัก” ซ่งไป่หลางชมเชย
‘หากจะเอาชนะเทียนเจินข้าจำเป็ต้องโจมตีให้ได้อีกครั้งหนึ่ง’ เห็นได้ชัดว่าพลังโจมตีของฝ่ามือบัว์ถูกเกราะบัวอัสนีดูดซึมไปได้มากกว่าครึ่งเทียนเจินแม้จะได้รับาเ็แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่พอรับไหว อย่างไรก็ตามซ่งไป่หลางสามารถโจมตีลักษณะนี้ได้อีกหลายต่อหลายครั้งอย่างไม่มีปัญหาแต่เทียนเจินจะให้ฝืนใช้เกราะบัวอัสนีต่อนับว่ายากลำบากยิ่ง
‘ข้าแค่ต้องโจมตีให้โดนเท่านั้น’ ดวงตาของซ่งไป่หลางทอประกายวาบ
‘ข้าจะเอาชนะคนผู้นี้ได้ยังไงกัน’ เทียนเจินสีหน้าซีดขาวััได้ถึงความสิ้นหวังที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจวิชากระบี่ของตนไม่สามารถโจมตีถูกเป้าหมายเกราะบัวอัสนีที่ภาคภูมิใจก็กลายเป็ไร้ค่าทั้งยังพาตัวเองไปสู่หายนะ การเผชิญหน้ากับซ่งไป่หลางที่ควรจะเป็เื่ง่ายดายกลับกลายเป็ฝันร้ายสำหรับเทียนเจินที่มีพลังสูงกว่าหลายขั้น
“เทียนเจิน หากเ้าไม่เข้ามาข้าจะเป็ฝ่ายไปหาเอง” ซ่งไป่หลางไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งสติได้เด็กหนุ่มร่ายวิชาท่าเท้าแปดบัวดาราทะยานร่างเข้าหาฝ่ายตรงข้ามร่างของซ่งไป่หลางเคลื่อนไหววูบวาบราวกับภาพมายาพริบตาเดียวก็เข้าประชิดตัวเทียนเจินได้สำเร็จอีกครั้ง
‘แย่แล้ว’เทียนเจินไม่กล้าใช้เกราะบัวอัสนีต้านรับเพราะกังวลฝ่ามือบัว์ของฝ่ายตรงข้ามดังนั้นจึงหมายจะใช้ท่าเท้าย่างก้าวอัสนีที่รวดเร็วกว่าหลบหนี
ซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้มแทนที่จะใช้ท่าฝ่ามือบัว์ที่โจมตีได้ช้ากว่าเด็กหนุ่มกลับเลือกจู่โจมด้วยฝ่ามือธรรมดาสามัญที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณฝ่ามือนี้ยังสอดผสานเข้ากับท่าเท้าแปดบัวดาราทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันซับซ้อนเทียนเจินกำลังจะก้าวหนีกลับพบว่าตนเองก้าวเข้าไปหาฝ่ามือของซ่งไป่หลางเสียเอง
เปรี้ยง!! “อั่ก”แม้พลังจะแตกต่างกันหลายขั้นแต่เทียนเจินไม่ได้ป้องกันตัวเองด้วยเกราะบัวอัสนีจึงทำให้ถูกฝ่ามือของซ่งไป่หลางปะทะเข้าเต็มร่างได้รับาเ็เพิ่มไปอีกไม่น้อย
‘นี่คือผลของท่าเท้าแปดบัวดารา’ซ่งไป่หลางร่ายท่าเท้าต่อเนื่องกดดันจนเทียนเจินรู้สึกราวกับว่าตนเองตกอยู่ท่ามกลางค่ายกลฝ่ามือไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้สำเร็จท้ายที่สุดจำต้องใช้วิชาเกราะบัวอัสนีออกมาอีกคราหนึ่งเพื่อปกป้องตนเองทว่าซ่งไป่หลางก็รอจังหวะนี้อยู่แล้วการร่ายเกราะบัวอัสนีจะทำให้เทียนเจินไม่สามารถขยับร่างกายได้ชั่วขณะเป็เวลาที่มากพอที่ตนจะโจมตีด้วยฝ่ามือบัว์สำเร็จ
เงาดอกบัวปรากฏขึ้นครอบคลุมเกราะบัวอัสนีของเทียนเจินจนมืดมิดพริบตาเดียวก็หมุนวนบดขยี้จนเกราะบัวอัสนีแตกสลายหายไปเทียนเจินกระอักเืดวงตาเลื่อนลอยซ่งไป่หลางเห็นอีกฝ่ายหมดสภาพต่อสู้แล้วจึงยกเลิกกระบวนท่าปลดปล่อยให้เทียนเจินเป็อิสระร่วงหล่นลงบนพื้น
ทั้งเหล่าคนดูรวมไปถึงผู้ฝึกสอนและผู้าุโต่างจ้องมองภาพที่ปรากฏขึ้นด้วยความเงียบงันภาพที่ซ่งไป่หลางสามารถไล่บดขยี้เทียนเจินได้อย่างเยือกเย็นและเรียบง่ายจากการต่อสู้ทั้งหมดเทียนเจินแทบไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้แม้กระทั่งความเสียหายก็แทบจะไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้
เอาชนะผู้ที่มีพลังเหนือกว่าอย่างขาดลอย!!
“ซ่งไป่หลางเป็ผู้ชนะ ได้รับตำแหน่งศิษย์หลักอันดับห้าได้รับสิทธิ์เข้าประลองในงานประลองสิบนภาในฐานะศิษย์หลัก”ผู้าุโที่เป็ผู้ตัดสินเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก
“ผู้าุโทุกท่านเื่ของซ่งไป่หลางจะต้องเก็บเอาไว้ให้เป็ความลับ อย่าได้แพร่งพรายให้นิกายอื่นๆรู้เด็ดขาด” รองเ้านิกายตั้งสติได้จึงส่งสัญญาณลับแจ้งต่อผู้าุโทั้งหมดทันทีนี่เป็เื่สำคัญมากการปรากฏตัวของอัจฉริยะนั้นจะก่อให้เกิดการจับตามองจากทุกฝ่ายเดิมทีอัจฉริยะคนหนึ่งก็สามารถสร้างความอิจฉาและหวาดหวั่นให้กับนิกายอื่นๆได้มากอยู่แล้วยิ่งซ่งไป่หลางที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าอัจฉริยะคนใดในประวัติศาสตร์มิต้องสงสัยเลยว่าหากนิกายอื่นรู้ตัวตนของเด็กหนุ่มล่วงหน้าพวกมันจะต้องเคลื่อนไหวเพื่อจัดการกับซ่งไป่หลางแน่นอน
“ผู้าุโจางพวกเราต้องให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้ถึงที่สุด โดยเฉพาะเื่ความปลอดภัยห้ามปล่อยให้เขาต้องพบเจอความเสี่ยงโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ในฐานะตัวแทนเ้านิกายข้าอนุญาตให้ซ่งไป่หลางสามารถฝึกฝนวิชาระดับสูงทั้งหมดของนิกายโดยไม่มีข้อจำกัด” รองเ้านิกายกระซิบบอกผู้าุโจาง
อนุญาตให้ฝึกฝนวิชาระดับสูงทั้งหมดของนิกายนี่นับว่าเป็อภิสิทธิ์ที่ยอดเยี่ยมอย่างมากสำหรับลูกศิษย์คนหนึ่งในบรรดาลูกศิษย์หลักทั้งหมด มีเพียงอู๋หลิวเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์นี้แม้แต่ฉินจีที่มีความแข็งแกร่งโดดเด่นก็ยังถูกจำกัดสิทธิ์เอาไว้เพียงแค่สามารถศึกษาวิชาระดับสูงได้มากกว่าศิษย์คนอื่นๆหลายวิชาเท่านั้น
ผู้าุโจางย่อมเข้าใจเื่ราวจุดอ่อนของซ่งไป่หลางก็คือระดับพลังที่ยังไม่บรรลุขั้นเที่ยงแท้ทำให้ไม่สามารถใช้พลังธาตุได้และวิชาที่แม้จะแข็งแกร่งแต่ก็ขาดการพลิกแพลงในหลายๆด้านวิธีแก้ไขก็คือการเปิดโอกาสให้เรียนรู้วิชาจำนวนมากเพื่อสร้างเส้นทางที่เหมาะสมต่อการบ่มเพาะฝึกพลังในอนาคต
“รองเ้านิกายวางใจ ข้าจะดูแลเด็กคนนี้อย่างดี” ผู้าุโจางรับปาก