เฮ่อ เห็นทีนางคงต้องยอมปล่อยเื่นี้ไปก่อน หากนางและคนผู้นั้นมีวาสนาต่อกันจะอย่างไรสักวันหนึ่งคงได้พบกันแน่ ตอนนี้นางคงต้องหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่านและเฉาตายไปอีกรอบ ความจริงนางจะเป็เต่าหดหัวอยู่ในกระดองมุดหัวอยู่แต่ในจวนแห่งนี้ก็ได้ แต่การขลุกอยู่แต่ในจวนแม้จะสุขสบาย แต่ที่นี่ไม่มีอะไรทำสักอย่าง วันหนึ่งๆ ของนางผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ขืนนางยังหมกตัวอยู่แต่ในนี้นางต้องอกแตกตายเป็แน่ นางอึดอัดจะตายอยู่แล้ว ไหนๆ ตอนนี้พระเอกของเื่ก็ยังไม่โผล่หัวมาให้นางกังวลใจ เช่นนั้นนางก็ขอหาอะไรทำเป็ชิ้นเป็อัน เพื่อไม่ให้ชีวิตน่าเบื่อเกินไป
แต่จะทำอะไรดีล่ะ นางทำอะไรก็ไม่เป็สักอย่าง ประสบการณ์อะไรก็ไม่มี
เฮ่อ...คิดแล้วอยากจะร้องไห้ นางช่างไม่เอาไหนเลยจริงๆ
แววตาที่อยู่ๆ ก็หม่นเศร้าลงของผู้เป็นาย ทำให้บ่าวตัวน้อยที่เฝ้าคอยปรนนิบัติอยู่ไม่ห่างอดรู้สึกเป็ห่วงไม่ได้ เอ่ยถามขึ้นอย่างห่วงใย
"คุณหนูเป็อะไรไปเ้าคะ"
อิงอิงหันมองคนข้างกาย ส่งยิ้มให้คนที่นางพบหน้าครั้งแรกั้แ่ตื่นขึ้นมาในสถานที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ คนที่คอยห่วงใยและคอยดูแลนางเป็อย่างดีไม่เคยห่าง หากไม่มีเสี่ยวมี่ คนที่ไม่ได้เื่อย่างนางคงเอาชีวิตไม่รอด
"ขอบใจนะเสี่ยวมี่"
"จะ เ้าคะคุณหนู"
เสี่ยวมี่มองผู้เป็นายอย่างไม่เข้าใจ
"ขอบใจที่ดูแลข้า ขอบใจที่อยู่ข้างๆ ข้าเสมอ ขอบใจที่ไม่ทิ้งข้า ขอบใจสำหรับทุกๆ อย่าง เ้าเองก็คงลำบากเพราะข้าไม่น้อย"
อิงอิงจับมือเล็กของอีกฝ่ายมากอบกุมเอาไว้ เอ่ยออกมาจากหัวใจ จากความรู้สึก ฝ่ามือหยาบกระด้างที่นางััได้ ทำให้เกิดความรู้สึกหลากหลาย ทั้งละอายใจและรู้สึกผิด นางมาอยู่ที่นี่หลายวันแล้วแต่กลับไม่เคยได้สังเกตความเป็อยู่ของอีกฝ่าย ไม่เคยรู้ว่าวันหนึ่งคนข้างกายนางต้องพบเจอกับความลำบากใดบ้าง ตื่นนอนมาก็มีคนคอยปรนนิบัติ หิวก็มีคนยกเอาอาหารมาให้ ส่วนตัวนางเองไม่เคยแม้แต่จะย่างเท้าออกจากบริเวณเรือนของตนเลย
"คุณหนู"
เสี่ยวมี่มองใบหน้างดงามของผู้เป็นายที่กำลังทอดสายตามองนางอย่างอ่อนโยนด้วยแววตาสั่นระริก ชีวิตของนางเป็ของผู้เป็นาย ไม่เคยกลัวความลำบากแม้แต่น้อย แค่คุณหนูเมตตาให้นางรับใช้ข้างกายก็ดีที่สุดแล้ว
"ไม่เป็อะไรเลยเ้าค่ะ บ่าวไม่ลำบากเลยสักนิด มันเป็หน้าที่ของบ่าวอยู่แล้ว อีกอย่างบ่าวก็เต็มใจและยินดีมากที่ได้ดูแลคุณหนูนะเ้าคะ"
"ขอบใจเ้ามากนะเสี่ยวมี่ ขอบใจจริงๆ "
อิงอิงส่งยิ้มกว้างจนดวงตาคู่งามคล้ายดังพระจันทร์เสี้ยว นางโชคดีมากๆ ที่ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว อย่างน้อยก็มีเสี่ยวมี่คนหนึ่งที่อยู่เคียงข้างนาง
ในเมื่อตอนนี้นางไม่อาจกลับไปยังโลกที่จากมาได้แล้ว นางกลายเป็คนของที่นี่ กลายเป็คุณหนูว่านเย่วอิงผู้เลอโฉม ทรวดทรงองค์เอวก็เย้ายวน เป็เรือนร่างที่นางเคยปรารถนาอยากจะมี ถึงแม้จะเคยร้ายกาจไปบ้าง เอ่อ อาจจะร้ายกาจไปสักหน่อย แต่นั่นก็ในอดีต จากนี้จะไม่มีว่านเย่วอิงคนเก่าที่แสนร้ายกาจอีกแล้ว จะมีเพียง คุณหนูว่านเย่วอิงคนใหม่ ผู้งดงามทั้งหน้าตาและจิตใจ นางจะใช้ชีวิตอยู่ในร่างใหม่นี้ให้มีความสุข
คิดได้เช่นนั้นร่างบอบบางก็ลุกพรวดขึ้น จนคนข้างๆ ใรีบลุกตามทันที
"ไป เสี่ยวมี่ ไปกัน"
"ไป ไปไหนเ้าคะคุณหนู"เสี่ยวมี่เอ่ยถามอย่างสงสัย
"ข้าอยากเดินเล่นรอบๆ จวน หลายวันนี้รู้สึกว่าน้ำหนักจะขึ้น อึดอัดมาก"
อิงอิงเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินนำออกไป อย่างแรกนางคงต้องทำความคุ้นเคยกับชีวิตความเป็อยู่ของร่างนี้อย่างลึกซึ้งเสียก่อน ั้แ่มาอยู่ที่นี่นางเอาแต่วิ่งหนีเอาตัวรอดจากพระเอกของเื่ จนไม่ได้สนใจรอบกาย วันนี้นางจะสำรวจบ้านหลังใหม่ของนางเสียหน่อย นางไม่รู้อันใดของตัวละครตัวนี้เลย นอกจากรู้ว่านางคือนางร้ายของเื่ที่ตายอย่างอนาถและเป็บุตรสาวของหมอเทวดา
สองขาเรียวที่ก้าวเดินอย่างร่าเริงในตอนแรกชะงักกึกเมื่อร่างบอบบางก้าวพ้นออกมาจากบริเวณเรือนของตัวเอง ใบหน้างามหันกลับไปมองด้านหลังของตัวเองอีกครั้งและหันกลับมาพิจารณาภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าฉงน
ใช่จวนเดียวกันแน่หรือ เหตุใดจึงได้ให้แตกต่างกันเช่นนี้
อิงอิงมองภาพที่ปรากฏตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง เหตุใดมันจึงได้เป็เช่นนี้ เรือนที่นางอาศัยซุกหัวนอนตลอดหลายวันที่ผ่านมาทุกตารางนิ้วล้วนดูงดงาม เครื่องเรือนทุกชิ้นแค่มองด้วยตาก็รู้ได้ถึงมูลค่าของมัน บรรยากาศรอบกายล้วนงดงามดูมีชีวิตชีวา แต่ภาพตรงหน้าที่เห็นมันช่างดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ยิ่งก้าวเดินยิ่งเห็นถึงความเงียบเหงาวังเวงและไร้สีสัน ภาพในหัวของนางที่เคยคิดไว้หายไปหมด แม้พื้นที่จะดูกว้างขวางใหญ่โตและได้รับการดูแลอย่างดีไร้ฝุ่นและสิ่งสกปรก แต่มันดูโล่งจนแทบจะไร้เครื่องเรือนจะมีก็เพียงข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็เพียงเท่านั้น และั้แ่เดินมานางยังไม่พบสิ่งมีชีวิตนอกจากนางและเสี่ยวมี่เลย
"เสี่ยวมี่บ่าวไพร่ในจวนของเรามีกี่คน"
"รวมบ่าวก็มีอยู่ทั้งหมดห้าคนเ้าค่ะคุณหนู"
เสี่ยวมี่มิได้แปลกใจกับคำถามของผู้เป็นาย แต่แปลกใจที่อยู่ๆ คุณหนูก็สนใจเื่เกี่ยวกับภายในจวนขึ้นมามากกว่า เพราะที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่เคยสนใจเื่ใดๆ ในจวนเลย ค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นางที่ต้องมาขอเบิกจากผู้เป็นายและเบิกเท่าที่จำเป็เท่านั้น ที่นี่เคยมีพ่อบ้านคอยจัดการทุกอย่างภายในจวน แต่เพราะทำให้คุณหนูไม่พอใจจึงถูกไล่ออกไป
"ห้าคน"
อิงอิงถามออกมาเสียงดังอย่างไม่อยากจะเชื่อ นี่มันจวนของท่านหมอเทวดาผู้โด่งดังแน่หรือ
"เ้าค่ะ มีบ่าวชายหนึ่งคนมีหน้าที่เฝ้าประตูจวนและทำงานที่ต้องใช้แรง ส่วนที่เหลือก็เป็สตรีรับผิดชอบงานครัวและเรือนใหญ่เ้าค่ะ"
เสี่ยวมี่เหลือบมองสีหน้าผู้เป็นายแล้วเอ่ยต่อ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงรอฟัง
"ความจริงเมื่อก่อนนั้นมีมากกว่านี้เ้าคะ แต่ว่า..."
เห็นท่าทางอึกอักของเสี่ยวมี่ นางก็พอจะเดาได้ว่าสาเหตุคงเป็เพราะเ้าของร่างเก่า จึงยกมือขึ้นไม่ให้อีกฝ่ายพูดต่อ ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องโถง ที่มีเพียงโต๊ะตัวใหญ่และเก้าอี้อีกไม่กี่ตัว ไร้ข้าวของประดับตกแต่ง ยกมือเล็กขึ้นนวดขมับ ชีวิตใหม่นี้คงไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว