มีโอกาสแค่ 1 ใน 8 เท่านั้นที่คู่ผมจะได้ประเดิมลงสนามเป็นคู่แรก ซึ่งผมก็ไม่ได้อะไรกับเรื่องลำดับสักเท่าไรแต่หากได้สู้เป็นลำดับแรกๆ ก็จะช่วยลดความกดดันที่มีอยู่ตอนนี้ลงได้มากเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็จะได้ไปนั่งจิบน้ำชาลุ้นการต่อสู้ของคู่อื่นต่อไป หรือหากได้แข่งลำดับหลังๆ ก็จะมีโอกาสที่จะได้รู้เทคนิคบางอย่างที่สามารถเอาไปประยุกต์หน้างานได้ ตัวอย่างเช่น พวกทักษะหรือวิธีการต่อสู้ที่ผู้เล่นก่อนๆ เคยทำ ก็สามารถนำมันมาปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ของตัวเองได้เช่นกันไม่ว่าจะได้ต่อสู้เป็นคู่แรกหรือคู่สุดท้ายก็ล้วนมีข้อดี ข้อเสียด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นเมื่อเวลานับถอยหลังหยุดลงที่เลขศูนย์ ร่างกายของผมก็เรืองแสงพลันหายวับ แล้วมาปรากฏกายอยู่บนลานประลองหลักของอารีน่า‘เป็นคู่แรกก็ไม่แย่’บนลานประลองไม่มีคนอื่นคนใด ยกเว้นเพียงผมและคู่ต่อสู้ตรงหน้าเท่านั้น(ถ้าหากไม่นับพิธีกรแปลกหน้าที่ลอยไปลอยมาอยู่ด้านบน) พร้อมกับสายตามากมายหลายคู่ของเหล่าผู้ชมบนอัฒจันทร์ที่คอยจับจ้องทุกการกระทำของผมและเธอ ‘กับดักหัวใจยัยตัวร้าย’‘ความตื่นเต้นนี้มันคืออะไรกัน’ปกติที่ผมเล่นเกมก็ไม่เคยมีคนจ้องมองมามากมายขนาดนี้ ซึ่งประสบการณ์ในการลงวิดีโอหรือสตรีมมิ่งนั้นก็ไม่สามารถช่วยลดทอนความประหม่าที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้เลย และในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีอาการอื่นเพิ่มขึ้นมา ทั้งอาการมือสั่น การหายใจที่เริ่มจะไม่เป็นจังหวะ รวมไปถึงเม็ดเหงื่อที่ชุ่มฉ่ำเต็มฝ่ามือไปหมดพลันเสียงไมค์หอนก็ช่วยดึงสติผมกลับมาให้กลับมาจดจ่อการต่อสู้ตรงหน้าได้อีกครั้ง ไม่นานนักพิธีกรก็ได้กล่าวบางอย่างขึ้น“สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน, กระผมเจ้าหน้าที่เซอร์ริงโก้ จะรับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินการแข่งขันต่อจากเลดี้มารายครับ” พิธีกรหนุ่มในชุดบัตเลอร์ที่ลอยอยู่เหนือสังเวียนกล่าวขึ้น พร้อมกล่าวต่อ“สำหรับกติกาต่างๆ เลดี้มารายคงได้ชี้แจงเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเพื่อเป็นการไม่ให้เสียเวลา” เขาหยุดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเปิดการแข่งขันอย่างกึกก้อง “การต่อสู้น็อคเอาท์รอบที่ 1 คู่ที่ 1 ผู้เล่นวิคเตอร์ ปะทะ ผู้เล่นกับดักหัวใจยัยตัวร้าย เริ่มได้! ”ทันใดนั้นเขตแดนที่ขวางกันระหว่างผมและศัตรูตรงหน้าสลายหายไปซึ่งทันทีที่เข้าสู่การต่อสู้ก็มีหนังสือ 3 เล่มปรากฏขึ้นตรงหน้า‘หวังว่าคำภาวนาของผมก่อนหน้านี้จะได้ผล’‘หนุ่มน้อยหมวกแดง’ ‘มนตร์อสูร’ ‘องครักษ์เงือก’‘ไม่คิดเลยว่าคำภาวนาที่ขอให้ได้หนังสือดีๆ จะสำฤทธิ์ผลทันตาเห็น’และด้วยความที่ผมเคยเป็นแฟนเกมไฟนอลแฟนตาซีมาก่อน ทำให้ตัวเลือกอื่นๆ ถูกตัดทิ้งไปหมดสิ้น เหลือไว้เพียงแค่หนังสือเรื่องมนตร์อสูรเพียงเล่มเดียวที่ยืนหนึ่งอยู่ในใจผู้บ่าวคนนี้ พร้อมความรู้สึกเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ที่กำลังวิ่งพล่านไปทั่วร่าง‘ชักอยากจะรู้ขึ้นมาแล้วสิว่า จะมีมนตร์อสูรเด็ดๆ ให้ได้ใช้บ้างหรือเปล่า’ผมดีใจมากจนกลั้นความความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ไม่อยู่ เผลอทำตาโตเป็นประกายและยิ้มให้กับศัตรูตรงหน้า“โรคจิต!” เธอกล่าว พร้อมแสดงปฏิกิริยารังเกียจออกมาซึ่งนั่นถือเป็นคำดึงสติชั้นยอด เป็นคำที่ทำรอยยิ้มของผมถึงกับหุบลง แล้วถูกแทนที่ด้วยความหงอยที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสาวสวยตรงหน้าไม่รอช้า เธอปาวัตถุบางอย่างเข้ามา ซึ่งในตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกว่าสิ่งนั้นคืออะไร“ผู้เล่นยัยตัวร้ายเห็นอีกฝ่ายเหม่อลอยอยู่จึงฉวยโอกาสเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อนด้วยการขว้างระเบิดควันออกไป” เสียงพิธีกรหนุ่มบรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้ทุกคนในสนามประลองฟังและพอได้ยินเสียงพากย์การต่อสู้เท่านั้นแหละ ‘รู้เลย’เมื่อทัศนวิสัยถูกพรากไป สิ่งที่ผมทำได้ในตอนนี้ก็มีอยู่ไม่มาก“ฝนตกเปาะแปะ เรียกแกะเข้ามา... ชีพอินเดอะเรน(Sheep in The Rain)”สิ้นเสียงเรียกใช้ทักษะฝนห่าหนึ่งก็เทลงมาในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ส่งผลให้ควันที่พวยพุ่งบางตาลงอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับเป็นจังหวะที่ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังพุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างรวดเร็วทันทีที่เกิดเป็นเสียงบางอย่างกระทบกับบาเรียที่สร้างขึ้นจากทักษะเซฟตี้แคสต์ ผมจึงหันไปยังทิศทางดังกล่าว ซึ่งมันทำให้ผมรู้ว่าสิ่งนั้นก็คือลูกดอกนั่นเอง แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ผมหลบลูกดอกอีกลูกหนึ่งที่พุ่งเข้ามาแทบจะพร้อมกันได้ทันฉึบ!เสียงของลูกดอกเสียบเข้าไปที่แขนข้างหนึ่งจนปลายศรข้างหนึ่งทะลุออกมา ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นก็ยังสมจริงเช่นเคยขณะนั้นเอง เสียงย่ำฝีเท้าอย่างรวดเร็วก็ดังขึ้นรอบๆ พร้อมกับลูกดอกที่ค่อยๆ พุ่งเข้ามาเป็นระลอกการหลบแบบดิจิทัลจึงถูกนำมาใช้งานอีกหลายต่อหลายครั้ง พร้อมกับการยิงก้อนพลังเวทสวนออกไปตามทิศทางที่ลูกดอกพุ่งเข้ามาและเนื่องจากควันที่จางลงทำให้ผมสามารถระบุตำแหน่งของศัตรูและทิศทางของลูกศรจำนวนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาได้ ซึ่งผมคิดว่ายังไงก็ไม่สามารถหลบลูกดอกชุดนี้ได้แน่ทักษะเอาตัวรอดที่เพิ่งจะเรียนรู้มาใหม่อีกทักษะหนึ่ง ก็ถูกเรียกใช้งานขึ้นเป็นครั้งแรก“แอร์วอล(Airwall)”พลันปรากฏเป็นกำแพงลมที่กำลังพวยพุ่งอยู่ตรงหน้า พร้อมพัดพากระสุนเหล่านั้นให้เบี่ยงวิถีจนพุ่งขึ้นไปในอากาศในจังหวะนี้เองที่ผมคิดว่าเป็นโอกาสทองในการสแกนรายชื่อทักษะที่ปรากฏอยู่ในหนังสือแบบคร่าวๆ...แล้วความเป็นจริงตรงหน้าก็ได้ตบหน้าของผมเข้าอย่างจัง“อ้าวเฮ้ย!” นี่มันไม่เหมือนกับสิ่งที่ผมคิดไว้นี่นาหนังสือมนตร์อสูรเล่มนี้มันไม่ได้เป็นไปตาม ‘มนตร์อสูร’ ในคำจำกัดความของผมโดยคำจำกัดความที่ใกล้เคียงกับหนังสือเล่มนี้มากที่สุดก็คงไม่ไกลจากคำว่า ‘ทายาทอสูร’ มากนัก เพราะมันมีทั้งปลวก มด แมลงสาบในเล่มเดียวกัน ซึ่งนอกจากนี้แล้วก็ยังรวมไปถึงตะขาบและแมลงอื่นอีกนานาชนิดที่สถิตอยู่ในทักษะของหนังสือเล่มนี้เพียงแค่คิดถึงชื่อเรื่องของละครเรื่องหนึ่งในอดีต จู่ๆ ท่อนคิลลิ่งพาร์ทของเพลงประกอบละครก็ดังขึ้นในหัวโดยอัตโนมัติ... ‘เจ้าคือทายาทคนต่อไป’บรึ๋ย... ขนของผมนี่ลุกกราวเมื่อคิดถึงมตร์อสูรฉบับนั้น พร้อมกับความกลัวในอดีตที่ผุดขึ้นมาหลอกหลอนด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่คิดจะเรียกใช้ทักษะใดๆ ของหนังสือเล่มนี้ออกมาเด็ดขาด ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีต่อชื่อเสียงของผมในอนาคตอีกด้วย ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้มีฉายา ‘วิคเตอร์ปล่อยตะขาบ’ ถือกำเนิดขึ้นมาพลันเกิดคลื่นลมกระแทกระเบิดขึ้น พร้อมกับกำแพงแห่งสายลมที่หายไปซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ศัตรูปล่อยการโจมตีหนึ่งออกมาโดยการยิงลูกศรออกมาจากหน้าไม้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคราวนี้เกิดเป็นเสียงแหวกอากาศที่แปลกประหลาดกว่าครั้งก่อนๆด้วยสัญชาตญาณผมจึงพยายามเบี่ยงตัวหลบทำให้ลูกศรดังกล่าวพลาดเป้า พุ่งปักลงพื้นไม่ใช่… เธอไม่ได้ยิงพลาด แต่เธอตั้งใจที่จะเล็งตรงพื้นนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้วเมื่อผมคิดได้ มันก็สายไปเสียแล้วที่จะทิ้งระยะห่างจากศรดังกล่าวตู้ม!ผลจากแรงระเบิดได้ส่งร่างของผมให้กลิ้งไปสองสามตลบ ก่อนที่ผมจะหมุนตัวกลับมายืนได้อีกครั้งเป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก ที่ขาผมไม่ได้ขาดหรือด้วนไป ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวผมนั้นช่างน้อยนิด หากเทียบกับร่องรอยหลุมตื้นที่เกิดจากการระเบิดเมื่อครู่นักล่าสาวไม่ปล่อยให้ผมมีโอกาสได้ตั้งตัว เธอก็รีบยิงลูกดอกคู่เข้ามาอีกรอบ พร้อมกับขึงลูกดอกนัดถัดๆ ไปด้วยความไวที่เป็นของปีศาจทำให้ผมสามารถหลบศรที่พุ่งเข้ามาได้เกือบหมด พร้อมเปิดการโจมตีสวนออกไปลูกกระสุนเวทมนตร์นัดหนึ่งพุ่งเข้าหน้าของเป้าหมายอย่างจังเพียงแค่นัดเดียวก็ได้ทำให้ร่างดังกล่าวลื่นล้มก้นกระแทกพื้นผมเห็นดังนั้นจึงรีบเสกก้อนพลังเวทซ้ำเข้าไปแต่ศัตรูก็รอบคอบพอที่จะไม่เปิดโอกาสให้ผมโจมตีซ้ำได้ ด้วยการปาระเบิดควันของออกมา พร้อมยิงลูกดอกสวนมาประสานงากับการโจมตีที่ผมส่งออกไปบัดนี้บริเวณรอบตัวผมก็ได้ปกคลุมไปด้วยควันโขมง ซึ่งคราวนี้ควันที่ว่ากลับไม่ใช่ระเบิดควันธรรมดา แต่มันคือ ‘แก๊สน้ำตา’ ที่ทำให้แสบคอแสบจมูก น้ำมูกน้ำตาไหลสกิลแกะในสายฝนและสกิลกำแพงอากาศต่างก็อยู่ในช่วงคูลดาวน์ ทำให้ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวิ่งฝ่ากลุ่มควันออกไปทันใดนั้นเอง ผมก็รู้สึกเหมือนกับตัวเองได้เหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างคลิ๊ก!การอพยพจากแก๊สน้ำตาพลันหยุดชะงัก‘นายคิดเหมือนฉันไหมบีหนึ่ง’ ผมถามตัวเองผมค่อนข้างมั่นใจว่าถ้าผมยกเท้าข้างนั้นขึ้น ยังไงก็ต้องมีการเสียเลือดเนื้อแน่ๆ“ถ้าฉันเป็นนาย ฉันจะไม่ดึงเท้าออก” เสียงใสเสียงหนึ่งดังขึ้น“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงประชดประชันเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ทักษะชีพอินเดอะเรนที่ผมมีอยู่ในตอนนี้นั้น มีคูลดาวน์มากกว่าตอนที่อยู่ในหนังสือเด็กเลี้ยงแกะถึง 3 เท่า สิริรวมก็ 60 วินาทีซึ่งถ้าหากว่าทักษะชีพอินเดอะเรนไม่ติดคูลดาวน์แล้วละก็ การทริกเกอร์เซฟตี้แคสต์ก็จะช่วยให้รอดจากสถานการณ์นี้ไปได้อย่างแน่นอน ผมมั่นใจทางเลือกของผมในตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่สองทางเท่านั้นคือ จะเสี่ยงรอคูลดาวน์ชีพอินเดอะเรน หรือจะลองหลบหนีด้วยความเร็ว แล้วกระตุ้นให้กับระเบิดทำงานส่วนความคิดที่ว่าจะร่ายทักษะในหนังสือมนตร์อสูรออกมานั้นถูกปัดตกไป เพราะว่าผมไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดๆ ได้เลย ทั้งรสชาติความเค็มของน้ำมูกน้ำตาที่ไหลเข้ามาในปาก บวกกับความแสบร้อนที่เริ่มลุกลามไปทั่วผิวหนัง ทำให้ผมเริ่มจะหมดความอดกลั้น‘ไม่ทงไม่ทนมันแล้ว’ตู้ม!เกิดเป็นระเบิดกัมนาทขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคราวนี้ผมโดนเข้าให้แบบเต็มๆแรงระเบิดดังกล่าวได้ฉุดร่างของผมให้ลอยกระเด็นขึ้นไปในอากาศ พร้อมกับเป่ากลุ่มควันจากแก๊สน้ำตาให้กระจายตัวออกไปเนื่องจากแรงลมโดยก่อนที่ร่างของผมตกลงมากระแทกกับพื้นเบื้องล่าง ผมก็ยังสามารถทำการหมุนตัวกลางอากาศพลิกกลับมาอยู่ในท่ายืนได้ในที่สุดผลจากกับระเบิดดังกล่าวส่งผลให้ขาข้างหนึ่งของผมเป๋ไปเท่านั้น ไม่ถึงขั้นขาดด้วนหรือพิกลพิการ แต่ก็ยังสามารถเดินหรือวิ่งช้าๆ ได้อยู่เมื่อคิดถึงสาเหตุที่ผมไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก นั่นอาจเป็นเพราะความแตกต่างระหว่างเลเวล และการที่ผมอัพค่าพลังชีวิตไป 50 แต้มก็เป็นได้ ซึ่งผมไม่คิดเลยว่ามันจะเห็นผลได้แตกต่างขนาดนี้“ชิส์” เธอกล่าวด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์หลังจากนั้นผมก็ทำการดวลไม้กายสิทธิ์กับหน้าไม้อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเผลอตกลงไปในหลุมพรางที่เต็มไปด้วยไม้ปลายแหลม แต่ผมก็สามารถใช้ทักษะแอร์วอล เพื่อพระคองร่างของตัวเองให้ลอยขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยในตอนนั้นเองที่ทำให้ผมได้ตระหนักว่า สนามประลองแห่งนี้ได้เต็มไปด้วยกับดักของศัตรูตรงหน้า เธอวางแผนและเตรียมการการต่อสู้ในครั้งนี้เอาไว้อย่างดี สมแล้วกับการที่เธอตั้งชื่อตัวเองว่า ‘กับดักหัวใจยัยตัวร้าย’เมื่อผมเพิ่มความระมัดระวังให้กับก้าวย่างแต่ละก้าวของตัวเองมากขึ้น กับดักของเธอจึงแทบไม่มีโอกาสได้ทำงาน“นายทำให้ฉันไม่มีทางเลือก” เธอกล่าวขึ้นพร้อมประกบมือสองข้างแล้วพลิกไปมา คล้ายกับกำลังปั้นคุ๊กกี้(ตื่อ ดึด ตื่อ ดือ ดึ่ด)ทันใดนั้นเธอก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศด้วยทักษะบางอย่าง แล้วปาวัตถุก้อนสีชมพูลงมาตรงที่ที่ผมยืนอยู่ ซึ่งเมื่อมันกระทบกับพื้นเบื้องล่าง วัตถุดังกล่าวก็แตกกระจายกลายเป็นของเหลวเหนียวหนืดสีชมพู ซึ่งกินพื้นที่เกือบครอบคลุมลานประลองทั้งหมดเลยทีเดียวเมื่อผมลองเคลื่อนที่ไปมา ก็พบว่าทักษะดังกล่าวได้ทำให้การเคลื่อนที่ของผมช้าลง ประกอบกับสิ่งที่พิธีกรพูดขึ้นมาทำให้รู้ว่าทักษะนี้มีชื่อว่าสติ๊กกี้กัม… หมากฝรั่งเหนียวหนึบโดยในตอนแรกๆ ผมก็ไม่เข้าใจหรอกว่านักล่าสาวจะใช้ทักษะนี้ไปทำไม เพราะมันก็ทำให้เธอเคลื่อนที่ได้ช้าลงเช่นกัน แต่พอเดินไปเหยียบตะปูเรือใบเข้าให้เท่านั้นแหละ ถึงทำให้ได้รู้ว่านอกจากจะทำให้เหนียวหนึบเวลาเคลื่อนที่แล้ว มันยังมีผลช่วยซ่อนร่องรอยของกับดักได้อีกด้วย“อินคลูด(Include) ... แชลโลอีล(Shallow Eel) ” เธอพูดออกมาพร้อมกับแตะการ์ดไปที่รองเท้าข้างหนึ่ง‘ไม่น่าจะเป็นการใช้สกิล’โดยเสียงพากย์ของพิธีกรก็ได้ไขกระจ่างความสงสัย‘การใช้งานการ์ด’ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดการ์ดแชลโลอีลหรือการ์ดปลาไหลน้ำตื้นนั้นมีคุณสมบัติที่ทำให้สามารถเคลื่อนที่บนพื้นที่ที่มีน้ำเร็วขึ้น 30% และผลจากการ์ดปลาไหลน้ำตื้นก็ทำให้เธอเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นจริงๆ เสียด้วยจากนั้นเธอก็เคลื่อนที่ไปรอบๆ ลัดเลาะไปตามกับดักของตัวอย่างชำนาญ พร้อมกับยิงลูกดอกออกมาเป็นครั้งคราวแม้ว่าจะขาของผมจะง่อยไปข้างหนึ่ง แต่ก็ยังสามารถพอทรงตัวยืนอยู่ได้ จึงสวนด้วยก้อนพลังเวทออกไป‘หนึ่งนัดต่อหนึ่งนัด’ ซึ่งผมในตอนนี้นั้นได้พัฒนาความแม่นยำของตัวเองไปอีกระดับขั้นหนึ่งแล้วผมอาศัยช่วงจังหวะที่ศัตรูกำลังหมุนตัว ร่ายทักษะชีพอินเดอะเรนออกมา และหวังว่ามันจะช่วยอะไรผมได้บ้างฝนถูกเรียกออกมา ละเลงไปกับของเหลวคล้ายหมากฝรั่งสีชมพู เปลี่ยนจากหมากฝรั่งเหนียวหนึบให้กลายเป็นหมากฝรั่งลื่นปรื้ดภายในพริบตา“ว๊าย!”ทั้งผมและเธอต่างพยายามทรงตัว แต่ก็จบล้มคะมำกันทุกรอบ โดยทุกครั้งที่ล้มลงก็ยังถูกซ้ำเติมด้วยเสียงหัวเราะของคนที่นั่งชมอยู่บนอัฒจันทร์อีกด้วยฉากการต่อสู้ที่ผมคิดไว้ กับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนั้น ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว… ราวกับการมาขายขำก็มิปาน
เวลาผ่านไประยะหนึ่ง จนกระทั่งผมสามารถทรงตัวได้สำเร็จ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ปรากฏเป็นโซ่ตรวนมามัดขาข้างหนึ่งของผมเอาไว้เพียงครู่หนึ่ง โซ่เส้นนั้นก็ถูกดึงด้วยแรงมหาศาล ส่งผลให้ผมล้มจ้ำลงไปอีกรอบ พร้อมกับร่างที่ถูกลากถูไถไปกับพื้นลื่นไม่นานนักผลของหมากฝรั่งเปียกน้ำก็ได้หายไปจากเวทีประลอง พร้อมกับแทร็ปเปอร์สาวที่กำลังดึงตัวผมด้วยเครื่องมือบางอย่าง แล้วเหวี่ยงผมไปรอบๆ ลานประลองอย่างบ้าคลั่งระหว่างนั้นผมก็ได้ถูกกับดักไปหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกับดักหมี กับดักไม้แหลมจำนวนมากที่พุ่งออกมาจากพื้นดิน และกับดักระเบิดอีกสองสามครั้ง ความบาดเจ็บทั้งหลาย ส่งผลให้ร่างสะบักสะบอมของผมเริ่มแน่นิ่ง ก่อนที่เธอจะยิงตาข่ายออกมาขึงตัวผมไว้กับพื้น พร้อมกับโซ่ที่สลายไปเธอรีบสับขาเดินเข้ามาหาผม แล้วใช้ขาคร่อมร่างผมไว้อีกชั้นหนึ่ง พร้อมกับชักมีดออกมาจากปลอก แล้วบรรจงแทงลงมาที่หัวใจจนมิดด้าม ก่อนจะก้มลงมากระซิบข้างหู“นายทำให้ฉันอับอาย นี่คือบทลงโทษของนาย”เธอพลางหัวเราะคริๆ ทิ้งท้าย ในตอนที่ร่างผมกำลังค่อยๆ สลายกลายเป็นแสงไป