“เสี่ยวหยาง เ้าพอจะเล่าเื่ที่ว่าข้าตายตอนอายุสิบขวบให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่” อวี้ิถามเสี่ยวหยางด้วยความอยากรู้
เสี่ยวหยางเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวเสียงเบา “เมื่อตอนที่คุณชายยังเป็เด็ก คุณชายมีโรคประจำตัวมาโดยตลอด จึงได้แต่นอนซมอยู่แต่ในเรือน กลายเป็เื่ที่ชาวบ้านกล่าวติฉินนินทาว่าคุณชายเป็ลูกชายคนโตแต่กลับป่วยไม่มีทีท่าจะหายอยู่เช่นนี้คงไม่ได้ทำการทำงานอะไรช่วยผู้เป็บิดา เมื่อเื่นี้ถึงหูของท่านอวี้เทียน ท่านก็รู้สึกปวดใจแทนคุณชายเป็อย่างมากที่ต้องโดนชาวบ้านกล่าวหาเช่นนี้ ท่านอวี้เทียนจึงแต่งเื่ขึ้นว่าคุณชายได้เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวเมื่ออายุได้สิบขวบเพื่อปกป้องท่านเ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอวี้ิก็หรี่ตาลงด้วยแววตาหมองมัว
ปึง!!
ทันใดนั้น ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างแรงจนคนที่อยู่ภายในห้องสะดุ้งใทันใด
“พี่หญิง! เช้านี้ท่านนำน้ำชาไปให้ท่านพี่เหวินจงที่ห้องหนังสือหน่อยขอรับ” เหวินจิวซินที่ยืนอยู่หน้าห้องกำลังถือถาดน้ำชาพร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดี
พอได้ยินคำว่าเหวินจง อวี้ิก็พลันใจเต้นขึ้นโดยพลัน “ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
อวี้ิรีบสาวเท้าเดินไปหาเหวินจิวซินก่อนจะรับถาดน้ำชาจากมือเขาไว้ แล้วเดินตีคู่กันไปตามระเบียงทางเดิน
“แหม พอข้าพูดว่าท่านพี่เหวินจงท่านก็รีบมาเลยน้าา~”
“เ้าอย่าพูดมากนัก แล้วที่ข้าให้เ้าคัดบัญชีเ้าคัดเสร็จแล้วหรือยัง”
“ข้าคัดเสร็จแล้ว คัดเต็มหน้ากระดาษตามที่ท่านสั่งเลยขอรับ” เหวินจิวซินกล่าวยิ้ม ๆ
“พี่หญิงเ้าคะ!!” ทันทีที่อวี้ิและเหวินจิวซินเดินมาถึงหน้าห้องหนังสือ เสียงของหญิงสาวก็พลันร้องเรียกดังลั่น
อวี้ิหันหน้าไปตามต้นเสียงก็เห็นหนิงลี่เดินอย่างรีบเร่งมาทางเขา
“พี่หญิง ท่านเห็นถาดน้ำชาหรือไม่ ข้าว่าจะนำมาวางถ้วยชาที่ข้าเตรียมให้ท่านพี่เหวินจงน่ะเ้าค่ะ”
พอหนิงลี่กล่าวจบนางก็เลื่อนสายตาลงมามองที่มือของอวี้ิแล้วก็เห็นเขาถือถาดน้ำชาที่นางตามหา อีกทั้งบนถาดยังมีชาร้อนกลิ่นหอมที่ถูกเตรียมไว้อย่างดี
เมื่อเห็นเช่นนั้นหนิงลี่ก็เหยียดยิ้มทันใด “พี่หญิงช่างรู้ใจข้านักว่าเช้านี้ข้าจะต้องนำน้ำชามาให้ท่านพี่เหวินจง พี่หญิงก็เตรียมไว้ให้ข้าเสียดิบดีเลยนะเ้าคะ” กล่าวจบนางก็ยื่นมือไปรับถาดจากอวี้ิมาไว้ในมือทันใด
“หนิงลี่ หน้าที่นี้เป็ของพี่หญิง!” เหวินจิวซินกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
“แต่ข้าทำหน้าที่นี้ก่อนนะเหวินจิวซิน...” หนิงลี่กล่าวเสียงเบาพร้อมกับทำแววตาน่าสงสาร
“ให้หนิงลี่นำไปให้เหวินจงเถอะ” กล่าวจบอวี้ิก็สะบัดแขนเสื้อเดินผ่านนางไปทันใด
เหวินจิวซินมองตามแผ่นหลังอวี้ิไปครู่หนึ่ง แล้วก็หันหน้ามาคุยกับหนิงลี่ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “หลังจากเ้านำน้ำชาไปให้ท่านพี่เหวินจงแล้วจะไปปักผ้าต่อใช่หรือไม่”
“ข้าจะอยู่ช่วยท่านพี่เหวินจงฝนหมึกก่อน เย็นนี้ถึงจะได้เวลาที่ข้าต้องปักผ้าให้บิดาของข้า” นางกล่าวแสยะยิ้มให้เหวินจิวซินเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องหนังสือพร้อมถาดน้ำชา
“...”
เหวินจิวซินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หินอ่อนฟังสิ่งที่อวี้ิสอนอย่างเหม่อลอย สักพักเขาก็กำหมัดแน่นแล้วทุบลงบนโต๊ะอย่างแรงพร้อมสบถในใจ ‘นางชอบขัดอยู่เรื่อยเสียจริง!!’
“จิวซิน เ้าเป็อะไรงั้นรึ”
“อ้อไม่มีอะไรขอรับ ข้าแค่เมื่อยน่ะ” เหวินจิวซินทำท่าหาวแล้วบิดี้เีไปทางด้านหลังก่อนกล่าวต่อ “อ้อจริงสิ นี่ก็ใกล้เย็นแล้ว ข้าว่าท่านรีบไปช่วยท่านพี่เหวินจงเขียนบัญชีเถอะขอรับ”
“ถ้าเช่นนั้นวันนี้ข้าสอนเ้าเพียงเท่านี้” อวี้ิลุกขึ้นจากเก้าอี้หินอ่อนแล้วเดินฉับ ๆ ไปที่ห้องหนังสืออย่างรวดเร็ว
เหวินจิวซินมองตามแผ่นหลังอวี้ิแล้วยกมือขึ้นเท้าคางพลางคิดอะไรบางอย่าง
‘เท่าที่ข้าคิดนั้นท่านพี่เหวินจงดูหึงหวงเวลาที่ท่านพี่อวี้ิอยู่กับข้าเสมอ อีกทั้งท่านพี่อวี้ิเองก็ดูมีความรู้สึกให้กับท่านพี่เหวินจง แต่ก็ไม่ได้แสดงอะไรออกมามากนัก ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างท่านพี่ทั้งสองยังดูคลุมเครืออยู่ และที่สำคัญจะให้ท่านพี่เหวินจงคิดว่าท่านพี่อวี้ิเป็หญิงสาวนามอวี้หลินอยู่เช่นนี้มันก็กระไรอยู่ ข้าจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้วกระมัง’
‧:❉:‧ .。.:*・❀ ‧:❉:‧ .。.:*・❀‧:❉:‧ .。.:*・❀
สองวันต่อมา
อวี้ิถูกเหวินจิวซินอ้อนวอนให้มาร่วมรับประทานอาหารที่ศาลายามเช้าจนอวี้ิใจอ่อนยอมไปตามคำเชิญ สถานการณ์ภายในศาลาไม้ก็ยังคงเป็เช่นเดิมไม่มีเปลี่ยน เหวินจงนั่งอยู่หัวโต๊ะและหนิงลี่นั่งอยู่ข้างกายเขา ส่วนเหวินจิวซินนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะพอเห็นอวี้ิเดินมาที่ศาลาเขาก็รีบลุกจากเก้าอี้ไปเชิญอวี้ิมานั่งด้วยรอยยิ้ม
“ดีใจจริง ๆ ที่วันนี้พี่หญิงมา ข้าได้ยินมาว่าพี่หญิงชอบอาหารรสเผ็ดยิ่งนัก ข้าจึงได้สั่งพ่อครัวให้ทำแกงสุดพิเศษพร้อมปรุงรสเผ็ดให้พร้อมอย่างดีเพื่อพี่หญิงโดยเฉพาะขอรับ”
“อืม ขอบใจเ้ามาก” อวี้ิคลี่ยิ้มกลับให้คนตรงหน้า
ทันทีที่เหวินจงเห็นอวี้ิยิ้มให้เหวินจิวซินเขาก็กระแอมไอออกมาทันใด “มากันก็ครบแล้ว มานั่งรับประทานอาหารกันเถอะ”
“พี่หญิงท่านมานั่งข้างข้านะ” เหวินจิวซินกล่าวเสียงหวานทั้งทำตาแป๋วใส่อวี้ิ “วันนี้เ้าเชิญข้ามา ข้าก็จะนั่งข้างเ้า”
กล่าวจบอวี้ิก็เดินไปนั่งข้างเหวินจิวซินอยู่กลางโต๊ะจนเหวินจงเป็อันมองน้องชายตัวเองด้วยแววตาเขม็ง ทำให้เหวินจิวซินแอบฉีกยิ้มอย่างชอบใจ
“ท่านพี่เหวินจง เดี๋ยวหนิงลี่คีบเนื้อหมูให้ท่านนะเ้าคะ” กล่าวจบหนิงลี่ก็ยื่นแขนไปคีบหมูขึ้นมาแล้วมาวางไว้ที่ชามของเหวินจงด้วยความอ่อนช้อย
พอเหวินจงรับประทานหมดนางก็ยื่นแขนไปคีบให้เขาใหม่เช่นนี้อยู่หลายครั้งจนเหวินจิวซินที่กำลังคีบข้าวเข้าปากอยู่เป็อันมองแล้วรู้สึกขัดใจแทนอวี้ิทันใด
เหวินจิวซินจึงหันหน้าไปกล่าวยิ้มกับอวี้ิอย่างเริงร่า “พี่หญิง ท่านคีบเนื้อไก่ที่อยู่จานด้านขวามือให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ขอรับ”
“เอ่อ...ได้” อวี้ิขานรับแล้วยื่นมือไปคีบเนื้อไก่ขึ้นมาหนึ่งชิ้น
พออวี้ิกำลังจะวางเนื้อลงบนชามข้าวของเหวินจิวซิน เ้าตัวก็รีบใช้ตะเกียบกันปากชามไว้โดยเร็ว
“พี่หญิง พอดีข้าไม่อยากกินข้าวแล้ว ข้าอยากให้ท่านป้อนแต่เนื้อไก่ให้ข้า” กล่าวจบเหวินจิวซินก็อ้าปากรอราวกับเด็กน้อยรอแม่ป้อนก็มิปาน
อวี้ิส่ายหน้าไปมาสามคราแล้วยอมป้อนเนื้อไก่เข้าปากให้เหวินจิวซินแต่โดยดี
พอเหวินจิวซินอ้าปากรับเนื้อไก่ที่อวี้ิป้อนไปได้ห้าคำ เขาก็แอบชำเลืองตามองไปทางเหวินจง เห็นพี่ชายของตนกำลังกำตะเกียบในมือแน่นจวนจะหักเป็สองท่อนอยู่เต็มที
‘หวา~ เริ่มหึงแล้วแฮะ’ เหวินจิวซินแอบยิ้มในใจแล้วหันหน้าไปกล่าวกับหนิงลี่ที่กำลังคีบเนื้อเป็ดในจานตรงหน้าอยู่
“หนิงลี่ เ้าอิ่มแล้วงั้นรึ ข้าเห็นเ้าเอาแต่คอยคีบนู่นคีบนี่ให้ท่านพี่เหวินจงตลอดโดยที่เ้าไม่กินอะไรเลยสักคำ เ้าดูชามข้าวของพี่ชายข้าบ้างเถิด มีแต่เนื้อที่เ้าคีบให้จนแทบจะล้นชามแล้ว”
“คือข้าอิ่มแล้วน่ะ เลยอยากคีบให้ท่านพี่เหวินจงก็เท่านั้น” หนิงลี่กล่าวพลางยิ้มอ่อน พยายามรักษากิริยาผู้ดีไว้ ถึงแม้ว่านางจะเริ่มรู้สึกโมโหในวาจากวน ๆ ของเหวินจิวซินแล้วก็ตาม
“งั้นรึ...ถ้าเช่นนั้นข้ารบกวนเ้าบรรเลงเพลงกู่เจิงให้ฟังสักหนึ่งบทเพลงได้หรือไม่ เพราะั้แ่ที่ข้ากลับมาที่เรือนก็ยังมิได้ฟังเ้าบรรเลงกู่เจิงเลยสักครั้ง”
“...ได้สิ เหวินจิวซิน” หนิงลี่ตอบกลับโดยที่ไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก นางลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปนั่งบนตั่งไม้ที่อยู่ริมศาลา จากนั้นก็เริ่มใช้นิ้วเรียวงามดีดสายพิณบรรเลงบทเพลง
ไม่นานนักสาวใช้สองคนก็เดินถือจานขนมหวานสองจานมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าของเหวินจงและเหวินจิวซิน
พอเหวินจิวซินเห็นขนมอยู่ตรงหน้า เขาก็หันหน้าไปกล่าวกับอวี้ิอย่างออดอ้อน “พี่หญิง ขนมหวานจานนี้เป็ของโปรดข้าเลยละ ท่านป้อนขนมให้หน่อยข้านะ ๆ”
“จิวซิน ข้าว่า…”
“อวี้หลิน” พอได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำจากปากของเหวินจง อวี้ิก็พลันชะงักทันใด เขาค่อย ๆ หันหน้าไปหาคนที่อยู่หัวโต๊ะแล้วขานรับเสียงเบา “เ้าคะ?”
“มานี่”
อวี้ิเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยไปพักหนึ่งก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ พอเหวินจงเห็นอวี้ิเดินมาหยุดอยู่ข้างตน เขาก็กล่าวเสียงสุขุม “นั่งลง”
เมื่ออวี้ินั่งลงที่เก้าอี้ข้างเหวินจงตามคำสั่งแล้ว เหวินจงก็กล่าวต่อ “เ้าเห็นขนมบนจานตรงหน้าข้าหรือไม่”
“เห็น...”
“เช่นนั้นก็หยิบมาป้อนข้า”
“เ้าค่ะ” อวี้ิยิ้มรับเล็กน้อยแล้วยื่นมือไปหยิบขนมหวานที่ถูกปั้นเป็ก้อนพอดีคำขึ้นมาป้อนให้เหวินจง
พอเหวินจิวซินเห็นเช่นนั้นก็ทำหน้าระรื่นอดแซวออกมามิได้
“แหม~ท่านพี่เหวินจง ทีท่านยังให้พี่หญิงป้อนขนมให้ท่านได้เลย แล้วเหตุใดข้าถึงให้พี่หญิงป้อนขนมให้ข้าบ้างมิได้เล่า”
เหวินจงมิได้ตอบอะไรเพียงแต่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยราวกับว่าพอใจที่ตนได้รับชัยชนะก็มิปาน
สักพักอวี้ิก็หยิบขนมหวานขึ้นมาป้อนให้เหวินจงอีกคำด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
หนิงลี่มองภาพบาดตาตรงหน้าด้วยความริษยา นางลอบกัดฟันแน่นพยายามกลั้นความโมโหไว้เพื่อบรรเลงกู่เจิงต่อ
เหวินจิวซินดื่มน้ำชาไปหนึ่งอึกแล้วกล่าว “พี่เหวินจง ข้าได้ยินข่าวมาว่าที่เมืองลู่จิวจะมีเทศกาลโคมไฟในอีกสองวัน ข้าจึงได้นำเื่นี้ไปคุยกับท่านพ่อ เมื่อท่านพ่อรู้เื่นี้ท่านก็กล่าวว่าเป็การเหมาะยิ่งนักที่จะให้ท่านพี่เหวินจงและท่านพี่อวี้หลินเดินทางไปพักผ่อนที่เมืองลู่จิวด้วยกันสองคน ถือว่าเป็ของขวัญวันครบรอบแต่งงานของท่านพี่ทั้งสอง ท่านพ่อจึงจะให้ท่านออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ และส่วนเื่บัญชีพวกท่านไม่ต้องเป็ห่วง เพราะข้าจะจัดการให้ท่านเอง”
แก๊งง!
ทันใดนั้น เสียงสายพิณก็พลันดังสูงปรี๊ดขึ้นหนึ่งครั้ง หนิงลี่ลุกขึ้นจากตั่งไม้แล้วเดินไปกอดแขนเหวินจงไว้ “ท่านพี่เหวินจงให้ข้าไปด้วยนะเ้าคะ”
“หนิงลี่เ้าจะไปทำไมกัน! การพักผ่อนในวันครบรอบแต่งงานให้คู่สามีภรรยาเขาไปกันแค่สองคนถือว่าถูกต้องแล้ว มิควรมีบุคคลที่สามไปด้วยโดยเด็ดขาด” เหวินจิวซินกล่าวเน้นคำใน่ประโยคท้ายจนหนิงลี่กำผ้าในมือแน่น มองเขาด้วยแววตาขุ่นเขียวทันใด
เหวินจงค่อย ๆ ดึงมือหนิงลี่ที่กอดแขนของเขาออกแล้วกล่าว “ครานั้นเ้าเคยบอกกับข้าว่าเ้าต้องปักผ้าเตรียมให้บิดาของเ้าก่อนที่ท่านจะกลับมามิใช่หรือ”
“ใช่เ้าค่ะ...”
“ถ้าเช่นนั้นเ้าอยู่ที่นี่เพื่อปักผ้าให้เสร็จก่อนที่ท่านจะกลับมาเถิด ข้าได้ยินมาว่าที่เมืองลู่จิวขึ้นชื่อเื่หยกชิ้นงามนัก หากข้ากลับมาข้าจะซื้อของประดับสักชิ้นมาฝากเ้าก็แล้วกัน”
หนิงลี่ชะงักไปพักหนึ่งก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มเจื่อน “ถ้าเช่นนั้น...ขอบคุณท่านพี่ล่วงหน้าเ้าค่ะ...”
“อวี้หลิน เย็นนี้ไปเก็บของให้พร้อม เพราะวันพรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันแต่เช้ามืด” เหวินจงกล่าวเสียงเบาพร้อมกับวางฝ่ามือลงที่มือของอวี้ิเบา ๆ
อวี้ิพยักหน้าให้เหวินจงเล็กน้อยด้วยหัวใจที่พองโต พอเหวินจิวซินเห็นท่าจะไปได้สวย เขาก็ยกมือขึ้นลูบคางมนของตนอย่างอารมณ์ดี ( ´▽`)~