บทที่ 13 นางหายจากอาการป่วย
น้ำเสียงที่เข้มขรึมที่เปล่งออกมาจากปากของชายชราที่เดินออกมาจากเรือนใบหน้าที่โหดร้ายทำให้หนานลี่รู้สึกขนลุกซู่
“ท่านพี่ท่านฟังเหมยลี่ก่อนเ้าค่ะ อย่าพึ่งทำให้เื่ใหญ่โตนักเลย” ท่านแม่ของนางได้เอ่ยห้ามชายชราผู้นั้นจึงทำให้หนานลี่ได้รู้ว่านี่ท่านพ่อของตน
ใต้เท้าผู่เยว่ท่านพ่อของเหมยลี่เป็บิดาที่รักบุตรสาวของตนเองเป็อย่างมาก มีนิสัยที่โหดร้ายกับทุกคนยกเว้นภรรยาและบุตรสาว เขาหวงเหมยลี่อย่างกับแก้วตาดวงใจ คิดว่าหากนางได้แต่งเข้าจวนท่านอ๋องจะทำให้นางพบกับความสุขและอำนาจของท่านอ๋องจะช่วยให้นางอยู่อย่างสุขสบาย แต่หารู้ไม่ว่าบุตรสาวของเขาต้องพบเจอกับเื่ที่เลวร้ายเพียงใด แต่ในนิยายนั้นไม่ได้เอ่ยถึงเมื่อพระชายาเหมยลี่ได้จากไปเกิดอะไรต่อ หนานลี่รีบปรี่เข้าไปหาท่านพ่อพร้อมออดอ้อนเพราะเคยอ่านในนิยายแม้เขาจะปากร้ายแต่ก็ตามใจบุตรสาวของตนเองที่สุด
“ท่านพ่อ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน ดูสิเ้าคะั้แ่ข้าไม่อยู่ที่เรือนใบหน้าของท่านพ่อซูบผอมไปมาก ท่านพ่ออย่าพึ่งเอ่ยถามถึงเื่อื่นเถิด ” หนานลี่เสียงอ่อนเสียงหวานทำให้ใต้เท้าเริ่มอ่อนใจและมีน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น
“เฮ้อจริงๆเลย เ้ามาที่เรือนเป็เื่ที่ดี ส่วนเื่นั้นข้าจะถามเ้าอีกครา แต่ตอนนี้เ้าบอกว่าข้าซูบซอมงั้นหรือ งั้นวันนี้ข้ากินเยอะๆให้เ้าสบายใจ ว่าแต่ร่างกายของเ้าเป็เช่นไรบ้าง อาการเจ็บป่วยของเ้าดีขึ้นหรือไม่”
“ท่านพ่อ เราไปนั่งที่ห้องโถงก่อนเถอะเ้าค่ะ ข้าเดินทางมาเหนื่อยเหลือเกิน ท่านพ่อคงไม่คิดให้ข้ายืนอยู่เช่นนี้หรอกใช่มั้ยเ้าคะ ”
“จริงสิๆ ฮูหยินเ้าไปสั่งให้พ่อครัวจัดอาหารที่ดีที่สุดและอร่อยที่สุดมาให้เหมยลี่ที ”
“ได้เ้าค่ะ เหมยลี่เ้าไปพูดคุยกับท่านพ่อก่อนเถอะนะ เดี๋ยวแม่จะเข้าครัวสักครู่ ส่วนเ้าก็นำเสื้อผ้าอาภรณ์ของคุณหนูไปไว้ที่ห้อง ส่วนพวกเ้าก็ไปเก็บกวาดทำความสะอาดห้องของคุณหนูด้วย” ฮูหยินได้หันไปบอกจี่ซุนก่อนจะหันไปบอกสาวใช้อีกสองสามคนไปทำความสะอาด หนานลี่รู้สึกอบอุ่นหัวใจยิ่งนัก แม้ท่านอ๋องไม่รักนางก็ไม่สนเพราะตอนนี้นางมีครอบครัวที่ดีขนาดนี้
ท่านพ่อของนางได้พานางเดินมาที่ห้องโถงแม้ตระกูลของนางจะไม่ได้ร่ำรวยเท่าโม่อี้หลานแต่ทว่าเรือนของนางนั้นกว้างใหญ่ ทำให้หนานลี่รู้สึกโชคดีที่ได้ทะลุมิติมาเกิดในตระกูลนี้
“นั่งลงก่อน และเล่ามาให้หมดว่าเกิดเื่อันใดขึ้น หากไม่รู้วันนี้ข้าคงนอนไม่หลับเป็แน่” ใต้เท้าผู่เยว่ได้เอ่ยถามบุตรสาวของตน หนานลี่ก้มหน้ากุมมือของตนเองแน่น นางไม่อยากให้เกิดปัญหาขึ้นนางอยากอยู่อย่างสงบนางจึงรีบคิดหาทางบอกไม่ให้ท่านพ่อของนางไปแจ้งต่อฝ่าา มิเช่นนั้นเื่ไม่จบลงเพียงแค่นี้แน่ๆ
“ท่านพ่อ ข้ากับท่านอ๋องเราตกลงกันแล้วเ้าค่ะ ในเมื่อข้ากับท่านอ๋องมิได้รักกันจึงยอมหย่ากันด้วยดี และตลอดเวลาที่ข้าอยู่ที่จวนของท่านอ๋องนั้น ข้าก็ได้รับการดูแลเป็อย่างดีเ้าค่ะ ท่านพ่อโปรดวางใจ ”
“เหมยลี่ ข้ารู้จักเ้าดีก่อนที่เ้าจะแต่งกับท่านอ๋องเ้าเป็ผู้ที่เข้ามาขอร้องพ่อด้วยตัวของเ้าเอง แต่ถ้าหากว่าเ้าอยู่ที่นั้นไม่สบายใจพ่อผู้นี้ก็ยอมรับการตัดสินใจของเ้า ” ใต้เท้าผู่เยว่นั้นเป็ห่วงบุตรสาวเป็ที่สุดหากนางตัดสินใจเช่นนี้เขาก็คงทำอันใดมิได้
“ข้ารักท่านพ่อที่สุดเลยเ้าค่ะ ที่เข้าใจข้า ” หนานลี่โผล่เข้าไปโอบกอดใต้เท้าผู่เยว่สักพักฮูหยินมารดาของนางก็ได้เดินเข้ามาพร้อมกับจี่ซุน
“ดูสิ ข้าเห็นเช่นนี้ก็ไม่อยากให้เ้าแต่งออกไปอยู่ที่ใดอีกเลย ”
“ท่านแม่ ข้าก็รักท่านเช่นกันนะเ้าคะ” หนานลี่รีบลุกขึ้นไปโอบกอดมารดาของตนเองเช่นกัน ความอบอุ่นนี่ได้เติมเต็มความรู้สึกของหนานลี่เป็อย่างมาก ั้แ่เกิดมานางไม่เคยได้รับความรักเช่นนี้มาก่อน
“เอาล่ะ เอาล่ะ ในเมื่อเ้ากลับมาอยู่ที่เรือนข้าเองก็ยังไม่วางใจจะให้ท่านหมอมาตรวจดูอาการของเ้าเสียหน่อย ” ใต้เท้าผู่เยว่ห่วงใยร่างกายที่อ่อนแอของเหมยลี่จึงได้บอกให้บ่าวรับใช้ไปตามหมอมาตรวจดูอาการ
เมื่อท่านหมอมาถึงก็ตรวจดูอาการของนางอย่างถี่ถ้วน ก็ได้แจ้งต่อใต้เท้าที่นั่งรอฟังอาการอยู่
“เรียนท่านใต้เท้าข้าได้ตรวจร่างกายของคุณหนูเหมยลี่แล้ว ร่างกายของนางเหมือนจะกลับมาเป็ปกติไม่ว่าจะเป็ลมหายใจหรือแม้กระทั่งชีพจรของนางเองก็คงที่ ข้าดีใจกับท่านใต้เท้าด้วยที่คุณหนูเหมยลี่ได้หายจากการเจ็บป่วยที่รักษามาั้แ่ยังเด็ก” ทั้งครอบครัวต่างแปลกใจที่เห็นว่าเหมยลี่นั้นหายจากอาการเจ็บป่วยที่นางเป็มาั้แ่กำเนิดแถมยังหายได้ราวกับว่าไม่เคยได้รับการเจ็บป่วยมาก่อน แม้จะแคลงใจแต่ก็เป็เื่ที่น่ายินดีด้วยเช่นกัน
“จริงหรือ เข้าไม่ได้โกหกใช่หรือไม่”
“ข้ามิกล้าขอรับ”
“ฮ่าฮ่า ข้าดีใจเป็ที่สุด แม้ไม่รู้ว่าการที่เ้าไปอยู่ที่จวนอ๋องจะได้รับยาวิเศษอันใดแต่นี่ถือเป็เื่ดีต่อตระกูลเราเสียจริง ขอบใจท่านหมอมากๆ นี่เ้าไปส่งท่านหมอและอย่าลืมมอบของกำนัลแก่ท่านหมอด้วย” ใต้เท้าผู่เยว่ได้หัวเราะออกมาอย่างดีใจ ส่วนฮูหยินนั้นเข้ามากอดร่างของเหมยลี่หัวเราะทั้งน้ำตา
“ข้าดีใจจริงๆ ที่เ้าหายขอบคุณ์.” หนานลี่มองดูทุกคนที่มีความสุขนางเองก็มีความสุขไปด้วย หากนางไม่ได้ทะลุมิติมาอยู่ในนิยายเื่นี้จะเกิดความโศกเศร้าเพียงใดต่อตระกูลนี้กัน จนนางไม่อยากจะคิดเลย หนานลี่กอดท่านแม่ของนางกลับและยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
หลายวันต่อมาหนานลี่ได้เดินชมนกชมไม้อยู่ในเรือนของนาง ท่านแม่ของนางก็ได้เดินมาหา
“เหมยลี่ วันนี้ข้ากับท่านพ่อของเ้าจะไปร่วมงานเลี้ยงของพระสนมซู่ซ่านพระมารดาขององค์ชายสามเ้าอยากจะไปร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วยหรือไม่” หนานลี่ได้นึกย้อนกลับไปนางเคยพบกับองค์ชายสามและรับปากว่าจะไปร่วมงานเลี้ยงด้วย นางจึงได้ตอบตกลงท่านแม่ของนางไปอย่างรวดเร็ว
“ไปเ้าค่ะ ตอนที่ข้าอยู่ที่จวนอ๋องโม่อี้หลานนั้นมีเพียงองค์ชายสามที่เป็สหายของข้า และเข้าไปพูดคุยกับข้าอยู่บ่อยครั้ง ”
“เ้ามีชุดใส่ไปงานเลี้ยงคืนนี้หรือไม่ ”
“ข้าได้ตัดชุดใหม่หลายชุดท่านแม่ไม่ต้องกังวลเ้าค่ะ”
“งั้นก็ดี เตรียมตัวเถิดอีกไม่ถึงชั่วยามเราจะออกเดินไปวังหลวงกัน ” น้ำเสียงนุ่มนวลของมารดาที่ฟังเมื่อใดก็อบอุ่นหัวใจเสมอ
“เ้าค่ะ”