เสียงขยับตัวที่ดังขึ้นข้างกาย ทำให้หญิงสาวที่ทอดกายอยู่บนที่นอนรู้สึกตัว ปรือขนตางอนยาวช้า ๆ แต่สายตายังพร่าเลือนเห็นเพียงเงาด้านหลังร่างของบุรุษสูงใหญ่ที่ลำตัว่บนมีมัดกล้ามแน่นไร้ส่วนเกินเปลือยเปล่ายันกายเตรียมลุกขึ้นจากตำแหน่งด้านข้างตัวเธอ
เธอพยายามเค้นเสียงออกจากลำคออย่างลำบากถามเขาด้วยเสียงแหบแห้งออกไปว่า "คุณเป็ใคร"
บุรุษผู้นั้นเหมือนจะชะงักเล็กน้อย แต่ไม่ได้หันกลับมาและยังคงเตรียมที่จะลุกขึ้นยืนเช่นเดิม
"หยุดเดี๋ยวนี้!" เธอรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีนอกจากะโแล้วหญิงสาวรีบกระเด้งตัวขึ้นจากที่นอน แล้วเอื้อมมือไปข้างหน้าสุดแขนเพื่อที่จะคว้าตัวเขาไว้ว่าเป็ใคร
ปรากฏว่าไม่ทันการ การกระทำของเธอยังช้ากว่าเขาในเสี้ยววินาทีเธอจึงคว้าได้แต่ความว่างเปล่าในอากาศ
เมื่อไม่มีที่ยึดเกาะ ความวูบก็บังเกิด หญิงสาวพยายามตะกายอยู่ในอากาศก่อนที่ล้มกระแทกเตียงอย่างสิ้นหวัง
โอ๊ย! เสียงะโดังขึ้น เธอสะดุ้งสุดตัว ผุดลุกขึ้นมานั่ง เหงื่อซึมบนไรผม ตามใบหน้าและลำคอ หันไปมองผ้าปูเตียง หมอนตำแหน่งด้านข้างที่นอนของเธอ
"เรียบ ไม่มีรอยยับ" หญิงสาวขมวดคิ้ว เธอลูบมือลงบนผ้าปูที่นอน เพื่อััอุณหภูมิ ปรากฏว่าเตียงตำแหน่งดังกล่าวเย็น ไม่มีไออุ่นหรือหลักฐานอันใดว่าเคยมีคนอยู่ตรงนี้
ความมึนงง กระแทกเข้าสู่สมองและจิตใจเธอ เมื่อกี้? คือความฝันเหรอ! อีกแล้วเหรอ เธอพยายามสะบัดศีรษะไล่ความมึนงงออกจากสมอง คิดทบทวนและรวบรวมข้อมูลจากสิ่งที่เห็นและประมวลออกมาได้ว่าน่าจะเป็ความฝันแบบเดิม ๆ อีกครั้ง
หญิงสาวเอามือกุมศีรษะแล้วค่อย ๆ คลึงเบา ๆ เพื่อคลายความหดรัดตัวของกล้ามเนื้อที่หดรัดจากความเครียด
“เดือนนี้เป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่ฝันแบบนี้” เธอได้แต่พึมพำกับตัวเอง
กริ๊งงงงงงง !!!!!!!!!!!! เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ส่งเสียงดังสนั่นยาว เรียกให้ตื่นจากภวังค์ ไม่มีเวลาให้เธอคิดเื่อื่นแล้ว นอกจากรีบไปทำกิจวัตรประจำวัน อาบน้ำ แปรงฟัน ล้างหน้า แต่งตัว กินอาหารว่างเช้า ทำทุกอย่างเสร็จภายใน 15 นาที แล้วผลุนผลันออกจากห้องไปทำงานอย่างรวดเร็ว
แผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลกลาง ประเทศ B
ขณะนี้เวลาสิบโมงเช้า ที่แผนกฉุกเฉินเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่เจ็บป่วยทั้งจากอุบัติเหตุ ป่วยหนัก เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ หยุดหายใจ แต่การบริหารงานของแผนกฉุกเฉินนั้นจะต่างจากแผนกทั่วไปอื่นๆ เนื่องจากไม่มีการตรวจผู้ป่วยตามลำดับก่อนหลัง แต่จะตรวจผู้ป่วยตามความหนักเบาของอาการ ดังนั้นใครที่อาการไม่เร่งด่วน แต่มาตรวจที่แผนกฉุกเฉินจะได้ตรวจเป็ลำดับท้าย หรืออาจจะรอเป็วัน ๆ ถ้ามีคนป่วยที่อาการหนักกว่ามาเรื่อย ๆ ดังนั้นถ้าอาการคุณไม่ฉุกเฉินจริงๆ ไม่แนะนำให้มาตรวจที่แผนกฉุกเฉินเลยจริง ๆ
ที่แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลกลาง ประเทศ B มีพยาบาลคัดกรองเป็ด่านแรกที่รับผู้ป่วยทุกคนที่มาติดต่อตรวจที่แผนกฉุกเฉิน รวมถึงคนไข้ที่ไม่มีอาการฉุกเฉินแต่มาอีรุงตุงนังที่หน้าแผนกฉุกเฉินด้วย เมื่อซักประวัติ ประเมินอาการผู้ป่วยแล้วจะส่งต่อไปยังห้องรักษาต่าง ๆ ตามความเร่งด่วนของอาการ ถ้าหนักมากถึงชีวิต หรือเกือบตาย จะถูกส่งเข้าห้องกู้ชีพ (Resuscitate Room) ก่อนโดยไม่ต้องรอคิว หลังจากออกจากห้องนี้แล้ว จะมีทางเลือกตามสภาพอยู่ 3 ทาง หนึ่งห้องดับจิต (ช่วยไม่ได้แล้ว ตายนั่นเอง) สองห้องสังเกตอาการฉุกเฉิน (อาการดีขึ้น แต่ยังต้องดูแลใกล้ชิด) สามแอดมิท (อาการดีขึ้น แต่ยังกลับบ้านไม่ได้) ในห้องสังเกตอาการฉุกเฉินยังอยู่ในความรับผิดชอบของแผนกฉุกเฉินก็จะมีทีมพยาบาลประจำห้องคอยดูแล และตำแหน่งที่เป็หลักของแผนกฉุกเฉินนี้ก็คือหัวหน้าเวร (Incharge Nurse) ผู้ควบคุมบริหารจัดการกำลังพลในแผนกฉุกเฉินให้รับมือต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ทันท่วงที เช่นย้ายพยาบาลประจำตำแหน่งอื่น ๆ ของห้องฉุกเฉิน เช่นห้องผ่าตัดเล็ก ห้องทำแผล ห้องหัตถการเฉพาะส่วน ห้องนรีเวช เป็ต้น
ที่ห้องพักทานอาหารของเ้าหน้าที่ในแผนกฉุกเฉิน มีหญิงสาวในชุดพยาบาล รองเท้า ถุงเท้า สีขาวสะอาดสะอ้าน รูปร่างสมส่วน หน้าตาผิวพรรณขาวลออ เครื่องหน้าตา จมูก ปากเข้ากันได้ดี แม้จะไม่ได้สวยสะกดใจงามล่มเมืองแบบดาราหรือนางงาม แต่ก็นับว่าสวยน่ารัก ดูแล้วสบายตา
“ซินซิน เป็ไง เหนื่อยหรือเปล่า วันนี้ดูไม่ค่อยสดใสเลยนะ” ซูจิน พยาบาลหัวหน้าเวรเช้าของแผนกฉุกเฉินเอ่ยขึ้นด้วยความเป็ห่วงพร้อมกับวางมือไว้บนไหล่บอบบางของพยาบาลรุ่นน้องเบา ๆ
“สงสัยเมื่อวานลงจากเวรดึก ต่อเวรบ่ายกลับถึงบ้านตอนเที่ยงคืนแล้วเข้านอนช้าไปหน่อยค่ะ เมื่อคืนฝันไร้สาระ พอมาต่อเวรเช้าวันนี้ เลยรู้สึกว่าไม่สดชื่นเท่าไหร่ แต่ลงเวรเช้าวันนี้ก็จะเป็วันหยุดของฉันแล้ว จะนอนให้เต็มอิ่มเลยค่ะพี่”
ซูจิน เป็รุ่นพี่ของซินซินสองปี ทั้งคู่จบจากมหาวิทยาลัยพยาบาลสถาบันเดียวกันและยังได้มาทำงานที่เดียวกันอีก ทำให้มีความสนิทสนม เป็ห่วงเป็ใยกันเป็พิเศษอยู่เสมอ มีปัญหาก็เหมือนคนในครอบครัวที่มีเื่ก็ปรึกษากันตลอด
“ฝันถึงพ่อหนุ่มปริศนาคนนั้นอีกแล้วล่ะสิ สงสัยว่าน้องสาวคนนี้ของพี่ จะเข้า่วิกฤตของคนโสด สด และซิง แล้วสิ ถึงได้ฝันถึงอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งวัน” พูดถึงตรงนี้ซูจินก็ลากเสียงยาวล้อเลียนซินซินอย่างเปิดเผย
“ได้เวลาต้องหาใครสักคนมาช่วยหุงข้าวสารเป็ข้าวสุกแล้วมั้ง 555” ซูจินทำหน้าตาล้อเลียนรุ่นน้องด้วยความเอ็นดู
“พี่ซูจินนนนนนนน” ใบหน้าแก้มนวลของซินซินเปลี่ยนจากสีขาวเป็สีชมพู แล้วเปลี่ยนเป็สีแดงด้วยความเขินอาย
“เอาละ พี่ไม่ล้อแล้ว หมดเวลาพักแล้วเราไปทำงานกันต่อเถอะจะได้สลับกับคนอื่นที่ให้มาพักทานข้าวกัน” จากสีหน้าเฮฮาของสองคน เปลี่ยนกลับเป็โหมดเอาจริงเอาจัง เพราะทุกวินาทีในการทำงานหมายถึงชีวิตของผู้ป่วยในมือที่ต้องดูแล
สวนสาธารณะประเทศ B
แสงแรกของท้องฟ้าในเช้าวันนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะแสดงตัว แต่ไม่เป็อุปสรรคต่อนักออกกำลังกายยามเช้าหลาย ๆ คนที่อาศัย่เวลานี้ัักับสดชื่นจากการได้ใช้พลังในตอนเช้า รวมถึงซินซิน ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีแดงทำให้ขับผิวขาวนวลให้โดดเด่นยิ่งขึ้น กางเกงขาวยาวสามส่วนเนื้อผ้าลื่นสบายติดตัวมีความยืดหยุ่น เผยให้เห็น่ขาเรียวยาว เท้าซ้ายขวาสลับกันยกขึ้นลงเป็จังหวะที่ดีไม่เร็วช้าเกินไปสำหรับการวิ่ง เส้นทางในสวนสาธารณะแห่งนี้เธอวิ่งเป็ประจำใน่เวลาที่ว่าง เพราะใกล้ที่พักและใกล้โรงพยาบาลที่ทำงาน ต้นไม้รกครื้มให้ร่มเงา แต่วันนี้เหมือนจะมีอะไรต่างไปจากเดิม
ซินซินมองไปยังพื้นหญ้าใต้ต้นไม้เบื้องหน้า เห็นพุ่มไม้สั่นไหว พร้อมกับขาที่โผล่ออกมาหนึ่งข้างที่ย้อมไปด้วยสีแดง
กฎเหล็กที่สำคัญของการช่วยเหลือผู้าเ็ คือให้แน่ใจก่อนว่าเราอยู่ในสถานะที่ปลอดภัยพอที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้ เช่นหากเจอผู้าเ็กลางถนน เราไม่ควรที่จะจอดรถกลางถนนแล้วเปิดประตูลงรถมา เนื่องจากรถที่มาที่หลังอาจจะชนเราให้กลายเป็ผู้าเ็อีกคน หรือกลายเป็ผู้เสียชีวิตก็ได้
หญิงสาวมองไปโดยรอบไม่เห็นความผิดปกติอื่น จึงค่อย ๆ เดินเข้ามาหาเ้าของขาที่อยู่ในพุ่มไม้ มือก็เปิดโทรศัพท์เตรียมต่อเบอร์โทรรถพยาบาลฉุกเฉินไปพลาง
“คุณ ๆ เป็อะไรไปคะ” สายตาของซินซินเห็นเป็ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ (หน้าตาดี) 555 เวลาอย่างนี้เธอยังคิดเื่ไร้สาระได้อีกนะ นอนอยู่บนพื้นนอนกัดฟันข่มความเ็ปจากาแบริเวณต้นขา ปากแผลเป็รอยไหม้วงกลมคล้ายรูะุ ไม่มีแผลทะลุออกแสดงว่าะุยังฝังใน เืสีแดงยังคงไหลทะลักออกมาเรื่อย ๆ
“นี่พี่ซินซินนะ ส่งรถพยาบาลมารับผู้ป่วยน่าจะถูกยิงนะ ที่สวนสาธารณะประเทศ B ด่วน เข้าทางประตูด้านหลังจะใกล้ผู้ป่วยมากกว่า ตอนนี้ยังรู้สึกตัวดีแต่เสียเืมาก ชีพจรเบาและเร็ว บอกหมอ และประสานคลังเืไว้ด้วย” ซินซินวางโทรศัพท์ลงหันรีหันขวางลงมือปฐมพยาบาลเท่าที่ได้ตามอุปกรณ์ที่มีระหว่างที่รอรถพยาบาลมารับไป
“คุณชื่ออะไรคะ ให้โทรตามญาติไหม รออีกแป๊บนะคะ รถพยาบาลกำลังจะมาแล้ว” หญิงสาวจับมือบีบแรง ๆ ให้กำลังใจเขาไปพร้อมกับซักถาม
“ผม มู่หรงเทียน คุณช่วยโทรหาเบอร์นี้บอกว่าให้ไปรอผมที่โรงพยาบาล” บนหน้าผากมีเหงื่อซึมแต่เขายังพยายามรวมแรงที่มีเพื่อให้เธอช่วยจัดการความช่วยเหลือ
“พี่ซินซิน พวกเรามาแล้ว” เด็กหนุ่มในชุดหน่วยกู้ชีพเคลื่อนที่เดินมาถึงพร้อมกับรถนอนเคลื่อนที่และอุปกรณ์ตรวจรักษาเบื้องต้นและสารน้ำทดแทนของเหลวในร่างกาย
“พี่ ความดันเค้าต่ำกว่าเกณฑ์ปกติพอสมควรเลยนะ ชีพจรมากกว่าร้อยแล้ว ความเข้มข้นออกซิเจนในเืตรวจที่ปลายนิ้วก็เริ่มลดลง”
ซินซินทำความสะอาดฆ่าเชื้อที่มือบอบบาง และบริเวณหลังมือของมู่หรงเทียนอย่างรวดเร็ว แทงด้วยเข็มให้สารน้ำต่อกับสารทดแทนการเสียเืแล้วเปิดให้ไหลอย่างต่อเนื่อง
“ไป รีบพาเค้าไปด่วนเลย” หญิงสาวตบบ่าพนักงานกู้ชีพเคลื่อนที่พร้อมกับผลักให้ไปอย่างไว
“คุณมู่หรงเทียน เดี๋ยวคุณหมอที่โรงพยาบาลช่วยดูแลต่อนะคะ แล้วฉันจะแจ้งญาติคุณให้ค่ะ หายไวไวนะคะ” มู่หรงเทียนมองเห็นรอยยิ้มระบายบนใบหน้า ก็ขยับริมฝีปากเล็กน้อยกล่าวขอบคุณ ก่อนจะเบนสายตาไปข้างหน้าตามเส้นทางที่ถูกเข็นออกจากประตูสวนสาธารณะไป