บทที่ 18 ยังพอมีความหวัง
เสี่ยวเย่ปิงแย่งตะเกียบจากมือของซูหลี กอดชามบะหมี่ไข่แล้วกินอย่างตะกละตะกลาม
บะหมี่นี้กินแล้วช่างหอมจริง ๆ! ดูเหมือนว่าบะหมี่ที่แม่ทำจะอร่อยกว่าที่ย่าทำด้วย
ทุกครั้งที่ย่าทำบะหมี่ไข่ ย่าจะเสียดายไม่ยอมใส่ไข่ มีแค่เส้นบะหมี่แห้งจำนวนน้อยนิดเท่านั้น
แต่บะหมี่ไข่ที่แม่ทำ บนหน้าเต็มไปด้วยไข่ทั้งหมด เส้นบะหมี่ก็มีมากกว่าที่ย่าใส่เยอะมาก นี่คือบะหมี่ชามใหญ่ที่เต็มอิ่ม เสี่ยวเย่ปิงไม่ได้กินอย่างเอร็ดอร่อยแบบนี้มานานแล้ว อาจเป็เพราะหิวจัด เขาจึงจัดการชามบะหมี่ไข่ใบใหญ่จนหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว
ซูหลีไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะสามารถกินบะหมี่ชามใหญ่ขนาดนี้ได้หมดในคราวเดียว เธออดเป็ห่วงไม่ได้ เพราะกลัวว่าจะกินเยอะจนจุกเกินไป
“อิ่มหรือยัง? ไม่ใช่ว่ายังไม่อิ่มหรอกใช่ไหม?”
เสี่ยวเย่ปิงเรอด้วยความพึงพอใจ กอดท้องกลมป่องของตัวเอง แล้วพูดอย่างสบายอกสบายใจว่า
“อิ่มมากเลย!”
ซูหลีเดินไปล้างจานในครัว ดูเหมือนว่าแม่สามีและน้องสาวของสามีจะเคยชินกับการที่เ้าของร่างเดิมทำงานบ้านจริง ๆ วันนี้ตอนเที่ยงเกิดเื่วุ่นวายขนาดนี้ แต่หม้อ ชาม ทัพพี และกระทะกลับไม่มีใครล้างเลย
ชัดเจนว่าพวกเขาตั้งใจกองไว้ให้ซูหลีทำ
จริง ๆ แล้ว การทำงานมากหรือน้อยไม่ใช่เื่ใหญ่สำหรับซูหลี สิ่งที่ทำให้เธอไม่พอใจคือทัศนคติของแม่สามีและน้องสาวของสามีต่างหาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่สามี พูดมากทำน้อย แถมยังสอนให้เสี่ยวเย่ปิงเป็แบบนี้อีก
ซูหลีที่เพิ่งล้างชามเสร็จ กำลังถือผ้าเช็ดเคาน์เตอร์ครัว จู่ ๆ เ้าตัวน้อยก็แอบย่องเข้ามาอย่างเงียบ ๆ
ถ้าไม่ได้เห็นร่างเล็ก ๆ ของเขา ซูหลีคงใสุดขีดไปแล้ว ทว่าเธอแกล้งทำเป็ไม่เห็นอะไรและทำงานของเธอต่อไป
เ้าตัวน้อยค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้เธออย่างระมัดระวัง
“แม่ครับ ผมผิดไปแล้ว วันนี้ผมไม่ควรผลักแม่เลย”
เด็กคนนี้ช่างสอนง่ายจริง ๆ เ้าเด็กแสบคนนี้รู้จักขอโทษแล้ว!
เด็กคนนี้ไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายอะไร แค่้าการชี้แนะเท่านั้น เขาก็จะกลายเป็เด็กดีได้
“คราวนี้แม่ให้อภัยลูกแล้ว แต่ต่อไปลูกห้ามทำแบบนี้อีกนะ คราวนี้ลูกรู้ตัวว่าทำผิด แม่ดีใจมาก!”
ซูหลีหันไปยิ้มให้ลูก “เรียบร้อยแล้ว ลูกออกไปเล่นเถอะ”
“ตอนนี้ทุกคนลงไปทำงานในทุ่งนากันหมดแล้ว ไม่มีใครเล่นกับผมเลย”
เสี่ยวเย่ปิงอยากไปทุ่งนากับย่าและอาของเขาทุกวัน สาเหตุหลักมาจากไม่มีใครเล่นกับเขาเลย
เด็กที่อายุน้อยกว่าเขา เขามักจะชอบต่อยตีพวกนั้น เด็กที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ต่างก็ลงไปช่วยพ่อแม่ทำงาน ส่วนเด็กที่อายุมากกว่า ก็ไปเข้าโรงเรียนประถมกันหมดแล้ว
ดังนั้น เขาถึงได้ตื่นเต้นอยากไปทำงานในทุ่งนากับย่าและอาทุกวัน เพราะเด็กๆ ทุกคนก็อยู่ที่นั่น ใครจะอยากอยู่บ้านเฉย ๆ กันล่ะ?
ซูหลีไม่รู้จักเสี่ยวเย่ปิงดีนัก แค่รู้สึกว่าเด็กคนนี้ถูกผู้ใหญ่ตามใจจนเสียคน ทั้งยังดื้อรั้น แต่ตอนนี้เมื่อเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของเขา ก็รู้สึกสงสารขึ้นมา
“ลูกอยากเล่นอะไรล่ะ? เดี๋ยวแม่จะยอมเล่นด้วยสักหน่อยแล้วกัน ดีไหม?”