“มึงเป็หัวกองพาไพร่ไปขุดลอกคลองที่บางเทโพั้แ่เดือนอ้ายแล้วมิใช่หรือ”
ขุนนางทั่วทั้งท้องพระโรงหมอบกราบนิ่งไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา
“มึงตอบกูมา” พระสุรสีหนาทดังสนั่นทั่วท้องพระโรงความพิโรธกังวานก้องเข้าสำนึกรู้ทุกผู้ในที่นั้น
“พ่ะย่ะค่ะ” เ้าของเสียงที่แม้หมอบกราบจนหน้าผากแนบกับพื้นท้องพระโรงก็ยังเผลอหลุดความคับข้องหมองใจออกมาผ่านเนื้อเสียง
“แล้วจนป่านนี้ไฉนเื่เพียงแค่นี้มึงทำไม่เสร็จถึงยามนี้น้ำท่วมทั้งบางจนฉิบหายหมดแล้ว”
เ้าฟ้าปัทมนภ์มิรู้ที่จะตอบประการใด
“มึงเป็ใบ้หรือกูถามมึงเท่าใดมึงก็มิตอบกูสักที”
“กระหม่อมพยายามแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ไพร่ข้าป่วยด้วยไข้ป่าได้ยากนัก..”
“ถุย!” ผู้เป็กษัตราธิราชสบถ“คนใจไม้ไส้ระกำไม้รู้จักเมตตาไพร่ข้าเยี่ยงมึงมาอ้างไพร่ข้าเจ็บป่วยงั้นหรือ”
“ก็ฝ่าารับสั่งถาม เกล้ากระหม่อมก็กราบทูลเสด็จพ่อแล้ว”เ้าฟ้าปัทมนภ์เงยหน้าขึ้น
ดั่งเอาน้ำมันราดกองไฟ “ไอ้อัปรีย์”สมเด็จพระธรณิณทรงแผดเสียง พระพักตร์แดงก่ำเพราะเพลิงโทสะหันไปคว้าพระแสงที่มหาดเล็กถือไว้ข้างกาย ตอนแรกคิดจะเอาดาบกุดหัวมันเสีย แต่พลันคิดถึงกรมหลวงกัลยาณลักษณ์ก็เปลี่ยนเป็คว้ากระโถนที่อยู่ข้างตัว ขว้างไปใส่พระโอรสเสีย
“มึงมันคนโฉดเขลาหาสติปัญญาแลความเพียรมิได้คนเยี่ยงมึงให้ดำรงฐานาศักดิ์ชั้นกรมนั้นก็หาสมไม่ กูมอบหมายงานเพียงนี้ให้มึงมึงทำไม่สำเร็จ มึงทำไม่สำเร็จแล้วก็มิกระไรนี่มึงทำไม่สำเร็จแล้วปล่อยให้เวลาเนิ่นช้ามาถึงเพียงนี้ ไม่แจ้งแก่กูให้รู้ ปล่อยให้เป็ดินพอกหางหมูราษฎรได้รับความลำบาก มึงอย่าหามาเรียกกูว่าพ่อ กูไม่มีลูกโฉดเขลาเยี่ยงมึง”
“ฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ”เสียงก้องและแจ่มใสเอ่ยขึ้น
องค์ผู้เป็กษัตริย์ทรงถอนพระทัยออกเฮือกใหญ่
“ทูลกระหม่อมจะทรงพิโรธองค์น้องไปไยพ่ะย่ะค่ะทรงโปรดสั่งให้กระหม่อมส่งคนของกระหม่อมเข้าไปช่วย ไม่กี่เพลาก็เห็นจะบรรเทาปัญหาได้พ่ะย่ะค่ะบางเทโพยามนี้น้ำท่วมก็จริง ทว่าท่ามะกาที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกนั้นเป็ที่รกร้างหากกระหม่อมสั่งให้เหล่าไพร่ข้าขุดลอกคลองสายสั้นๆ ไม่กี่เส้นก็เห็นจะผันน้ำจากบางเทโพถ่ายไปยังท่ามะกาได้ ส่วนคลองเทโพทางใต้นั้นหากองค์น้องกำชับเหล่าไพร่ขุดลอกต่ออีกไม่กี่นานก็คงจะบรรเทาน้ำท่วมไร่นาในย่านนั้นได้ทันอยู่พ่ะย่ะค่ะ”เ้าฟ้าธรรมธาดาทรงถวายบังคมแจกแจง
“จะเสร็จได้กี่วัน”
“น้ำที่บางเทโพจะลดเหลือเพียงคืบภายในสามวันพ่ะย่ะค่ะลูกจะขอทำทัณฑ์บนเอาหัวเป็ประกันไว้กับเสด็จพ่อ” พระพักตร์อันคมสันนั้นถวายบังคมอย่างเปี่ยมความมั่นใจ
เพลิงพิโรธของสมเด็จพระธรณิณก็เริ่มคลายลงองค์ผู้เป็กษัตริย์ทรงรับสั่งถามรายละเอียดของแผนการที่เ้าฟ้าธรรมธาดาจะทรงกระทำอย่างซักไซ้ไล่เรียงเ้าฟ้าธรรมธาดา ผู้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระที่นั่งศรีจาตุมหาราชิกก็กราบบังคมทูลคลายทุกข้อสงสัยได้อย่างฉะฉานแม้ไม่มีคำชมออกมาเป็กระแสรับสั่ง แต่ขุนนางทุกคนในท้องพระโรงก็รู้ว่าผู้เป็พระเ้าแผ่นดินนั้นทรงโปรดในพระปรีชาญาณของพระโอรสคนโปรดผู้นี้อย่างยิ่ง
ออกญานครินทร์บริรักษ์แอบชำเลืองมองเห็นเ้าฟ้าปัทมนภ์ที่หมอบกราบจนพระพักตร์แนบพื้นนั้น กำลังขบพระทนต์แน่นสายพระเนตรเต็มไปด้วยความคับข้องหมองใจ และดูเหมือนพระโอรสที่เพิ่งถูกตำหนินั้นรู้ตัวว่าแสดงความรู้สึกอะไรออกไป แม้ว่าจะยังอยู่ในท่าหมอบกราบแต่ก็รีบเก็บความรู้สึกนั้นไว้แต่ก็ไม่อาจหลุดสายตาของผู้เป็ออกญาได้
นิ้วมือทั้งห้าในมือเดียวนั้นยังยาวสั้นมิเท่ากันสำมะหาอันใดกับพี่น้องพ่อเดียวกันแต่ต่างมารดา ที่ความสามารถจะไม่เท่ากันเล่าพระบาทสมเด็จพระเ้าอยู่หัวนั้น พระองค์ทรงมีพระโอรสมากมายหลายพระองค์จากสามพระมเหสี พระโอรสที่เป็ที่โปรดปรานที่สุดนั้นก็คือเ้าฟ้าใหญ่หรือเ้าฟ้าธรรมธาดาส่วนเ้าฟ้าสนหรือเ้าฟ้าปัทมนภ์นั้น ดูเหมือนจะเป็ลูกชังของฝ่าามากที่สุด
ลูกแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันแล้วองค์พระเ้าอยู่หัวที่ความจริงแล้วก็เป็ปุถุชนจะทำใจไม่ให้รักลูกต่างกันได้อย่างไร แม้มันเป็เื่ธรรมดาที่พ่อแม่จะมองลูกต่างกันทว่าสิ่งที่ฝ่าาทรงกระทำนั้น ก็สร้างความร้าวฉานเอาไว้ในหมู่พี่น้องแล้ว
.
..
...
“ฝ่าาเกลียดกระหม่อม”
“เ้าพี่ คงไม่ใช่เช่นนั้นดอกฝ่าาจะชังเ้าพี่ได้อย่างไร เ้าพี่เป็พระโอรสของฝ่าานะเ้าค่ะ”
“เอ็งหุบปากไปไอ้จิกกูทูลกับทูลกระหม่อมแม่อยู่” ผู้ที่กำลังโกรธก็ตะคอกใส่องค์น้อง
เ้าฟ้ามุจจลินทร์เมื่อได้ยินเ้าพี่ตวาดใส่ก็ได้แต่นั่งนิ่ง ไม่เอ่ยอะไรออกมาส่วนผู้เป็พระมารดาก็มองหน้าบุตรชายคนโตด้วยความเวทนาสงสาร
“เ้าสนเอ๋ย อดทนเอาก่อนเถิดแล้วอย่าเพ่อพูดอย่างนี้ให้ใครได้ฟังอีก ไม่เช่นนั้นหากความรู้ถึงพระกรรณของฝ่าาอาญาจะถึงตัวเ้าได้”
“ทูลกระหม่อมแม่จ๋า”พระองค์เ้าสนกราบทูลเสียงเครือ “ลูกนั้นหมดอาลัยตายอยากแล้วฝ่าาจะทรงเอาชีวิตลูกอยู่ทุกเวลา แม่ไม่รู้หรือฝ่าาจะเอาพระแสงกุดหัวลูกที่ท้องพระโรงอยู่แล้ว”
องค์น้องได้ยินองค์พี่กราบทูลกับเสด็จแม่ก็มิรู้จะพูดประการใดทูลกระหม่อมแม่รักเ้าพี่มาก เื่นี้องค์น้องทรงทราบดีั้แ่เด็กอาจจะเป็เพราะเ้าพี่เป็พระโอรสองค์โตที่เกิดกับทูลกระหม่อมแม่เสด็จแม่จึงคาดหวังกับเ้าพี่เป็พิเศษ แต่เ้าฟ้ามุจจลินทร์นั้น รักทั้งฝ่าารักทั้งทูลกระหม่อมแม่ และรักทั้งเ้าพี่ หากทำให้ทุกพระองค์ทรงพระเกษมสำราญได้เ้าฟ้ามุจจลินทร์ผู้เป็องค์น้อง ก็ยินดีที่จะกระทำได้ทุกอย่าง
“เ้าไม่ต้องห่วงไปดอกตราบใดที่แม่ยังอยู่ พ่อของเ้าไม่ทำอันตรายเ้าแน่” กรมหลวงกัลยาณลักษณ์เอ่ยกับพระโอรสพร้อมทั้งลูบพระเศียรของพระองค์เ้าสนอย่างเวทนาสงสาร
เ้าฟ้าปัทมนภ์ได้แต่ทรงข่มพระทัยไว้ ยิ่งคิดถึงเื่ในท้องพระโรงคราใดก็ยิ่งรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจที่ถูกเสด็จพ่อตำหนิอย่างไม่ไว้หน้าต่อหน้าธารกำนัลอย่างนั้นและเห็นเ้าฟ้าใหญ่กราบทูลอย่างเอาหน้าแบบนั้นก็ยิ่งชิงชังพระเชษฐาต่างพระมารดายิ่งขึ้นไปกว่าเดิม
เื่ที่เกลียดชังเ้าพี่ใหญ่นั้น เ้าฟ้าปัทมนภ์ไม่กล้าเอ่ยเื่นี้ให้ใครได้ยินเพราะถึงอย่างไรเ้าพี่ใหญ่ไม่เพียงเป็พระเชษฐา ทว่ากรมหลวงจำรัสรัศมีผู้เป็พระมารดาของเ้าฟ้าธรรมธาดานั้นเป็พี่สาวร่วมบิดามารดาเดียวกับกรมหลวงกัลยาณลักษณ์ผู้เป็ทูลกระหม่อมแม่หากเื่ความชิงชังเ้าพี่ใหญ่แพร่งพรายให้ทูลกระหม่อมแม่รู้เื่นี้ก็ไม่เป็การดีกับพระองค์เอง
เ้าฟ้าปัทมนภ์มีความขุ่นข้องอยู่หลายประการสถานะของพระองค์เองนั้นในราชสำนักยามนี้ง่อนแง่นนัก ถึงทูลกระหม่อมแม่จะไม่ทรงตำหนิเื่ที่ตัวเองทำงานผิดพลาดแต่ตัวเ้าฟ้าปัทมนภ์เองก็รู้ ว่าตัวเองก็ไม่สามารถคุมให้พวกไพร่ทำงานได้สำเร็จอย่างที่โดนฝ่าาตำหนิไว้ได้จริงๆ
ประการแรก ตัวพระองค์เ้าสนรู้ดีว่าตัวเองนั้นไม่สามารถคุมบ่าวไพร่ไปทำงานได้อย่างเ้าพี่ใหญ่ เื่นี้พระองค์เ้าสนไม่ใคร่อยากจะกระทำนักพระองค์เ้าสนรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นายกองคุมงานเยี่ยงนี้ให้ตัวเองไปเป็หัวงานคุมบ่าวไพร่ทำงานชั้นต่ำเยี่ยงนั้น เหมือนเป็การดูิ่ตัวเองมากเกินไป
ประการที่สองทุกอย่างจะปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้ เ้าพี่ใหญ่ได้ดำรงตำแหน่งเป็สมเด็จพระที่นั่งศรีจาตุมหาราชิกก็ประดุจจะเป็ว่าที่พระเ้าอยู่หัวองค์ต่อไปอยู่แล้ว แค่เ้าพี่ใหญ่ได้เป็รัชทายาทสืบต่อเสด็จพ่อเื่นี้ก็ทำให้พระองค์เ้าสนแทบจะกระอักเืตายอยู่แล้ว
แต่พระองค์เ้าสนรู้ดีว่าตลอดประวัติศาสตร์แห่งราชอาณาจักรทวารกาศรีนารายน์เทพนครนั้น มีรัชทายาทกี่องค์กันที่ได้สืบบัลลังก์กันจริงๆ
ตอนนี้ฝ่าายังทรงโปรดเสด็จพี่อยู่แต่ไม่ได้แปลว่าเสด็จพี่จะถูกทรงโปรดปรานได้ตลอดไป
เ้าฟ้าปัทมนภ์ทอดพระเนตรหันไปมองเ้าฟ้ามุจจลินทร์ผู้เป็พระอนุชาร่วมพระมารดา แม้ตัวเองจะรู้ดีว่าน้องชายคนนี้จะไม่มีวันทรยศหักหลังตัวเองแต่น้องชายคนนี้ก็มีความคิดไม่เหมือนกับตัวเองเลยน้องชายคนนี้แม้มีความสามารถในระดับพอใช้ได้แต่ก็เ้าฟ้าสนก็รู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถพึ่งพิงอะไรน้องชายผู้นี้ให้เป็คู่คิดกับตัวเองได้อย่างเด็ดขาด
จิตใจมันอ่อนเกินไปคนเยี่ยงมันทำการใหญ่มิได้ – เ้าฟ้าปัทมนภ์ตัดสินน้องชายตัวเองเช่นนี้มานานแล้ว
ถ้าเ้าพี่ใหญ่ไม่อยู่ล่ะก็...ตำแหน่งสมเด็จพระที่นั่งศรีจาตุมหาราชิกต้องเป็ของเ้าฟ้าปัทมนภ์หาใช่ของเ้าฟ้าธรรมธาดา
ยิ่งคิดถึงพระพักตร์คมสันของเ้าฟ้าใหญ่ที่เหล่าหญิงสาวในพระนครกล่าวขวัญถึงแล้วเ้าฟ้าสนก็ยิ่งนึกริษยา แต่รูปงามของเ้าฟ้าใหญ่นั้น ไม่ได้เป็ที่ชิงชังของเ้าฟ้าสนเท่ากับที่เ้าพี่ใหญ่ได้รับการโปรดปรานจากทูลกระหม่อมพ่อ
เ้าพี่ใหญ่มีอะไรดีฝ่าามอบหมายงานใดแทบไม่เคยผิดหวัง หน้าตาก็งามกว่าพระอนุชาทุกพระองค์ ซ้ำเ้าพี่ใหญ่ยังทรงพระปรีชาในเชิงกาพย์กลอนโคลงกวีแต่งลิลิตได้ไพเราะจับใจ แต่งโคลงประชันกับขุนนางอำมาตย์ทั้งปวงได้ไม่น้อยหน้า
พอคิดมาถึงตรงนี้ดวงพระทัยของเ้าฟ้าสนก็ดั่งโดนมีดกรีดพระองค์เ้าสนคิดถึงพระพักตร์ของเสด็จพ่อที่มองมาที่ตัวเองราวกับจะกินเืกินเนื้อทำท่าเงื้อดาบจะปลิดชีพตัวเองผู้เป็พระโอรสในไส้
ใช่สิกูไม่ได้ปรีชาเหมือนอย่างเ้าพี่ใหญ่ กูไม่ได้รูปงามดั่งเ้าพี่ใหญ่เสด็จพ่อทรงไม่ยุติธรรม กูก็เป็ลูกของเสด็จพ่อเหมือนกันไยเสด็จพ่อจึงทำกับกูเยี่ยงนี้
เ้าฟ้าปัทมนภ์ดำริมาถึงตรงนี้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเป็ทุกข์ยิ่งนักคิดถึงสายตาของเหล่าขุนนางที่มองเ้าพี่อย่างเทอดทูนคิดถึงเพลงยาวที่ราษฎรแต่งให้เ้าพี่อย่างชื่นชมแล้วก็รู้สึกอดสูใจไม่ได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนในทวารกาแห่งนี้เล่า
กูก็เป็เ้าฟ้าเช่นกันเ้าฟ้าแห่งทวารกามิได้มีเพียงเ้าฟ้าธรรมธาดา กรมขุนวิมานรักษ์ ยังมีกูด้วยกูนี่..เ้าฟ้าปัทมนภ์ กรมขุนเตชะเสนา เ้าฟ้าสน พระองค์เ้าสน
พวกมึงไม่เห็นกูหรือหรือมึงเห็นเพียงไอ้ใหญ่
มึง...ไอ้ใหญ่ มึงไม่ควรอยู่บนโลกนี้เลย– เ้าฟ้าปัทมนภ์คิดอย่างอาฆาต