“ใช่.. เป็เพียงเด็กหนุ่มสองคน” อูซินพูดอย่างไม่สะทกสะท้านกับความแปลกใจของคนตรงหน้า เพราะโดยปกติแล้ว หากคิดจะส่งคนข้ามมิติก็คือมีภารกิจที่สำคัญ หรือ ข้อมูลเพื่อส่งมายังอันเดอร์รูฟที่โลกมนตรา ก็มักจะใช้คนที่มีระดับพลังมากกว่าเจ็ดขึ้นไป แต่ครั้งนี้กลับเป็เพียงเด็กหนุ่มสองคน ที่มีระดับพลังเพียงห้าขั้นต้น และ สามขั้นต้นเท่านั้น
อูซินเรียกรอยสักของตนเองออกมา เมื่อเห็นรอยสักที่เป็รากไม้ขนาดใหญ่ครบทั้งห้าอัน ดวงตาของมาร์ตินก็เบิกกว้างทันที
“ระดับห้าคริสตัล!? คะ…คุณเป็ใครกันแน่” มาร์ตินพูดอย่างตะกุกตะกักทันที สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ใบหน้าที่คล้ายเ็าและมั่นคงกลับแสดงสีหน้า ยำเกรงออกมาเล็กน้อย
“ข้าอูซิน ส่วนเ้านี้ชื่อ ลอยด์” อูซินกล่าว
“ผม มาร์ติน บาร์เทนเดอร์ประจำร้าน 'เงาพฤกษา' ทั้งสองท่าน้าให้ผมช่วยอะไร” มาร์ตินแนะนำตัวเองอย่างสุภาพ ปฏิกิริยาที่สุภาพของมาร์ตินทำให้ลอยด์แปลกใจไม่น้อย เพราะว่าเขาไม่อาจประเมินพลังเวทของมาร์ตินได้ แสดงให้เป็ว่าอย่างน้อยๆ มาร์ตินต้องมีระดับพลังเวทมากกว่าระดับหกขั้นกลางอย่างแน่นอน แต่กลับพูดสุภาพอย่างไม่น่าเชื่อ
“ข้าถูกส่งมาที่โลกมนตรา เพราะมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการอยู่รอดของเมืองเทรัส และ ราชวงศ์ไอนาทิสซ์ หากเป็ไปได้ตอนนี้ข้า้าตัวตนใหม่ในโลกมนตรา และ รวมตัวอันเดอร์รูฟทั้งหมดภายในเมืองเทรัส อาจถึงเวลาที่อันเดอร์รูฟต้องเคลื่อนไหวแล้ว” อูซินกล่าว
“ว่าไงนะ!?” มาร์ตินคำสีหน้าใไม่น้อย เพราะว่าตลอดเวลาหลายพันปีที่ผ่านมาอันเดอร์รูฟถูกสร้างให้เป็องค์กรที่เคลื่อนไหวภายใต้เงามืด เน้นการรวบรวมข้อมูลโดยไม่แทรกแซงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แม้จะมีหลายครั้งที่พวกเขาคอยแทรกแซงโดยการให้ข้อมูลกับบางองค์กรก็ตาม แต่ก็นั้นก็เป็เพียงการเคลื่อนไหวของคนไม่กี่คนในองค์กร
“เื่ราวทั้งหมด ข้าจะอธิบายในการประชุมสมาชิกอันเดอร์รูฟ แต่ข้ารับประกันได้ว่า ข้อมูลที่ข้าให้ครั้งนี้สำคัญมาก” อูซินกล่าว
มาร์ตินคิดหนัก คำพูดของอูซินหมายความถึงการเปลี่ยนแปลงแนวจากของอันเดอร์รูฟครั้งใหญ่เป็เื่ที่มีแต่เขาก็ไม่สามารถทำได้ เพราะรอยสักของอูซิน คือระดับห้าคริสตัลที่เป็ระดับสูงสุดภายในองค์กรอันเดอร์รูฟ ในขณะที่เขาเป็เพียงระดับสามคริสตัล ทำให้มาร์ตินต้องปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น
“ได้ครับ.. นี้คือการ์ดสำหรับสร้างตัวตนในโลกมนตราครับ” มาร์ตินนำการ์ดสองใบออกมาจากแหวนมิติของตนเอง
“มันเป็การ์ดที่จะสร้างตัวตนของพวกคุณ ขอเพียงใส่พลังเวทเข้าไป มันก็จะสร้างพันธะกับพลังเวทของคุณ สามารถใส่ข้อมูลทั่วไป อย่างชื่อ อายุ เผ่าพันธุ์ ข้อมูลพวกนี้จะถูกสร้างสำเนาและสร้างตัวตนใหม่ให้กับพวกคุณ เพียงมีการ์ดประจำตัวใบนี้ก็จะสามารถเข้าเมืองระดับสูงได้ทุกเมือง ต่อให้โดนอัศวินตรวจสอบก็จะไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร” มาร์ตินกล่าว
“ขอบใจ” อูซินและลอยด์รับการ์ดมาคนละใบ เมื่อใส่พลังเวทเข้าไป การ์ดที่เคยเป็เพียงการ์ดสีขาวไร้ข้อมูลใด ก็ปรากฏใบหน้าปัจจุบันของทั้งสองคน รวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่ทั้งสองคน้าก็ปรากฏอยู่ใบการ์ดประจำตัวอีกด้วย
อูซินยังคงใช้ชื่อว่าอูซินเหมือนเดิม แต่ว่าลอยด์กลับไม่ได้ใช้ชื่อเดิม ภายในการ์ดประจำตัวของเขา ปรากฏชื่อว่า 'เรย์'
“ใช้ชื่อว่าเรย์แทนสินะ” อูซินมองการ์ดภายในมือของลอยด์
“ใช่ เมื่อมีใบหน้าใหม่ ก็สมควรมีชื่อใหม่สำหรับตัวตนนี้.. ต่อจากนี้ข้าคือ เรย์” ลอยด์กล่าว
“คุณอูซิน กับ คุณเรย์ สินะครับ” เมื่อเห็นว่าทั้งสองสร้างการ์ดประจำตัวได้สำเร็จ มาร์ตินก็หยิบลูกแก้วขนาดเล็กออกมาให้ทั้งสองคน
“สิ่งนี้ก็คือ อาร์ติแฟกต์สื่อสาร เอาไว้ติดต่อกันยามจำเป็ ส่วนเื่การรวมตัวผมจะรีบจัดการให้” มาร์ตินบอก
“ได้” อูซินบอก
“หกโมงเย็นวันนี้… ที่บาร์ชื่อเงาพฤกษาตั้งอยู่ที่เขตทิศตะวันตกของเมือง” มาร์ตินกล่าว
“ได้” เมื่ออูซินพูดจบ ร่างของมาร์ตินก็กลายเป็ควันหายไป แสดงให้เห็นว่ามาร์ตินที่มาเป็เพียงร่างแยกควันที่สร้างจากเวทเท่านั้น
“เวทควัน? ไม่สิ เหมือนจะเป็หมอกมากกว่า เป็เวทที่น่าสนใจจริงๆ” อูซินกล่าวชม
“เอาหล่ะ.. ตอนนี้ก็เข้าเมืองได้อย่างปลอดภัยแล้ว ไปกันเถอะ” อูซินเลือกที่จะเดินออกไปทันที
ทั้งสองเดินทางต่อ เมืองไม่นานก็พ้นจากชายป่า ทำให้มองเห็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ถัดไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร ก็สามารถมองเห็นกำแพงเมืองขนาดใหญ่ที่ทอดยาว ด้านหลังกำแพงก็มีเมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรนับล้าน
“นั่นสินะ.. เมืองเทรัส” อูซินมองตรงไปยังกำแพงขนาดใหญ่ด้านหน้า ในขณะที่ดวงตาของเมาเมาที่เกาะอยู่บนไหล่ก็ไหลวูบวาบไปมา เหมือนกับกำลังดึงข้อมูลบางอย่างออกมา
“จากความทรงจำที่ได้มา 'เมืองเทรัส' หรืออีกชื่อที่แดนมนุษย์เรียกก็คือ 'เมืองแห่งอาร์ติแฟกต์อักขระ' เพราะอุปกรณ์เวทส่วนมากถูกเสริมพลังด้วยการเขียนอักขระของตระกูลแวนแจนซ์ การค้าขายสำคัญก็คือการขายอาร์ติแฟกต์อักขระของตระกูลแวนแจนซ์ ทำให้ภายในเมือง ไม่ว่าจะเป็อัศวิน นักผจญภัย นักเวท มีกิลด์ระดับสูงมากมายภายในเมือง ไม่ว่าจะเป็กิลด์นักผจญภัย กิลด์แพทย์ กิลด์พ่อค้า ต่างมีอาร์ติแฟกต์อักขระในทั้งนั้น ปกครองโดย เ้าเมืองนาม ไวเคานต์ เอ็ดวีก เอเมอร์ ชนชั้นจักรพรรดิขั้นกลางผู้ใช้ออร่าสายฟ้าและหอก” เมาเมากล่าว
“เพราะเป็เมืองที่ใช้อาร์ติแฟกต์อักขระเป็หลัก ถึงได้ตกเป็เป้าหมายก่อนสินะ” อูซินกล่าว
เรย์ที่ได้ยินก็หันมามองที่อูซิน
“เป้าหมายต่อไป ของศาสนจักรแห่งแสงก็คือเมืองเทรัสงั้นเหรอ?” เรย์ถาม เพราะว่าเมืองเทรัสถือว่าเป็เมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของแดนมนุษย์ มีทั้งสถาบันเวทระดับสูง ร้านค้า กิลด์นักผจญภัย สมาคมการค้า มีั้แ่สมาคมระดับต่ำถึงระดับสูง
“เป้าหมายจริงๆ ของพวกมัน ยิ่งใหญ่และล้ำลึกยิ่งกว่านั้นอีก ข้าจะอธิบายทีเดียวตอนประชุมก็แล้วกัน เรารีบเข้าเมืองกันให้ได้ก่อนดีกว่า” อูซินกล่าว
จากนั้นทั้งสองคนก็รีบเดินไปยังประตูเมือง
ที่ประตูเมืองเทรัส เป็ประตูขนาดใหญ่ที่มหึมา ที่สูงกว่าสิบเมตรและกว้างกว่ายี่สิบเมตร แต่ว่ากลับมีผู้คนมากมายที่รอต่อแถวเพื่อตรวจสอบตัวตนก่อนที่จะเข้าเมือง
“แน่ใจจะว่า บัตรใบนี้จะทำให้เราเข้าเมืองได้จริงๆ หากโดนจับได้ขึ้นมาละก็ว่าเป็ของปลอม อาจโดนเข้าใจผิดว่าเป็คนของกิลด์แห่งความมืดก็ได้” เรย์มองบัตรภายในมืออย่างกังวล
เมาเมาที่เกาะอยู่บนไหลของอูซินได้กล่าวว่า
“ไม่ต้องห่วง ระบบข้อมูลประชากร เป็หนึ่งในระบบที่ผู้ช่วยสร้างเป็คนของอันเดอร์รูฟ ทำให้องค์กรอันเดอร์รูฟสามารถสร้างบัตรประจำชนสำหรับคนที่มาจากต่างโลกได้ง่ายๆ ทำให้เครื่องตรวจสอบของราชวงศ์พบว่ามันเป็ของจริง” เมาเมากล่าว
“อันเดอร์รูฟ ทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ” เรย์กล่าวอย่างแปลกใจ เพราะว่าบัตรประจำตัวปลอมนั้นมีกิลด์แห่งความมืดหลายกิลด์ที่พยายามทำของปลอมขึ้นมา แต่ว่าก็ไม่อาจทำได้ นี้แสดงให้เห็นว่าอันเดอร์รูฟนั้นเป็องค์กรที่ไม่ธรรมดา
“ก็เพราะว่าั้แ่ที่อันเดอร์รูฟส่งคนมายังโลกมนตรา หน้าที่หลักของพวกเราก็คือ การส่งคนไปแทรกซึมยังองค์กรต่างๆ หน้าที่หลักๆ ก็เพื่อรวบรวมข้อมูล แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คนของอันเดอร์รูฟที่จะมาโลกมนตราในอนาคตทำงานได้ง่ายขึ้น” อูซินยกบัตรขึ้นมาให้เรย์ดู
“เพราะแบบนั้น บัตรประจำตัวใบนี้มันจึงเป็ของจริงๆ ยังไงละ.. ไม่ว่าจะโดนตรวจสอบยังไงก็ไม่มีทางจับได้ว่าเป็ของปลอม” เมื่อพูดจบอูซินก็เดินไปยังถนนสายหลักเพื่อรอต่อคิวเข้าเมื่อ โดยที่เรย์ค่อยๆ เดินตามไปติด
อูซินที่เห็นว่าการรอคอยคงกินเวลาอีกหลายนาที เขาจึงหันไปหาเมาเมา
“จริงๆ สิ เมาเมาช่วยบอกข้อมูลของกองกำลังต่างๆ ที่สำคัญในโลกมนตรามาให้หน่อย” อูซินกล่าวเพราะถึงเขาจะรู้จักกองกำลังที่แข็งแกร่งบางส่วนแต่ส่วนมาก็จะเป็พวกศัตรูทั้งนั้น
เมาเมาค่อยๆ อธิบาย
“ภายในแดนมนุษย์ มีกองกำลังหลักๆก็คือ หนึ่งแดนศักดิ์สิทธิ์ ห้าเสาหลัก สิบมหาตระกูล
ทั่วทั้งทวีปถูกปกครองโดยราชวงศ์ไอนาทิสซ์ เป็แดนศักดิ์สิทธิ์เพียงแห่งเดียวภายในแดนมนุษย์ ผู้สายเือันแข็งแกร่งอย่าง เนตรราชัน ว่ากันว่าเป็พลังสายเืที่มีพลังในการสะกดข่มขั้นสูง
รองลงมาก็คือ ห้าเสาหลัก กองกำลังระดับสูงสุดทั้งห้าได้แก่ สมาคมนักผจญภัย สมาคมจอมเวท ศาสนจักรแห่งแสง สถาบันโคลเวอร์ และ ภาคีอัศวินพิทักษ์ ทั้งห้าเป็องค์กรที่ถูกตั้งขึ้นตามจุดประสงค์ของตนเอง มีทั้งกองกำลังที่เข้าร่วมกับราชวงศ์อย่างเปิดเผยอย่างสมาคมจอมเวทและภาคีอัศวินพิทักษ์ที่เป็กองกำลังของราชวงศ์ ส่วนสมาคมนักผจญภัย สถาบันโคลเวอร์ และ ศาสนจักรแห่งแสง เป็กองกำลังอิสระที่ตั้งตัวเป็กลางทางการเมือง
สิบมหาตระกูล ตระกูลระดับสูงสุดทั้งสิบที่มีความแข็งแกร่งเหนือกว่ากองกำลังระดับสูงด้วยกัน แต่ละตระกูลมีจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เป็ประมุข และ ทั้งสายเือันแข็งแกร่ง แม้ว่าแต่ละตระกูลจะไม่แข็งแกร่งเท่ากับห้าเสาหลักหรือแดนศักดิ์สิทธิ์แต่ก็เป็กองกำลังที่เหนือกว่า สถาบัน สมาคม หรือ กิลด์ระดับสูงทั่วๆ ไป”
“แล้วก็ยังมี ภาคีไตรเนตร กองกำลังที่ว่ากันว่ามีพลังในระดับเดียวกับห้าเสาหลัก แต่ว่าเป็องค์กรมืดที่ตั้งตัวเป็ศัตรูกับราชวงศ์อย่างเปิดเผย แต่อำนาจของแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่อาจที่ทราบตั้งองค์กร หรือจำนวนและระดับของสมาชิกได้เลย” เมาเมากล่าว
“เข้าใจแล้ว.. ถึงได้ต้องไปที่สมาคมนักผจญสินะ อย่างน้อยๆ ก็เข้าสังกัดกองกำลังระดับเดียวกับศาสนจักรแห่งแสง” อูซินกล่าว
“ถึงจะเข้าได้ ก็ใช่ว่าดีเสมอไปนะ อย่างน้อยๆก็คงต้องโดนดูถูกจากอัศวินแน่ๆ” เรย์บอก
“ที่สมาคมนักผจญกลายเป็หนึ่งในเสาหลักได้ก็เพราะจำนวนสมาชิกที่มากที่สุด หลายๆ คนที่ไม่อาจเป็จอมเวทของสมาคมจอมเวทหรืออัศวินของภาคีอัศวินพิทักษ์ ก็มันจะเลือกเป็นักผจญที่เป็ได้ง่าย และ มีภารกิจที่มีผลตอบแทนให้ เพราะฉะนั้นนักผจญไม่ได้มีเกียรติเท่ากับพวกจอมเวทหรืออัศวินหรอกนะ..” เรย์อธิบายเสริม
“ที่ข้าแนะนำไปให้เป็นักผจญภัย ไม่ให้เพราะชื่อเสียงหรือเกียรติยศ แต่เพื่อรับภารกิจให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวต่างหาก หากมีภารกิจในฐานะนักผจญ การเคลื่อนไหวบางอย่างมันย่อมง่ายขึ้นจริงมั้ย” เมาเมากล่าว
“นั่นก็จริง” เรย์ตอบรับเพราะหากคิดในแง่ของการเคลื่อนไหว หากทุกการเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้การทำภารกิจ หากไม่อยู่ในที่แปลกหรือไม่ควรอยู่ เมื่อโดนผู้อื่นสอบถาม ก็จะสามารถลดความน่าสงสัยลงไปได้ระดับหนึ่ง
อูซินใช้เวลาในการยืนรอสังเกตถึงบรรดาคนที่กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบคนเข้าเมือง เพราะว่าเป็เมืองระดับสูง แถมยังเมืองการค้าสำคัญของทวีป เมืองเทรัสจึงมีความจำเป็ในการตรวจสอบตัวตนของทุกคนที่้าเข้าไปภายในเมือง
การตรวจสอบตรวจตนที่จะเข้าไปก็ง่ายมาก เพียงแค่นำบัตรเข้าไปในวงเวทตรวจสอบที่สร้างโดยอาร์ติแฟกต์ ขอเพียงประชากรทั่วไปที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมก็สามารถเข้าไปได้
อูซินและเรย์ต่อแถวเพียงไม่นานก็ถึงคิวของพวกเขาทั้งสอง
“คนต่อไป” เสียงของอัศวินผู้หนึ่งดังขึ้นเป็สัญญาณให้อูซินเดินเข้าไป
อูซินเพียงนำการ์ดประจำตัวที่เพิ่งได้มา มอบให้กับอัศวินอีกคนที่กำลังเฝ้าจอภาพฉาย อัศวินผู้นั้นเพียงนำการ์ดไปแตะที่วงแหวน วงแหวนเวทสว่างขึ้นเล็กน้อยอันเป็สัญญาณว่ากำลังนำเดินการตรวจสอบ ไม่นานบนจอภาพฉายก็ปรากฏใบหน้าและข้อมูลของอูซิน
“อูซิน เผ่ามนุษย์ อายุสิบเจ็ดปี ไม่มีประวัติอาชญากรรม เข้าไปได้… คนต่อไป” อัศวินกล่าว
เมื่อเห็นว่าอูซินเข้าไปได้โดยไม่มีสิ่งใดผิดปกติ เรย์ก็เดินเข้าไปทันที และ การตรวจสอบตัวตนของเรย์ก็เหมือนกับอูซิน ไม่มีสิ่งผิดปกติ ราวกับว่าการ์ดประจำตัวทั้งสองเป็ของจริง
ทั้งสองค่อยๆ เดินเข้าไปภายในเมือง แต่ว่าในขณะนั้นเอง สร้อยคอมือของอัศวินที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคนเข้าเมืองทั้งหมดก็ได้ดังส่งแสงออกมาพร้อมๆ กัน เป็สัญญาณที่อัศวินทุกคนรับรู้ได้ทันทีว่ามีข้อมูลเร่งด่วนถึง อัศวินทุกคน เรียกความสนใจของอูซิน เขามองไปยังสร้อยคอมือ ก็พบว่ามันเป็อาร์ติแฟกต์อักขระประเภทหนึ่ง สร้อยข้อมือของอัศวิน ฉายภาพตัวอักษรออกมา
“รีบออกจากตรงนี้ดีกว่า” อูซินพูดเสียงเบากับเรย์
“อือ” เรย์เองก็สังเกตถึงความผิดปกติได้เช่นกัน พวกเขาทั้งสองถึงรีบเดินออกไปให้ไกลที่สุด
‘เมาเมา… ไปดูซิ’ อูซินพูดผ่านพลังิญญาไปยังเมาเมา
‘ได้เลย นายน้อย’ เมาเมาะโออกจากไหล่ของอูซินไปยังไหลของอัศวินผู้นั้น ด้วยความที่เมาเมาเป็เพียงสัตว์ิญญา หากไม่อาจใช้พลังิญญาได้ ย่อมไม่อาจััการคงอยู่ของเมาเมาได้
‘ตรวจสอบคนเข้าเมืองอย่างละเอียด บันทึกทุกคนที่เข้าและออก จับตาดูหากมีคนต้องสงสัย’
สีหน้าของอัศวินหลายคนที่อ่านข้อความมีทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ แต่ว่าอัศวินที่มีประสบการณ์หลายคนกลับแสดงสีหน้ากังวลออกมา
“หัวหน้ามันหมายความว่ายังไงเหรอ ขอรับ” อัศวินชั้นผู้น้อยคนหนึ่งถาม
“คงต้องเกิดเื่บางอย่างขึ้นแน่ๆ แต่ว่าเบื้องบนยังไม่อยากให้ชาวเมืองแตกตื่น ถึงได้สั่งจับตามองการตรวจสอบคนเข้าเมือง” หัวหน้าอัศวินมองไปรอบๆ แต่ไม่ว่าจะมองทางไหนเขาก็ไม่พบสิ่งผิดปกติเลยแม้แต่น้อย
……..
เมื่อทั้งอูซินและเรย์เดินออกมาได้ไม่ไกล เมาเมาะโกลับมายังไหลของอูซิน
“อัศวินทุกคนได้รับข้อความให้ตรวจสอบคนเข้าเมืองให้เข้มงวดมากขึ้น” เมาเมากล่าว
“แสดงว่า.. ภาคีอัศวินพิทักษ์รู้เื่ของตระกูลแวนแจนซ์แล้ว แต่ไร้เบาะแสภายในมือ คงทำได้เพียงคอยจับตาดูคนที่เข้าออกเมือง… เพราะไร้ข้อมูลใดๆ คงได้แต่ตามหาเบาะแสจากความว่างเปล่าละนะ” อูซินกล่าว
“หรือว่า… ข้าไปที่หน่วยภาคีอัศวินดี?” เรย์ถาม
“แนะนำว่าอย่าดีกว่า… จริงอยู่ว่าเ้าเป็พยานบุคคลชั้นดีที่จะบอกว่า ตระกูลเมเยอร์ ศาสนจักรแห่งแสง และ ภาคีไตรเนตรร่วมมือกัน แต่เ้าเคยคิดไหมว่าภาคีอัศวินพิทักษ์อาจจะมีหนอน หากเ้าแสดงตัวแล้วโดนหนอนคนนั้นสังหารก่อน ที่เ้ารอดออกมาได้ก็ศูนย์เปล่า” อูซินกล่าว
“เข้าใจแล้ว” แม้จะเจ็บใจแต่ว่าเรย์เองก็เข้าใจ ถึงเขาจะสามารถบรรลุพลังเวทระดับห้าขั้นต้นได้ แต่ว่าก็ยังมีคนอีกนับร้อยพันที่สามารถสังหารเขาได้ในเวลาเสี้ยววินาที โดยไม่มีคนรับรู้
“แล้วตอนนี้จะทำอะไรต่อไป.. อีกตั้งหลายชั่วโมงก่อนที่จะถึงหกโมงเย็น” เรย์ถาม
อูซินมองไปยังเมาเมาที่เกาะบนไหล่ ราวกับ้าคำแนะนำเช่นเดียวกัน
“หากให้แนะนำ… ไปสมัครเป็นักผจญภัยไว้จะง่ายต่อการเคลื่อนไหวในอนาคตมากกว่า” เมาเมากล่าว
“นักผจญภัย?” อูซินถามอย่างสงสัย เรย์จึงเป็พูดตอบ
“นักผจญภัย.. หากให้พูดแล้วก็คืออาชีพอิสระที่รับจ้างทำงานทั่วไป โดยที่จะอยู่ภายใต้สังกัดกิลด์หรือไม่มีก็ได้ มีั้แ่งานรับจ้างทั่วไปเช่น หาแมว ตัดหญ้า ส่งของ คุ้มกัน จนถึงงานกำราบสัตว์อสูรหรือแม้แต่ร่วมมือกับหน่วยงานทางการอย่างภาคีอัศวิน แต่ส่วนมากนักผจญภัยก็คือ คนที่ไม่อาจเข้าร่วมอัศวินหรือสมาคมจอมเวทได้ แต่ก็มีบางคนที่แข็งแกร่งจนภาคีอัศวินหรือสมาคมจอมเวท้าดึงตัวเข้า แต่ก็คนพวกนั้นก็เลือกที่จะเป็นักผจญภัยเพราะมีอิสระมากกว่า”
เมาเมายังพูดเสริมให้อีกว่า
“แต่การจะเป็นักผจญภัยมีข้อบังคับก็คือ จำเป็ต้องลงทะเบียนกับ 'สมาพันธ์นักผจญภัย' หลังจากนั้นถึงจะสามารถเลือกเองว่าจะเข้ากิลด์หรือเป็นักผจญภัยอิสระ แต่เมื่อสมัครเป็นักผจญภัยได้แล้ว ก็สามารถรับภารกิจทางเมืองไหนก็ได้ทางมีที่ตั้งของสมาพันธ์นักผจญภัย ” เมาเมากล่าว
“เข้าใจแล้ว… แล้วเราจะไปสมัครนักผจญภัยได้ที่ไหน” อูซินถาม
“ตามข้ามา” เรย์เดินนำอูซินไปทันที เพราะว่าเมืองเทรัสเป็เมืองที่อยู่ใกล้กับหอคอยแวนแจนซ์ ตอนเด็กเรย์จึงมาเดินเล่นที่เมืองบ่อย สถานที่หลักๆ ของเมืองเรย์ย่อมรู้จักดีที่สุด