บทที่ 3 ให้ข้ารับใช้ฮองเฮา?
เสียง ‘ครืด’ ดังขึ้น พร้อมกับบานประตูที่ถูกเปิดออก แล้วร่างฮองเฮาตู๋กูิเยว่ก็ก้าวเข้ามา
เมื่อเห็นจ้าวอู่เจียงยืนอยู่ด้านข้างองค์ฮ่องเต้เงียบ ๆ ราวกับองค์เหนือหัวและข้าราชบริพารคนสนิท ดวงตาของตู๋กูิเยว่พลันฉายประกายบางอย่าง
ที่ผ่านมา นางได้ส่งหมอหลวงหลายคนมาเข้าพบเซวียนหยวนจิ้ง และคนเ่าั้ล้วนมีชะตาเดียวกัน แต่ไม่น่าเชื่อ ขันทีจ้าวอู่เจียงผู้นี้ยังคงปลอดภัยดี?
“ขันทีจ้าว พระพลานามัยของฝ่าาเป็เช่นไรบ้าง?"
ตู๋กูิเยว่โค้งคำนับให้เซวียนหยวนจิ้งเป็อันดับแรก แย้มยิ้มสดใส จากนั้นจึงหันไปมองจ้าวอู่เจียงที่ยืนอยู่ด้านข้าง
สมองของจ้าวอู่เจียงทำงานอย่างรวดเร็ว คำพูดมากมายผุดขึ้นมาภายในหัว ขณะกำลังจะอ้าปากตอบ เซวียนหยวนจิ้งกลับกระแอมและชิงเอ่ยก่อน
“ทักษะทางการแพทย์ของขันทีจ้าวยอดเยี่ยมยิ่ง ดีกว่าหมอหลวงเ่าั้เสียอีก หลังจากการรักษาของเขา ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก ในอนาคตหลังจากนี้ ให้เขาอยู่กับข้า และคอยดูแลจนกว่าร่างกายของข้าจะหายดี”
เมื่อได้ยินคำของเซวียนหยวนจิ้ง ตู๋กูิเยว่ก็แย้มยิ้ม นางดีใจเป็อย่างมาก
เมื่อฝ่าาทรงมีพระพลานามัยแข็งแกร่ง ฝ่าาก็จะสามารถปรนเปรอนางได้แล้วใช่หรือไม่?
ในขณะเดียวกัน สายตาของนางก็เหลือบไปทางขันทีรูปหล่อ รู้สึกชื่นชมขันทีจ้าวอู่เจียงมากกว่าเดิมเล็กน้อย ดูเหมือนขันทีผู้นี้จะมีประโยชน์อยู่บ้าง ดังนั้นนางคงต้องเก็บอีกฝ่ายเอาไว้ใช้ในอนาคต
จ้าวอู่เจียงยิ้ม แม้ในใจอยากจะกลอกตาใส่ และพึมพำ ‘เห็นได้ชัดว่าฮองเฮาถามข้า แล้วท่านจะตอบทำไมกัน?’
ขันทีหนุ่มมองการกระทำของอีกฝ่ายออก และรู้ซึ้งถึงความหมายแฝงเป็อย่างดี
คนผู้นี้กำลังกลัวว่าเขาจะแพร่งพรายความลับของนางออกไป
แต่จ้าวอู่เจียงรู้ดีกว่านั้น
การติดตามอีกฝ่ายก็เหมือนกับการติดตามเสือ!
ยิ่งไปกว่านั้น เสือตัวนี้ยังเป็เสือที่อารมณ์ร้ายและมากอำนาจ เขาไม่ควรอยู่กับอีกฝ่ายนานนัก!
ตอนนี้ เขาควรจะแสร้งทำเป็ตื่นเต้นดีใจ เมื่อคิดดังนั้นพลันขันทีหนุ่มก็เอ่ยเสียงดัง
"ขอแสดงความยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา!"
องค์ฮ่องเต้เซวียนหยวนจิ้งและฮองเฮาตู๋กูิเยว่ต่างตกตะลึง เหตุใดขันทีผู้นี้ถึงได้ตื่นเต้นนัก
“เมื่อครู่ กระหม่อมได้ทำการวินิจฉัยและพบว่า เวลานี้ พระวรกายองค์ฮ่องเต้นั้นไม่ได้มีปัญหาใด ๆ พระวรกายของพระองค์ฟื้นตัวและทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงดีแล้ว ดังนั้นจึงหมดหน้าที่ของกระหม่อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ" จ้าวอู่เจียงโค้งคำนับต่ำ
อยากจะหนีอย่างนั้นหรือ?
เซวียนหยวนจิ้งเองก็คาดเดาความคิดของจ้าวอู่เจียงออกเช่นกัน ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็เ็าเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากัน
“ร่างกายของข้า ข้ารู้ดี!"
จ้าวอู่เจียงเอ่ยขึ้นในใจ ‘ท่านจะไม่ปล่อยข้าไปเลยใช่หรือไม่?’
“พระวรกายของฝ่าา กระหม่อมรู้ดีที่สุด"
"สามหาว!"
เซวียนหยวนจิ้งสะบัดมือ และเอ่ยแทรกคำของจ้าวอู่เจียง “ข้ายังคงรู้สึกอึดอัดอยู่ หากข้าสั่งให้เ้ารักษา เ้าก็ต้องรักษา นี่คือบัญชาแห่งข้า เ้า้าจะขัดอย่างนั้นหรือ?"
ดวงตาของฮองเฮาตู๋กูิเยว่เป็ประกายวาบ นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้เห็นองค์ฮ่องเต้วางอำนาจเช่นนี้
ทักษะทางการแพทย์ของขันทีจ้าวจะต้องดีมากแน่ แม้แต่องค์ฮ่องเต้ก็ชื่นชอบและไม่ยอมปล่อยเขาไป!
จะให้ขันทีผู้นี้อยู่ต่อก็ไม่เป็ไร เพราะอย่างน้อย นางก็สามารถสอบถามข่าวคราวของฝ่าาจากอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ!
นอกจากนี้ สำหรับนางการมีคนคอยจับตาดูองค์ฮ่องเต้ย่อมเป็เื่ดี และคอยช่วยเหลือนางให้สามารถกำเนิดทายาทได้โดยเร็วที่สุด ในอนาคต ตระกูลตู๋กูก็จะมั่นคงดั่งเทือกเขาไท่แห่งต้าเซี่ย!
ความคิดของตู๋กูิเยว่ทำงานอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากบางอวบอิ่มแย้มยิ้ม “พระพลานามัยของฝ่าาเป็สิ่งสำคัญที่สุด ขันทีจ้าว เ้าอยู่ข้างพระวรกายฝ่าาเถิด"
บัดซบ!
ท่าน้าจะขายข้าอย่างนั้นหรือ?
จ้าวอู่เจียงสบถออกมาในใจ
แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่ตู๋กูิเยว่เอ่ย จ้าวอู่เจียงก็รู้ว่าตนหมดหนทางหนีแล้ว
“หากพระองค์ทรงตรัสเช่นนี้ กระหม่อมก็ขอน้อมรับคำสั่ง ..."
บรรยากาศอึดอัดคลายลง องค์ฮ่องเต้ก็เริ่มพูดคุยกับฮองเฮา ทั้งสองดูสนิทสนมกันมาก ไม่เหมือนคลื่นใต้น้ำที่เห็นภายในท้องพระโรงวันนี้เลย
จ้าวอู่เจียง ผู้ซึ่งเบื่อหน่าย ทำการตรวจจับชีพยากรของชิงเอ๋อร์ และเหลือบมององค์ฮ่องเต้สองสามครั้ง… เสแสร้งได้ดีจริง ๆ
ท้องฟ้ามืดสนิท กลางคืนมาเยือน ตู๋กูิเยว่ลุกขึ้นเพื่อขอตัวกลับตำหนัก
“ขันทีจ้าว ไปส่งข้าที่ตำหนักที"
"พ่ะย่ะค่ะ"
ทั้งสองเดินตรงไปยังประตูภายใต้สายตาของฮ่องเต้เซวียนหยวนจิ้ง
หลังจากเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว ตู๋กูิเยว่ก็ลดเสียงลง ริมฝีปากแดงของนางขยับเล็กน้อย "เหตุใดฝ่าาถึงทรงตรัสว่าพระองค์ทรงยังไม่ฟื้นตัว? มันเกิดอะไรกับพระวรกายของพระองค์กันแน่?"
จ้าวอู่เจียงยิ้ม หางตาเหลือบมองไปทางท้องพระโรง
เซวียนหยวนจิ้งทำทีเป็ดื่มชา แต่สายตากลับจับจ้องมาที่ตนไม่วาง
ดังนั้น เขาจึงไม่ได้ลดเสียงลง และเอ่ยอย่างมั่นใจ “ทูลฮองเฮา พระวรกายขององค์ฮ่องเต้ฟื้นตัวดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ ก่อนหน้านี้ กระหม่อมฝังเข็มให้ฝ่าา ฝ่าายังแสดงพลังกายอันเปี่ยมล้นออกมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อตู๋กูิเยว่ได้ยินคำนี้ ใบหน้าของนางก็ขึ้นสีเล็กน้อย น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาฉายชัดถึงความดีใจ
“ขันทีจ้าว ข้าจะตกรางวัลให้เ้าอย่างงามเลย!"
หลังจากเอ่ยเช่นนั้น นางก็แสดงความยินดีออกมา จากนั้นจึงหันหลังและเดินจากไป
ระหว่างทาง หัวใจของตู๋กูิเยว่พลุ่งพล่าน!
คืนนี้ ข้าจะพลาดโอกาสไม่ได้ หลังจากกลับไป ข้าจะอาบน้ำลอยดอกไม้ รอให้กลิ่นติดตัว จากนั้นจึงจะเข้านอน!
ตู๋กูิเยว่เอ่ยขึ้นในใจ
จ้าวอู่เจียงมองฮองเฮาเดินจากไปราวกับเด็กสาวแรกแย้ม รู้สึกถึงความเย็นะเืจากด้านหลัง ขันทีหนุ่มหันไปมองก่อนจะสบตาเข้ากับองค์ฮ่องเต้เซวียนหยวนจิ้งผู้ซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ั
คนหนึ่งประหม่า อีกคนเ็าราวน้ำแข็ง
ชายหนุ่มยกแขนขึ้นกอดตัวเอง ร้องเพลงเบา ๆ ภายใต้ท้องฟ้าอันมืดมิด จากนั้นจึงเดินกลับเข้าไปในท้องพระโรง ก่อนจะถูกเสียงะโอย่างโกรธเกรี้ยวกระแทกหน้า
"เ้าขันทีโง่! เหตุใดจึงบอกว่าร่างกายของข้าฟื้นตัวแล้ว ฮะ?"
ความเ็าขององค์ฮ่องเต้เซวียนหยวนจิ้งเปลี่ยนเป็เปลวไฟแห่งความโกรธ
"เช่นนั้นฝ่าาทรง้าให้กระหม่อมทำเช่นไร? ให้บอกฮองเฮาว่าฝ่าาทรงไม่สามารถทำได้อย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
คำพูดเรียบง่ายของจ้าวอู่เจียงเป็เหมือนถังน้ำเย็นที่เทลงบนความโกรธของเซวียนหยวนจิ้ง
องค์ฮ่องเต้สงบลงเล็กน้อย... นั่นสิ มันเป็ไปได้หรือที่จะบอกนางว่าไม่สามารถทำได้?
ในเมื่อตอนนี้นางเป็ ‘ชาย’ นางจึงไม่สามารถปฏิเสธได้
"แล้วหากฮองเฮามาที่นี่คืนนี้เล่า?"
จ้าวอู่เจียงเอนหลังพิงเก้าอี้และนั่งลงข้างอีกฝ่าย หลังจากที่ได้ยินเช่นนี้ ขันทีหนุ่มก็ผายมือออก
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกระหม่อมกัน? กระหม่อมมีหน้าที่เก็บความลับของฝ่าาเท่านั้น และตอนนี้กระหม่อมก็ปิดปากสนิท”
ฟันของเซวียนหยวนจิ้งกระทบกันอีกครั้ง
หากนางไม่สามารถปกปิดความลับนี้เอาไว้ นางก็จะไม่สามารถรักษาบัลลังก์เอาไว้ได้!
ั้แ่ราชวงศ์ต้าเซี่ยถูกก่อตั้งขึ้นมา พวกเขาก็ให้ความสำคัญกับบุตรชายมากกว่าบุตรสาว สตรีไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมในราชสำนัก นับประสาอะไรกับตำแหน่งฮ่องเต้?
บิดาของนางมีบุตรธิดาไม่มากนัก และพี่ชายของนางก็ล้มหายตายจากไปทีละคน
แม้เซวียนหยวนจิ้งจะเป็สตรี แต่อดีตฮ่องเต้ได้ฝึกฝนเซวียนหยวนจิ้งในฐานะของบุรุษมาโดยตลอด เพื่อป้องกันไม่ให้แคว้นต้าเซี่ยถูกเหล่าคนละโมบยึดครอง
แต่แล้วอย่างไร เพราะท้ายที่สุดแล้ว เซวียนหยวนจิ้ง…ก็ไม่ใช่ผู้ชาย
ความคิดของนางพลุ่งพล่าน พลางถอนหายใจออกมาแ่เบา
“หากเพียงข้าเป็บุรุษ หากเพียงข้าทำให้ตู๋กูิเยว่พึงพอใจเพียงสักครั้ง นางคงจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับข้าอีก!"
จ้าวอู่เจียงถูมือไปมาและเอ่ยอย่างร้อนรน
“หากจะให้กระหม่อมพูด กระหม่อมคงพูดได้เพียงแค่ว่ามันเป็ปัญหาของพระองค์ ฝ่าา!"
"ปัญหาของข้า?"
อย่างไรก็ตาม ทั้งเขาและอีกฝ่ายต่างอยู่ภายในกำมือของกันและกัน ดังนั้นจ้าวอู่เจียงจึงเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ “ไร้สาระจริง จะมีสตรีคนใดสามารถอยู่คนเดียวไปได้ตลอด? วังแห่งนี้ล้ำลึกเพียงใด ความคิดของฮองเฮาล้ำลึกเพียงนั้น แม้ฮองเฮาจะยิ่งใหญ่เทียมฟ้า แต่อย่างไรก็เป็สตรี พระองค์จะสามารถทนต่อความเหงาเป็เวลานานได้อย่างไร? เมื่อเวลาผ่านไป ความเหงาก็มีแต่จะตามติดและทำให้สิ่งต่าง ๆ ย่ำแย่ลง”
เมื่อได้ยินคำของจ้าวอู่เจียง ดวงตาขององค์ฮ่องเต้เซวียนหยวนจิ้งก็ทอประกาย นางมองใบหน้าหล่อเหลาของจ้าวอู่เจียง เวลานี้ นางรู้สึกถึงความหลักแหลมของอีกฝ่ายและเข้าใจความหมายที่ขันทีหนุ่ม้าจะสื่อ
ความไร้อำนาจอันเกิดขึ้นจากเพศสภาพทำให้องค์ฮ่องเต้เซวียนหยวนจิ้งถอนหายใจออกมา ยิ่งนางคิดเกี่ยวกับมัน นางก็ยิ่งโกรธ และอดไม่ได้ที่จะตอบโต้อีกฝ่าย
“ข้ารู้ว่าต้นเหตุของปัญหานั้นเป็เพราะข้าไม่ใช่บุรุษ เ้าคิดหรือว่าข้าไม่อยากเป็บุรุษ?"
นางมองจ้าวอู่จิ้ง ทว่าอึดใจต่อมา ดวงตาของนางก็เปล่งประกาย!
บุรุษ?
ไม่ใช่ว่าขันทีตรงหน้าคือบุรุษที่ยังไม่ตัดตอนหรอกหรือ?
"เ้า!"
"กระหม่อม? ฝ่าาทรง้าสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ?
สายตาของเซวียวหยวนจิ้งเปล่งประกายขึ้นเรื่อย ๆ “หากตู๋กูิเยว่มาที่นี่คืนนี้ เ้าสามารถทำให้นางพึงพอใจแทนข้าได้!"
???
จ้าวอู่เจียงเอียงศีรษะ ไม่อาจเข้าใจระบบความคิดของสตรีตรงหน้าได้ชั่วขณะ!
"ฝ่าาทรงอยากให้กระหม่อมร่วมเตียงกับฮองเฮา? ฝ่าาทรงเสียสติไปแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
อีกฝ่ายกำลังจะหลอกให้เขาไปตายหรือ? แม้ภายในใจของจ้าวอู่เจียงจะพลุ่งพล่าน แต่ก็อดหวาดระแวงไม่ได้
“หากเ้าไม่ไป ไม่ช้าก็เร็วความลับของข้าจะถูกเปิดโปง ดังนั้นข้าอาจฆ่าเ้าก่อนก็ได้!"
น้ำเสียงของเซวียนหยวนจิ้งนั้นเต็มไปด้วยกระแสข่มขู่
"ทว่า..."
เขาไม่เคยได้ยินคำขอแบบนี้มาก่อนในชีวิต!
จ้าวอู่เจียงพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจภายใต้สายตาข่มขู่ของอีกฝ่าย “เฮ้อ นี่เป็สิ่งที่ฝ่าาบังคับให้กระหม่อมทำนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ได้อยากจะร่วมเตียงกับฮองเฮาเลยแม้แต่น้อย!"