บทที่ 34 เข้าสู่บริษัทอย่างราบรื่น
หลังจากนั้นบรรยากาศก็เงียบไปชั่วขณะ เสิ่นเมิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อย
“พ่อกับแม่ไม่อนุญาตเหรอคะ หนูไม่ได้เข้าไปบริษัทเพื่อฆ่าเวลาหรือสร้างปัญหา หนูแค่ไปหาความรู้ หนูเริ่มจากตำแหน่งเล็ก ๆ ก็ได้…”
“ใครบอกว่าเราไม่อนุญาตล่ะ” เสิ่นจงเฉิงขัดจังหวะเสิ่นเมิ่งทันที เสียงของเขาสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความดีใจ “พ่อกับแม่คิดจะให้ลูกเข้าบริษัทนานแล้ว”
คุณแม่พยักหน้าเห็นด้วย ดวงตาของท่านเป็นประกายด้วยความยินดี
เสิ่นเมิ่งถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จริง ๆ แล้วเธอค่อนข้างมั่นใจในเรื่องนี้ เพราะชาติที่แล้วพ่อมักจะพาเธอไปทำงานด้วย และตั้งใจให้เธอเข้าร่วมประชุมบริษัท ส่วนแม่ก็มักจะให้เธอดูแลงานด้านการเงิน ช่วยจัดการงานต่าง ๆ อยู่เสมอ
เพียงแต่ชาติที่แล้ว เธอเอาแต่เที่ยวเล่นสนุก แล้วยังจงใจตีตัวออกห่างจากพ่อแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเหตุการณ์ที่เธอหนีออกจากบ้าน พวกเขาก็หมดหวังและยอมแพ้กับเธอในที่สุด
แต่ในชาตินี้ พ่อกับแม่ยังไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจกับเธอ การเข้าไปทำงานที่บริษัทจึงไม่น่าเป็นเรื่องยากสำหรับเธอ
“เมิ่งเมิ่ง เมื่อก่อนแม่กับพ่ออยากให้ลูกเข้าบริษัท แต่ลูกก็ไม่ยอมเข้า วันนี้ทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะ” ลู่ผิงยิ้มพลางลูบไหล่ของเสิ่นเมิ่ง
เสิ่นเมิ่งรู้ดีว่าแม่ของเธอกังวลว่าเธอจะรักษาความตั้งใจไว้ได้ไม่นาน กลัวว่าหลังจากเข้าบริษัทไปแล้วจะเสียใจภายหลัง ดังนั้นแม่จึงถามเหตุผลเพื่อยืนยันอีกครั้ง
เสิ่นเมิ่งมองหน้าพ่อกับแม่อย่างจริงจัง เอ่ยปากอย่างแผ่วเบา “ก่อนหน้านี้หนูไม่รู้จักโต พ่อกับแม่ตั้งใจจะฝึกฝนหนู แต่หนูกลับไม่รู้เลยว่าพ่อกับแม่หวังดีกับหนูแค่ไหน แต่ตอนนี้หนูรู้แล้ว หนูเป็นลูกคนเดียวของตระกูลเสิ่น อนาคตเสิ่นกรุ๊ปก็ต้องตกเป็นของหนูอยู่แล้ว ยิ่งได้เรียนรู้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีค่ะ”
“เด็กดี ลูกคิดได้แบบนี้มันน่าปลื้มใจจริง ๆ” เสิ่นจงเฉิงตื้นตันใจจนพูดไม่ออก เขาคีบเนื้อปลาใส่ชามของเสิ่นเมิ่งด้วยตัวเอง “กินข้าวก่อน กินให้เยอะ ๆ เลยนะ พรุ่งนี้พ่อจะพาลูกไปที่บริษัทเอง”
ลู่ผิงเองก็ดีใจมาก จมูกของเธอเริ่มแดงก่ำ ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น นับตั้งแต่ที่ลูกสาวกลับมา เสิ่นเมิ่งก็เข้าใจในอะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้น จนทำให้เธอประหลาดใจได้เสมอ เหมือนกับกลายเป็นคนละคน การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ทำให้เธอมีความสุขมาก
ด้วยความยินดีเช่นนี้ ลู่ผิงจึงทานอาหารได้มากขึ้น ร่างกายที่เคยอ่อนแอก็แข็งแรงขึ้นเล็กน้อย เช้าวันรุ่งขึ้น เธอตื่นตั้งแต่เช้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วไปบริษัทพร้อมกับเสิ่นจงเฉิงและเสิ่นเมิ่ง
บนยอดตึกสูงตระหง่าน ปรากฏตัวอักษรสี่คำว่า “บริษัทเสิ่นกรุ๊ป” เสิ่นเมิ่งยืนอยู่ที่หน้าบริษัท เงยหน้ามองท้องฟ้า
ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงเช้าพอดี แสงแดดอุ่น ๆ สาดส่องลงบนใบหน้าของเสิ่นเมิ่ง เผยให้เห็นใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและจริงจัง
ทุกเช้าวันจันทร์ เสิ่นกรุ๊ปจะจัดการประชุม ในฐานะประธานบริษัท เสิ่นจงเฉิงจึงเป็นผู้จัดการประชุม ส่วนลู่ผิงในฐานะผู้จัดการฝ่ายการเงินก็เข้าร่วมด้วยเช่นกัน
การประชุมเพิ่งจะเริ่มต้น ผู้จัดการแต่ละฝ่ายต่างก็อยู่ในตำแหน่งของตนเอง ส่วนประธานเสิ่นจงเฉิงก็หยิบไมโครโฟนที่ติดอยู่ที่ปกเสื้อขึ้นมา ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า
“ก่อนที่การประชุมในวันนี้จะเริ่มต้นขึ้น ผมอยากจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับคน ๆ หนึ่ง ในการประชุมวันนี้เธอแค่เข้ามารับฟัง หวังว่าทุกคนจะยินดีต้อนรับ”
ในตอนนี้สายตาของทุกคนหันไปมองที่ประตูห้องประชุมเป็นตาเดียว เสิ่นจงเฉิงก็พูดขึ้นเสียงดังว่า “เมิ่งเมิ่ง เข้ามาสิ!”
ร่างเพรียวบางเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน
เสิ่นจงเฉินผู้จัดการทั่วไปฝ่ายโครงการที่นั่งอยู่ทางขวามือของเสิ่นจงเฉิงถึงกับตะลึงงัน ดวงตาทั้งคู่ของเขาจ้องมองไปที่ใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างไม่วางตา สีหน้าของเขาดูไม่ได้เลยจริง ๆ