---ณ โรงละคร
“ตอนนี้เราก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับตำแหน่งผู้ชนะการแข่งขันเปียโนเดี่ยวที่กำลังมาถึงแล้วละนะ” สุพรรษาพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี ขณะจิบกาแฟ
“ต้องขอบคุณวิสัยทัศน์ของท่านด้วยแหละครับ ถ้าไม่ได้ท่าน พวกเราก็ยังคงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างแน่นอน”
“ใช่ใช่ใช่!!” เหล่าคณาจารย์ต่างพูดประจบออกมา
กริ๊งๆๆๆๆ
ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น โดยมันดังมาจากชายที่ชื่อว่าดิลก สุพรรษามองไปที่ดิลกด้วยสายตารำคาญ
“ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าอยู่ในโรงละครให้ปิดเสียงโทรศัพท์ทุกครั้ง" สุพรรษาพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“ ท่านอธิการบดี ผมขอโทษด้วยครับ”ชายที่ชื่อว่าดิลกพูดออกมาพร้อมกับเดินออกไปคุยโทรศัพท์
10 นาทีต่อมา ดิลกก็เดินกลับมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ท่านครับเกิดเรื่องใหญ่แล้ว” ดิลกพูดออกมาน้ำเสียงเครียด
“ เกิดเรื่องอะไรขึ้น!! ” สุพรรษาพูดออกมาพร้อมกับคิ้วที่เริ่มขมวด
“เมื่อสักครู่ศาสตราจารย์วินัยโทรมาแจ้งว่า ได้มีนักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน แล้วถูกลากตัวไปโดยอาจารย์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน้าที่ แล้วเด็กที่ว่านั้นก็คือเด็กคนที่เล่นเปียโนเมื่อสักครู่นี้ครับ” ดิลกเริ่มอธิบายออกมา
“อะไรนะ!” สุพรรษาตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
“แล้วเด็กคนนั้นอยู่ที่ไหน? รีบพาฉันไปเดี๋ยวนี้เลย” “โปรดตามผมมาครับ” สุพรรษาและเหล่าศาสตราจารย์เดินตามชายที่ชื่อว่าดิลกออกไป ท่ามกลางสายตาเหล่านักดนตรีที่กำลังงงว่าเกิดอะไรกันขึ้น
—- ย้อนกลับไปก่อนหน้าสัก30นาที
อาตถูกนำตัวไปยังห้องแห่งหนึ่งพร้อมกับคู่กรณีของเขาเพื่อกักตัวเอาไว้ก่อน แต่ที่น่าขำก็คือ มันมีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่ถูกเลือกปฎิบัติ เพราะมีแค่เขาเท่านั้นที่ถูกล็อกตัวมาที่ห้องนี้เพียงคนเดียว แถมคู่กรณีของเขานั้นยังได้รับน้ำดื่มและการปฎิบัติอย่างดีแทบทุกอย่าง
“เธอรีบยอมรับสารภาพมา แล้วทางเราจะไม่ส่งเรื่องไปให้ตำรวจ แต่ถ้าเธอยังคงดื่อด้านอยู่ละก็ ฉันรับรองได้เลยว่าเธอจะได้ไปนอนในคุกอย่างแน่นอน” อาจารย์1ใน2คนพูดออกมา
“แต่ผมไม่ได้เริ่มก่อน” อาตพูดออกมาอย่างเย็นชา
“แต่ฉันเห็นเธอต่อยเขาลงไปกองกับพื้น!!” อาจารย์คนนั้นหันมาตะคอกใส่อาต
“มันมีกล้องวงจรย์ปิดอยู่ที่นั้นด้วย ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไปเปิดกล้องวงจรปิดแถวนั้นสิ”
“……นายได้ยินแล้วใช่ไหม หลังจากนี้ไปลบวีดีโอที่กล้องนั้นด้วย” อาจารย์คนนั้นพูดกับอาจารย์อีกคน
“......” อ่าาาา! ตอนนี้อาตรู้ถึงเหตุผลของความลำเอียงนี้แล้ว ปรากฏว่าอาจารย์สองท่านนี้ มีความเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อยกับคนที่อาตมีเรื่องด้วย
“ฮ่าๆ! ดูเหมือนมึงจะรู้ตัวแล้วสินะ มึงคิดถูกแล้ว อาจารย์เหล่านี้ล้วนเป็นลูกน้องของพ่อกูเอง ” เจมส์พูดจาเยาะเย้ยออกมา
“ ฮ่าๆๆ!! ” อาตหลุดขำออกมา
“มึงขำอะไร กูไม่ได้เล่นตลกให้มึงดูนะเฮ้ย” เจมส์พูดออกมาอย่างเดือดดาล
“อย่างที่ฉันบอกไป แกเสร็จแน่” อาตยิ้มออกมาอย่างเจ้าเลห์
“ปากดีนักนะมึง พวกแกสองคนไปมัดมันไว้ก่อน แล้วไปเฝ้าหน้าประตูไว้ อย่าให้ใครเข้ามาได้เด็ดขาด ”
“ครับคุณหนู/ครับคุณหนู”
หลังจากที่อาจารย์ลิ่วล้อทั่งสองช่วยกันมัดอาตด้วยเชือกไนลอนเสร็จก็ออกไปยืนที่นอกห้อง ปล่อยให้เจมส์ระดมหมัดเข้าไปที่ใบหน้าของอาตอย่างเมามัน
2-3 นาทีให้หลัง
“แฮ่กๆ เป็นไงละ นี่เป็นผลจากการที่มึงกล้าต่อยกู”
“.........”
“แค่นี้ถึงกับสลบเลยเหรอวะ อ่อนแอชิบหาย” เจมส์พูดออกมาอย่างสะใจที่ได้อัดชายหนุ่มตรงหน้า
“พอแล้วเหรอ?? ” อาตเงยหน้าขึ้นมาพูด
“มึงนี่ตายยากจริงๆ” ถึงจะพูดไปอย่างนั้น แต่ภายในลึกๆของเจมส์ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกกลัวและตกใจ แต่สักพักความรู้สึกนั้นก็จางหายไปในพริบตา
“ แต่อีกเดี๋ยวคนที่จะปางตายจะกลายเป็นแก ”อาตลุกขึ้นยืนพร้อมกับที่เชือกไนล่อนที่หล่นลงไปกองกับพื่น
“เป็นไปได้ยังกัน….!!” คราวนี้ความกลัวได้เข้าเกาะกุมหัวใจของเจมส์อีกครั้ง
อาตเดินเข้าไปหาเจมส์อย่างช้าๆ ในขณะที่ใบหน้าของเขากำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
“นั้นแกจะทำอะไรฉัน แกทำฉันไม่ได้นะ ไม่งั้นแกได้โดนไล่ออกแน่” เจมส์ข่มขู่ออกไป โดยหวังว่าอีกฝ่ายจะกลัวในสิ่งที่เขาพูดออกไปบ้าง
“ รู้มั้ยว่าสิ่งนี้คืออะไร” อาตหยิบโทรศัพท์ออกมาพร้อมกับเปิดปุ่มเล่นเสียง ใช่แล้วก่อนหน้านี้อาตได้แอบกดบันทึกเสียงอย่างรวดเร็วในตอนที่เขาสังเกตได้ถึงสิ่งผิดปกติจากท่าทางของเจมส์และการเลือกปฎิบัติของเหล่าอาจารย์ โดยเขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่ามันจะมีประโยชน์ในเวลานี้
เสียงจากเครื่องบันทึกเสียงในโทรศัพท์ดังออกมา แน่นอนว่ามันเป็นเสียงที่สามารถทำให้อีกฝ่ายถึงกับหมดอนาคตได้
“เอาละ ได้เวลาคิดบัญชี” อาตเดินเข้าไปหาเจมส์ด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับต่อยเข้าไปที่เจมส์อีกหลายชุด
ในขณะเดียวกันนั้นเอง สุพรรณษาและเหล่าศาสตราจารย์ได้เดินมาที่ห้องแห่งหนึ่ง ที่ๆซึ่งกักขังตัวอาตไว้อยู่
“พวกคุณเข้าไม่ได้นะครับ” อาจารย์ลิ่วล้อที่ได้รับหน้าที่ให้มาเฝ้าประตู่เอ่ยออกมา
“ทำไมฉันถึงจะเข้าไม่ได้ ฉันเป็นอธิการบดีของที่นี้” สุพรรษาตะคอกออกมา
“นี่มัน…..” เหล่าอาจารย์ลิ่วล้อเริ่มรู้สึกไม่ได้ขึ้นมา
“ถอยไป!!” สุพรรณษาพูดพร้อมกับสั่งให้คนของเธอเปิดประตูเข้าไปภายใน แต่เมื่อพวกเขาเข้าไปข้างใน ก็ได้เห็นนักศึกษาหนุ่มคนหนึ่งนอนกองอยู่บนพื้น
“นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น ” สุพรรณษาพูดออกมาอย่างตกใจกับภาพที่ได้เห็นตรงหน้า
“ สวัสดีครับท่าน. พอดีว่าผมได้ถูกพวกเขากักตัวไว้เป็นกระสอบทรายในนี้นะครับ แล้วก็เกิดการต่อสู่นิดหน่อย ” อาตพูดออกมาเมื่อได้เห็นสุพรรษา
“ อย่ามาพูดจาเหลวไหล พวกเราออกไปทำธุระกันแค่แป๊บเดียว แต่เธอกับกล้าทำร้ายเพื่อนร่วมมหาลัยได้ยังไงกัน ” อาจารย์ลิ้วล่อรีบเปลี่ยนเรื่อง เมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวหาพวกเขา
“งั้นแล้วสิ่งนี้จะว่ายังไงละครับ” อาตหยิบโทรศัพย์ออก แล้วก็กดปุ่มเล่นเสียงที่บันทึกไว้ออกมา
“..................”
“มีอะไรจะพูดอีกมั้ย??” สุพรรษาพูดออกมาอย่างเย็นชา แล้วสั่งให้คนของเธอทำการจับกุมชายทั้ง2คนเอาไว้
“อ่าา! ผมมีบางอย่างจะให้ท่านดูสักหน่อย เผื่อท่านจะช่วยผมได้” อาตยื่นรูปถ่ายจำนวนหนึ่งให้กับสุพรรษา โดยเขาได้มันมาจากเจมส์อีกที มันเป็นรูปที่เจมส์ล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กสาวหลายคน และยังมีเด็กที่อายุต่ำกว่า18อยู่ในนั้นด้วย สิ่งนี้ได้ช่วยยืนยันความโรคจิตของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี เมื่อสุพรรษาเห็นรูปดั่งกล่าว สีหน้าของเธอก็ได้เปลียนเป็นมืดทะมึนในทันที
“ฉันต้องขอโทษที่ทำให้เธอต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย”สุพรรษากล่าวออกมา
“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ถ้าท่านจะช่วยจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จไวๆ ก็ถือว่าเป็นการช่วยผมแล้วละครับ”
“ไม่มีปัญหา! ฉันรับรองได้เลยว่าเธอจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆเลย ฉันขอเอาตำแหน่งของฉันเป็นเดิมพัน ” “ได้งั้นก็ดีครับ” อาตพูดพร้อมกับเดินออกมาจากห้อง
---ณ คณะแพทย์
“เจ้าเอ๋อ! อาตตจะเป็นไงบ้างนะ” ฟ้ารำพึงออกมากับเจ้าเอ๋อ
“ก็ยังเป็นแฟนเธออยู่ยังไงละ ” อาตพูดออกมา
“อาต นายไม่เป็นอะไรนะ” ฟ้าวิ่งไปกอดอีกฝ่าย ในขณะที่เจ้าเอ๋อก็กระโดดมาเกาะที่หัวของเขา
“ใครจะทำอะไรฉันได้ ฉันมันคนเหล็กนะ เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ และอีกอย่างฟ้าไม่ต้องกังวลเรื่องของไอ้รุ่นพี่นั้นแล้วนะ ต่อไปนี้มันจะไม่มีโอกาศได้มายุ่มย่ามกับเธออีกแล้ว” อาตกอดปลอบฟ้า
“งั้นเรากลับกันเถอะนะ เดี๋ยวเราทำอาหารให้กิน” อาตพูดพร้อมกับกุมมือของฟ้า
“อือ” ฟ้าพยักหน้าอย่างช้าๆ