ขบวนเดินทางที่ประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์นครลูมินัสกำลังมุ่งหน้าสู่ วิหารสูงสุด นำโดยนักบวชหนุ่มในชุดพเนจร ตามด้วยอัศวินสาว นักบุญหญิงผู้สูงศักดิ์ และปิดท้ายด้วยอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป... ที่กำลังแบกเตียงและโคมไฟไว้บนหลังด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุขอย่างน่าประหลาด
"ท่านคิรินคะ ข้าััได้ถึงกระแสมานาที่ผิดปกติจากยอดวิหาร" เซราฟิน่า พึมพำ สายตาของเธอจ้องมองไปที่ยอดโดมสีทอง "พลังศักดิ์สิทธิ์ที่นั่นมันดู 'หนาแน่น' จนน่าอึดอัด เหมือนน้ำที่ถูกกักขังไว้ในเขื่อนที่กำลังจะแตก"
"นั่นเพราะพวกเขากำลังฝืนธรรมชาติอยู่ไงครับ" คิริน ตอบเสียงเรียบ "ปาฏิหาริย์ที่วิหารใช้มาตลอด มันไม่ใช่การสร้างขึ้นใหม่ แต่เป็การ 'หยิบยืม' พลังชีวิตจากอนาคตมาใช้ล่วงหน้า ผลที่ตามมาคือความเสื่อมโทรมที่ซ่อนอยู่ใต้ความรุ่งโรจน์"
เมื่อพวกเขามาถึงประตูวิหารชั้นใน คาร์ดินัลและเหล่านักบวชระดับสูงนับร้อยยืนรออยู่ด้วยความหวาดหวั่น ใจกลางวงล้อมคือชายชราในชุดคลุมสีขาวทองอร่ามที่มีมงกุฎสามชั้นสถิตอยู่บนศีรษะ เขคือ พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ผู้ครองอำนาจสูงสุดในโลกฝ่ายิญญา
"หยุดอยู่ตรงนั้น เ้าผู้ทำลายระเบียบ!" เบเนดิกต์คำราม "เ้าบุกรุกเข้ามาถึงใจกลางความศักดิ์สิทธิ์ด้วยใจที่โอหัง จงดูนี่... พลังที่แท้จริงของพระเ้า!"
ชายชรากระแทกไม้เท้าลงบนพื้นหินอ่อน ทันใดนั้น รูปปั้นเทพธิดาขนาดมหึมาเื้ัก็เริ่มขยับ มันคือ 'ตุ๊กตากลศักดิ์สิทธิ์' ที่ขับเคลื่อนด้วยดวงิญญาธาตุแสงนับพันดวง มันเงื้อมือหินขนาดั์พุ่งเข้าใส่กลุ่มของคิริน
"นั่นคือ 'ผู้พิทักษ์า'!" เอเลน่า ร้องเตือน "มันไม่มีความรู้สึก และไม่มีความเ็ป พลังรักษาของท่านทำอะไรมันไม่ได้หรอกค่ะ!"
คิรินแสยะยิ้ม "ไม่มีความเ็ป? นั่นแหละคือ 'ความเจ็บป่วย' ที่ร้ายแรงที่สุดของมัน"
คิรินไม่ขยับหลบ เขาเพียงแค่ยื่นมือเปล่าไปััที่เท้าของรูปปั้นั์ในจังหวะที่มันเหยียบลงมา
"มหาเวทฮีลสัจธรรม: คืนิญญาสู่ธาตุ (Primordial Restoration)"[ ผลของ Overflow: รักษา 'ความแข็งกระด้าง' ของหินให้กลับกลายเป็ดินที่อ่อนนุ่ม และรักษา 'ิญญาที่ถูกกักขัง' ให้คืนสู่ความเป็อิสระ ]
วูบบบบบบบบ!
แสงสีทองหม่นพุ่งซึมเข้าไปในร่างหินั์ในพริบตา แทนที่รูปปั้นจะทุบคิรินจนแหลก แต่มือหินขนาดใหญ่กลับค่อยๆ ละลายกลายเป็ทรายที่นุ่มนวลร่วงหล่นลงมา ดวงิญญาธาตุแสงที่เคยถูกบังคับให้ขับเคลื่อนกลไกได้รับ 'การรักษา' จนความโกรธแค้นหายไป พวกมันส่องแสงสว่างจ้าแล้วบินจากไปสู่ท้องฟ้าอย่างสงบ
รูปปั้นั์พังทลายลงกลายเป็เพียงกองดินและทรายต่อหน้าพระสันตะปาปา
"เป็ไปไม่ได้! เ้าทำลายผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดด้วยการรักษาเนี่ยนะ!?" เบเนดิกต์สั่นสะท้านด้วยความกลัว
"ผมไม่ได้ทำลายครับ ผมแค่ 'คืนความยุติธรรม' ให้กับธรรมชาติ" คิรินเดินก้าวข้ามกองทรายเข้าไปหาชายชรา "ปาฏิหาริย์ของวิหารคือการกักขังและบังคับ แต่ปาฏิหาริย์ของผมคือการทำให้ทุกอย่างเป็อย่างที่มันควรจะเป็"
คิรินสะบัดมือเบาๆ คลื่นพลังการรักษาแผ่กระจายไปทั่ววิหาร กำแพงที่เคยประดับด้วยทองคำหรูหราเริ่มหลุดลอก เผยให้เห็นรอยร้าวและความเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่เื้ัความงามจอมปลอม
"คุณนักบุญหญิง ดูให้ดีนะครับ" คิรินหันไปหาเซราฟิน่า "นี่คือโฉมหน้าที่แท้จริงของวิหารที่สืบทอดพลังด้วยการสูบกินพลังชีวิตของแผ่นดิน"
เซราฟิน่าทรุดเข่าลง น้ำตาไหลรินเมื่อเห็นภาพความจริงที่ถูกเปิดโปง "ข้า... ข้าหลงเชื่อในแสงสว่างจอมปลอมมาตลอดเลยหรือนี่"
"ไม่ต้องเสียใจครับ" คิรินวางมือบนไหล่เธอเบาๆ พลังรักษาที่นุ่มนวลช่วยปลอบประโลมจิตใจที่แตกสลายของเธอทันที "ในเมื่อมันพังแล้ว เราก็แค่ 'รักษา' มันขึ้นมาใหม่ในแบบที่ถูกต้อง"
คิรินหันกลับไปหาพระสันตะปาปาที่กำลังจะร่ายเวทสุดท้าย "ไม่ต้องเหนื่อยหรอกครับ... พักผ่อนเถอะ"
เพียงแค่คิรินดีดนิ้ว แสงสีทองก็ห่อหุ้มร่างของนักบวชทั้งวิหาร พวกเขาไม่ได้เ็ป แต่กลับรู้สึกถึงความสงบที่แท้จริงจนหมดมานาที่จะต่อสู้ ทุกคนต่างวางอาวุธและคัมภีร์ลงด้วยความยินยอม
"เอาล่ะ... ในเมื่อเคลียร์พื้นที่เสร็จแล้ว" คิรินหันไปสั่ง โรแลนด์ ที่ยังแบกเตียงอยู่ "วางเตียงไว้ตรงหน้าบัลลังก์นั่นแหละ ผมว่าที่นี่ลมโกรกดี เหมาะกับการนอนพักยาวๆ หลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน"
เอเลน่ากุมขมับ "ท่านคิริน... ท่านจะยึดวิหารสูงสุดเพื่อมาเป็ 'ห้องนอน' จริงๆ หรือคะ!?"
"ที่นี่เพดานสูงดีครับ อากาศถ่ายเทสะดวก" คิรินตอบหน้าตาย "แล้วอย่าลืมบอกให้พวกนักบวชที่เพิ่งหายเหนื่อยไปต้มน้ำชารอด้วยนะ ผมมีเื่จะคุยกับพวกเขานิดหน่อยเื่ 'การปฏิรูปปาฏิหาริย์' "